ลูกที่รักของแม่
คำว่า "ความกลัว" นั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้จ้ะ
แต่หลังจากที่เราสามารถจัดการกับ ความกลัว นั่นได้แล้ว
สิ่งที่จะตามมาคือ เราจะพร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง ด้วยจิตใจอันใหม่
แต่เราต้องรู้จักตัวเอง สามารถรู้วิธีที่จะจัดการไม่ให้มันอยู่กับเรานานเกินไป
อ่านแล้ว งง ใช่ไหม
แม่เพิ่งเจอกับตัวเองเช้านี้แหละ
สิ่งที่แม่เคยคิดว่า "ไร้สาระ" กลับเกิดกับตัวแม่เองเสียแล้ว เจ้าหนู..
แม่เคยคิดอย่างนั้นจริงๆสำหรับคนที่ห่วงใยว่า ลูกในท้องตัวเองจะพิการบ้าง
มีนิ้วไม่ครบห้านิ้ว นับยังไง ก็ไม่ครบสามสิบสอง
แม่คิดว่า มันช่างไร้สาระที่หาความคิดเช่นนั้นมาใส่สมองได้ยังไง
เช้านี้เกิดกับแม่เองเลย
มันแวบขึ้นมา เมื่อคิดว่า วันนี้จะต้องไปรพ. เพราะถึงนัดตรวจ
แล้วถ้าผลออกมาว่า เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นกับหนูล่ะ
แม่เครียดฉับพลันอย่างรวดเร็ว ประสาแม่ขี้กลัว
แล้วแม่ก็ตั้งใจหาวิธีจัดการกับความคิดของตัวเอง
วิธีที่ดีที่สุดของแม่นั่นคือ การนอน
ถ้าได้ตื่นขึ้นมาใหม่หลังจากนั้น แม่จะรู้สึกดีขึ้นมาก
คงเหมือนเกิดใหม่ มั๊งจ๊ะ ..
โชคดีที่แม่ตื่นเช้ากว่าพ่อ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ
บวกกับสองสามวันมานี่ แม่รู้สึกว่า ตัวเองเหนื่อยพิกลอยู่
แต่ก็พากันนอนซะอิ่มจนเกือบไปรพ.สายกัน
ที่รพ. ความดันแม่ตกต่ำให้เจ๊พยาบาลส่ายหัวอีกแล้ว
พ่อเลยพยักหน้าเรียกให้แม่ออกไปวัดด้วยเครื่องวัดความดันที่ห้องกลางของรพ.
เรารีบไปรีบกลับ เพราะคิวแม่เป็นคิวต่อไป
ผลปรากฎว่า มันสูงกว่าที่เจ๊นั่นวัดให้เยอะเลย
แผนกนี้ของรพ. ยังใช้วิธีวัดความดันด้วยหูฟังที่ล้าสมัยอยู่เลย
เรื่องแบบนี้มันก็คงผิดพลาดได้แน่
พ่อรีบร้อนตัวทันที เพราะตัวเองข้ามขั้นตอนการพาแม่มาตรวจพิเศษไป
รีบหาข้อแก้ตัวเตรียมเอาไว้ก่อนเข้าห้องพบลุงหมอ
แต่ลุงหมอบอกว่า หากว่าไม่ได้มีอาการวิงเวียน หน้ามืด นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา
เพราะหนูก็กำลังเติบโตดีนอนขดอยู่ในท้องแม่นั่นแล้วไง
วันนี้หนูไม่ดิ้นมากมายเลย ยกมือโบกโชว์พ่ออย่างเดียวเท่านั้น
หนูกำลังนอนท่าคว่ำหน้าลง งอเข่าเอาไว้ใต้พุง ยกแขนเป็นครั้งคราว
สิ่งที่พิเศษมากคือ ตัวหนูใสแจ๋วเลยลูก
แม่มองเห็นกระดูกสันหลังของหนูเป็นข้อๆยาวลงมาเลย
เลยต้องอวดพ่อเสียหน่อยว่า ท่าทางชอนซาจะตัวสูงนะ
เป็นการแซวพ่อไปในตัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า
หนูตัวโตขึ้นเยอะ แต่ลุงหมอก็ไม่ได้วัดความสูงให้
ดูท่าทางลุงหมอเหนื่อยๆ ทำไมช่วงนี้เหนื่อยกันไปหมดนะ
แม่ก็มานึกเอาได้ตอนออกจากรพ.แล้วด้วยว่า
ทำไมเราไม่มีของขวัญชูสกมาทักทายลุงหมอเลย
ไม่เป็นไรจ้ะ .. เอาไว้ ครั้งหน้าค่อยหาโอกาสใหม่
ครั้งนี้ลุงหมอให้ฟังเสียงหัวใจเต้นด้วยจ้ะ
เสียงดั่งลั่นห้องเลยลูก แล้วแกก็อธิบายให้พ่อฟังว่า
ความจริงนี่ไม่ใช่เสียงจริงๆ แต่เป็นเสียงที่เครื่องทำให้ตามจังหวะการเต้นของหัวใจลูก
แต่ทุกอย่างลุงหมอก็ยังบอกว่า หนูยังเด็กอยู่มาก มองอะไรไม่ค่อยเห็นชัด
อ้อ ... แม่เห็นทีต้องปรับตัวเรื่องการนอนพักผ่อนใหม่แล้วหละ
กลับมาจากรพ. แม่นอนรวดไปเลย 1.30 ชั่วโมง
ความดันที่ต่ำด้วย แม่เห็นทีต้องเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กเสียหน่อยแล้วหละ
เค้กที่รพ.น่ากินมากก หอมกลิ่นปนกับกาแฟได้อย่างมีเสน่ห์มากๆ
พ่อจะซื้อให้ แต่แม่ก็ปฎิเสธ .. มีแต่ครีม เนย แป้งไข่นิดหน่อย น้ำตาลมากมาย
คนทำเค้กเองทำไมจะไม่รู้เนาะ
พ่อเลยแซวแม่โดยการทำเสียงตลกๆว่า "ยองยาง ยงยังๆๆ "
เพราะเห็นแม่เลือกกินจัง เลือกแต่อาหารที่มียองยางเยอะๆน่ะ
(ยองยาง แปลว่า สารอาหารที่อุดมสมบูรณ์)
ยิ่งอยากกอดหนูมากขึ้นทุกที โตเร็วๆนะที่รัก
2006/9/29
*แม่ไปโดนสูบเลือดตรวจ อีกครั้งแล้ว
เรื่องการตรวจนี่วันหลังแม่จะเล่าให้ฟังว่า เราสองคนเถียงกันที่รพ.ยังไงบ้าง
เถียงกันแบบเอาชนะกันให้ได้เลย เพราะแม่ก็เชื่ออย่าง พ่อก็เชื่ออย่าง
*ผลสรุปของวันนี้คือ หลังจากเราเดินเผชิญหน้ากับความกลัวแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่เราคิดเลย ลูกรัก
Friday, September 29, 2006
Thursday, September 28, 2006
ทุกคนมีคุณค่าเสมือนกัน
ลูกรัก ..
เดี๋ยวนี้แม่ต้องตื่นเช้าพร้อมกับคลำท้องก่อนทุกที
มันเป็นการเตือนสติตัวเองน่ะจ้ะ
บางครั้ง เวลาที่เราตื่นขึ้นมา เราจะรู้สึกเหมือนกับว่า มันยังเบลอๆ เราฝันไปหรือเปล่า
เดี๋ยวนี้แม่ลูบหาหนูก่อนทุกครั้ง
เพื่อจะได้ความรู้สึก .. "เออ เอ็งท้องอยู่นะ" เหมือนตื่นเต็มที่ได้แล้ว
วันนี้แม่มีเืรื่องที่ตั้งใจมาเขียนเลยนะ
แม่ได้บทเรียนให้ตัวเองมา เกี่ยวกับเรื่องการประเิมินคุณค่าของ"บุคคล"ในใจเรา
ปกติแล้ว เรามักประเิมินใครว่า คนนี้ดี หรือ ดีกว่าคนโน้น คนนั้น
เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเรา
ความสัมพันธ์ ก็วัดกันที่ เรามีการให้การรับกันมากแค่ไหนด้วย
ใครถูกใจเรา ไม่ถูกใจเรา
บางทีเรารู้จักกันไปครึ่งๆกลางๆ แล้วเราก็หยิบเอาทีละคนๆ
มาวางลงบนแท่นที่มีตัวเลข บอกตำแหน่ง เบอร์1 เบอร์2 เบอร์3 ไล่ไปเรื่อยๆเสียแล้ว
แม่เชื่อว่าเราทุกคน ทำแบบนี้โดยอัตโนมัติ
แล้วแม่ก็เพิ่งได้เรียนรู้ว่า เราไม่ควรทำแบบนั้นเลย
เราอาจจะผิดหวัง หรือแปลกใจได้ในวันใดวันหนึ่ง
ท้ายที่สุด แม่พบว่า แต่ละคนมีคุณค่าเท่ากัน
เขาอาจจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ในด้านหนึ่ง
แต่คุณค่าของเขาจะมาหักลบบวกตัดกันเอง ถ้าเราต้องการประเมิน
เราอยู่บนโลกที่ยุติธรรมจ้ะลูก
บางคนที่โชคร้าย อาจจะคิดว่า ไม่จริง
แต่แม่พบว่า คนเราไม่เคยโชคร้ายเสมอไป
คนที่ร่ำรวย ไม่ใช่คำตอบของความสุขในชีวิต
คนที่มีความสุข บางทีเขามีชีวิตอยู่ในบ้านดัดแปลงจากตู้คอนเทนเนอร์
ที่กำลังดำเนินชีิวิตเรียบง่ายก็ได้
ความสุขมาหลายทาง โชคดีในชีวิตก็มีหลายแบบ
เมื่อก่อนแม่เคยสงสารตัวเองอย่างสุดแสน
ว่าทำไม เรามีลูกยากเช่นนี้หนอ
ยิ่งรอยิ่งทรมานใจ
แม่แอบพ่อร้องไห้ หลังจากเห็นพ่อผิดหวัง
จนกระทั่งแม่สัญญาเงียบๆเอาไว้ในใจให้พ่อ ว่า
ก่อนจะตาย อย่างน้อยจะมีชอนซาให้ สักคน
แล้วก็มีลูกนี่แหละจ้ะ
แต่เมื่อมีลูก แม่ก็เรียนรู้ว่า เวลาแห่งการรอคอยที่ผ่านมา
ไม่ใช่โชคร้าย ไม่ใช่บทลงโทษแห่งโลกของเรา
แต่เป็นช่วงเวลาที่ดีนักหนา
พ่อกับแม่ได้ใช้เวลาที่ดีด้วยกัน ที่เราจะต้องจดจำไม่ลืม
เรา้ัทั้งสองคน ใช้เวลาช่วงนั้น ตกตะกอนจิตใจตัวเอง
ค้นหาตัวเอง กว่าจะมีลูก เราบอกตัวเองว่า
เราพร้อมแล้ว ..
การมีหนูในเวลาที่พร้อม เป็นสิ่งที่ทรมานใจน้อยที่สุด
แต่สุขที่สุดแล้วกระมังจ๊ะ
เมื่อวานแม่ขอโทษด้วยนะ แม่แกล้งพ่อ แต่กลัวจะกระทบหนูมากที่สุด
แม่แกล้งพ่อไป แอบบอกกับหนูไป
หวังว่า หนูคงเข้าใจแม่นะจ๊ะ
เดี๋ยวแม่เอาไปเขียนที่บล๊อกโน้น เรื่องของพ่อกับแม่เอาไว้ให้หนูอ่านแล้วกัน
2006/9/28
* หน้าตาบล๊อกหนูเวลาดูในบราวเซอร์พื้นฐานอย่างไออีแล้ว มันโดนตัดคำแบบกระจุย เหมือนระเบิดลง
แม่เลยต้องuninstall extenshion ตัวนั้นออกเลย วันนี้ขอลองอีกครั้งว่า จะเหมือนเดิมหรือเปล่าค่ะ ..
เดี๋ยวนี้แม่ต้องตื่นเช้าพร้อมกับคลำท้องก่อนทุกที
มันเป็นการเตือนสติตัวเองน่ะจ้ะ
บางครั้ง เวลาที่เราตื่นขึ้นมา เราจะรู้สึกเหมือนกับว่า มันยังเบลอๆ เราฝันไปหรือเปล่า
เดี๋ยวนี้แม่ลูบหาหนูก่อนทุกครั้ง
เพื่อจะได้ความรู้สึก .. "เออ เอ็งท้องอยู่นะ" เหมือนตื่นเต็มที่ได้แล้ว
วันนี้แม่มีเืรื่องที่ตั้งใจมาเขียนเลยนะ
แม่ได้บทเรียนให้ตัวเองมา เกี่ยวกับเรื่องการประเิมินคุณค่าของ"บุคคล"ในใจเรา
ปกติแล้ว เรามักประเิมินใครว่า คนนี้ดี หรือ ดีกว่าคนโน้น คนนั้น
เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเรา
ความสัมพันธ์ ก็วัดกันที่ เรามีการให้การรับกันมากแค่ไหนด้วย
ใครถูกใจเรา ไม่ถูกใจเรา
บางทีเรารู้จักกันไปครึ่งๆกลางๆ แล้วเราก็หยิบเอาทีละคนๆ
มาวางลงบนแท่นที่มีตัวเลข บอกตำแหน่ง เบอร์1 เบอร์2 เบอร์3 ไล่ไปเรื่อยๆเสียแล้ว
แม่เชื่อว่าเราทุกคน ทำแบบนี้โดยอัตโนมัติ
แล้วแม่ก็เพิ่งได้เรียนรู้ว่า เราไม่ควรทำแบบนั้นเลย
เราอาจจะผิดหวัง หรือแปลกใจได้ในวันใดวันหนึ่ง
ท้ายที่สุด แม่พบว่า แต่ละคนมีคุณค่าเท่ากัน
เขาอาจจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ในด้านหนึ่ง
แต่คุณค่าของเขาจะมาหักลบบวกตัดกันเอง ถ้าเราต้องการประเมิน
เราอยู่บนโลกที่ยุติธรรมจ้ะลูก
บางคนที่โชคร้าย อาจจะคิดว่า ไม่จริง
แต่แม่พบว่า คนเราไม่เคยโชคร้ายเสมอไป
คนที่ร่ำรวย ไม่ใช่คำตอบของความสุขในชีวิต
คนที่มีความสุข บางทีเขามีชีวิตอยู่ในบ้านดัดแปลงจากตู้คอนเทนเนอร์
ที่กำลังดำเนินชีิวิตเรียบง่ายก็ได้
ความสุขมาหลายทาง โชคดีในชีวิตก็มีหลายแบบ
เมื่อก่อนแม่เคยสงสารตัวเองอย่างสุดแสน
ว่าทำไม เรามีลูกยากเช่นนี้หนอ
ยิ่งรอยิ่งทรมานใจ
แม่แอบพ่อร้องไห้ หลังจากเห็นพ่อผิดหวัง
จนกระทั่งแม่สัญญาเงียบๆเอาไว้ในใจให้พ่อ ว่า
ก่อนจะตาย อย่างน้อยจะมีชอนซาให้ สักคน
แล้วก็มีลูกนี่แหละจ้ะ
แต่เมื่อมีลูก แม่ก็เรียนรู้ว่า เวลาแห่งการรอคอยที่ผ่านมา
ไม่ใช่โชคร้าย ไม่ใช่บทลงโทษแห่งโลกของเรา
แต่เป็นช่วงเวลาที่ดีนักหนา
พ่อกับแม่ได้ใช้เวลาที่ดีด้วยกัน ที่เราจะต้องจดจำไม่ลืม
เรา้ัทั้งสองคน ใช้เวลาช่วงนั้น ตกตะกอนจิตใจตัวเอง
ค้นหาตัวเอง กว่าจะมีลูก เราบอกตัวเองว่า
เราพร้อมแล้ว ..
การมีหนูในเวลาที่พร้อม เป็นสิ่งที่ทรมานใจน้อยที่สุด
แต่สุขที่สุดแล้วกระมังจ๊ะ
เมื่อวานแม่ขอโทษด้วยนะ แม่แกล้งพ่อ แต่กลัวจะกระทบหนูมากที่สุด
แม่แกล้งพ่อไป แอบบอกกับหนูไป
หวังว่า หนูคงเข้าใจแม่นะจ๊ะ
เดี๋ยวแม่เอาไปเขียนที่บล๊อกโน้น เรื่องของพ่อกับแม่เอาไว้ให้หนูอ่านแล้วกัน
2006/9/28
* หน้าตาบล๊อกหนูเวลาดูในบราวเซอร์พื้นฐานอย่างไออีแล้ว มันโดนตัดคำแบบกระจุย เหมือนระเบิดลง
แม่เลยต้องuninstall extenshion ตัวนั้นออกเลย วันนี้ขอลองอีกครั้งว่า จะเหมือนเดิมหรือเปล่าค่ะ ..
Wednesday, September 27, 2006
ไม่ใช่เหนือยธรรมดาเสียแ้ล้ว
ชอนซา ..ลูกจ๋าของแม่
เช้านี้แม่รู้สึกตัวตื่นตามปกติ นอนมองนาฬิกาในห้องว่าเกือบหกโมงแล้ว
ยังไงก็ไม่หลับต่อ เลยลุกออกมา ..
ปรากฎว่า นาฬิกาในห้องโถงแค่ตีห้าครึ่งเองลูก
นาฬิกาบ้านเราก็เงี๊ยะนะ ตั้งให้มันเร็วๆเข้าไว้ เอาไว้เร่งพ่อยืด กับแม่ยาด
ส่วนนาฬิกาที่ตรงที่สุดแล้วเห็นจะเป็นมือถือของพ่อน่ะแหละ
เพราะมันจะขานทุกหนึ่งชั่วโมง ให้รู้ว่าเวลาเท่าไหร่แล้ว
เวลาพ่อดูข่าว ทีวีจะรายงานขานเวลาก่อนว่าขณะนี้เวลากี่โมงเป๊ง
มือถือเถรตรงนั่นก็จะขานพร้อมกับทีวีอย่างกับมหัศจรรย์เลยเชียว
แต่นาฬิกาคือ นาฬิกา ถ้าเราไม่ใส่ใจมัน ก็แค่นาฬิกา ... พ่อก็ยังคงสายเหมือนเดิมอยู่เรื่อยแหละ
วันนี้เป็นวันที่แม่แปลกใจกับความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองนัก
แม่ตื่นเช้า แล้วขอลูกข้ามขั้นตอนการปฎิบัติโยคะเช้า ง่ายๆของแม่
มุดเข้าไปนอนต่อเลย ..
ตื่นอีกที 9โมงครึ่งแล้ว
ทั้งที่ยังไม่อยากลุก แต่สายมากแล้ว เพิ่งกินกีวีไปแค่ลูกเดียว
แต่ยังไม่ทันอาหารกลางวันเลยลูก
แม่กลับไม่หิวข้าว แต่หิวนอนเหลือหลาย
อะไรกันนี่ .... ถ้าอาการนี้เป็นเมื่อเดือนสองเดือนก่อน
แม่จะไม่แปลกใจเลย
แม่พยายามทรงตัวทำอาหารกลางวันกิน
ล้างถ้วยล้างจานที่หมักกองเอาไว้แต่เมื่อวาน
กว่าจะเสร็จ เวลาก็ล่วงไปมากอยู่
การบ้านปักเย็บก็ยังไม่เสร็จ
แต่แม่ไม่อนาทรร้อนใจหรอกลูก
ไม่มีเวลาก็ไม่ไป ไม่เห็นเป็นไร
แม่ขอหนูนอนครึ่งชั่วโมงอีกแล้ววันนี้
ครบครึ่งชั่วโมงเป๊ะ อย่างกับจับเข็มหมุนมาเอง
แม่ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ พอเห็นเวลาแม่ก็พอใจ
แล้วไปจัดการอย่างอื่นต่อ
นี่แม่ยังต้องกางเตารีดออกมารีดกางเกงพ่ออีกตั้งสามตัวแน่ะ
พ่อไม่งอแงหรอกจ้ะ ถ้าแม่ไม่ทำให้
แกก็จะใส่ไปแบบนั้นเลย ..
เป็นผู้ชายที่ผ่านชีวิตเด็กหอมาได้ยังไงก็ไม่รู้
รีดกางเกงยังไง พ่อบอกว่า รีดไม่เป็น
อ้อ ก่อนจะนอน แม่ชักเอะใจว่า
หรือว่าเพราะไม่ได้ทำโยคะสบายๆ ให้หนู
แม่เลยต้องเหนื่อยชดเชย
ลุกไปทำโยคะ และเป็นครั้งแรกที่แม่สูดลมหายใจตอนช่วงเริ่มได้ดีที่สุด
แม่เพิ่งเข้าใจนี่เองลูก ..
เหมือนเส้นผมบังตา
.....
แม่เคยไปเรียนโยคะเมื่อตอนปีกว่าๆเกือบสองปีที่ผ่านมาแล้ว
ครั้งนั้นหลังจากสูญเสียหนูไปใหม่ๆ
งานด้วย รู้สึกว่าตัวเครียด
ไหนเขาว่า โยคะช่วยผ่อนคลายให้หายเครียด
แล้วยังมีโอกาสมีลูกได้ด้วย
ปรากฎว่า แม่ยิ่งเครียดกว่าเดิมลูก
เพราะแม่ตัวแข็งโป๊ก ... ฟังศัพท์โยคะก็เพิ่งเคยได้ยิน
ฟังอย่างเดียวไม่ได้เลย ต้องคอยมองตามด้วย
น่าสงสารที่สุดในชั้น
แม่ไปแค่สองเดือนแล้วเลิก หลังจากกลับมาจากเมืองไทย
หลังจากเอาของขวัญแสนสวยไปให้คุณครู
สิ่งที่แม่ได้มาเสมอ คือ หลักการฝึกลมหายใจ กับท่าวอร์มอัพ
ที่แม่เอามาทำอยู่ทุกเช้านี้
อย่างน้อยแม่ก็ยังจำท่าบริหารเชิงกราน
เอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับคลอดหนูโดยเฉพาะเลย
แต่ไม่สามารถหายเครียดได้ แม้สักนิด
เพิ่งวันนี้ แม่เพิ่งเข้าใจลูก
แม่เพิ่งผ่อนคลายเป็น
แม่เพิ่งยิ้มให้กับตัวเองในใจได้
โชคดีจริงๆที่มีหนู เป็นสิ่งที่กระตุ้นแม่โดยอัตโนมัติ
ให้แม่รู้ว่าหัวใจปิติสุขเป็นยังไง
หากไม่มีหนูวันนี้ แม่ก็ยังไม่รู้ว่าหัวใจตัวเองจะบีบรัดให้เจ็บนักหนาสักแค่ไหน
ขอบใจจริงๆเลยลูกจ๋า
แม่คงต้องนอนแต่หัววันแหละจ้ะ
เหนื่อยเหลือเกิน หลังจากนี้คงจำเป็นต้องเลิกนิสัยนอนดึกอย่างแน่นอนแล้วสิ
รักลูก
2006/9/27
เช้านี้แม่รู้สึกตัวตื่นตามปกติ นอนมองนาฬิกาในห้องว่าเกือบหกโมงแล้ว
ยังไงก็ไม่หลับต่อ เลยลุกออกมา ..
ปรากฎว่า นาฬิกาในห้องโถงแค่ตีห้าครึ่งเองลูก
นาฬิกาบ้านเราก็เงี๊ยะนะ ตั้งให้มันเร็วๆเข้าไว้ เอาไว้เร่งพ่อยืด กับแม่ยาด
ส่วนนาฬิกาที่ตรงที่สุดแล้วเห็นจะเป็นมือถือของพ่อน่ะแหละ
เพราะมันจะขานทุกหนึ่งชั่วโมง ให้รู้ว่าเวลาเท่าไหร่แล้ว
เวลาพ่อดูข่าว ทีวีจะรายงานขานเวลาก่อนว่าขณะนี้เวลากี่โมงเป๊ง
มือถือเถรตรงนั่นก็จะขานพร้อมกับทีวีอย่างกับมหัศจรรย์เลยเชียว
แต่นาฬิกาคือ นาฬิกา ถ้าเราไม่ใส่ใจมัน ก็แค่นาฬิกา ... พ่อก็ยังคงสายเหมือนเดิมอยู่เรื่อยแหละ
วันนี้เป็นวันที่แม่แปลกใจกับความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองนัก
แม่ตื่นเช้า แล้วขอลูกข้ามขั้นตอนการปฎิบัติโยคะเช้า ง่ายๆของแม่
มุดเข้าไปนอนต่อเลย ..
ตื่นอีกที 9โมงครึ่งแล้ว
ทั้งที่ยังไม่อยากลุก แต่สายมากแล้ว เพิ่งกินกีวีไปแค่ลูกเดียว
แต่ยังไม่ทันอาหารกลางวันเลยลูก
แม่กลับไม่หิวข้าว แต่หิวนอนเหลือหลาย
อะไรกันนี่ .... ถ้าอาการนี้เป็นเมื่อเดือนสองเดือนก่อน
แม่จะไม่แปลกใจเลย
แม่พยายามทรงตัวทำอาหารกลางวันกิน
ล้างถ้วยล้างจานที่หมักกองเอาไว้แต่เมื่อวาน
กว่าจะเสร็จ เวลาก็ล่วงไปมากอยู่
การบ้านปักเย็บก็ยังไม่เสร็จ
แต่แม่ไม่อนาทรร้อนใจหรอกลูก
ไม่มีเวลาก็ไม่ไป ไม่เห็นเป็นไร
แม่ขอหนูนอนครึ่งชั่วโมงอีกแล้ววันนี้
ครบครึ่งชั่วโมงเป๊ะ อย่างกับจับเข็มหมุนมาเอง
แม่ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ พอเห็นเวลาแม่ก็พอใจ
แล้วไปจัดการอย่างอื่นต่อ
นี่แม่ยังต้องกางเตารีดออกมารีดกางเกงพ่ออีกตั้งสามตัวแน่ะ
พ่อไม่งอแงหรอกจ้ะ ถ้าแม่ไม่ทำให้
แกก็จะใส่ไปแบบนั้นเลย ..
เป็นผู้ชายที่ผ่านชีวิตเด็กหอมาได้ยังไงก็ไม่รู้
รีดกางเกงยังไง พ่อบอกว่า รีดไม่เป็น
อ้อ ก่อนจะนอน แม่ชักเอะใจว่า
หรือว่าเพราะไม่ได้ทำโยคะสบายๆ ให้หนู
แม่เลยต้องเหนื่อยชดเชย
ลุกไปทำโยคะ และเป็นครั้งแรกที่แม่สูดลมหายใจตอนช่วงเริ่มได้ดีที่สุด
แม่เพิ่งเข้าใจนี่เองลูก ..
เหมือนเส้นผมบังตา
.....
แม่เคยไปเรียนโยคะเมื่อตอนปีกว่าๆเกือบสองปีที่ผ่านมาแล้ว
ครั้งนั้นหลังจากสูญเสียหนูไปใหม่ๆ
งานด้วย รู้สึกว่าตัวเครียด
ไหนเขาว่า โยคะช่วยผ่อนคลายให้หายเครียด
แล้วยังมีโอกาสมีลูกได้ด้วย
ปรากฎว่า แม่ยิ่งเครียดกว่าเดิมลูก
เพราะแม่ตัวแข็งโป๊ก ... ฟังศัพท์โยคะก็เพิ่งเคยได้ยิน
ฟังอย่างเดียวไม่ได้เลย ต้องคอยมองตามด้วย
น่าสงสารที่สุดในชั้น
แม่ไปแค่สองเดือนแล้วเลิก หลังจากกลับมาจากเมืองไทย
หลังจากเอาของขวัญแสนสวยไปให้คุณครู
สิ่งที่แม่ได้มาเสมอ คือ หลักการฝึกลมหายใจ กับท่าวอร์มอัพ
ที่แม่เอามาทำอยู่ทุกเช้านี้
อย่างน้อยแม่ก็ยังจำท่าบริหารเชิงกราน
เอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับคลอดหนูโดยเฉพาะเลย
แต่ไม่สามารถหายเครียดได้ แม้สักนิด
เพิ่งวันนี้ แม่เพิ่งเข้าใจลูก
แม่เพิ่งผ่อนคลายเป็น
แม่เพิ่งยิ้มให้กับตัวเองในใจได้
โชคดีจริงๆที่มีหนู เป็นสิ่งที่กระตุ้นแม่โดยอัตโนมัติ
ให้แม่รู้ว่าหัวใจปิติสุขเป็นยังไง
หากไม่มีหนูวันนี้ แม่ก็ยังไม่รู้ว่าหัวใจตัวเองจะบีบรัดให้เจ็บนักหนาสักแค่ไหน
ขอบใจจริงๆเลยลูกจ๋า
แม่คงต้องนอนแต่หัววันแหละจ้ะ
เหนื่อยเหลือเกิน หลังจากนี้คงจำเป็นต้องเลิกนิสัยนอนดึกอย่างแน่นอนแล้วสิ
รักลูก
2006/9/27
Tuesday, September 26, 2006
เหนื่อยจัง
หนูจ๋า ..
วันนี้แม่เหนื่อยมากเลย กว่าแม่จะรู้ตัวว่าแม่หงุดหงิดง่ายเพราะเหนื่อย ก็เมื่อได้ลงนั่งเย็บผ้าไปด้วย
จิตใจมันสงบพอที่จะคิดย่อยได้อย่างละเอียดอ่อนโดยไม่รู้ตัวนั่นแหละจ้ะ
แม่ตั้งท่าจะอัพเดทไดอารี่ให้หนู แต่เวลาไม่เคยพอสักที
ทั้งที่แม่เฉือนเวลาจนคิดว่าค่อนข้างลงตัวแล้วนะ
ในความลงตัวอันนั้น ถ้ามีเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุมเข้ามาหละก็
ตารางจะแน่นปั๋งเข้าเลยเชียว
เมื่อวานเป็นวันแรกที่แม่ไปเริ่มเรียน Quilt เป้าหมายแม่คือผ้าห่มสวยจังของหนู
แต่คุณครูเขาต้องให้แม่ผ่านขั้นเริ่มต้นที่แสนง่ายและแพงมากไปก่อน
แม่ต้องจ่ายเงินถึงแสนสองเป็นค่าเรียนบวกกับค่าอุปกรณ์อีกห้าหมื่น
รวมเป็นแสนเจ็ด ไปเรียนได้สองวัน
จ้ำฝีเข็มอย่างรวดเร็ว (โดนเข็มเสียบเลือดพุ่งไปหนึ่งช้อนตักโสม)
ทำผลงานชิ้นแรกเป็นหมอนปักเข็มส่วนตัวเสร็จ
คุณครูให้ทำชิ้นที่สอง เป็นกระเป๋าตังค์วงกลม รูดซิปแสนเชย
(ที่มันไม่ถูกใจแม่เอาเสียเลย แต่ครูเขาคงมีแบบฝึกอยู่ในนั้นแหละ)
เอาหละ จะเชยยังไง แม่ก็พยายามเลือกสีคลาสสิคที่สุดแล้ว
ใช้เวลาสองชิ้นสองบ่ายที่แม่เขม็ดเอาไว้น่ะแหละ
วันนี้วันที่สอง ครูแจ้งเลยว่า ชิ้นหน้าจะทำตะกร้านุ่มนิ่ม
แต่ชิ้นหน้าเป็นต้นไป ต้องเริ่มจ่ายค่าอุปกรณ์แยกเป็นชิ้นๆแล้ว
ได้ยินแล้วแม่คงหน้าแดง เพราะมันแพงจัด
แม่เป็นคนตรงเสียด้วย มันแพงก็ถามเลยว่าทำไมมันแพงจัง
แม้ครูจะบอกว่า ผ้านำเข้าจ้ะเลยแพง
แม่ก็ยังไม่เห็นว่า ไอ่เจ้าสองชิ้นกระติ๋วหลิวนี่จะห้าหมื่นไปได้ยังไง
เราใช้แค่เศษผ้าเท่านั้นเองนา
พ่อหนูบอกว่า ช่วยไม่ได้ เขาให้จ่ายก็ต้องจ่าย
ที่จริงครูนี่เป็นเพื่อนสมัยประถมถึงมัธยมของพ่อแหละ
พ่อบ่นว่า เพื่อนกันน่าจะลดให้กัน
แม่ก็พยายามทำใจว่า แหม เขาก็คงต้องเลี้ยงดูครอบครัวแหละนะ
เอาไว้ทำเป็นแล้วเวลาอยากทำแจกใคร
ค่อยหาซื้ออุปกรณ์จากเนตเอา ก็น่าจะมีนะ ..
เรื่องของถูกแพงนี่ วันนี้ห้างยักษ์ในเมืองเราเปิดเป็นวันแรก
แน่นอนว่าพวกเราตื่นเต้นกันแน่ๆ ได้ยินว่าวันนี้ผู้คนคลาคล่ำมาก
คุณย่าเขายังไปเดินชอปปิ้งมาเลย
พ่อสัญญากับแม่ไว้ว่า หลังอาหารบ้านคุณย่าจะไปกัน
อยู่ดีๆ พ่อก็โทรมาบอกว่ามีงานบริษัทซะแล้ว
แม่ก็งอนอยู่คนเดียวอย่างช่วยไม่ได้เลย
ปล่อยให้พ่อไปคิดเอง จนถึงเวลาเลิกงาน พ่อโทรมาหาคุณย่าขอมาทานข้าวด้วย
แล้วหลังจากนั้น แม่ก็งี่เง่าจนถึงก่อนนั่งลงทำการบ้านเย็บผ้าน่ะแหละ
แม่ถึงรู้ว่าแม่เหนื่อยถึงได้หงุดหงิดได้ง่ายอย่างนั้น
คิดแล้วแม่ก็นึกได้ว่า เวลาพ่อเหนื่อย ก็คงเหมือนกัน
พ่อก็จะขี้หงุดหงิดอย่างนี้ อันเป็นสิ่งที่แม่เซ็งอย่างมาก
แม่เห็นจะต้องเรียนรู้แล้วหละลูก
ว่าถ้าพ่อเหนื่อย อย่าไปเอาแต่ใจตัวให้ปวดหัวทั้งสองคน
ลืมบอกไปว่า คุณย่าไปชอปแล้วกลับมาคุยฟุ้งว่าของถูกแสนถูก
ทำไมไม่รู้ แม่ฟังคุณย่าแล้วไม่อยากไปเลย ..
ทำไมแม่เหนื่อยน่ะเหรอ .. ไม่รู้เหมือนกันลูก
เดี๋ยวนี้หนูปลุกแม่ตอนตีห้าครึ่งทุกวันเลย
แม่ไม่อยากนอนต่อ เพราะปกติต้องตื่นตอนหกโมงให้หนูอยู่แล้ว
มีตารางกิจวัตรตอนเช้าของหนูอยู่
อ้อ อีกอย่าง เช้านี้พอแม่ออกจากห้องนอนเดินเข้าครัว
หนูก็ดิ้นดุ๊กๆดิ๊กๆในพุงแม่ทันที
แม่ยังเย็บการบ้านไม่เสร็จเลย ลุกมาเปิดคอมพ์เขียนถึงหนูก่อน
แต่พรุ่งนี้ก็คิดว่าจะยังตื่นเช้ารักษาตารางของหนูแหละจ้ะ
2006/9/26
วันนี้แม่เหนื่อยมากเลย กว่าแม่จะรู้ตัวว่าแม่หงุดหงิดง่ายเพราะเหนื่อย ก็เมื่อได้ลงนั่งเย็บผ้าไปด้วย
จิตใจมันสงบพอที่จะคิดย่อยได้อย่างละเอียดอ่อนโดยไม่รู้ตัวนั่นแหละจ้ะ
แม่ตั้งท่าจะอัพเดทไดอารี่ให้หนู แต่เวลาไม่เคยพอสักที
ทั้งที่แม่เฉือนเวลาจนคิดว่าค่อนข้างลงตัวแล้วนะ
ในความลงตัวอันนั้น ถ้ามีเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุมเข้ามาหละก็
ตารางจะแน่นปั๋งเข้าเลยเชียว
เมื่อวานเป็นวันแรกที่แม่ไปเริ่มเรียน Quilt เป้าหมายแม่คือผ้าห่มสวยจังของหนู
แต่คุณครูเขาต้องให้แม่ผ่านขั้นเริ่มต้นที่แสนง่ายและแพงมากไปก่อน
แม่ต้องจ่ายเงินถึงแสนสองเป็นค่าเรียนบวกกับค่าอุปกรณ์อีกห้าหมื่น
รวมเป็นแสนเจ็ด ไปเรียนได้สองวัน
จ้ำฝีเข็มอย่างรวดเร็ว (โดนเข็มเสียบเลือดพุ่งไปหนึ่งช้อนตักโสม)
ทำผลงานชิ้นแรกเป็นหมอนปักเข็มส่วนตัวเสร็จ
คุณครูให้ทำชิ้นที่สอง เป็นกระเป๋าตังค์วงกลม รูดซิปแสนเชย
(ที่มันไม่ถูกใจแม่เอาเสียเลย แต่ครูเขาคงมีแบบฝึกอยู่ในนั้นแหละ)
เอาหละ จะเชยยังไง แม่ก็พยายามเลือกสีคลาสสิคที่สุดแล้ว
ใช้เวลาสองชิ้นสองบ่ายที่แม่เขม็ดเอาไว้น่ะแหละ
วันนี้วันที่สอง ครูแจ้งเลยว่า ชิ้นหน้าจะทำตะกร้านุ่มนิ่ม
แต่ชิ้นหน้าเป็นต้นไป ต้องเริ่มจ่ายค่าอุปกรณ์แยกเป็นชิ้นๆแล้ว
ได้ยินแล้วแม่คงหน้าแดง เพราะมันแพงจัด
แม่เป็นคนตรงเสียด้วย มันแพงก็ถามเลยว่าทำไมมันแพงจัง
แม้ครูจะบอกว่า ผ้านำเข้าจ้ะเลยแพง
แม่ก็ยังไม่เห็นว่า ไอ่เจ้าสองชิ้นกระติ๋วหลิวนี่จะห้าหมื่นไปได้ยังไง
เราใช้แค่เศษผ้าเท่านั้นเองนา
พ่อหนูบอกว่า ช่วยไม่ได้ เขาให้จ่ายก็ต้องจ่าย
ที่จริงครูนี่เป็นเพื่อนสมัยประถมถึงมัธยมของพ่อแหละ
พ่อบ่นว่า เพื่อนกันน่าจะลดให้กัน
แม่ก็พยายามทำใจว่า แหม เขาก็คงต้องเลี้ยงดูครอบครัวแหละนะ
เอาไว้ทำเป็นแล้วเวลาอยากทำแจกใคร
ค่อยหาซื้ออุปกรณ์จากเนตเอา ก็น่าจะมีนะ ..
เรื่องของถูกแพงนี่ วันนี้ห้างยักษ์ในเมืองเราเปิดเป็นวันแรก
แน่นอนว่าพวกเราตื่นเต้นกันแน่ๆ ได้ยินว่าวันนี้ผู้คนคลาคล่ำมาก
คุณย่าเขายังไปเดินชอปปิ้งมาเลย
พ่อสัญญากับแม่ไว้ว่า หลังอาหารบ้านคุณย่าจะไปกัน
อยู่ดีๆ พ่อก็โทรมาบอกว่ามีงานบริษัทซะแล้ว
แม่ก็งอนอยู่คนเดียวอย่างช่วยไม่ได้เลย
ปล่อยให้พ่อไปคิดเอง จนถึงเวลาเลิกงาน พ่อโทรมาหาคุณย่าขอมาทานข้าวด้วย
แล้วหลังจากนั้น แม่ก็งี่เง่าจนถึงก่อนนั่งลงทำการบ้านเย็บผ้าน่ะแหละ
แม่ถึงรู้ว่าแม่เหนื่อยถึงได้หงุดหงิดได้ง่ายอย่างนั้น
คิดแล้วแม่ก็นึกได้ว่า เวลาพ่อเหนื่อย ก็คงเหมือนกัน
พ่อก็จะขี้หงุดหงิดอย่างนี้ อันเป็นสิ่งที่แม่เซ็งอย่างมาก
แม่เห็นจะต้องเรียนรู้แล้วหละลูก
ว่าถ้าพ่อเหนื่อย อย่าไปเอาแต่ใจตัวให้ปวดหัวทั้งสองคน
ลืมบอกไปว่า คุณย่าไปชอปแล้วกลับมาคุยฟุ้งว่าของถูกแสนถูก
ทำไมไม่รู้ แม่ฟังคุณย่าแล้วไม่อยากไปเลย ..
ทำไมแม่เหนื่อยน่ะเหรอ .. ไม่รู้เหมือนกันลูก
เดี๋ยวนี้หนูปลุกแม่ตอนตีห้าครึ่งทุกวันเลย
แม่ไม่อยากนอนต่อ เพราะปกติต้องตื่นตอนหกโมงให้หนูอยู่แล้ว
มีตารางกิจวัตรตอนเช้าของหนูอยู่
อ้อ อีกอย่าง เช้านี้พอแม่ออกจากห้องนอนเดินเข้าครัว
หนูก็ดิ้นดุ๊กๆดิ๊กๆในพุงแม่ทันที
แม่ยังเย็บการบ้านไม่เสร็จเลย ลุกมาเปิดคอมพ์เขียนถึงหนูก่อน
แต่พรุ่งนี้ก็คิดว่าจะยังตื่นเช้ารักษาตารางของหนูแหละจ้ะ
2006/9/26
Sunday, September 24, 2006
เก็บพุงไม่มิดแล้ว ..
เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่แม่เริ่มใส่เสื้อตัวที่มีขนาดรอบเอวกว้างเป็นพิเศษสำหรับคนมีหนูแล้วหละ
เป็นความต้องการของพ่อ .. แกอยากถ่ายรูป แล้วสุดสัปดาห์นี้อากาศก็แสนจะสดใส
แต่กว่าเราจะได้ออกจากบ้านก็บ่ายกันแล้ว
ความจริงมันเกินความรู้สึกอากาศสดใสของแม่ไปแล้ว แต่ก็ไปดีกว่าอยู่กับบ้านเฉยๆ
อากาศดีมากจริงๆเลยลูก
ลมพัดสดชื่นมาก .. ก่อนเราจะออกนอกเขตเมือง แม่สังเกตุเห็นความแตกต่างที่มันดูตลกมาก
ในเมืองผู้คนส่วนใหญ่เน้นใส่เสื้อแขนยาวหรือเสื้อคลุมทับ ด้วยความกลัวอากาศเย็นกันแล้ว
แต่พอออกนอกเมืองเข้าเขตชนบท ผู้คนแถบนี้กลับใส่เสื้อแขนสั้น ท้าลมอู้ๆกันทั้งนั้น
โดยที่ลักษณะอากาศของสองฝั่งก็แตกต่างกัน โดยผกผันเอากับลักษณะการแต่งตัวของผู้คนนั่นแหละ
ตามริมทาง ชาวบ้านกำลังสอยลูกอึนแฮงนามูกันเป็นทิวแถว
แม่เห็นแล้วอย๊าก อยากได้
เคยเห็นแต่ในรูป เคยเห็นแต่ในสูตรอาหารบางอย่าง
แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้ที่ไหน ..
แต่พ่อไม่ได้จอดรถสนับสนุนความคิดแม่เลย
แกเน้นถ่ายรูปอย่างเดียว ..
