Thursday, March 25, 2010

รีอันสามขวบ และ Kinder Kids

กว่าจะถึงวันนี้ แม่มึนกับชีวิตไปเป็นเดือน เกือบสองเดือน
เรื่องที่ร้านยุ่งที่สุด เป็นช่วงที่มีศัตรูมากที่สุดในชีิวิตพ่อและแม่
เป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า "ดวง" หรือเปล่า คือเพราะว่าไม่ได้ต้องการ ไม่ได้ตั้งใจ
ไม่อยากให้เกิด แต่ก็มีแต่คนเกลียดชัง ปองร้าย อาฆาตแค้น ... เฮ้อ

กว่าจะทำใจว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด กว่าจะตั้งสติ หันกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ก็ ณ เช้านี้

เกิดสำเหนียกขึ้นมาว่า ลูกครบสามขวบด้วย
เปลี่ยนเตรียมอนุบาลด้วย (ถ้าเป็นที่ไทยคงเข้าอนุบาลแล้ว) มีเรื่องราวของจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ไม่ควรปล่อยให้ลืมไป

เลยเปิดบันทึกออนไลน์ขึ้นมาก่อน ทั้งที่จริง อยากบันทึกลงสมุด แต่ไม่มี ณ ขณะที่ต้องการ (เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำ เขียนลงหน้าจอนี่แหละ สะดวกสุดแล้ว)

แม่กับพ่อไปสมัครโรงเรียนแบบไม่สำรวจให้ทั่วอีกแล้ว เป็นครั้งที่สอง
ที่เนอร์สแรกของรีอัน ก็แบบนี้ วุ่นๆ โครมครามกันสองทีแล้วโยนลูกลงไปเลย
ครั้งนี้ เราต้องการย้ายลูกมาให้ใกล้บ้านให้มากขึ้น
เนอร์สนั้นเล็กไปหน่อยด้วย กิจกรรมอะไรแต่ละอย่าง พ่อแม่ไ่ม่เคยได้มีส่วนร่วม
บวกกับเปลี่ยนผู้บริหาร -- ไม่ถูกใจแม่เสียละ ย้ายเลย

ถือโอกาสว่า พ่ออยากส่งเข้าอนุบาลภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริม แม่ก็เห็นด้วย
ทุกวันนี้แม่คุยกับลูกอยู่คนเดียว ปนกันหมดทั้งไทย อังกฤษ แซมเกาหลีอีก ลูกเลยไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษเท่าที่ควร แค่ฟังเข้าใจอย่างเดียวเท่านั้น

พ่อถามจากเืพื่อน แล้วไปรอนั่งฟังวันเปิดอธิบายหลักสูตรเลย
ลงชื่อสมัครเลย (แม่คนอื่นเขาเที่ยวร่อนไปทั่วเลยนะ เปรียบเทียบโน่นนี่กันมากมาย)
จ่ายตังค์แล้วรอวันเปิดเทอม อย่างเดียว
แพงเหมือนกัน แต่อยู่ที่ไหน เราก็ต้องจ่ายด้วยเงินเราเอง ไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
ดัีงนั้น .. ก็เอาให้ดีไปเลย ไหนๆก็ต้องจ่ายเองในราคาที่คล้ายกันอยู่แล้ว

วันที่3/4 โรงเรียนเปิดปฐมนิเทศ
พ่อแม่พาลูกไป แต่งตัวด้วยชุดนักเรียน (원복) หรูหราผูกไทค์ไฮโซมาก
รีอันเริ่มร้องไห้แล้ว เมื่อครูพาไปนั่งที่ห้อง ร้องไห้ไม่หยุดจนครูต้องพามาให้แม่เหมือนเดิม
แม่นี่อยากนั่งฟังก็อยาก แต่เขาก็บรรยายแต่ของชั้นอนุบาลเป็นต้นไป
ส่วนชั้นเตรียมนี่คงนับว่าเป็นของแถม .. สรุปว่าไม่ได้ฟังอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ไปนั่งเล่นกับลูกในว่าที่ห้องเรียนแล้วพากันกลับ

