แองจี้จ๊ะ ..
เอ่อ พูดถึงชื่อของหนูนี่ ความจริงคนที่เรียกอย่างนี้น่ะ คือพ่อหนูเอง
แกเรียกเป็นภาษาเกาหลีว่า ชอนซา โดยคิดจะตั้งชื่อหนูตัวเดียวคือ "ซา"
ส่วนชอนนี่เป็นนามสกุลอยู่แล้ว คนเกาหลีเวลาเรียกรวมกันโดยเรียกนามสกุลขึ้นต้นก่อน
ทุกคนจะต้องเรียกหนูว่า ชอนซา กันหมดเลย ซึ่งมันก็แปลว่า แองเจิ้ลนั่นเอง
แกคุยว่า ทั่วแทฮันมินกุกนี่ จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ชื่อชอนซา แบบหนู
แต่ฟังแล้วชื่อนี้จะฟังดูคล้ายชื่อของผู้หญิงมากกว่าเนาะ
เพราะฟังดูอ่อนหวาน ใจดี ชื่อคลายทุกข์ สบายใจกับชีวิตดีน่ะ
แม่ก็เคยถามพ่อว่า แล้วถ้าลูกเป็นผู้ชายล่ะ จะตั้งชื่อชอนซาเหมือนกันหรือเปล่า
แกก็คงต้องขอเวลาคิดดูก่อน ..
ดังนั้นแล้วเนี่ยนะ หากว่า หนูออกมาเป็นผู้ชายก็ไม่ต้องเสียใจหรอกนะที่ไม่ได้ใช้ชื่อนี้
รับรองว่าพ่อของหนูต้องเสาะหาชื่อที่มีความหมายดีๆมาให้ลูกจนได้จ้ะ
ส่วนแม่ก็ก้มหน้าก้มตา ผลิต อีกสักคนที่จะได้มีโอกาสได้ใช้ชื่อ ชอนซา นี้ให้ได้ :P
แหะๆ ..
กว่าจะมีหนูุได้ก็ยากเย็นเหลือเกิน รอแล้วรอเล่า รอจนท้อไปหลายรอบ
อ่อนอกอ่อนใจไปหลายหน ทำใจขออยู่กันแค่สองคนไปหลายที
พอมีหนูเข้ามาอยู่นี่ พ่อกับย่าจึงตื่นเต้นมากเลยนะ
เมื่อวานย่าโทรมาถามว่าเป็นไงบ้าง
พอดีกับว่า อาการแพ้แบบผะอืดผะอมด้วยอิทธิฤทธิ์ของหนูมีได้เกือบตลอดวัน
เลยครวญให้คุณย่าฟัง คุณย่าพยายามจะเอาใจว่าจะทำโน่นให้ทำนี่ให้กิน
แม่ขอร้องคุณย่าทันทีเลย ว่าไม่อยากกินอะไรเลย กินอะไรก็ไม่ลง (แต่ความจริงแล้ว แม่รับอาหารเกาหลีไม่ลงเลยน่ะ อย่าว่าแต่รับเข้าไปเลย แค่ได้ยินชื่อแม่ก็กะเดื๊อกน้ำลายไม่ลงคอแล้ว)
แต่ใครจะพูดให้คนเกาหลีฟังได้ล่ะ ใช่ไหมจ๊ะ
แม่เลยพูดให้คุณยายฟังแทน ยายหัวเราะ ฮ่า ฮ่า สะใจแกเลยน่ะ
พูดถึงเรื่องอาการแพ้ที่แม่นึกไ่ม่ถึงก่อนนะ
ตกเย็น แม่เริ่มหนักหนากับอาการนี้แล้ว เลยลูบพุงบอกหนูว่า "พอแล้วจ้ะ พอแล้วนะ รู้แล้วหละว่าหนูอยู่กับแม่จริงๆ" หลังจากนั้น อาการก็หายสนิทแบบปลิดทิ้ง
แม่ชะล่าใจคว้าแซนด์วิชมากินให้หมดเซ็ท แล้วตบต่อด้วยแอปเปิ้ลเลย
แต่พ่อก็ยังไม่ออกเดินทางไปมื้อเย็นบ้านคุณย่าเสียที
ไปหรือไม่ไม่สำคัญ เพราะไปแล้วแม่จะรับได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้
แต่หิว หิว หิว บอกตัวเองอย่างนั้น
เดินบ่นไปบ่นมาว่า หิว หิว ไม่นาน เริ่มรู้สึกว่า มีน้ำเปรี้ยวๆพุ่งออกมาเต็มแก้ม
โดยอัตโนมัติ แม่เดินไปคุกเข่ารอที่โถส้วมเลย
คุกเข่าไ่ม่นาน ทุกอย่างพุ่งออกมาหมด
แม่จำสีได้ดี นั่น ขนมปัง นั่นถั่ว นั่นแอปเปิ้ล
โอ .. หมดพุงแล้วตู
แต่แปลกแฮะ พอออกหมดพุง แม่กลับรู้สึกโล่งสบาย
คราวนี้แหละ แม่เริ่มสงสัยแล้วว่า แม่ไม่ได้อ๊อกเพราะแพ้ท้องหละมั้ง
นี่เป็นเพราะโรคกระเพาะหรือเปล่านะ
อึ่ยยย เดี๋ยวจะโดนว่า อีกว่า แม่เป็นโรควิตกจริต เลยหยุดคิดแค่นั้น
ที่บ้านคุณย่า แม่ไ่ม่ต้องทำอะไรเลย ไ่ม่ต้องลุกเดินไปเข้าครัวด้วยซ้ำ
แต่ก็กินไม่ได้มาก คุณย่าต้มเทนจังใส่เต้าหู้อ่อน อร่อยมากเลย
ถ้าเป็นปกติ แม่คงขม้ำมากกว่านี้แน่ๆ
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ถึงเดือนหน้่า แม่จะทำยังไงดีหนา
พอเช้าขึ้นมา ไม่มีอาการแผลงฤทธิ์อะไรของลูกเลย แม่ก็วิตกบ้าอีกตามเคย บ้าจริงๆเนาะ
พ่อออกไปแต่เช้า แม่ยังไม่ลุกเลย
พอสายๆ พ่อเหงื่อตกซิกๆกลับมา ล้างจานดูดฝุ่นไปขณะที่แม่นอนนั่งมองเฉยๆเลยลูก
ไม่มีแรงจะลุกไปขยัีนอะไรทั้งนั้นแล้ว ..
อดนึกถึงคำที่พ่อเคยพูดสมัยก่อนแต่งงานไม่ได้
พ่อจีบแม่ให้ไปเป็นเจ้าหญิงของเขา พ่อจะรับใช้แม่ราวกับทาสเลย (อย่าเพิ่งอ้วกนะลูก)
แต่ว่าหลังจากเริ่มชีวิตคู่ด้วยกันมา นับแล้วน้อยมากจริงๆที่แม่จะได้กลายเป็นเจ้าหญิงแสนสุข
เพิ่งจะเห็นนางทาสออกมาทำงานโดยเต็มใจนี่แหละ
ขอแอบหัวเราะหน่อยนะ โฮะๆๆ
คนเรานี่หนา ไ่ม่มีใครจะได้เป็นในสิ่งที่ตัวได้เป็นตลอดไปหรอกลูก
เราจะต้องเตรียมตัวเอาไว้เสมอที่จะเป็นได้ทุกอย่าง
เราควรพร้อมทำอะไรก็ได้ จริงๆนะลูก
ก่อนจบ กระซิบอะไรให้นิดนึง เมื่อวานนี้ พ่อบอกว่า "ชอนซายา โกมาวอ"
แปลว่า ขอบใจมากนะลูก ... อ้อ แม่ลืมไป แม่ไม่ต้องแปลให้ลุกฟังหนินา :)
หลายวันที่ผ่านมา แม่อยู่อย่างลุ่มๆดอนๆในอารมณ์ใช่ไหมจ๊ะ
วันที่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองเหนื่อยหนัก ต้องนอนสลบไสลเหมือนวันหนึ่งในช่วงก่อนไปพบคุณหมอ
เพืีอที่จะพบว่า หนูนอนรออยู่แล้ว เลย
สงสัยว่า วันนั้นจะเป็นวันที่สำคัญของลูกทุกช่วงเลยนะ
พอผ่านมา เช้าวันรุ่งขึ้น แม่ก็สดขื่น แต่มีอาการแพ้ ซึ่งหมายถึงชีวิตเลือดเนื้อของลูกยังอยู่กับแม่เมื่อตอนบ่าย
แพ้ได้วันครึ่ง วันนี้แม่เหนื่อยเล็กน้อย แอบวิตกนิดหน่อย
แต่แม่ตัดสินใจแล้วจ้ะ ว่าแม่จะยืนหยัดกับทุกสิ่งทุำกอย่าง
มีคนบอกว่า "ผู้หญิงนั้นอ่อนแอ แต่แม่นั้นเข้มแข็ง"
แม่อยากรู้จริงๆ อยากเห็นสปิิริตเข้มแข็งของความเป็นแม่ในตัวเองจริงๆ
ลูกด้วยใช่ไหมจ๊ะ ..
เรารักกันเนาะ ....
แม่
2006/8/11
ปล.1 แม่กำลังฟังเสียงขลุ่ยของอ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี มีความสุขมากจริงๆ เผลอแอบคิดไปว่า ลูกออกมาแล้วร้องเพลงพวกนี้ได้ คงตื่นตาตื่นใจพิลึกแท้เทียว
ปล2. พ่อบ้า ไปซื้อเครื่องคุยกับลูกในท้องมาแล้ว แล้วก็มานอนเล่นจิ้มพุงแม่ที จิ้มพุงตัวเองที (ส่วนใหญ่แกเล่นกับพุงกับเสียงหัวใจตัวเองมากกว่า) ความจริงเครื่องนี้เขาให้เริ่มใช้เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 24สัปดาห์ เฮ้อ .. เอามาอย่างนี้ ก็ยิ่งทำให้เราต้องนั่งนับนิ้วกันเมื่อยอีกนานเลยนะนี่ ..
1 comment:
ฮือๆ อาการแพ้ท้องผะอืดผะอมคลื่นไส้อาเจียน ใครหรือจะเข้าใจเท่าเราคนท้องเข้าใจกัน กอดคอกันเกาะโถเฟร้ย :*) (หัวเราะร่าน้ำตาริน อิอิ) เอ๊ย แต่กุ้งสี่เดือนแล้วหนิ คงหายแพ้แล้วดิ เรากอดโถคนเดียวต่อก็ได้ฟระ งือๆ
Post a Comment