Monday, April 30, 2007

เหนื่อย

รีอัน
ก่อนวันไปส่งคุณยาย เราพาหนูไปด้วยกันตลอดทั้งสองวัน
เพราะเห็นคุณยายเหงา เลยพาไปเที่ยวชมบ้านเมืองกันหน่อย
แต่เรามีกันแค่นี้ ไม่มีใครเฝ้าหนูแทนที่บ้าน หนูเลยต้องได้ออกไปด้วย
วันแรก .. หนูหลับยาวตลอด แต่ใครจะรู้ว่าหนูเหนื่อย หนูนอนหลับปุ๋ยอย่างอ่อนเพลียเมื่อถึงบ้าน
วันที่สอง .. หนูง่วงและหิว และ .. แม่ไม่รู้ แต่เราต้องกลับบ้านเร็วขึ้น เนื่องจากดูหนูไม่สนุกกับเราเลย
หนูหลับปุ๋ยต่อเหมือนเดิม

วันต่อมา .. เราออกจากบ้านแต่เช้าที่สุดเท่าที่จะพึงทำได้ เกือบสิบเอ็ดโมงเช้า
เพราะวันนี้เดินทางไกล เราเตรียมเสบียงไว้ระหว่างการเดินทางด้วย
เค้กบราวนี่ราดชอคโกแล็ตเต็มๆ ของขวัญจากคุณลุง (เนื่องในโอกาสอะไรไม่รู้)
แม่กินอย่างลืมตัว กลับมาถึงบ้านนึกขึ้นได้ว่าชอคโกแลตเป็นหนึ่งใน รายการของต้องห้าม
ของแม่ให้นมลูก .. ประเภทเดียวกับกาแฟ ว่า จะทำให้เด็กนอนไม่หลับ

เรื่องของต้องห้ามนี่ มีสองตำรา
ตำราหนึ่ง มีรายการมาว่า กินอะไรจะมีผลยังไง
ตำรานี้ทำแม่เครียด .. มีหลายอย่างที่กินประจำ ทำไงดี?

อีกตำราหนึ่ง เกิดจากหมอที่หน้าตาอ่อนวัยหน่อย ว่า
99เปอร์เซ็นต์ อาหารที่แม่กินไม่มีผลกับลูก


บางวันแม่ใช้ตำราแรก (ส่วนใหญ่)
บางวัน จะอ้างอิงตำราสอง

แม่ลืมทั้งสองตำราตอนกินเค้ก แต่นึกได้เมื่อหนูตาใสแป๋วตอนสามทุ่มกว่า จนถึงตีหนึ่ง
ไม่โยเย แต่ไม่มีง่วง โดปนมเรื่อยๆ
แต่แม่สิลูก ง่วงจนจะถือหนูไม่ไหวแล้ว
เมื่อนั้นแหละ จึ่งนึกได้ว่า วันนี้กรูกินเค้กชอคโกแล็ตไป เหอๆ

เมื่อวานนี้ .. เราพาหนูตะลอนไปกับพ่อ
เพราะแม่ไม่รู้เลยว่า พ่อจะพาเราไปไหนบ้าง
แต่แม่แค่ต้องการออกไปจ่ายตลาด กับกินข้าวกลางวัน
ในที่สุด ต้องติดรถพ่อไปถึงไหนๆ
ตอนแม่เข้าไปซื้อของ พ่อพาหนูกลับมานอนรอในรถอันอบอ้าว
แต่พ่อขี้เซา เขาง่วงจัด ทนไม่ไหว

ถึงบ้าน แม่ต้องเตรียมอาหารเย็นต่อ
พอหนูง่วง พ่อดันเล่นปั๊มมือหนู ทำหนูรำคาญงี่เง่าขึ้นมาพะเรอเกวียน
แล้วพ่อก็ออกไปธุระ

หนูงี่เง่า ร้องไห้ ตลอด
ให้แม่ตามหาสาเหตุ เนื่องจากหนูปฎิเสธนมแม่
อันดับแรกพบว่า เปียกเลอะเทอะเล็กน้อย แต่หนูคงรำคาญ
แก้ไขแล้ว .. ไม่หายอีก