วันที่3/5 ไปโรงเรียนวันแรก
วันนี้แมุ่่ยุ่งเสียด้วย รีอันร้องไห้แบบหวั่นๆ ขวัญเสีย ตอนขึ้นรถ
แต่ครูมารายงานทีหลังว่า พอรถวิ่งไปสักพักก็ไม่ร้องแล้ว

สองสัปดาห์แรก ร้องไห้แทบทุกวัน ณ เวลาจากกัน
แม่เห็นลูกร้องไห้ ก็หัวใจไหวหวั่นทุกวันเหมือนกัน

มีสลับกับแม่พาไปส่งเอง ในวันที่ทำไม่ทันเวลารถมารับ วันนั้นจะจากกันยากที่สุด
รีอันจะเหมือนปูเหมือนลิงเหมือนปลาหมึก หนีบแม่ กอดคอแม่ สารพัด
ผสมกับเป็นช่วงที่ยังไม่หายหวัดดี (นี่ก็เป็นมาเป็นเดือนแล้วเหมือนกัน)
ผิดจากที่แม่คาด นึกว่าสัปดาห์เดียวรีอันก็คงเก่งแล้ว

วันนี้เป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว ณ ตอนนี้ เริ่มสนุกกับการไปโรงเรียนแล้ว
พอย่างเข้าสัปดาห์ที่สาม แม่อึ้งแล้ว ..
ร้องเพลงที่แม่ไม่รู้จักมากขึ้น (ภาษาอังกฤษ)
พูดภาษาอังกฤษกับแม่ยาวมากขึ้น พูดคำว่า teacher ที่แม่ไม่เคยสอนทุกวัน
เมื่อวาน ชวนแม่มาร์ชชิ่ง แล้วสลับขาฉุบฉับๆ ท่าที่แม่อยากสอนมานาน แต่ทำไม่เคยสำเร็จ

รีอันชวนแม่ให้ B marching แล้วเดินฉุบฉับไปเลย

ที่โรงเรียนมี cooking class อินี้ ก็เริ่มโวยวายแล้วว่า อยากคุ้กกิ้งบ้าง

บางวันเอาผ้ามาเช็ดโน่นนี่ แล้วบอกว่า รีอันวอชชิ่งwashing

เอาผ้าเช็ดหน้ามากางบนหัวแล้วจับมุมไว้ที่ปลายคาง เหมือนเลดี้ที่โพกผม แล้วบอกว่าจะไปทะเล(바다)
แม่หละ ขำกลิ้ง ..

ติดจิมมี่หนุบหนับ -ตุ๊กตาจิมชูลเล่ที่ได้มา

รีอันชอบเล่นผ้าเช็ดหน้ามากกกกก เอามาทำสารพัด เช่นห่มให้จิมมี่นอน โพกผม ยัดลงแก้ว เช็ดโน่นนี่ อย่างน้อยก็ถือสะบัดๆไปมา


วันนี้ ที่โรงเรียนมี birthday party ให้เด็กที่เกิดเดือนนี้ รีอันจึงได้เป็นพระเอกก่อนใครเสมอ

เนื่องจากทุกโรงเรียนจะเปิดเืดือนสามเหมือนกันหมด ..

อีกเรื่อง ลูกพูดคำว่า mouth ได้ชัดโพดๆ ไม่ใช่ mouse แต่ออกเสียงตอนท้ายได้เหมือนฝาหรั่งมาก
คงต้องขอบคุณครูที่ช่วยพยายามออกเสียงให้ชัดเจนให้ลูก ..

อยากสรุปรายเดือนให้ครูฟังจริงๆว่า เราชื่นชมที่นี่เพียงไร ..ถ้าพ่อกับแม่ปั๊มเงินได้อย่างนี้เสมอ แม่จะกัดฟันส่งอนุบาลต่อ..

มีเพียงภาษาอังกฤษนี่ที่เข้าทางเรา เพราะมันจะเ็ป็นเพียงพื้นฐานเสริม อย่างเดียวของเด็กที่ไม่ได้มีแม่เกาหลีอย่างรีอันกับเรา

No comments: