Tuesday, March 27, 2007

มนุษย์แห่งโลกสีฟ้า

กำหนดคลอดชอนซา วันที่ 17 มีค. 2007
แต่คุณหมอทำนายทายทัก ด้วยวิธีตรวจความพร้อมของมดลูก
แล้วบอกว่า น่าจะเลทกว่ากำหนดสัก 1-2 สัปดาห์

วันที่ 16 ไปพบหมอ.. ไม่ใช่ตามนัด แต่วางแผนเอง
ขอให้หมอตรวจปากมดลูกอีกครั้ง
แต่หมอบอกว่า รออีกสัปดาห์ดีกว่านะ

หมอนะหมอ หมอไม่รู้เลยว่า
นั่นเกือบทำให้คนเชื่อตำราต่างภาษา แทบจะทะเลาะกัน


วันที่ 17ผ่านไป อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่เชื่อหมอแล้วจะเชื่อใคร

วันที่ 18 รู้สึกว่าวันนี้ท้องมันหนัก และแข็งบ่อย
แต่ก็ยังคิดว่ามันปกติ

สี่โมงเย็น ตกใจมากเมื่อเห็นเลือด
จำได้ว่า อ่านจากหนังสือบอกว่า
ถ้ามีมูกเลือดออกมา ให้รพ.ได้เลย

ซับดูครั้งแรก เป็นเลือดเฉยๆ
นั่นเป็นวันอาทิตย์ พ่อชอนซาอยู่บ้าน
แกแ้จ้งให้ทราบตามความรู้ของแกว่า
เลือดอย่างนี้คือ "อีซึล" (แปลว่า น้ำค้าง)

แถมท้ายด้วยว่า "โอ๊ยย อีซึลส่องแสงแล้วเขาก็ยังต้องรออีกตั้งสี่ห้าวัน"

เข้าห้องน้ำอีกครั้ง คราวนี้ มูกเลือดมาตามสัญญา
มูกเลือดจริงๆ
ความตกใจ ร้องว่าไม่ไหวแล้วๆ ต้องไปรพ.

แต่ย่าชอนซา นัดทานข้าวด้วยกันเอาไว้แล้ว
ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องไปตามนัด
ท้องเริ่มปวด บีบแล้ว

หยิบนาฬิกามาผูกข้อมือ คอยสังเกตุความถี่
สามสิบนาที ครั้ง

เอาหละ ยังไม่เป็นไร


กินหมูย่างไม่อร่อยเลย
ค่อยๆกิน กินได้น้อยมาก
ปวดท้องหน้าบี้ เป็นพักๆ
ตำราเกาหลีทั้งหลาย ยังนั่งกันสบายใจ
เพราะเชื่อว่า ยังอีกนาน

ออกจากร้านอาหาร
ระดับความถี่ เปลี่ยนเป็น สิบห้านาทีครั้งแล้ว

พอกลับเข้าบ้าน ก็เข้าห้องน้ำ
หัวใจจะวาย มูกเลือดชักจะเข้มข้นขึ้น
ที่สำคัญ มีก้อนเนื้อขนาดจุกคอร์ก ตกในโุถ
อันนี้แม่อิฉัน(คุณยายชอนซา)ตกใจแล้ว แม่ว่า เกิดมาไม่เคยเห็น ..


ตอนนั้นประมาณ สองทุ่ม
เป็นสัญญาณให้สอง(คน)ทุ่ม(เถียงกัน)
ตำราเกาหลี บอกว่าอีกนาน
อิชั้นหละอยากจับทุ่ม ตัวเองมาปวดเองเอาไหม?

กว่าจะตกลงกันได้ ไปนอนรพ.เมื่อตอนสี่ทุ่ม
พยาบาลตรวจปากมดลูก ผลคือ เปิดแล้วสองเซ็นต์
ต้องแอดมิทเลย

ห้าทุ่มเปิด สามเซ็นต์
เที่ยงคืน เปิด สี่เซ็นต์


นอนรอถึงตีหนึ่ง
เริ่มปวดมากแล้วถี่ขึ้นด้วย
บอกก่อนนะ แม่ชอนซายังไม่ร้องโอดโอยมาก ตอนนี้

พยาบาลจับย้ายเข้าห้องเตรียมคลอด (ติดกับห้องคลอด)
ตรวจปากมดลูกอีกครั้ง ห้าเซ็นต์

พยาบาลบอกว่า ยังอีกไกลค่ะ อาจจะพรุ่งนี้เช้าก็เป็นได้

แล้วพยาบาลก็ปล่อยให้นอนรอ
ขอแอปเปิ้ลสักชิ้นเถอะนะพ่อ หิวจัง
จะคลอดกันอยู่แล้วยังห่วงกิน
แต่พอพ่อชอนซากลับมา โดนพยาบาลฉีดน้ำยาสวนอุนจิแล้ว
อดเลย ไม่ได้แล้ว หลังจากนี้กินอะไรไม่ได้อีก


ตีสองเริ่มต้องเบ่งช่วยให้ชอนซาดันปากมดลูกแล้วหละ

การเบ่งนี่ เราไปเผลอเบ่งขึ้นหน้า
หน้าดำหน้าแดงเสียนาน
ไม่ช่วยอะไรชอนซาน้อยเลย

เมื่อก่อนอ่านหนังสือ ได้ยินคำว่า "ลมเบ่ง"
ก็นึกเอาเองว่า ลมเบ่งคือ พลังภายในที่จะทำให้เราเบ่งได้โดยอัตโนมัติ
ไม่ใช่อย่างที่คิดเลยสักนิด

ลมเบ่งคือ ความทรมาน ว่าฉันต้องเบ่งแล้ว มาช่วยทำอะไรให้ทีสิ
กลางดึกอย่างนี้ หมอไม่มานั่งรอง่ายๆหรอก
เบ่งตั้งแต่ตีสอง
สองชั่วโมงผ่านไป
นานเหมือนสิบปี
นานจนลืมตัวเอง

นานจนเผลอคิดไปว่า
นี่ชั้นคือใคร
นี่ชั้นมาทำอะไรที่นี่
รู้แต่ว่า มีหน้าที่เบ่งอย่างเดียว

ทำไมหมอไม่มา
ถ้าหมอมา จะมีกำลังใจจะเบ่งให้สุดใจ
แต่หมอภาคดึกเล่นตัวมาก
ไม่ปรากฎกาย ถ้าไม่เจียนคลอดแล้วจริงๆ
หมอใจดำ... :(

พ่อชอนซา ง่วงมาก ตอนไหน นอนรอลมเบ่งนาน
ก็จะเผลอวูบหลับไปที่เตียงข้างๆ
แม่หมั่นไส้พ่อมาก พอปวดท้องทีก็ได้โอกาสทุบพ่อที
ันั่นเป็นสิ่งที่ช่วยให้ปวดน้อยลง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
(ลมเบ่งไม่ได้มาตลอดเวลา พอปวดท้องจะมี พอหายปวดก็หยุด
และสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ นอนรอ)

บางที อยากลงไปนั่งแบบนั่งยองๆเบ่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ไม่ชอบท่านอนที่สุด ไม่มีแรงเลย
แต่พยาบาลอนุญาติให้แค่ได้ลองเบ่งใ้นท่านั่งเท่านั้น
แล้วก็ต้องกลับลงนอนให้แกจิ้มตรวจความกว้างของปากมดลูกต่อ

พยาบาลให้สัญญาณความอุ่นใจ
ด้วยการโกนนิดหน่อย อย่างมืออาชีพ


ในที่สุด หมอก็ปรากฎตัว
พยายามเบ่งอย่างสุดใจ เหมือนนักเรียนตั้งอกตั้งใจทำข้อสอบอวดอาจารย์
สองทีเท่านั้น ถูกสั่งย้ายห้อง
ต้องลงเดินเองฮ่ะ ..
รู้สึกเหมือนมีอะไรคาค้ำอยู่ตรงสุดทางออก
เดินกางขานิดๆ ..

กรูหมดแรงแร้ว แร้วนี่จะเอาพลังที่ไหนไปเบ่งต่ออีกหละนี่

ขึ้นเตีียงได้ ก็อุ่นใจ
เหมือนกำลังจะได้รับความช่วยเหลือ หลังจากดิ้นรนด้วยตัวเองมานาน

รู้สึกเหมือนของแหลมจิ้มที่ตรงนั้น
ไม่รู้ว่าอะไร แต่เจ็บแค่นี้เล็กน้อยมาก

ขณะเตรียมตัวนั้น ได้ยินพยาบาลถามพ่อชอนซา
"จะเป็นคนตัดสายสะดือเองไหมคะ? "
แล้วพ่อชอนซาก็ได้ใส่เสื้อเขียว ถือกรรไกรเตรียม
แอบเห็นด้วยหางตา
เอาหละ ทุกอย่างพร้อม . . .

เบ่งอีกครั้งสองครั้ง ก็รู้สึกอะไรอุ่นจัดๆ ไหลพรวดออกมา
ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วว่า เขาดูดปากจมูกเด็กก่อน แล้วค่อยช่วยนำเบ่งที่เหลือ
หรือว่าชอนซาไหลออกมาเลย

โดนเขากรีดแน่นอน แต่กรีดกันตอนไหนไม่รู้เรื่องเลย

ไคล์แมกซ์ที่อยากมีประสบการณ์ อยากสัมผัสนักหนา
คือตอนที่ชอนซาไหลออกมานี่แหละ
อุ่นจัดมาก .. และรู้สึกดี
ชั้นเป็นแม่แล้ว ... ด้วยตัวเอง

น้ำคร่ำแตกตั้งแต่ตอนเบ่งที่ห้องเตรียมคลอด

บางทีมาคลอดตอนกลางคืนก็ดีเหมือนกัน
เพราะสามารถโวยวายได้เต็มที่ ไม่ต้องอายใคร

ชอนซาเสียงดังมาก
นอนร้องตัวยืดๆ แว๊ๆ ๆ ๆ อยู่บนผ้าเขียวๆ ในเตียงเล็กใกล้ๆ
โห ... ทำไมใหญ่กว่าที่คิด
นี่เหรอ น้ำหนัก 3.1 ไม่ใช่หละม๊าง

เคยได้ยินบางคน บอกว่าได้ยินเสียงลูกแล้วน้ำตาไหล

ทำไมของเราไม่มีอารมณ์ไหลวะ ?
นอนหอบหายใจระทวย
หมอเย็บแผลนานมาก
รู้สึกเจ็บเหมือนกัน แต่ไม่เกินทน

สักพัก พยาบาลเอาไอ้หนูตัวยาวๆ ห่อผ้ามาใส่อ้อมกอด

ก็ได้ยินบางคนว่า อีกนั่นแหละว่า พอลูกมาให้กอดน้ำตาไหล
ของเราก็ไม่ไหลอีกนั่นแหละ

ก้มลงระดมจูบลูกที่หน้าผาก
เท่านั้นเอง ชอนซาเสียงดังก็เงียบปริ๊บ เหมือนกดปุ่ม
เห็นชอนซาตาแป๋ว มองพ่อที่ยืนอีกด้านของเตียง

กลิ่นชอนซา หอมจัง หอมแบบกลิ่นเด็ก
หอมพิเศษ หอมแบบ หอมแล้วอยากหอมอีก
เลยจูบเอาๆ อย่างเดียวเลย ที่หน้าผาก

แล้วพยาบาลก็พาไป
แม่นอนเย็บจนเสร็จ ตัวเริ่มสั่น
หมอบอกว่า เพราะสูญเสียเลือดจำนวนมาก
ปากคอคางสั่นไปหมด
พยาบาลเอาผ้าห่มมาห่อตัวให้ แล้วนั่งรถเข็นกลับห้องพัก

เรี่ยวแรงหายไปหมด
ได้ยินว่า เขาแจ้งเวลา
ว่าอีกกี่ชั่วโมงจะพบชอนซาได้อีกครั้ง
อีกกี่ชั่วโมง จะได้ทานข้าวเช้า


สิ่งที่จำได้คือ
ชั่วโมงหลังจากนี้ ต้องต่อสู้กับความหิวมากมาย
แต่สถานะเรากลับกลายเปลี่ยนไปแล้ว
ไม่ใช่คนกินอะไรก็ได้เมื่อสักครู่
เสบียงที่พ่อชอนซามี ได้แต่โยเกิร์ต และผลไม้ในตู้เย็น
เกือบได้กินโยเกิร์ต แต่นึกขึ้นได้เลยโทรกลับไปถามคุณยายชอนซา
คำตอบคือ ห้ามกินของเย็นๆแล้วตอนนี้
ตามกฎคนหลังคลอด

ทั้งๆที่หิวไส้จะขาด
แต่กลัวผลแห่งการฝ่าฝืนกฎหลังคลอดมากกว่า
ได้ยินจากหลายๆคน บอกว่า ร่างกายเปลี่ยนไป
เวลาอากาศหนาว เหมือนหนาวเข้ากระดูก
หนาวสั่นกว่าคนปกติทั่วๆไป

เลยต้องนอนนับเวลารออาหารเช้า
ได้ยินเสียงชอนซาร้องไห้ลั่นแว่วมา
ห้องเด็กอ่อน อยู่หน้าห้องพักนี่เอง
โถ ชอนซาคงร้องไห้คิดถึงแม่ ...

ขอพ่อให้ไปพาชอนซามา
ผลคือ ไม่สำเร็จ
พยาบาลบอกว่า ชอนซาต้องการเวลาคายน้ำคร่ำ
เป็นเวลา 6ชั่วโมงอย่างน้อย
แล้วจึงจะ้กลายเป็นมนุษย์โลกสีฟ้าอย่างเต็มตัวได้

นอนไม่หลับเลย
หิว และ อยากกอดชอนซา ..

คืนนี้เ็ป็นคืนที่ทรมานคืนหนึ่งในความทรงจำ
(ยังหารู้ไม่ว่า นี่เป็นแค่บทเริ่มต้น เดี๋ยวมีทรมานกว่านี้อีก จะเล่าต่อๆ จากนี้แหละ)

2007/3/19



ชอนซาคลอด ณ เวลา 4.12 am.



วันที่หนึ่งบนโลกของชอนซา
อายุ 6ชั่วโมง

Thursday, March 22, 2007

ชอนซา มาแล้ว

แม่ปิเดาถูกเผงเลยค่ะ ... ชอนซาออกมาชมโลกแล้ว

มีเลือดออกตอนเย็นวันที่ 18
(เห็นไหมว่า ชอนซาตรงเวลา ..กำหนด17 ถีบจุกถุงออกวันที่18เลย)
ทุกอย่างเสร็จสิ้นกระบวนการวันที่ 19เช้า

วันที่21ตอนสายๆกลับบ้านแล้ว และกำลังเริ่มต่อสู้กับอาการเจ็บปวดหลังคลอด
เดี๋ยวแวะมาเล่าให้ฟังเร็วๆนี้ค่ะ


ออกมาแค่ 2-3วัน ชอนซา มีรูปถ่ายหลายใบแล้วค่ะ
เดี๋ยวแวะมาแปะประกาศ เร็วๆนี้แหละ

Friday, March 16, 2007

เด็กดี

Good boy ! 우리천사

ก่อนเริ่มเขียนทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้
แม่กุ้งอยากขอบคุณแม่โรสจากใจจริงมากๆ จากใจจริง
ที่ตามติด การออกมานอนยิ้มของชอนซา อย่างเกาะติดสถานการณ์จริงๆ
ทั้งๆที่เราอยู่ไกลกันแสนไกลกันนัก ..

เข้ามาทีไร พบความห่วงใย และอยากรู้ความเป็นไปทุกครั้งอย่างนี้
รู้สึกดีๆๆๆๆๆ ดีมากมายเลย ขอบคุณจริงๆเลยค่ะ


ชอนซาของแม่ ..

วันนี้ไม่ใช่วันนัด .. และพรุ่งนี้ก็ไม่ใช่วันนัดตัวจริง
แม่ตั้งใจไปรพ.ด้วยตัวเอง
ไม่สนใจ วันนัดอะไรของหมอแล้ว
ความจริง เลทกว่าวันนัดหลายวันอยู่แหละ แต่คำนวณแล้ว อย่างนี้น่าจะดีกว่า
ก็เลยไปกันวันศุกร์ เช่นเมื่อก่อน

หมอคงงง กับ "วันนึกอยากมา" ของแม่ด้วยแหละ
พอไปถึง ก็ตามเคย แม่นั่งซักหมอ ด้วยคำถามซ้ำไปซ้ำมา
เรื่องของเรื่องทั้งหมด เกิดจากความกังวลใจ
จากคำพูดของพ่อ ที่บอกแม่แค่คร่าวๆ ไม่มีรายละเอียด
ว่าแม่อาจจะได้ถูกใช้ "ยาเร่งคลอด" กรณีหนูไม่มีอาการอยากจะออกมา
จนนานเกินไป ..

ก่อนได้อุลตราซาวด์ หมอพูดอย่างสบายใจแต่แบ่งรับแบ่งสู้
หมอคงรู้แล้วหละ ว่าแม่กังวลใจเรื่องอะไร
แม่ฟังหมอพูดแล้วรู้สึกดี
ความตั้งใจของหมอคือ ถ้าไม่จำเป็นก็อยากให้แม่ได้คลอดเอง
ถูกใจแม่กุ้งของหนูเป้งๆ แหละ
หมอคนนี้ เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ทำได้ดั่งใจแม่ดี
ไม่รู้ว่าเป็นลักษณะคุณหมออย่างนี้อยู่แล้ว
หรือว่าหมอจับจุดแม่ถูกก็ไม่รู้

นานมาแล้ว เมื่อครั้งที่แม่มาพบหมอคนนี้ครั้งแรก เมื่อสองปีกว่ามาแล้ว
แม่มาเพราะ ที่คลีนิคโน้นต้องการให้แม่รีบเอาตัวอ่อนเล็กๆในพุง
ที่ดูท่าทางแล้วอาการจะไปไม่รอด ออกซะ

ความที่แม่เป็นเพียงแค่ "ผู้ถูกแจ้งให้ทราบอาการตัวเอง" เท่านั้น
แม่ไม่ยอมอยู่เฉยๆหรอก
ดิ้นรนหาคลีนิคใหม่ .. เพื่อความแน่ใจ

และ ณ ที่นี่ หมอกลับแสดงอาการพิศวง เหมือนกับเข้าข้างแม่
สนับสนุนให้รอดูให้แน่ใจเสียก่อน แล้วค่อยทำอะไรที่เจ็บปวด
ในที่สุด ระยะเวลานั่นเอง เป็นสิ่งที่ำทำให้แม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

จนวันนี้ หมอยังคงทำได้ดั่งใจแม่เหมือนเดิม อีกแล้ว ..

หมอพูดได้จริงใจ และได้อย่างใจแม่มากที่ตั้งใจจะให้วิธีที่ดีที่สุดกับแม่
แต่หากถ้า ไม่ได้ แกก็มีวิธีจะทำให้แม่ยอมรับอีก

ในที่สุด เราก็ซาวด์ดูสภาพทั่วๆไปภายในครรภ์กัน
ก่อนอื่น หมอกดๆดูก่อน
แล้วแจ้งข่าวดีให้แม่ทราบ ว่าหนูเลื่อนลงมาจับจองที่ทางแล้ว
เป็นคำตอบของคำถามแม่ก่อนเข้ามา ว่า
อยากรู้ว่า หนูเลื่อนลงเข้าเชิงกรานหรือยัง?
แล้วการเลื่อนลงสู่เชิงกรานนั้น ควรจะเลื่อนกันเมื่อใด

เมื่อสักครู่นี้ หมอหัวเราะและยังตอบแม่ไม่ได้ แต่ชวนเข้าห้องตรวจกัน
ต่อจากการกด หมอให้คำตอบและยืนยันกันด้วย อุลตราซาวด์อีกครั้ง
แสดงให้พ่อดูว่า เห็นไหมว่า
มองหาศรีษะไม่ค่อยได้แล้ว แสดงให้เห็นว่าหนูเริ่มเลื่อนลงแล้ว

แล้วชี้ให้ดูน้ำคร่ำกับลักษณะของรก
ว่า น้ำคร่ำยังอยู่ในสภาพดี รกก็ได้แสดงว่ามีการเตรียมตัวแล้ว

จากทั้งหมด หมอไม่ให้คำตอบแน่นอนชัดเจน
แต่ชวนว่า สัปดาห์หน้าเรามาตรวจปากมดลูกกันอีกทีเถอะ
(เพราะแม่ชักนำให้หมอตรวจตอนนี้ ทันทีที่เห็นหน้า)
จนถึงเราจะตรวจความเครียดโดยผ่าน อัตราการดิ้น
อัตราการเต้นของหัวใจ ของหนูเหมือนครั้งที่แล้วอีกครั้ง

เมื่อรู้สภาพทั้งหมด แม่ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ชมหนูดังๆว่า เด็กดี ทันที

พอออกจากห้องหมอ พ่อบอกว่า
พ่อนึกออกแล้ว ครั้งหนึ่ง
อาจารย์หมอที่รพ.บอกเราว่ากำหนดของหนูคือ วันที่23
แต่เราสองคนยืนยันกับแกว่า 17ต่างหาก
แล้วเราก็แจ้งทุกคนมาตลอดว่า 17
ตอนนี้พ่อเพิ่งนึกออก ..

ความจริงสิ่งที่พ่อเล่า ถ้าใช้เหตุผลนิดนึง มันก็ไม่ถูกนักหรอก
แต่แม่ว่ามันฟังแล้วสบายใจดี เล่าให้คุณยายที่กำลังกังวลฟัง

เราแวะซื้อน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้า น้ำยาอาบน้ำสระผมโลชั่น
ให้หนูก่อนกลับเข้าบ้าน
แล้วแม่ก็เริ่มรู้สึก ความไม่สะดวกสบายของร่างกายท่อนกลางตัว
ในตอนเย็นมากขึ้นๆ .. นั่งไม่ค่อยลงแล้ว ..
เหมือนมีอะไรมาค้ำๆ .. อยู่ดีๆ ท้องแข็งปั้ก จนแม่ไม่สบายเอาเสียเลยจริงๆ

แต่แม่สบายใจ สบายใจมากขึ้นจริงๆ
รอหนูอย่างใจจดจ่อ และรู้สึกว่าวันที่เราจะได้พบกันใกล้เข้ามาอย่างรู้สึกได้จริงๆแล้ว ..

รักหนูจ้ะ

Wednesday, March 14, 2007

วันนั้นกำลังจะมาถึง

ชอนซาที่รัก..

วันนี้วันที่14แล้วจ้ะ ใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทีละวันๆ
หนูดิ้นน้อยลงแน่นอน ตามประสาเด็กใกล้คลอด
ทุกครั้งที่แม่จับเท้าหนู ที่หนูดิ้น แม่จึงจะรู้สึกถึงความเป็นจริง
ว่ามีหนูอยู่จริงๆในท้องแม่ ยังดิ้นอยู่ และยังรอวันพบกันอยู่

คุณยายมานั่งรอหนูได้วันสองวันแล้วหละ
ส่วนแม่ ยังจินตนาการถึงการมาของหนูไม่ออกเลย

เรายังคงยุ่งกับเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ลงตัว ในบ้านเรา
(แม่กับพ่อน่ะนะ)
หลายคนโทรมาถามไถ่กันใหญ่ ว่าคลอดหรือยัง
ท้องแม่ก็มีปรากฎการณ์หลายอย่าง อันซึ่งไม่แน่ใจ
เช่น ตื่นมาแล้วรู้สึกเจ็บไปหมด ตั้งแต่พุงด้านล่าง
จนถึงปากช่องคลอด

เวลานอนก็มักไม่พลิกตัว พอรู้สึกตัวปุ๊บ ก็เจ็บพุงด้านที่ถูกห้อยอยู่
ตกเย็น พุงก็มักจะหนักๆ ถ่วงๆ เสมอ
บางครั้งก็จะเจ็บแบบเสียวๆที่ปากมดลูก

หลายๆอย่าง ที่แม่ไม่แน่ใจสักอย่างว่าเราเหมือนคนท้องปกติหรือเปล่า

พุงโตๆอย่างนี้ แม่ก็ยังไปไหนมาไหนแบบเขินๆอยู่


ส่วนเรื่องความกังวลนะลูก แม่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปแล้วหละ
ถึงเวลาเราจะรู้เองว่า เราจะพบกันแบบไหน
แต่แม่รู้ึสึกว่า ชอนซากำลังจะเซอร์ไำพรซ์แม่ยังไงไม่รู้หละลูก

อยากพบกันจังเลย ..แม่จะได้เห็นชัดๆเต็มสองตาสักทีว่า ไม่ได้ฝันไป

2007/3/14

Saturday, March 10, 2007

เรารักษาสัญญา ตรงเวลากันเถอะนะ

ชอนซาจ๊ะ ..

แม่ขออนุญาิติวันนึง ขอแม่มีความกังวลหน่อยเถอะ
สัญญาด้วยความรู้สึกลึกๆ ว่า แม่จะหยุดความกังวลเอาไว้เมื่อปิดคอมพ์ ณ วันนี้ลง

ครั้งที่แล้วที่ไปรพ. แม่ได้ยินคุณหมอบอกแม่ว่า หนูอาจจะเลทได้1สัปดาห์
แต่ภาษาเกาหลี 1และ2 เสียงมันคล้ายกันมาก
แม่ฟังว่า 1 ยังลูบพุงบอกหนูทุกวันว่า ออกมาหาแม่เร็วๆ
แต่วันนี้พ่อบอกอย่างชัดเจนว่า หมอพูดว่า 2สัปดาห์

นั่นคือ ระยะเวลามากที่สุดแล้วที่หมอจะยอมให้เราอุ้มท้องไว้ได้

2สัปดาห์ ... แม่จะบ้าตาย

ไม่มีสัญญาณจากหนูเลยเหรอ ว่าจะมาแล้ว
หมอถึงได้ทำร้ายจิตใจแม่ ด้วยตัวเลขอย่างนั้น

พ่อบอกว่า หลังจากนั้นก็อาจจะต้องใช้วิธี การคลอดที่ไม่ธรรมชาติ
คือ 유도분만 แม่้ร้องโวยวาย ว่าไม่ผ่าๆ
พ่อต้องอธิบายว่า ไม่ใช่ผ่า แต่เป็นการใช้ยาเร่งคลอด

แม่ต้องกลับมานั่งวุ่นหน้าคอมพ์ อีกครั้ง
ทำไมการใช้ยาเร่งคลอด ไม่ใช่คลอดธรรมชาิติ
หาไปหามา เจอว่า หลายคนใช้ยาเร่งคลอดแล้ว
แต่ก็ใช่ว่าจะสำเร็จ ..

การใช้ยาเร่งคลอด จะทำให้มดลูกบีบตัวมากกว่าปกติ
ซึ่งแปลว่า ปวดนรก กว่าคนปกติเขาเป็นกัน

แม้ว่าปวดนรกแล้ว ก็ใช่ว่าเด็กจะหลุดผลอยออกมาให้เลย
บางรายปวดฟรี ปากมดลูกไ่ม่เปิด หรือเปิดแต่ไม่เปิดต่อให้
ในทีุ่สุด ก็ต้องจบด้วยการผ่าตัด

แม่อ่านแล้วอยากนอนระทวยตรงนี้

พยายามเสิร์ชหา ว่า มีวิธีการหรือปัจจัยอย่างอื่นช่วยไหม
เพื่อให้เร่งการคลอดได้อย่างเป็นธรรมชาิติ
จะให้แม่เดินวันละกี่กิโล ตอนนี้ยอมแล้วเจ้าค่า
(รู้ไหม ตอนนี้แม่อยากให้ตัวเองเป็นคนที่ขับรถไม่เป็นจังเลย)


แม่ชวนพ่อว่า วันศุกร์นี้ไปหาหมอกัน
นั่งเตรียมหาคำศัพท์ต่างๆ เอาไว้ถามหมอ
เพราะอยากรู้สถานการณ์ของตัวเอง

หนูจ๋า แม่ขอร้องตรงหน้าบล๊อกที่เราคุยกันทุกวันนี่แหละ
ออกมาง่ายๆนะลูก ออกมาให้ราบรื่น
จะให้ดีที่สุด ถ้าหนูเป็นเด็กที่เกิดมาสำหรับพ่อและแม่อย่างที่คิดมาตลอด
อย่าให้ต้องเลยกำหนดเลยนะหนูจ๋า

แม่จะเครียดจริงๆด้วยนะนั่นน่ะ
บ้างก็ว่า ยาเร่งคลอด มีผลข้างเคียงอีก
เอ๊า เอาเข้าไป

ก่อนจะจบความกังวลของแม่วันนี้ จะเล่าเรื่องแห่งความดีของหนูก่อน
ชอนซา แผลงฤทธิ์ ให้พ่อได้รับรางวัลสองชิ้นซ้อน จำได้ไหม ?
ชิ้นหนึ่ง คือคูปอง ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
แต่พ่อนอกจากตาุุถั่ว ความรู้สึกช้าแล้วยังขี้ลืมอีก

ณ วันนี้ เวลาผ่านไป4-5เดือนได้แล้วมั้ง
แม่ไม่มีอะไรให้พ่อกิน จะติดรถไปซื้ออาหาร พ่อก็ไม่ว่างให้อีก
เลยลงเอยที่กินนอกบ้าน
แล้วพ่อก็นึกถึงคูปองนี้ขึ้นมา ..

ระหว่างที่รอให้เจ้าของร้านพิจารณาว่า มาช้าสุดๆอย่างนี้ควรให้ดีหรือไม่
แม่ยืนเอาท้องโตค้ำโต๊ะ ให้เขาเห็นเลย
แล้วเราก็ได้กิน

รู้สึกได้ว่า พ่อเขาเขินมาก ที่มากินฟรี แต่เราไม่ได้เบ่งนี่นา
อาหารเป็นอะไร เราไม่รู้เลย
จนกระทั่ง หม้อใหญ่เบ้อเริ่มยกมาตั้ง
โอ้ววว ..... คือ ต้มยำทะเล เราดีๆนี่เอง
แต่เป็นทะเลยักษ์ค่า ตัวหย่ายๆ เนื้อเต็มๆ
สารพัดทะเลที่เราไม่ค่อยได้กิน (น่าสงสารเนาะ)

ก่อนกิน แม่บอกว่า ชอนซาช่วงนี้กินได้ไม่เยอะนะคะ
แต่พอหม้อยักษ์ถูกยกมาอย่างนี้
ชอนซาคงลืมทุกอย่าง แล้วกระำหน่ำเข้าไปได้ยังไง
เราเอนจอยกับอาหารฟรี มื้อ อภินันทนาการจากชอนซา นี้มาก

ต้องลูบพุงขอบใจชอนซาน้อยกัน อีกหลายครั้งทีเดียว


เอาหละ ... กลับมาที่ประเด็นของเราต่อ
บ้านเรากำลังจะเรียบร้อยแล้ว ถ้าพ่อพอมีเวลาให้อย่างวันนี้
ทุกอย่างรอหนูแล้วหละ ..
ออกมาตามกำหนดนะลูกนะ อีกเจ็ดวันจ้ะ ..

