Friday, March 02, 2007

บ้านสุขใจ

ชอนซาจ๊ะ ..
ช่วงนี้มีคนเกิดอาการระแวง ว่าแม่แอบหนีไปคลอดกันหลายคนมาก
บางคนโทรเข้าบ้านไม่มีคนรับสาย แล้วเผอิญไม่ได้รับสายมือถืออีกหละก็ จะโดนตามตัววุ่นลามไปถึงมือถือคนอื่นใกล้ๆตัวต่อเลยทันที

ฟังดูแล้วก็ขำดีลูก ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกดีด้วย
แม่ไม่ค่อยได้เป็นคนป่วยเข้ารพ. หรือมีอาการให้ผู้คนเป็นห่วงเท่าไหร่ ที่ผ่านมา
เลยไม่ค่อยมีประสบการณ์อย่างนี้เท่าไหร่
แต่พูดแล้วคิดอีกที อันนี้ก็ไม่แน่ใจอีกน่ะแหละ ว่าเขาห่วงแม่หรือตื่นเต้นลูกกันแน่ :)

หนูเลื่อนตัวลงต่ำอย่างรู้สึกได้ชัด แต่จะชัดจริงหรือไม่ต้องรอพรุ่งนี้อีกทีจ้ะ
ให้ลุงหมอเป็นคนบอก แม่จะแน่ใจได้ว่าแม่ไม่ได้คิดไปเอง ที่รู้สึกเหมือนหนูมาห้อยเอาตรงปลายๆแล้ว

ที่แม่รู้สึกอย่างนั้น เพราะอาการขยุกขยิกในพุงมันลงไปอยู่บริเวณขาหนีบแล้วน่ะสิ
พูดง่ายๆคือ รู้สึกหนูด้วยสัมผัส โคนขา
แหม แม่ว่าแม่พูดได้เห็นภาพมากเลยนะ

เล่าเรื่องย้ายบ้านดีกว่าลูก ..
คนเตือนแม่กันทั้งเมืองสองเมืองสามเมือง ว่าห้ามยกของหนัก ดูได้อย่างเดียว ยืนสั่งได้อย่างเดียว
แต่พอเอาเข้าจริง ..ทุกอย่างเป็นอย่างที่แม่เล่าให้หนูฟังแล้ว ว่า พ่อไม่ได้ใช้บริการย้ายแบบสำเร็จ
แต่ผสมแมนน่วลของพ่อและแม่เข้าไปด้วย
แม่เก็บของ แพ็คของ โยนขยะทิ้งได้หลายกล่องใหญ่ๆเลย ในใจก็ว่าดี ีเพราะเรายังไม่ได้อยู่ในภาวะเหมาะกับการย้ายแบบสำเร็จรูปแบบนั้น

ย้ายบ้านครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว
เป็นครั้งที่แม่กับพ่อสุขใจมากที่สุด บ้านเราหลังเล็กลง ..ความจริงก็เป็นเพียงอพาร์ทเมนต์หนึ่งเท่านั้นเอง ตามลักษณะของคนเกาหลี
ที่นี่ไม่ใหม่ แต่ไม่เก่าเกินไป ภาพรวมๆแล้วดูเหมือนคนสร้างที่นี่ เขาไม่เน้นเรื่องจัดสรรที่ดินให้คุ้มที่สุดเลย เขาเน้นความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ ปลอดภัย
แต่มีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดี ที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับ ความทันสมัยเท่าไหร่ (แต่คงดีใช้ได้ในช่วงเริ่มสร้าง)
ซึ่งความรู้สึกของพ่อและแม่ พอใจมาก

ต่างคนก็ต่างความคิดนะลูก
เราไป่เยี่ยมประชาชนส่วนอยู่ดีกินดีของเมือง ที่ย้ายเข้าอพาร์ทเมนต์ใหม่ของล็อตเตมา
ก็ซาจังของปะป๊าน่ะแหละ บ้านทันสมัยมากตามที่เขาโฆษณาจริงๆ
ป้าเขากำลังปวดหัวกับการใช้เครื่องควบคุมทุกอย่าง แม้กระทั่งเปิดไฟด้วยรีโมทคอนโทรล
(แต่มีสวิทช์ไฟ) เปิดเครื่องทำความร้อนก็รีโมท เขาเลยมีรีโมทเป็นถุงเลย สำหรับทุกอย่างในบ้าน
แม่ว่า ถ้าแน่จริงรวมรีโมทให้เป็น ออล อิน วัน สิ .. เนาะ แม่คิดถูกไหมลูก
เวียนหัวตายเลย ถ้าต้องเปิดไฟแต่สวิทช์ไม่ทำงาน เพราะขาดรีโมทรื้อในถุงเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักที
(วันนั้น ยืนรอกันนานมากเลย ) คิดแล้วก็เหมือนเรากำลังย้อนกลับเข้าสมัยโบราณ ที่จะอาศัยแสงไฟที ก็วุ่นวายกันหลายนาที 555
แม่เปิดน้ำในอ่างล้างจานน้ำไม่ไหล แม่ก็ตกใจ ปรากฎว่าแม่ต้องเหยียบที่แนวนูนๆข้างล่างด้วย ก๊อกถึงจะทำงาน พยายามเดาความคิดของคนดีไซน์อย่างนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อการประหยัดน้ำกรณีเปิิดน้ำทิ้งไว้หรือเปล่านะ ..แต่รู้ว่าล้างจานแล้วรำคาญนิดหน่อย เผลอขยับเท้่าออกไม่ได้ น้ำหยุดไหลทันที ล้างจานแบบแอบเมื่อยไม่ได้เลยเหนี่ยะ

แม่กับพ่อไม่ได้องุ่นเปรี้ยวนะลูก
เรารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกในบ้านหลังนี้จริงๆ ..
พอย้ายบ้านเสร็จ ตัวหนุบหนับด้วยเหงื่อหมักหมมกันทั้งคู่ แม่สนับสนุนให้พ่อไปนอนแช่อุนชอน
แต่ตอนนั้นดึกเกินไปแล้ว เลยอาบน้ำที่บ้านกันแทน
แล้วเราก็เห็นผล ..

โอ้วว แม่บอกพ่อว่า ต่อไปนี้เธอคงไม่ต้องไปอุนชอนแล้วหละ
เพราะอุนชอนที่น้ำดีของที่นี่ มาจากน้ำแร่ภูเขาเดียวกันกับเรานี่แหละ
บ้านเราใช้น้ำบาดาลของภูเขาเดียวกับอุนชอน อย่างนี้จะเรียกว่าบ้านเราเป็นน้ำแร่ได้ไหม ฮ่า ฮ่า
(แม่ถนัดคิดเข้าข้างตัวเองหละ กิกิ)
เราไม่ต้องเสียค่าน้ำ จึงเป็นครั้งแรกที่แม่ไม่ต้องวุ่นวายหาของหนักๆมากๆ มาถ่วงในโถน้ำของชักโครก เพื่อช่วยการประหยัดน้ำ อย่างที่เคยทำมาตลอด
เราใช้น้ำอย่างสบายอกสบายใจมาก (แม่นะ)

แล้วเราคิดไปเองหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเพราะน้ำหรือเพราะเครือ่งทำความร้อนที่ีนี่
เปิดน้ำได้ไม่นาน สภาพห้องน้ำเรากลายเป็นอุนชอนส่วนตัวไปเลย ไอน้ำโขมงเต็มห้อง แต่ไม่อึดอัดเพราะเปิดหน้าต่างระบายอากาศ (แม่ไม่ได้ไปอุนชอนมานานมาก ตั้งแต่มีหนู เหตุผลหนึ่งคือเขิน เหตุผลสองคือ นึุกถึงอากาศอบไอน้ำในนั้นแล้วกลัวหน้ามืดที่นั่น--เหตุผลนี้เพิ่งนึกได้ แหะๆ)

เราสบายกันมากเลย บ้านหลังไม่ใหญ่เกินไปเหมือนหลังติดทะเล แต่ไม่เล็กเิกินไปจนอึดอัด
พอเหมาะพอดีสำหรับเรามากทีเดียว ต่อให้แม่มีน้องให้หนูอีกสองคน แม่ก็ยังสบายๆกับที่ีนี่แน่นอน

สองสามวันมาแล้วที่บางขณะแม่รู้สึกเหมือน เจ็บกล้ามเนื้อบริเวณทางออกของหนู
คงเพราะแม่ยกของหนักแน่ๆ มันอดไม่ไหวนะ เขาวุ่นวายกันเต็มบ้าน แม่นั่งเฉยๆคนเดียวไม่ลงอ่ะ

แต่นับว่าเป็นการย้ายบ้านที่เร็วที่สุด เพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น ของทั้งหมดย้ายจากบ้านโน้่นมาบ้านนี้หมดแล้ว เหลือแค่เรียงให้เข้าที่เท่านั้น
การย้ายบ้าน เหมือนการเริ่มต้นใหม่ ทำให้แม่อยากมีตู้เย็นใหม่ หมายถึงการโยนของส่วนใหญ่ในตู้เย็นทิ้งหรอกนะ ค่อยมีกำลังใจเริ่มต้นใหม่สำหรับตู้เย็นหน่อย
พ่อขอให้น้องผู้หญิงที่ำทำงานคนหนึ่งมาช่วยแม่ เล่นเอาแม่ติดใจอยากชวนมาอยู่ด้วยกันซะเลย
ผลงานของเธอคือ ช่วยแม่ล้างตู้เย็นหนึ่งตู้นี่แหละ :)

ด้วยผลแห่งการล้างตู้เย็น และเคลียร์ทุกอย่างในตู้ก่อนย้าย
ทำให้เราไม่มีเครื่องปรุงสำหรับอาหารเย็นเลย
แม่ต้องการไข่กับนมมาก ในที่สุดแม่เดินลงไปถึงข้างล่างโน้น (บ้านเราขึ้นเนินเขามาระดับหนึ่ง)
คิดถึงเวลากลับเหมือนกัน แต่แม่สุขใจกับการได้เดินอย่างยิ่ง เดินอย่างเพลิดเพลินสบายใจ
ซื้อไข่กับนมแล้วเดินกลับบ้าน ..หอบแฮ่กๆเมื่อมาถึงเลยเีชียว แต่ก็ยังรู้สึกดี๊ดีอีกน่ะแหละ


ยังมีงานเหลืออีกมากมายเลยลูก วันนี้พ่อไม่ว่างจัดๆ ทั้งที่เป็นนัดไปรพ.
เลยตกลงว่า คงไปกันวันพรุ่งนี้แทน
แม่ไปเดินหลงในป่าบ้านเราต่อดีกว่า (ตอนนี้เหมือนป่าดิบอเมซอนที่รกไปหมด หาอะไรไม่ค่อยเจอ)

รักจ้ะ
2007/3/2

No comments: