วันนี้แม่อัพเดทไดอารี่ให้หนูดึกหน่อยจ้ะ
ตอนแรกกำลังขี้เกียจพอดี ไม่ใช่สิ เห็นว่า ทุกวันเขียนยาวจริงๆ กลัวหนูเบื่ออ่านเสียก่อนน่ะ
แต่คิดว่าคงไม่หรอกนะ หนูคงรักการอ่านเหมือนแม่กับพ่อนี่แหละ
วันนี้วันอาทิตย์ก็จริง แต่พ่อก็ต้องไปทำงาน เห็นแกบ่นๆว่าอยากเปลี่ยนงานจัง
อันนี้ไม่มีความเห็น เป็นพ่อแล้วน่ะ คงนึกถึงลูกมากยิ่งขึ้น ครั้งที่แล้วพ่อเป็นหนักกว่านี้อีกนะ
แกจะทำงานพิเศษตอนกลางคืนเลยแหละ
แต่หลังจากไปลองงานได้คืนเดียว แกก็ยอมแพ้ แม่เองก็ไม่เห็นด้วยเลย
ระหว่างรอพ่อ เลยรื้อหนังเก่าๆมานั่งดู ตอนแรกอยากดูระนาดเอกมาก เพราะอยากฟังเสียงระนาดเพราะๆ
แต่หาไม่เจอ เจอแต่ the knight's tale เห็นว่าลืมไปแล้วว่าเรื่องราวเป็นไงเลยดู
ดูแล้วรู้สึกว่า เหมือนตัวแทนของการแข่งขันฟุตบอลโลกสมัยอัศวินใส่เสื้อเกราะจริงๆ
มีการสลักชุดเกราะเป็นสัญญลักษณ์ไนกี้ด้วย
มีการเหยียดหยามกันระหว่างคน อังกฤษกับคนฝรั่งเศส แทบไม่ต่างกันเลย
ตกเย็น เปิดตราม่าอีกเรื่องมาดู เขามาถ่ายทำที่เกาะบ้านเรานี่แหละ เขาถ่ายให้ดูต้นสนต้นใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งเติบโตอยู่บนเกาะก้อนหินเล็กๆกลางทะเล
พ่อเลยเล่าให้ฟังว่า เขาชื่อ "ต้นสนพันปี" พันปีจริงๆลูก
การอธิบายในดราม่านั่นน่าประทับใจมาก เนื่องจากคุณพ่อในเรื่อง พาลูกสามคนไปเที่ยวที่นี่
แล้วชี้ให้ดู ให้ลูกๆเรียนรู้จากต้นสนที่เติบโตด้วยตัวเอง แม้ว่าก้อนหินจะไม่มีสารอาหารสำหรับการเติบโตของต้นไม้เลย
แต่เขาพยายามอยู่ให้ได้ และเติบโตด้วยตัวเอง
ภาษาของพ่อบิลล๊ของหนูเขาบอกว่า กินลมทะเลโต ฟังไม่ซึ้งเหมือนพ่อในเรื่องเลยเนาะ
เอาเหอะบางอย่างพ่อก็มีลึกซึ้งนะ ขอแอบวงเล็บหน่อยว่า น้อยกว่าแม่จ้ะ
หนูไม่ต้องผิดหวังนะจ๊ะ พ่ออาจจะไม่ใช่คน realiableเท่าไหร่ แต่เป็น realisticก็แล้วกันน่า
อย่างเมื่อกี้ มาลองภูมิความเป็นคนไทยของแม่ว่า
รู้มั้ยว่า ทำไมคนไทยเขาห้ามส่งของให้ด้วยมือซ้าย
แกเฉลยว่า เพราะคนไทยใช้มือซ้ายล้างก้นเช็ดก้น การส่งของให้ด้วยมือซ้ายจึงถือว่าไม่สุภาพ
หนูอย่าเพิ่งเห็นพ่อเป็นบาโบนะ แม่ว่าน่ารักดี
เอาหละ กูดไนท์จ้ะ
2006/8/13
No comments:
Post a Comment