2007/3/10

Friday, March 09, 2007

อาการเมื่อวันเกือบครบ 39สัปดาห์

ลูก..

คุณหมอบอกว่า คนเราไม่ใช่เครื่องจักร ที่จะตั้งเวลาให้คลอดเมื่อไหร่ก็ได้
ทั้งๆที่หมอเองก็ คาดเดาว่า น่าจะเลทกว่ากำหนดสักสัปดาห์นึง
แต่ไม่มีใครรู้ว่า วันนี้หนูจะคลอดก็ยังได้เลย ..

ช่องว่างมันอยู่ตรงนั้นหละ ..
แม่หวังว่าจะแทรกช่องว่างไม่ให้หนู นอนว่ายน้ำในพุงแม่นานเกินไปนัก
คิดในใจเอาไว้ หลังจากออกจากคลีนิึึึคมา ว่าจะขยันเดิน
เผื่อว่า ชอนซาจะไหลออกมาง่ายๆ

อิอิ ...


สิ่งที่เกิดขึ้นกับพุงแม่ หลังจากวันไปหาหมอ คือ
พุงแม่ย้อยเหมือนลูกโป่งที่หนักสุดๆแล้ว
ไม่ใช่ห้อยอย่างเดียว แต่ย้อยเลย
ปลายพุงแม่ มันแหลมลงมาระหว่างขาทุกครั้งที่นั่งลง
ความขยันเดิน แม่ผลัดตัวเองไปวันๆ
วันไหนอากาศดี แม่ก็จะกล้าออกจากบ้าน

ลมเย็นแรงๆ ถ้าทำให้เราเป็นหวัด นี่ท่าจะไม่ดีนะ .. แม่คิดงั้นอ่ะ
ถ้าดันมาเป็นหวัดตอนคลอดอีกนะ เห็นทีจะลำบากไม่เบา

วันนี้ แม่ขยันเดินขึ้นลงบันไดแต่เช้า
เอ๊ะ อากาศอุ่นดีแฮะวันนี้
เช้าสองรอบ บ่ายอีกรอบนึง
นอกนั้นก็แอ็คท่าลากกล่องโน้น กล่องนี้ของพ่อ ให้เข้าที่เข้าทาง

พุงแม่เกิดอาการแข็งปั้กอีกแล้ว ณ เวลาอาหารเย็น
ปวด แต่พอทนได้ เหมือนอาการปวดมันมาพร้อมกับ พุงแข็งๆน่ะแหละ
เสียวแปล๊บๆ หลายเสียวที่ปลายจุกถุงน้ำหนูในพุงแม่

แม่จินตนาการ อยากอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก
ดึงหนูลงมาให้ปากมดลูกมันยืดตัวแล้วบางเร็วๆ

วันนี้แม้กระทั่ง พ่อตาถั่วของหนู ยังสังเกตุได้เองเลยว่า
หนูห้อย .. ย้อยแล้ว

ตอนนี้ เรากำลังจะเข้าสู่ +1 / -1 สัปดาห์ ก่อน-หลังกำหนดการแล้ว
ถ้าเราเล็งกันดีๆ หนูก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะคลอดตามกำหนดอย่างน่ารัก

เอาหละ เรามาร่วมมือกันหน่อยนะลูกนะ
เอาให้คลอดง่ายๆ เหมือนพี่พิดชากับอีกหลายคน
รวมทั้งเรามาเอาใจช่วยกั๊ตจังให้คลอดสบายๆ กันด้วย
อย่าให้แม่ปิต้องทรมานมาก เดี๋ยวไม่ยอมมีน้องให้กั๊ต อิอิ

2007/3/9 วันศุกร์ ค่ะ

Thursday, March 08, 2007

ตื่นเต้นติดต่อกันได้ด้วย

ชอนซาจ๋า ..

เมื่อวานแม่ตั้งใจอ่านเรื่อง"การเตรียมตัวคลอด"จากบล็อก กั๊ตจัง อย่างตั้งใจ
เหมือนอ่านสรุปบทเรียนที่ต้อง เตรียมตัวเข้าสอบ
แล้ววันทั้งวันก็วุ่นกับเรื่องโทรศัพท์หาคุณยาย
ที่กำลังแพ็คของ วิ่งหาซื้อของ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางคืนนี้

ขอยอมรับว่า แม่ตื่นเต้นกับการเดินทางของคุณยาย
มากกว่าเรื่องใกล้คลอดซะอีก

หรือว่า ใกล้คลอด แต่ยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลง
เลยยังไม่รู้จึ๊ก เหมือนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา

ตกค่ำ นั่งทานข้าวอยู่ดีๆ
มันปวดท้องต่ำขึ้นมา พร้อมภาวะ อาการท้องแข็งปั้ก
ตกใจมาก รีบโทรเรียกพ่อกลับมาเร็วๆ
รีบโทรถามผู้มีประสบการณ์ ว่า ที่ว่าปวดน่ะ มันปวดยังไงนะ

ยังไงก็ตาม แม่อธิบายไม่ถูก อีกน่ะหละ ว่าที่เพิ่งปวดไปน่ะ ใช่หรือเปล่า

ไม่มีใครว่างคุยด้วย เพื่อคลายความกังวลของแม่สักคน
เลยกินข้าว แล้วต่อด้วยเก็บล้าง
เอ้า เจ็บอีกเป็นพักๆ ท้องแข็งเป็นพักๆ ให้น่ากลัวยิ่งนัก

สักพัก โทรศัพท์ที่ว่าจะโทรกลับก็โทรมา

ระยะนั้น ท้องก็ยังปวดสลับหาย
แม่เหลือบมองนาฬิกาแบบคร่าวๆ
ประมาณ สิบห้านาทีได้ มั้ง
อุ๊ย ตาย ทำไมมันถี่งิ๊อ่ะ

แต่ความรู้สึกลึกๆ บอกว่า หนูยังไม่ออกมาตอนนี้หรอก
คิดว่า กำลังอยู่ในช่วงการเตรียมมากกว่า
พอพ่อกลับมาแล้ว แม่ก็สบายใจ
แม้จะยังปวดท้องเจ็บท้อง สลับเป็นช่วงๆ แต่ก็คิดว่าน่าจะยังไม่

พอหลับแล้ว แม่หลับสนิทโลดตลอดคืนอย่างเคย
มีความรู้สึกที่ไม่รู้ว่า เกี่ยวกับอาการปวดท้องหรือเปล่า
ว่า แม่รู้แล้วว่า ที่ทำให้แม่ใกล้คลอดทั้งหลายเจ็บท้องเจียนตาย
นั้นเป็นฉันใด ..

สงสัยแม่คง เกิดอาการเจ็บกลางดึกอีก
แต่กำลังนอนหลับอย่างดี เลยไม่รู้สึกตัวอะไร
ถ้าหลับได้โดยไม่โดนรบกวน แบบนี้ คงยังไม่เป็นไรหรอกเนาะ


ชอนซา ต้อนรับคุณยายเหรอ แม่หละตื่นเต้นเชียว
หรือว่า แม่ื่ตื่นเต้น หนูเลยตื่นเต้นด้วย

อยากเห็นหนูเร็วๆจังแล้ว ..
2007/3/8

Monday, March 05, 2007

เร็วไปก็ไม่ว่า ช้าไปจะไม่ดี

ลูกจ๊ะ..

เราไม่ค่อยทรมานกับการรอคอยเวลาไปหาหมอบ่อยนัก
แต่วันนี้ แม่เกือบเซ็งจัด

อารมณ์เซ็ง รึจะอารมณ์อะไรก็ตาม
เพิ่งจับได้ว่า หากเรายอมแสดงมันออกมาแล้วหละก็
มันจะเหมือนดอกไม้บาน ที่หยุดยากจริงๆ
แล้วอารมณ์ก็จะเลยขอบเขต ควบคุมยาก

หากเซ็งแล้วนั่งเฉยๆ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่หากลุกมาเริ่มบ่นหละก็ จิตใจจะเริ่มหงุดหงิด
แล้วก็จะมีอาการมากขึ้น มากขึ้น

รอนานน่ะลูก หมอเขาติดตรวจอะไรไม่รู้
เรารอนานถึงชั่วโมงกว่า
พยาบาลทำหน้าเหย๋ๆ ขอโทษเราไม่ถูก
เพราะรู้ว่าอารมณ์เสีย มาก

เรามากันตั้งแต่คนแน่น เต็มคลีนิค
จนคนหายไปหมดแล้ว รวมทั้งคนที่เดินเข้ามาหลังเราอีกโขยงใหญ่

พยาบาลเสนอว่า วันหลังค่อยมาตรวจดีไหม
เพราะการตรวจของนัดนี้ ต้องใช้เวลาประมาณ 15-20นาที
แต่เมื่อวันเสาร์ เรามาเก้อกันรอบนึงแล้วอ่ะ

พ่อเซ็งมาก แต่ไม่แสดงออก

ในที่สุด เราก็ได้รับเชิญ ให้เข้าไปนอนวัดหัวใจลูกพร้อมทั้งวัดความถี่ในการดิ้น
พอแม่ลงนอน หนูก็สะิอึก คุณพยาบาลส่งปุ่มนึงให้กด ถ้ารู้สึกว่าลูกขยับตัว
หนูเล่นสะอีก อึ้กๆ อย่างนี้ แม่กดตามแทบไม่ทันเลย
แล้วอาการอย่างนี้ ต้องกดไหม ?
แม่กดมั่วไปหมด
ตอนหลังจึงได้รู้ว่า หมอเขาเอามาไว้ดูเท่านั้น ว่าแม่รู้สึกหรือเปล่าว่าลูกขยับตัว

โถ .. คุณหมอไม่เคยท้องเองใช่มะคะ
หนูขยับตัวที แม่รู้สึกครากไปหมดเลย

ผลออกมา คุณหมอดูพอใจมาก
บอกว่า แข็งแรงมาก ชอนซาของเรา ..

แล้วหมอก็ตรวจปากมดลูก
แล้วอุลตราซาวด์ต่อเลย
ผลคือ หนูคงออกมาช้ากว่าที่กำหนดสักหน่อย
(ประมาณอาทิตย์นึง)

ความจริงแม่เพิ่งเริ่มรู้สึกเสียวแว๊บๆ ที่ปลายจุกถุงบรรจุหนู
อาการเจ็บหนัก เจ็บถ่วง ก็เพิ่งเริ่มเอาเมื่ออายุ 38สัปดาห์นี่แหละ

ปากมดลูกคงยังเตรียมตัวไม่พร้อม ยังไม่เปิดให้
หรือแม่เดินน้อยไปนะ ..
แต่นี่เฉพาะจัดบ้านก็เดินไปเรื่อยจนเมื่อยบั้นเอวแล้วนะ

อาการกลั้นฉี่ไม่ได้ วันนี้เพิ่งมีเมื่อเช้าเอง
กระปริบตอนจาม ..
หรือว่า นี่เป็นอาการเริ่มของการเลื่อนตัวลงล่างของหนู

ง่วงนอนง่ายขึ้น บ่อยหน่อย แต่นอนไม่นาน
กินไม่มากไม่บ่อยแล้ว
หนูน้ำหนัก 3200 แล้ว มากแล้วหละ

แม่ถามหมอด้วยความห่วงใยในน้ำหนักตัวลูก
คนอื่นเขาอยากให้ลูกออกมาตัวหนักๆ ใหญ่ๆหรือเปล่า
ของแม่อยากได้ลูกตัวพอดีๆ ไม่ใหญ่เกินไป
อยากคลอดหนูง่ายๆ

ใครๆถามว่า ตื่นเต้นไหม ?
แม่คิดว่า ตื่นเต้นน้อยกว่าขึ้นเครื่องบินครั้งแรกซะอีก
กลัวไหม ?
แม่ก็ไม่กลัวอีกหละ
ใจแม่ คิดแต่ว่า จะทำเต็มที่เพื่อหนู
ไม่หวั่นอะไรเลยสักนิด

ตอนนอนตรวจเสียงหัวใจหนู
เตียงข้างๆเขานอนรอคลอด ด้วยเสียงโอดโอยตลอด
แม่คิดว่า แม่จะไม่โอยด้วยเสียงน่าสงสาร
นี่เป็นความตั้งใจแม่่นะ
ถึงเวลาจริงๆ เรามาดูกัน ..

คุณยายตั้งใจจะมาสุดสัปดาห์นี้
ก่อนคลอด สัปดาห์นึง
กลายเป็นคุณยายต้องรอถึงสองสัปดาห์
นี่ดีนะ ที่ซื้อตั๋วสามเดือนเอาไว้


เมื่อวาน กับเมื่อเช้า แม่ลูบคลำหนู บอกหนูตลอดว่า
อย่าเพิ่งรีบออกมานักนะลูก
ให้แม่จัดบ้านให้เสร็จก่อน

พอรู้ว่าจะเลทอย่างนี้
แม่อยากบอกหนูใหม่แล้ว
ว่า ไม่เป็นไร ออกมาตามใจปรารถนาเถอะลูก

แต่ก็ดี แม่จะไ้ด้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับการคลอดได้เต็มที่หน่อย
แม่จะเดินจะออกกำลังให้มากขึ้น

พ่อบอกว่า ออกเร็วไปไม่ดีหรอก
พ่อสบายๆนะลูก แ่ค่นี้ ชีวิตที่มีอยู่ของแกก็ยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว

แม่แวะมาบอกหนูแค่ว่า
เอาตามสบายนะลูก
แม่ไม่กลัวหนูมาเร็วไปแล้ว ..
เอาเลยลูก มาเลยอย่างที่หนูต้องการ ..

อยากเจอหน้ากันเร็วๆเหมือนกัน

2007/3/5

Sunday, March 04, 2007

วันที่สามของบ้านใหม่

ลูกแม่ ..

เรายังจัดของไม่เสร็จ บ้านยังคงเป็นป่าดงดิบอยู่อย่างนั้น
แต่พ่อกับแม่ก็ฮึมฮัมแฮปปี้ กันได้เสมอ

'บ้าน' คือคำเรียก สถานที่ทำให้เรารู้สึกสบายที่สุดในโลกจ้ะ
แม่พูดอย่างนี้ทีไร คนฟังก็จะอือออตามได้ทุกครั้ง
หนูเห็นด้วยใช่ไหม ..

พ่อกับแม่บ่นถึงหนูกันตลอดเวลา
เราดีใจที่หนูจะได้ลืมตาขึ้นมาในบ้านหลังใหม่
ถ้าชื่อ "บ้านสุขใจ" ไม่ฟังดูเชยไปหน่อยนะ ..
แม่อยากเสนอให้พ่อตั้งชื่อบ้านอย่างนี้จัง

เจ้าของบ้านเดิม เขาพยายามแกะป้ายชื่อหน้าบ้านไปด้วย
แต่มันผนึกติดแน่นมาก พ่อช่วยงัดไปงัดมา
ผลคือ มันหลุดออกมาแต่แผ่นเหล็กที่พิมพ์ชื่อ
เหลือฐานของป้าย ซึ่งเจ้าของบ้านเลยเสนอให้พ่อไปพิมพ์ของตัวมาติดเอาเลย

พ่อก็ดูยินดี จัดการกอปปี้ไซส์แผ่นเหล็กไว้
แม่หละใจหาย ถ้าพ่อจะทำป้ายชื่อคนสองคน เหมือนเจ้าของบ้าน
เพิ่งได้ความคิดนี่แหละ ว่าตั้งชื่อบ้านกันดีไหม

แต่ว่านะ ..ละครไทยไปนิดหรือเปล่าลูก

..
.....

แม่เปลี่ยนบล๊อกรูปของหนู เป็นบล๊อกของแม่แทนแล้วนะ
ถือโอกาสเปลี่ยนหน้าตาบล๊อกด้วยเลย
เสียเวลานิดหน่อย
แต่่ว่าต่อไปนี้ แม่จะได้รู้สึกเหมือนกับนั่งเขียนบล๊อกข้างๆหนูแล้วหละ

เป็นเพราะแม่ตระหนัก ถึงการออกมาของหนู
จะคลอดวันคลอดพรุ่งก็ยังไม่รู้

เราผิดนัดคุณหมอ แม้ว่าวันนี้จะไปแล้ว
ก็ยังไม่สามารถฝ่าฝูงชนไปพบคุณหมอได้
พยาบาลหน้าเคาเตอร์ ขอโทษ แล้วขอให้เรามาใหม่วันจันทร์
แต่หลังจากหมุนวงกลม ดูกำำหนดคลอดแล้ว
พยาบาลกำชับเพิ่มมาอีกว่า ถ้าปวดท้องให้รีบโทรมานะคะ

แล้วแม่ก็กลับมาชอปปิ้ง เยอะที่สุดในรอบสองปี

เราเพิ่งย้ายบ้าน ..แม่โยนเกือบทุกอย่างในตู้เย็นทิ้งหมด
ทำความสะอาดเกลี้ยงเกลา รู้สึกเหมือนได้ตู้เย็นใหม่
ขนเอาสารพัดของกินเข้าไปเรียงอย่างดี
แม่พบว่า แม่ซื้อของใช้ลำบากยากเย็น
แต่หยิบของกิน ประเภทบำรุงแม่บำรุงลูก หยิบได้หยิบดี
หมดกันไป แสนสองหมื่นแปดพันกว่าวอน
แสนนึง เป็นคูปองของขวัญจากกัปตันคนหนึ่งให้พ่อมา
แหม ..เท่ากับกินฟรีเลยเนอะ

อยู่ดีๆ คุณย่าโทรมาหาพ่อ
เขาคุยกันยังไงนะ แม่ไม่ชอบเสียงพ่อเวลาคุยกับย่าแบบนี้เลย
ย่าทนได้ยังไงนะ ..
พอพ่อกลับมา แม่บอกว่า แม่ต้องเตรียมใจแล้วหละ
พ่อสงสัยมาก ว่าเตรียมใจอะไร
คำตอบคือ ....ปิ๊งป่อง

สักวันหนึ่ง ชอนซาก็จะรักผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เรียกว่า เมีย
มากกว่า แม่
แถมท้ายด้วยว่า เหมือนพ่อ(มัน)

พ่อหัวเราะ เพราะแก้ไม่ถูกเลย งานนี้ถูกชมพร้อมด่า

แต่แม่ยอมรับความจริง พูดต่อว่า
เลี้ยงลูกชายนั้นจะเป็นอย่างนี้ แต่แม่ก็จะรักลูกชายของแม่ต่อไป
ถ้าเลี้ยงลูกสาวสิ แม้จะออกเรือนไปแล้ว ก็ยังเป็นลูกพ่อแม่วันยังค่ำ

หนูไม่ต้องน้อยใจ ว่าแม่ประเมินหนูซะตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้ากัน
แม่บอกแล้ว ว่าแม่เตรียมใจไว้
และประโยคสุดท้าย แม่ก็บอกแล้วไงว่า
แต่แม่ก็จะยัง รักลูกของแม่เหมือนเดิม

2007/3/3 วันเสาร์
แต่พิมพ์ตอนข้ามเที่ยงคืน ไม่รู้จะออกมาเป็นยังไงเหมือนกัน

Friday, March 02, 2007

บ้านสุขใจ

ชอนซาจ๊ะ ..
ช่วงนี้มีคนเกิดอาการระแวง ว่าแม่แอบหนีไปคลอดกันหลายคนมาก
บางคนโทรเข้าบ้านไม่มีคนรับสาย แล้วเผอิญไม่ได้รับสายมือถืออีกหละก็ จะโดนตามตัววุ่นลามไปถึงมือถือคนอื่นใกล้ๆตัวต่อเลยทันที

ฟังดูแล้วก็ขำดีลูก ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกดีด้วย
แม่ไม่ค่อยได้เป็นคนป่วยเข้ารพ. หรือมีอาการให้ผู้คนเป็นห่วงเท่าไหร่ ที่ผ่านมา
เลยไม่ค่อยมีประสบการณ์อย่างนี้เท่าไหร่
แต่พูดแล้วคิดอีกที อันนี้ก็ไม่แน่ใจอีกน่ะแหละ ว่าเขาห่วงแม่หรือตื่นเต้นลูกกันแน่ :)

หนูเลื่อนตัวลงต่ำอย่างรู้สึกได้ชัด แต่จะชัดจริงหรือไม่ต้องรอพรุ่งนี้อีกทีจ้ะ
ให้ลุงหมอเป็นคนบอก แม่จะแน่ใจได้ว่าแม่ไม่ได้คิดไปเอง ที่รู้สึกเหมือนหนูมาห้อยเอาตรงปลายๆแล้ว

ที่แม่รู้สึกอย่างนั้น เพราะอาการขยุกขยิกในพุงมันลงไปอยู่บริเวณขาหนีบแล้วน่ะสิ
พูดง่ายๆคือ รู้สึกหนูด้วยสัมผัส โคนขา
แหม แม่ว่าแม่พูดได้เห็นภาพมากเลยนะ

เล่าเรื่องย้ายบ้านดีกว่าลูก ..
คนเตือนแม่กันทั้งเมืองสองเมืองสามเมือง ว่าห้ามยกของหนัก ดูได้อย่างเดียว ยืนสั่งได้อย่างเดียว
แต่พอเอาเข้าจริง ..ทุกอย่างเป็นอย่างที่แม่เล่าให้หนูฟังแล้ว ว่า พ่อไม่ได้ใช้บริการย้ายแบบสำเร็จ
แต่ผสมแมนน่วลของพ่อและแม่เข้าไปด้วย
แม่เก็บของ แพ็คของ โยนขยะทิ้งได้หลายกล่องใหญ่ๆเลย ในใจก็ว่าดี ีเพราะเรายังไม่ได้อยู่ในภาวะเหมาะกับการย้ายแบบสำเร็จรูปแบบนั้น

ย้ายบ้านครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว
เป็นครั้งที่แม่กับพ่อสุขใจมากที่สุด บ้านเราหลังเล็กลง ..ความจริงก็เป็นเพียงอพาร์ทเมนต์หนึ่งเท่านั้นเอง ตามลักษณะของคนเกาหลี
ที่นี่ไม่ใหม่ แต่ไม่เก่าเกินไป ภาพรวมๆแล้วดูเหมือนคนสร้างที่นี่ เขาไม่เน้นเรื่องจัดสรรที่ดินให้คุ้มที่สุดเลย เขาเน้นความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ ปลอดภัย
แต่มีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดี ที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับ ความทันสมัยเท่าไหร่ (แต่คงดีใช้ได้ในช่วงเริ่มสร้าง)
ซึ่งความรู้สึกของพ่อและแม่ พอใจมาก

ต่างคนก็ต่างความคิดนะลูก
เราไป่เยี่ยมประชาชนส่วนอยู่ดีกินดีของเมือง ที่ย้ายเข้าอพาร์ทเมนต์ใหม่ของล็อตเตมา
ก็ซาจังของปะป๊าน่ะแหละ บ้านทันสมัยมากตามที่เขาโฆษณาจริงๆ
ป้าเขากำลังปวดหัวกับการใช้เครื่องควบคุมทุกอย่าง แม้กระทั่งเปิดไฟด้วยรีโมทคอนโทรล
(แต่มีสวิทช์ไฟ) เปิดเครื่องทำความร้อนก็รีโมท เขาเลยมีรีโมทเป็นถุงเลย สำหรับทุกอย่างในบ้าน
แม่ว่า ถ้าแน่จริงรวมรีโมทให้เป็น ออล อิน วัน สิ .. เนาะ แม่คิดถูกไหมลูก
เวียนหัวตายเลย ถ้าต้องเปิดไฟแต่สวิทช์ไม่ทำงาน เพราะขาดรีโมทรื้อในถุงเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักที
(วันนั้น ยืนรอกันนานมากเลย ) คิดแล้วก็เหมือนเรากำลังย้อนกลับเข้าสมัยโบราณ ที่จะอาศัยแสงไฟที ก็วุ่นวายกันหลายนาที 555
แม่เปิดน้ำในอ่างล้างจานน้ำไม่ไหล แม่ก็ตกใจ ปรากฎว่าแม่ต้องเหยียบที่แนวนูนๆข้างล่างด้วย ก๊อกถึงจะทำงาน พยายามเดาความคิดของคนดีไซน์อย่างนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อการประหยัดน้ำกรณีเปิิดน้ำทิ้งไว้หรือเปล่านะ ..แต่รู้ว่าล้างจานแล้วรำคาญนิดหน่อย เผลอขยับเท้่าออกไม่ได้ น้ำหยุดไหลทันที ล้างจานแบบแอบเมื่อยไม่ได้เลยเหนี่ยะ

แม่กับพ่อไม่ได้องุ่นเปรี้ยวนะลูก
เรารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกในบ้านหลังนี้จริงๆ ..
พอย้ายบ้านเสร็จ ตัวหนุบหนับด้วยเหงื่อหมักหมมกันทั้งคู่ แม่สนับสนุนให้พ่อไปนอนแช่อุนชอน
แต่ตอนนั้นดึกเกินไปแล้ว เลยอาบน้ำที่บ้านกันแทน
แล้วเราก็เห็นผล ..

โอ้วว แม่บอกพ่อว่า ต่อไปนี้เธอคงไม่ต้องไปอุนชอนแล้วหละ
เพราะอุนชอนที่น้ำดีของที่นี่ มาจากน้ำแร่ภูเขาเดียวกันกับเรานี่แหละ
บ้านเราใช้น้ำบาดาลของภูเขาเดียวกับอุนชอน อย่างนี้จะเรียกว่าบ้านเราเป็นน้ำแร่ได้ไหม ฮ่า ฮ่า
(แม่ถนัดคิดเข้าข้างตัวเองหละ กิกิ)
เราไม่ต้องเสียค่าน้ำ จึงเป็นครั้งแรกที่แม่ไม่ต้องวุ่นวายหาของหนักๆมากๆ มาถ่วงในโถน้ำของชักโครก เพื่อช่วยการประหยัดน้ำ อย่างที่เคยทำมาตลอด
เราใช้น้ำอย่างสบายอกสบายใจมาก (แม่นะ)

แล้วเราคิดไปเองหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเพราะน้ำหรือเพราะเครือ่งทำความร้อนที่ีนี่
เปิดน้ำได้ไม่นาน สภาพห้องน้ำเรากลายเป็นอุนชอนส่วนตัวไปเลย ไอน้ำโขมงเต็มห้อง แต่ไม่อึดอัดเพราะเปิดหน้าต่างระบายอากาศ (แม่ไม่ได้ไปอุนชอนมานานมาก ตั้งแต่มีหนู เหตุผลหนึ่งคือเขิน เหตุผลสองคือ นึุกถึงอากาศอบไอน้ำในนั้นแล้วกลัวหน้ามืดที่นั่น--เหตุผลนี้เพิ่งนึกได้ แหะๆ)

เราสบายกันมากเลย บ้านหลังไม่ใหญ่เกินไปเหมือนหลังติดทะเล แต่ไม่เล็กเิกินไปจนอึดอัด
พอเหมาะพอดีสำหรับเรามากทีเดียว ต่อให้แม่มีน้องให้หนูอีกสองคน แม่ก็ยังสบายๆกับที่ีนี่แน่นอน

สองสามวันมาแล้วที่บางขณะแม่รู้สึกเหมือน เจ็บกล้ามเนื้อบริเวณทางออกของหนู
คงเพราะแม่ยกของหนักแน่ๆ มันอดไม่ไหวนะ เขาวุ่นวายกันเต็มบ้าน แม่นั่งเฉยๆคนเดียวไม่ลงอ่ะ

แต่นับว่าเป็นการย้ายบ้านที่เร็วที่สุด เพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น ของทั้งหมดย้ายจากบ้านโน้่นมาบ้านนี้หมดแล้ว เหลือแค่เรียงให้เข้าที่เท่านั้น
การย้ายบ้าน เหมือนการเริ่มต้นใหม่ ทำให้แม่อยากมีตู้เย็นใหม่ หมายถึงการโยนของส่วนใหญ่ในตู้เย็นทิ้งหรอกนะ ค่อยมีกำลังใจเริ่มต้นใหม่สำหรับตู้เย็นหน่อย
พ่อขอให้น้องผู้หญิงที่ำทำงานคนหนึ่งมาช่วยแม่ เล่นเอาแม่ติดใจอยากชวนมาอยู่ด้วยกันซะเลย
ผลงานของเธอคือ ช่วยแม่ล้างตู้เย็นหนึ่งตู้นี่แหละ :)

ด้วยผลแห่งการล้างตู้เย็น และเคลียร์ทุกอย่างในตู้ก่อนย้าย
ทำให้เราไม่มีเครื่องปรุงสำหรับอาหารเย็นเลย
แม่ต้องการไข่กับนมมาก ในที่สุดแม่เดินลงไปถึงข้างล่างโน้น (บ้านเราขึ้นเนินเขามาระดับหนึ่ง)
คิดถึงเวลากลับเหมือนกัน แต่แม่สุขใจกับการได้เดินอย่างยิ่ง เดินอย่างเพลิดเพลินสบายใจ
ซื้อไข่กับนมแล้วเดินกลับบ้าน ..หอบแฮ่กๆเมื่อมาถึงเลยเีชียว แต่ก็ยังรู้สึกดี๊ดีอีกน่ะแหละ


ยังมีงานเหลืออีกมากมายเลยลูก วันนี้พ่อไม่ว่างจัดๆ ทั้งที่เป็นนัดไปรพ.
เลยตกลงว่า คงไปกันวันพรุ่งนี้แทน
แม่ไปเดินหลงในป่าบ้านเราต่อดีกว่า (ตอนนี้เหมือนป่าดิบอเมซอนที่รกไปหมด หาอะไรไม่ค่อยเจอ)

รักจ้ะ
2007/3/2