Saturday, May 23, 2009

แม่สิ ต้องปรับปรุง..

ลูกเริ่มพูดได้ชัดเจนมากขึ้น แม้จะนับว่ายังน้อยถ้าเทียบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
แต่แม่ดีใจปนขำ

เมื่อเช้า เราสองคนกะเตงกันไปหาซื้อครีมออฟทาร์ทาร์ จะเอามาเป็นส่วนผสมทำโดว์ให้รีอันปั้นเล่น
มุ่งหน้าไปร้านที่อยู่คนละมุมเมืองกับบ้าน
แม่นั่งเหม่อมองกางเกงรีอันอยู่ รถข้างหน้าขยับแล้ว แอบเห็นทางหางตา
ทันใด รีอันตะโกนเสียงลั่น พร้อมกับเอามือชี้ไปข้างหน้า "ออมม่า GO !"
นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกพูดแบบนี้ แม่ออกรถไปขำไปด้วย ย้ำคำที่ลูกพูดไปหัวเราะไปคนเดียว

บางทีก็นึกตลกลูกเรา ว่าเด็กเอ๊ย โดนแม่ยัดให้สามภาษาเลยอิรุงตุงนัง
คำไหนในภาษาไหนที่ง่ายกว่า ลูกก็จะเลือกพูดอันนั้น
แต่พูดภาษาไหนก็รู้เรื่องหมดหละ .. น่าปลื้มจะตาย

เรื่องพูดผ่านไป ต่อไปคือเขียนและอ่าน
กำลังจินตนาการตัวเองอยู่ ว่าจะสามารถโหดได้หรือเปล่า สอนเด็กอ่านเขียนสามภาษาเนี่ย


อีกสิ่งหนึ่งที่ตะลึงอี้งๆ กับลูกคือ การยอมรับเหตุผล อย่างที่ผู้ใหญ่อย่างเราคาดไม่ถึง
เมื่อวาน.. รู้สึกว่าตัวเองหาเรื่องทะเลาะกับลูก หรือลูกสร้างเรื่องให้แม่ทะเลาะก็ไม่รู้กันแน่
น่าจะแม่หาเรื่องมากกว่า

ท้ายที่สุด .. แม่โกรธที่เอาชนะลูกไม่ได้ สั่งประกาศิตว่า "ถ้าอย่างนั้นวันนี้รีอันไม่มีนมก่อนนอน"
พูดไปก็คิดว่า ลูกคงงอแงร้องเอานม ซึ่งสุดท้ายก็คงต้องให้หละ
แต่ไม่ใช่เลย ..
ลูกร้องไห้เพราะง่วงแล้ว แต่อิแม่ยังไม่ยอมจบสงคราม
พอแม่ปิดไฟลูกก็ลงมานอนข้างๆแม่ลูบๆคลำๆพุง พักเดียวหลับไปเลย

ตัวแม่ต่างหาก ใจหาย... วันนี้ลูกไม่ได้กินนมก่อนนอน ทำถูกเปล่าวะเนี่ย เรา

วันนี้อีก .. มีเรื่องทะเลาะกันอีก
แม่มามุขเดิม" เพราะวันนี้รีอันไม่ทำให้แม่ วันนี้ก็ไม่มีนมก่อนนอน "
ทั้่งที่อุ่นนมปิ๊บๆอยู่ในไมโครเวฟแล้ว ก็ยังไม่หยิบให้
ไม่มีอ้อนโยเยด้วย รับคำแล้วหันหลังกลับไปที่นอน ทิ้งตัวลงนอนก้นโด่งแบบยอมรับสภาพตัวเองเต็มที่ (อารมณ์ปกติกึ่งดีใจได้นอน)

แม่สิ ใจหายวาบ .. เฮ่ย นี่มันเด็กสองขวบจริงหรือเปล่าเนี่ยะ


กำลังนั่งคิดทบทวนตัวเองอยู่... เราต้องปรับปรุงคุณสมบัติความเป็นแม่ จริงๆนะเนี่ยะ

ขอบันทึกเรื่องทะเลาะกับเด็กหัวใสก่อน
- รีอันเทบล๊อกเลโก้ออกมาแบบคว่ำถัง เอาความสะใจ ไม่ได้อยากเล่นบล๊อก
แม่บอกให้เก็บ ก็เดินวนไปวนมา เตะไปเตะมา ไม่อยากเก็บให้แม่ได้ใจ
แม่ก็เกี่ยงจะเอาชนะลูก จนกว่าลูกจะเก็บ.. ในที่สุด แม่เก็บเองก็ได้ แต่บอกว่างั้นเอาไปทิ้งให้หมด
พอได้ยินว่าให้เอาไปทิ้ง ก็ขานรับแม่ว่า ทิ้งๆ แล้วช่วยแม่หอบตะกร้าของเล่นทั้งหลายบนชั้นด้วย เอาออกไปวางหน้าประตู
แม่ประชดต่อว่า รถจักรยานรีอันด้วยนะ รีอันก็กุลีกุจอมาช่วย
งั้นกระเป๋านักเรียนรีอันด้วยนะ ตุ๊กตาทุกตัวที่รักด้วย รองเท้าคู่โปรด รีอันกลับสนับสนุนแม่อย่างดี

เอาหละสิ เรื่องนี้จะจบยังไงดีฟะ
แม่เลยลงเอย ที่มุขว่า งั้นทิ้งแม่ด้วยนะ แล้วแม่ก็เดินออกไปข้างนอก ปิดประตู

เท่านั้นแหละ รีอันออกมาร้องไห้กอดแม่ ...
พอแม่เดินกลับเข้ามาเท่านั้นแหละ ลูกดีอกดีใจรีบขนของทุกอย่างเข้ามา
แสดงว่า จริงๆเขารู้อยู่ว่า ของเหล่านี้ไม่ได้มีให้ทิ้ง เขาย้อนมุขแม่ เพื่อจะบอกว่า มุขนี้ใช้กับเขาไม่ได้หรอก

แม่นะ ต้องปรับปรุงอีกเยอะจริงๆ

Saturday, May 09, 2009

เริ่มร้อนแล้วครับ

รูปนี้เกือบเห็นแผลคิ้วแตก
แต่แผลหายเร็วมาก สะเก็ดหลุดร่วงเกือบหมดแล้ว
คงจะไม่ถ่ายรูปแผลเอาไว้ดีกว่า มันไม่สร้างสรรค์

Thursday, May 07, 2009

แผลที่สองบนใบหน้า

รีอันตกบันได
แม่หัวใจตกไปใต้โลก

เห็นกันอยู่เมื่อกี้ แต่แม่ไม่ทันเอะใจว่าลูกจะเดินไปถึงตรงนั้น
หันไปอีกที ลูกนั่งอยู่ที่บันไดขั้นล่างสุด
แม่กระโจนไปอุ้มมา ไม่มองอะไร ได้แต่กอดลูก
น้าไก่บอกว่า.. เลือดๆๆ

แล้วเราก็ตาเหลือกรีบออกไปหาที่เย็บแผลลูก
เหนือคิ้วปริแตกยาว
ไก่บอกว่าที่medical centerใกล้บ้าน
นั่งแท็กซี่2นาที แต่เดินมาขึ้นแท็กซี่5นาที
รอข้ามถนนรถที่วิ่งมาเห็นเลือดเด็กจอดรถให้ แต่เราไม่กล้าข้าม กลัวรถคันอื่นแซงเข้ามาจะยุ่งไปใหญ่

รอขึ้นลิฟต์มีคนเข้ามามองบอกว่าไม่ต้องกลัว
ขึ้นไปชั้นเจ็ดเลย ที่ซองฮยองเวกวา อันแปลว่า คลีนิคศัลยกรรม
เฮ่ย ..

พยาบาล ให้ยานอนหลับมาหนึ่งขวดแล้วถามเวลานอนกลางวันของเด็ก
จะให้เราเอามาอีกครั้งตอนเด็กหลับแล้ว
ยานี่ให้เด็กกินก่อนหลับ

ทำไมลำบากอย่างนี้เฟร้ย จับเด็กขึงพืดเย็บให้เลยไม่ได้หรือไง

ตอนหลังจึงเข้าใจเมื่อเห็นลีลาคุณหมอ
เย็นสุดๆ หนุ่มลักษณะเหมือนดาราหนังที่หลงตัวเองว่า หล่อและเท่ห์ ประมาณนั้น
คนพวกนี้คงไม่สามารถทนเสียงกรีดร้องของเด็กได้ .. เราว่า

ต้องให้มอมยาเด็กก่อน

สงสารลูกตอนหลับเพราะฤทธิ์ยา
แต่ทึ่งหมอด้วยที่มือเบาสุดๆ
วัดดวงกันที่เวลาฉีดยาชา
เพราะตอนนั้นลูกแค่หลับ ยังสามารถตื่นได้
เพิ่งหลับไปตะกี้ ไม่มีใครบอกได้ว่า หลับลึกแค่ไหนแล้ว
จะรอให้นานกว่านี้ก็ไม่ได้ เพราะเราขอลัดคิว ผ่าตัดศัลยกรรมของคนไข้รายหนึ่งของคุณหมอ

จิ้มเข็มยาชาหลายจึ้กแล้ว รีอันก็ยังนอนนิ่ง
เอ้อ เก่งจริงฟ่ะ

มีขยับตัวบ้าง เวลาที่หมอจิ้มเข็มเข้าไปจุดที่ึลึกๆ
การเย็บแผลก็นิ่งดีมาก

อย่างน้อย แม่วางใจว่าที่นี่เป็นหมอศัลยกรรม คงเย็บแผลได้ดีแน่

หลายคนบอกว่า ไม่เป็นไร เด็กผู้ชายก็เงี๊ยะ

นึกสงสัยว่า ถ้าให้เลี้ยงเด็กผู้หญิง แม่เบ๊อะเซอะอย่างเราก็อาจจะสามารถทำให้ลูกมีแผลบากได้เหมือนกัน
โอ๊ย สยองวุ๊ย


หลังจากทำลูกคิ้วแตก
แม่ทำโทรมือถือตกน้ำ เน่าสนิทไปเลย
สองคดี ซ้อนๆ

เฮ่อ เกือบต้องไปเกิดใหม่

(รูปจะตามมาอีกที)