อันดับสองพบว่า พ่อทำหนูเสื้อเปียกแล้วเปลื่ยนเสื้อให้หนูก่อนไป
ใส่เสื้อกลับด้าน เอา้ด้านตะเข็บเข้าด้านใน
เอ .. หนูรำคาญหรือเปล่า เอ้า เปลี่ยนเสื้อให้

หนูไม่หยุดร้องอีก ... อ้อ หนูก้นแดง
อ้าว ทายา แล้วเปลี่ยนผ้าอ้อมให้แทน

หนูก็ยังไม่หยุด .. เจ็บก้นหรือเปล่าลูก แม่พยายามจะไม่อุ้มท่าที่บีบก้นหนู
หนูร้องแบบ สุดชีวิตเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง โดยไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่หยุด
ยิ่งให้นม ยิ่งโกรธจัดมากขึ้น

หนูร้องจนเสียงแหบแห้ง แม่คอยเอาน้ำหยอดปากหนู กลัวคอแห้งแล้วจะทรมานกว่าเดิม
สงสารหนูจน แม่นั่งร้องไห้เองแล้ว
สุดท้าย หนูม่อยหลับไปเลย
แม่กอดหนู แล้วตระหนักดีว่า หนูเพลียสะสมขนาดไหน
ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันไหม กับเ้ค้กชอคโกแล็ตวันนี้ ที่แม่อยากทดสอบความแน่นอนของตำราด้วยการกินอีกรอบ

แต่สำหรับหนูคงปน
ความเหนื่อยอยากนอน แต่นอนไม่หลับ คงบีบคั้นให้หนูต้องกรีดจนกว่าตัวเองจะเหนื่อยเอง

แม่ผิดไปแล้วลูก ..
แม่จะไม่ทำหนูเหนื่อยอย่างนี้อีก


2007/4/30

Saturday, April 28, 2007

สี่สิบวัน

รีอัน ..เทวดาน้อย ลูกรัก

หนูอายุครบ สี่สิบวัน วันนี้จ้ะ ..
วันก่อน (แม่จำไม่ได้แล้วว่า วานหรือวานซืน)
พ่อชั่งน้ำหนักหนูด้วยการอุ้มหนูขึ้นตาชั่ง แล้วเอาหนูลงชั่งน้ำหนักตัวเองอีกครั้ง
หักลบกันแล้ว เหลือน้ำหนักหนู หกกิโล ..

แม่ตาเหลือก .. หกกิโล กินแต่นมแม่อย่างเดียวนี่เหรอ
หกกิโลที่เดือนเศษนี่นะลูกรัก..

แต่น้าปูยืนยันว่า ปกติจ้ะ ตอนนี้หนักได้เท่าไหร่ก็หนักเข้าไปเถิด
หน้าตาหนูจึงอ้วนยุ้ยเปลี่ยนไปจากเมื่อตอนแรกเกิดมากแล้ว
ถ้านอนอืดๆหน่อย หนูจะมีคางสองชั้น
คางหนูแน่นจนแม่กับคุณยายต้องช่วยกันงัด
เนื่องจากมีเม็ดผดเล็กๆขึ้นในซอกเหล่านั้น เราต้องช่วยกันทาแป้งบางๆให้ผิวหนูไม่ชื้น

บางที คุณยายบอกว่า อันนี้เกิดจากเราเวลากลางคืน
ที่เราสองคนกำลังกินนมและให้นมกัน ด้วยอาการเมาขี้ตาหรือเปล่า

วันนี้ เราพาคุณยายไปส่งแล้วหละ
แต่คุณยายและทุกคน เป็นห่วงว่าหนูจะเหนื่อย
เราเลยตกลงกันที่ครึ่งทาง ..
แม้ว่าคุณยายจะไม่อยากให้เราพาหนูระหกระเหินก็ตาม
แต่แม่ก็่ห่วงคุณยายเกินกว่าจะให้ เดินทางไปเองคนเดียว

กลับมาบ้านแล้ว แม่คิดถึงคุณยายมาก
บ้านเงียบไปถนัดใจ ..
แม่ต้องสร้างบรรยากาศให้คล้ายกับตอนที่คุณยายอยู่กับเรา
เพื่อให้หนูนอนหลับได้
ไม่รู้ว่าแม่หรือหนูกันแน่ ที่จะนอนไม่หลับ (ขำ..)

แม่เขียนถึงตรงนี้แล้วหนูก็ตื่น พอมาเขียนต่อ เขียนไม่ได้แล้วหละ
รักหนู

Sunday, April 22, 2007

หนูเจ็บ แม่ก็เจ็บ

รีัอัน ..


แม่มีเรื่องอยากเล่าเก็บไว้ให้หนูฟังหลายเรื่องทีเดียวนะ
แต่ไม่เคยเขียนได้เสร็จเสียที
จนวันนี้ แม่ตัดสินใจแล้วว่า เราคงได้เขียนวันละนิดๆ เอาแบบย่อๆก็พอ
ส่วนเรื่องหลายเรื่องที่สำคัญ เช่น หลังคลอด แม่คงย้อนมาเขียนอีกที

หนูเจ็บ แม่ก็ต้องเจ็บไปด้วยทุกทีเลยลูก
แม่ไม่ได้พูดให้ลึกซึ้งกินใจ สักนิดเดียว
มันเจ็บจริงๆจ้ะ ... เมื่อน้ำนมแม่คัดจนคั่งในเต้า แข็ง ที่เขาเรียกว่า
"ท่อน้ำนมอุดตัน"

ครั้งแรก .. เมื่อหนูท้องอืด ครั้งที่ผ่านมา ได้สามวัน
คุณยายจับหนูอดนมหนึ่งคืน
ส่วนแม่ ก็เฝ้าชะเง้อ เก็บนมไว้รอลูก เผื่อคุณยายเผลอ แม่จะไปแฮ๊บ หนูมาดูดนม
นอนไม่ได้นอน กินไม่เป็นอันกิน
หนูร้องจนเสียงแห้ง แม่ก็เครียดจนหัวฟูกระจาย

สองสามวัน ที่หนูท้องอืด ..
แม่ไม่สนใจ ใส่ใจดูแลตัวเองปล่อยให้นมคั่งจนเปียก เจ็บแล้วเจ็บอีก

ในที่สุด แม่พบว่า น้ำนมเริ่มไหลน้อยลง ..

เอ๊ะ หรือเราคิดไปเอง ?

จนกระทั่ง เจ็บที่ก้อนแข็ง เจ็บแบบน้ำตาเล็ด
จะบีบยังไงก็ไม่มีนมออกมาแล้ว

น้าปอนด์ .. สวมชุดขาวขี่ม้ามาช่วยแม่ ด้วยเสียงโวยลั่นก่อนเลยว่า
"เรื่องใหญ่แล้วค่ะ"
หลังจากนั้น แม่ก็ตกอยู่ภายใต้คำแนะนำของหมอปอนด์
จนอาการทุเลา ดีขึ้น

แ่ต่ก็ต้องอดทนอย่างมาก อย่างที่หมอปอนด์ บอกทีเดียว
แม่ต้องอดตาหลับขับตานอน บีบนม กดนม รีดนมที่มีก้อนแข็งเจ็บ เรือหายนั่นเลย
แล้วหนูก็เริ่มติดหวัดจากพ่อ

พ่อที่หลงไหล ชอบมาคลุกคลีกับหนู แบบไล่ไม่ไปน่ะแหละ

สองคืน .. บวกกับอาการเหนื่อยสะสม
แม่พบก้อนแข็งอีกสองก้อนอีกแล้ว เมื่อคืนนี้
รีบตาลีตาเหลือกลุกมาปั๊มนม .. แต่สายไปแล้ว
ตอนนี้ ระบบท่อน้ำนมในเ้ต้าแม่ คงพันกันยุ่งเหยิงไปหมด
แม่กำลังแก้ไขอยู่จ้ะ ..

แต่เจ็บเรือสองลำหาย .. ยิ่งกว่าเดิม ..

หนูเจ็บเมื่อไหร่ แม่ต้องเจ็บ(เต้า)น้ำตาเล็ดเมื่อนั้นเหมือนกันจริงๆ เห็นไหม ..


แม่กำลังรวบรวมสติ กำลังใจ ฟื้นฟูระบบท่อน้ำนม แบบไม่สามารถพึ่งพาอาศัยใครได้ อีกแล้ว
(เหมือนตอนคลอดเลย)





หนูจ๋า .. ขอให้ฟ้าเป็นใจ ช่วยให้แม่ทั้งฉลาดและเฉลียว ทั้งรอบคอบมากกว่านี้ด้วยเถอะนะ

รักหนูมาก
2007/4/22



หนูครบเดือนมาได้สองวันแล้ว ..
แม่ลองหยิบชุดอวกาศที่แม่พี่พิดชาส่งมาให้
พ่อหนูชอบมาก
หนูคอแข็งมากแต่แรกเกิดเลยลูก
จับยกขึ้นทีไร ชูคอแบบนี้ทุกที

เห็นแก้มหนูไหม
ตอนนี้ มีปุ่มขึ้นที่หน้า หัว คอ คล้ายผด
แม่กำลังหาทางกำจัดมันอยู่จ้ะ
หนูน้ำหนัก 5200กรัม เมือครบเดือน

เติบโตแข็งแรง สมบูรณ์ต่อไปนะลูก

Monday, April 09, 2007

น้ำเอ๋ย น้ำตา

รีอัน ..

แม่อยู่กับหนูทั้งวัน แต่บางขณะเท่านั้นที่จะมีสติ นอกนั้นแม่เหมือนยัยเพิ้ง ยิ่งวันนี้ด้วยแล้ว ..
คุณยายของพี่ม่ง มารับคุณยายจากเมืองไทยของหนู ไปขับรถชมดอกไม้จนถึงกินกลางวันด้วยกัน
แม่สนับสนุนให้สองยายไปด้วยกันเต็มที่
ส่งคุณยายหนูไปอย่างยอมรับทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ในวันนี้

แล้วแม่ก็ต้องกลายเป็นยัยเพิ้งเหม็นบูด ปล่อยสองเต้าโตงเตงเลี้ยงหนู
(ไม่ได้หยาบคาย แต่ทนตัวเองหมักกลิ่นนมเปรี้ยวไม่ไหว เลยต้องตากนมเสียหน่อย แหะๆ)

แม่ไม่เคยจินตนาการว่า เลี้ยงลูกแล้วจะเพิ้งบ้าได้อย่างนี้
มิน่า สาวๆสวยๆเขาถึงไม่ค่อยอยากมีลูก หรือไม่ก็ ไม่ค่อยอยากเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองกัน

วันนี้ ขณะแม่มีสติ เพราะหนูนอนหลับตา (ไม่หลับ แค่หลับตา)
แม่น้ำตาไหล เป็นครั้งแรกนะเอ้อ ..

ตั้งแต่ย่างเข้าสัปดาห์ที่สามมานี่
หนูตื่นถี่สลับกับตื่นปกติมาสองสามคืน
นอนไม่หลับภาคกลางวัน เพราะท้องอืด ดีดแล้วจะมีเสียงดัง ปุปุ..
แม้ว่านมแม่จะย่อยง่าย แต่ก็ใช้เวลานานอยู่
วิธีเดียวคือ ต้องให้หนูหลับ
แต่ท้องอืดเป็นอึ่งอ่างอย่างนี้ หนูหลับไม่ค่อยลง หรือไม่ก็หลับไม่สนิท
หนูคงเหนื่อยจัง แม่รู้

แม่ก็เหนื่อยจังลูก ..
แม่ทนตื่นกลางดึกไม่ค่อยไหว มาตั้งแต่สาวจัดๆโน่นแล้ว
แต่นี่ ควบมาหลายคืนแล้วโดยไม่ได้นอนชดเชย


แม่นอนคิดแล้วก็ ซาบซึ้งจนต้องลูบแก้มหนู
"แองเจิ้ลของแม่"
ว่าแล้วน้ำเอ๋ย น้ำตาก็ซึมออกมาจ้ะ

แม่เพิ่งดีใจที่มีตัวน้อยๆเล็กๆ กับเขา
บางทีแม่นึกถึงแม่แมว หรือแม่สิงห์โต ที่มันจะเลียเนื้อตัวลูกมันอย่างรักใคร่
โอ .. ลูกจ๋า แม่อยากทำอย่างนั้นบ้างจังเลย
แม่ไม่ได้กำลังสติแตก แต่นึกรักหนูจนอยากเลีย โอ๊ยยย ... จะไปกล้าบอกใครเขานี่

เหนื่อยจังเลยจ้ะ ..
นี่หนูนอนรอบสองของวันไปแล้ว
หนูเหนื่อยขนาดว่า แม่อุ้มหนูที่ดูดนมคาอยู่เดินเข้าห้องมา แล้วสะดุด
หนูตกปุ๊ ตรงเผงลงหมอนตัวเอง โดยไม่ลืมตาตื่น
นอนต่อไปเลย .. สุดยอดเลยลูกแม่

รู้สึกว่า บันทึกวันนี้ เขียนเหมือนหนังสือประเภทตลกแนวบ้าๆเลย
พอแค่นี้ดีกว่า แม่จะได้ไปนอนเก็บพอยต์ไล่หนูให้ทันจ้ะ

รักหนูแน่นอน
แม่
2007/4/9







เมื่อวานที่เราพาหนูไปกลางแจ้ง แม่เพิ่งสังเกตุเห็นอย่างชัดเจนว่า ผมของหนูสีน้ำตาล
แม่ งง และดีใจไปด้วยกัน อยากให้หนูมีผมสีนี้ไปตลอดจนโตเป็นหนุ่มจังเลย
ที่ว่า งงนั้น งงว่า หนูเอาสีผมนี้มาจากไหนน่ะจ้ะ

Sunday, April 08, 2007

21 วัน รีอัน (ภาคโมเดลน้อย)

รีอัน ..

วันนี้แม่ขอให้พ่อพาเราไปข้างนอกบ้าง หลังจากนอนอุดอู้อย่างเดียวในบ้านมาตลอด
21วันนี้แล้วลูก ..

พ่ออยากได้รูปหนูกับดอกซากุระ
แต่คงต้องรอปีหน้าแล้วหละ .. ซากุระรอเราไม่ไหว โรยเกือบหมดแล้ว
ที่ยังบานอยู่ก็หาจังหวะจอดรถไม่ได้

ในที่สุด หนูก็ได้ออกสัมผัสอากาศนอกบ้านครั้งแรก
พ่อคิดว่าหนูเป็นโมเดลทนแดด ทนฝน
แต่หนูสิ ร้องไห้จ๊ากเลย

นี่เป็นแดดแรกในชีวิตของหนู มันยังแรงเกินไปสำหรับเด็กอ่อน อายุยี่สิบวันอย่างหนูอยู่
ในทีุ่สุดพ่อก็ต้องยอมแพ้ ..
พอหนูกลับเข้ามาในรถได้ หน้าตาก็เปลี่ยนไป


แล้วหาวสุดใจ ..

กลับถึงบ้าน เราสองคนหลับเคียงคู่กันอย่างสนิทนาน สนุก แต่ว่าเหนื่อยค่ะ ..


วันนี้ไม่ว่างเขียนอะไรอีกแล้ว แอบหนีหนูออกมา นี่กำลังจะได้เวลาหนูตื่นแล้ว..

รักหนู

แม่..

Tuesday, April 03, 2007

ฮันโบรึม หนึ่งรอบจันทร์ สิบห้าวัน รีอัน

ลูกที่แม่กำลังรักมากขึ้น ... รีอัน

เรื่องความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จริงๆนะ
แม่รู้ตัวเสมอว่า แม่ชอบสับสนเรื่องความรัก
ถามตัวเองเสมอว่า อย่างนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า รัก
เรารักหรือยัง?
หรือไม่ก็ ..ทำไมเราไม่เห็นรักง่ายๆเหมือนคนอื่นๆเขานะ

แม่หาตัวตนของความรักไม่เจอง่ายๆหรอกลูก
รอจนกว่า จะเห็นชัดขึ้นมา เมื่อนั้นแหละ แม่ถึงจะรู้..

แม่ได้ยินคนพูดเสมอว่า รักของผู้หญิงเรา เริ่มจาก1ไปหา100
ตรงข้ามกับผู้ชาย

แม่ไม่พูดถึงเรื่องของผู้ชายดีกว่า แม้ว่าหนูจะเป็นผู้ชาย

แต่แม่ขอยืนยันว่า ผู้หญิงแบบแม่ เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ความรักของแม่จะค่อยๆเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
และฝังรากลงลึกเรื่อยๆด้วยเช่นกัน

จำได้ไหม ..
แม่ไม่ได้ร้องไห้ในห้องคลอด (แต่พ่อบอกอย่างประทับใจตัวเองว่า พ่อน้ำตาไหล)
สำหรับแม่ตอนนั้นไม่มีความประทับใจ หรือปลื้มปิติหัวใจบานแฉ่งเลยสักนิด
จำได้อย่างเดียว คือ กลิ่นของลูกในอ้อมกอด ว่าหอมเหลือเกิน
และคงไม่ลืมกลิ่นนั้นไปตลอดแน่ๆ
นอกนั้นแม่นอนสั่น ฟันกระทบกันกึ้กๆเลยลูก
(หมอบอกว่า เพราะร่างกายเสียเลือดไปมาก)


จำเสียงร้องของลูกได้อีกอย่าง มันติดหูจริงๆ

วันนี้หนูอายุได้ สิบหกวันแล้ว
อายุความเป็นแม่ของแม่ด้วยเช่นกัน
แม่จะเขียนถึงหนูที่อายุสิบหกวันนี่แหละ
ว่าหนูเปลี่ยนไปยังไง
และแม่เปลี่ยนไปยังไงด้วย

แม่รู้สึกเหมือนหนูมองเห็น
แต่ทุกคนยืนยันว่า หนูยังมองไม่เห็น

แต่แม่เห็นสายตาหนูสนองตอบ เวลาแม่เปิดนมเตรียมให้หนู
หนูเหมือนจ้องจะงับแล้ว
มีครั้งหนึ่งที่หนูงับเหมือนปลาฮุบเหยื่อจริงๆ โดยไม่พลาดเป้า
เอาหละ หนูจะมองเห็นหรือยัง ไม่สำคัญแล้ว
แม่ขอเหมาของแม่เองว่า หนูกับแม่เราเห็นกันแล้วกันเนาะ


เวลาหนูมองดูแม่แล้วยิ้มให้
มันเป็นยิ้มที่ทำให้แม่ตกหลุมรัก หนุ่มน้อย(มาก)คนนี้ได้ทันทีเลยแหละ


หนูยังคงชอบมองกล้องนิ่งๆเวลาถ่ายรูปเหมือนเดิม
บางทีก็ยิ้มให้ .. บานแฉ่งบ้าง
โพสต์ท่าที่ต้องการบ้าง

สองวันก่อน ทำยังไงหนูก็ไม่ยอมนอน
แม่ให้นมตามที่หนูอ้าปากขอตลอด
หนูตาปรือเวลานอนดูดนมเพลินๆ
แล้วฉับพลันก็จะลืมตาปิ๊งขึ้นมา เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบ

แม่ไม่ไหวแล้ว ยกหนูไปให้คุณยายที่อีกห้อง
แล้วกลับมานอน ..
คุณยายอุ้มมาคืน แล้วบอกว่า หนูตดแล้ว

อ้อ อย่างนี้นี่เอง คุณยายจับหนูไประบายลมออก
ส่วนหนูน่ะ อึดอัดนอนไม่หลับ ได้แต่อ้าปากขอนม
หนูคงคิดว่า ดูดนมแล้วมีความสุขจะได้หลับได้

แม่เีรียนรู้ข้อที่หนึ่งค่ะ

วันต่อมา หลังจากคุณยายตรวจดูพุงหนูว่าแน่นปั๋งแล้ว
ก็สั่งไม่ให้แม่ให้นมหนูอีก
ว่าแล้วคุณยายก็ห่อตัวหนูอย่างอบอุ่น แล้วบรรเลงการกล่อม
หนูนอนนิ่ง จนหลับไป

แม่เรียนรู้วิธีกล่อมหนูนอนอีกข้อค่ะ

วันต่อมา แม่ถามอาจุมมา*ที่มาช่วยแม่ดูแลลูก
ถึงวิธีต่างๆของเกาหลี
เขาใช้"ยาแก้ตกใจ" กัน
ว่าแล้วอาจุมมาก็เทออกมาสองเม็ด จับหยอดปากหนู
แม่นี่ใจร้ายเหลือเกิน ปล่อยให้อาจุมมาทดลองวิธีใหม่ โดยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนอะไรเลย

วันนั้นทั้งวัน หนูนอนดีมาก นอนดีจนแม่คิดว่า หนูคงเมาเสียมากกว่าหละ
ไม่เอาแล้ว แม่คงไม่ใช้ยาสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างนี้อีก

แต่วันนี้แม่ได้มีโอกาสกล่อมหนูด้วยตัวเอง
แม่ฮีมเพลงไปเรื่อยเปื่อย เท่าที่จะนึกออก
ห่อหนูด้วยผ้านุ่มๆ อย่างอบอุ่น เหมือนที่คุณยายทำ
บางตอน นึกเพลงไม่ออก แม่ก็แต่งเมโลดี้ของแม่เองหละ
ในที่สุด หนูก็ตาปรือหลับไป โดยปราศจากนม

โอ้วววว .... แม่ทำได้แล้ว แม่เป็นแม่ไปอีกหนึ่งบทเรียนแล้วลูก
ดีใจจัง

ก่อนหน้านี้ วิธีที่แม่ใช้ให้หนูนอนคือ ปล่อยให้หนูนอนดูดนมจนหลับ
แต่หนูไม่ใช่ตุ๊กตา พอย่างเข้าอายุสิบวันขึ้นมา วิธีนี้เริ่มใช้ไม่ได้แล้ว

หลังจากนี้ อีกเมื่อไหร่ หนูจะไม่ยอมให้แม่กล่อมนะ
ถึงตอนนั้น แม่จะงัดวิธีไหนออกมาดีหนอ

ตั้งแต่คืนที่แม่อุ้มหนูไปส่งให้คุณยาย
แม่ก็ตั้งใจว่า จะพยายามจนถึงที่สุดก่อน
ถ้าไม่ที่สุดจริงๆ จะไม่กวนคุณยายหละ
หลังจากนั้นเป็นต้นมา
หนูนอนดีมาก ในคืนแรก นอนมากกว่าตื่นมากินนม
(แม่คิดว่าหนูเมาไงลูก)

เมื่อคืน หนูตื่นตามเวลาทุกสองชั่วโมงเป๊ง
หลังจากอิ่มนมหนูก็จะผละออก แล้วหลับเองเลย

แม่เคยคิดว่า การต้องตื่นกลางดึกมาให้นมลูกนี่
สุดจะยอดทรมาน
ตอนนี้แม่ก็ยังไม่เปลี่ยนความคิด
ดีอย่างเดียว ที่แม่ไม่ต้องสะลีมสะลือไปชงนมใส่ขวด
แค่เปิดให้หนูดูดก็จะแย่แล้ว
บางครั้งแม่เคยปล่อยให้นมที่แน่นคัดเต้า หยดไหลใส่ผ้าห่อหนูตั้งนาน
ตื่นมาเก็บเต้า แม่ก็ยังงง ว่านี่เราตืนมาให้นมตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่รู้ว่าละเมอให้นมลูกหรือเปล่าหละนี่ ...


เวลาหนูร้องไห้เสียงดัง
เพราะแม่งุ่มง่ามเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ช้า
แม่รู้สึกตัวได้เลย ว่าแม่ยังสามารถข่มใจทำเสียงอารมณ์ดีอยู่ได้
ทั้งที่ใจยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว
แม่ตั้งใจทำเสียงอารมณ์ดีๆ พูดกับหนูตลกๆ
(หวังว่าหนูฟังออกแล้วจะหัวเราะออกมาแทนน่ะ)
รู้สึกความเปลี่ยนแปลงในตัวอย่างชัดเจนเลยว่า
"นี่เราทำได้หรือนี่.. ุถ้าไม่ใช่แม่คงทำไม่ได้"

แม่ค้นพบว่า ยิ่งหนูโตขึ้น รู้ความมากขึ้นเท่าไหร่
หนูกับแม่จะมีปฎิสัมพันธ์กันมากขึ้น สื่อสารกันมากขึ้น
นี่ยังไง ที่แม่บอกว่า แม่กำลังเพิ่มพูนความรักขึ้นเรื่อยๆน่ะจ้ะ

ที่มานั่งพิมพ์ นี่เพราะหนูยอมให้แม่กล่อมจนหลับ นอนนิ่งๆไปแล้ว
น่ารักเสียจริง เด็กดีของแม่ ..

แม่จ้ะ ..

**หนูเกิดมาทันโครงการรัฐช่วยเลี้ยงลูก พอดีเลย
อาจุมมาบอกว่า มาบ้านเราเป็นครอบครัวที่สอง
อบรมเดือนกพ. แล้วเริ่มปฎิบัติงานเดือนมีค.
ทำไมพอดีกันอย่างนี้หละจ๊ะ








อายุสิบห้าวัน ตัวเริ่มพองขึ้นแล้ว
จบกันที ความเหี่ยวแรกเกิด อิอิ

Monday, April 02, 2007

ชีวิตใหม่ "เด็กชายรีอัน ชอน"





ลูกแม่..

หลังคลอด แม่ได้นอนในรพ.แค่สองวันครึ่งเท่านั้น
เราประสบความสำเร็จในการคลอดกันเองลูก
ในความเป็นจริง ..หมอน่ะ เขามีหน้าที่แค่มารองรับเวลาหนูออก
ช่วยพิจารณาว่า ตอนไหนจัดการเปิดประตูรับหนู (กรีด)
หรือจะเปลี่ยนเป็นผ่าคลอด ซึ่งตอนนั้นหมอคงได้ทำงานเต็มๆ

หลังจากเปิดประตูปล่อยหนูออกมา ก็ปิดประตู(เย็บ) น่ะเอง

อาจจะมีคนไม่คิดอะไรกับการผ่าคลอด
แต่หนูเอ๋ย ... แม่กลัวมันขึ้นสมองเชียวหละ

แอบเห็นห้องติดกัน นอนหมดความรู้สึกในรถเข็นคนไข้
ถูกเข็นกลับห้องมา ... น่ากลัวจัง
ไม่เหมือนคนคลอดลูก แต่เหมือนคนผ่านสงครามมากกว่า



ปาป๊าหนูถามแม่เป็นการส่วนตัวว่า
แล้วนี่มีอีกคน จะไหวเหรอ ?

แม่รู้สึกดีใจที่ได้ให้พ่อของหนู ได้มีโอกาสเห็นการต่อสู้แห่งชีวิตแบบนี้
ในเวลานั้น ไม่มีใคร มีแต่แม่เท่านั้นที่จะให้ชีวิตลูกได้
ตอนที่แม่เบ่งแล้วหัวหนูโผล่ แล้วผลุบเข้าไปอีก เพราะแม่หมดแรง
ในที่สุด แม่ถามพยาบาลว่า ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วหรือ
แต่ก็ไม่ได้หมายความถึงการผ่าตัด
คุณพยาบาลแสนดีตอบว่า
ไม่มีค่ะ .. มีแค่แรงคุณแม่คนเดียวเท่านั้น

ตอบได้น่าชื่นใจมาก ..

แม่เล่าอย่างนี้ หนูจะได้รู้ก่อนที่จะมีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเอง
ว่าสมควรหรือยัง ที่เพศแม่ควรได้รับการยกย่อง
ดูแลและรัก ผู้หญิงเพศแม่ให้มากๆนะลูก


แม่ไม่รู้เลยว่า การดูแลตัวเองหลังคลอดจะยุ่งยากมากมายขนาดนี้
ตอนนี้แม่ยังต้องแอบคุณยายออกมาใช้คอมพ์เลย
ขอบันทึกวันละสั้นๆก่อนแล้วกัน
หลังจากนี้เมื่อแข็งแรงกว่านี้ แม่มีเรื่องอยากเล่าเยอะแยะเลย

อ้อ หนูเปลี่ยนชื่อแล้วนะลูก

ีเด็กชายรีอัน ชอน
หรือเรียกตามแบบเกาหลีได้ว่า "ชอนรีอัน"ค่ะ
แปลตรงตัวว่า ผู้เห็นอนาคต ผู้หยั่งรู้ ผู้มองการณ์ไกล

ที่สำคัญ ความหมายนี้ต้องรวมกับนามสกุลตัวนี้เท่านั้น

พ่อโม้ว่า ทั่วประเทศเกาหลี อาจจะมีหนูคนเดียวที่ชื่อนี้

รู้ว่าพ่อคุย แต่แม่ก็อยากเห็นด้วยจริงๆ

แล้วแม่จะบอกอีกทีนะ ว่าทำไม ..

รักจัง
แม่หนู