ครั้งนี้แม่ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกับการถ่ายรูปเลย
น่าจะเพราะบรรดาดอกcosmosสีต่างๆที่กำลังบานนั่นเอง
แล้วทำไมหนา แม่จึงได้ไปพิสมัยบรรดาดอกตูมมากกว่าดอกบานไม่รู้
ดอกตูมพวกนี้ มันสวยอย่างเปล่งปลั่งจริงๆ
ด้านบนของดอกจะเป็นสีมันเคลือบอยู่
เหมือนการปกป้องกลีบบางๆข้างในเพื่อรอคอยวันผลิบาน อันจะมาถึงอีกไม่นาน
ทายซิ ว่าแม่ลูบๆคลำๆ แล้วแม่จะคิดถึงใครไปอีกได้ นอกจากหนู
แม่ไม่รู้ว่าแม่กำลังเพิ่มพูนความรู้สึกผูกพันกับหนูมากขึ้นๆ โดยไม่รู้ตัวหรืออย่างไร
ทำเอาแม่ฝันเห็นหนูนอนอยู่บนหน้าอกแม่ ในสภาพของเด็กทารกในครรภ์ปกติ
เหมือนกับว่า หนูอยากออกมาก็ออกได้ แล้วเดี๋ยวหนูก็กลับไปเอง
นี่แหละหนา ที่ทำให้แม่ไม่ค่อยเชื่อความฝันตัวเองสักเท่าไหร่
มันจะดูไร้สาระพิกลอยู่เรื่อยเลย
แม่ยังไม่ได้เล่าให้หนูฟังหละสิ ว่าคุณย่าขอเปิดพุงแม่ดูสะดือ
แล้วแกก็บอกเลยว่า แม่ไม่ต้องไปตรวจดูว่าหนูชายหรือหญิงแล้วนะ
แกฟันธงเรียบร้อยแล้วว่า ชาย ..
สอดคล้องกับความฝันของแม่ของพ่อที่มีมาอยู่เรื่อยๆ
(ทั้งๆที่แม่ไม่ค่อยจะเชื่อความฝัน หรือโชคลางนี่แหละ)
เดี๋ยวเรารอดูกันก็แล้วกัน ว่าหนูจะเป็นหญิงหรือชาย
ตกลงแม่ตัดสินใจแล้วหละ ว่าจะไม่ถามลุงหมอถึงเพศหนูหรอก
ชักอยากเอาไว้รอลุ้นวันคลอดเลยแล้วกัน
คุณย่านะ ปากก็บอกว่า อยากได้ผู้หญิง
แต่พอรู้ว่าหนูน่าจะเป็นชาย แกก็คุยฟุ้งคุยอวดใหญ่
ถึงยังไง คนเกาหลีก็ยังนิยมอย่างนี้แหละนะ
เรื่องเล็กๆแค่ว่าหญิงหรือชายแค่นี้ มันก็มีผลต่ออารมณ์มากจริงๆนะ
(อารมณ์คนแก่)
ไม่ต้องถามพ่อกับแม่หรอก เพราะเราทั้งสองคนนี่
เตรียมพร้อมที่จะรักหนูหมดเต็มหัวใจ อยู่แน่นอนที่สุดแล้ว ..
2006/9/24
*ชอนซา อายุครบ 15สัปดาห์ วันนี้ค่ะ
*แม่ขอแปะรูปหนูในท้องแม่แทนไปก่อนแล้วกันนะ
เป็นความต้องการของพ่อ .. แกอยากถ่ายรูป แล้วสุดสัปดาห์นี้อากาศก็แสนจะสดใส
แต่กว่าเราจะได้ออกจากบ้านก็บ่ายกันแล้ว
ความจริงมันเกินความรู้สึกอากาศสดใสของแม่ไปแล้ว แต่ก็ไปดีกว่าอยู่กับบ้านเฉยๆ
อากาศดีมากจริงๆเลยลูก
ลมพัดสดชื่นมาก .. ก่อนเราจะออกนอกเขตเมือง แม่สังเกตุเห็นความแตกต่างที่มันดูตลกมาก
ในเมืองผู้คนส่วนใหญ่เน้นใส่เสื้อแขนยาวหรือเสื้อคลุมทับ ด้วยความกลัวอากาศเย็นกันแล้ว
แต่พอออกนอกเมืองเข้าเขตชนบท ผู้คนแถบนี้กลับใส่เสื้อแขนสั้น ท้าลมอู้ๆกันทั้งนั้น
โดยที่ลักษณะอากาศของสองฝั่งก็แตกต่างกัน โดยผกผันเอากับลักษณะการแต่งตัวของผู้คนนั่นแหละ
ตามริมทาง ชาวบ้านกำลังสอยลูกอึนแฮงนามูกันเป็นทิวแถว
แม่เห็นแล้วอย๊าก อยากได้
เคยเห็นแต่ในรูป เคยเห็นแต่ในสูตรอาหารบางอย่าง
แต่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้ที่ไหน ..
แต่พ่อไม่ได้จอดรถสนับสนุนความคิดแม่เลย
แกเน้นถ่ายรูปอย่างเดียว ..
ครั้งนี้แม่ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกับการถ่ายรูปเลย
น่าจะเพราะบรรดาดอกcosmosสีต่างๆที่กำลังบานนั่นเอง
แล้วทำไมหนา แม่จึงได้ไปพิสมัยบรรดาดอกตูมมากกว่าดอกบานไม่รู้
ดอกตูมพวกนี้ มันสวยอย่างเปล่งปลั่งจริงๆ
ด้านบนของดอกจะเป็นสีมันเคลือบอยู่
เหมือนการปกป้องกลีบบางๆข้างในเพื่อรอคอยวันผลิบาน อันจะมาถึงอีกไม่นาน
ทายซิ ว่าแม่ลูบๆคลำๆ แล้วแม่จะคิดถึงใครไปอีกได้ นอกจากหนู
แม่ไม่รู้ว่าแม่กำลังเพิ่มพูนความรู้สึกผูกพันกับหนูมากขึ้นๆ โดยไม่รู้ตัวหรืออย่างไร
ทำเอาแม่ฝันเห็นหนูนอนอยู่บนหน้าอกแม่ ในสภาพของเด็กทารกในครรภ์ปกติ
เหมือนกับว่า หนูอยากออกมาก็ออกได้ แล้วเดี๋ยวหนูก็กลับไปเอง
นี่แหละหนา ที่ทำให้แม่ไม่ค่อยเชื่อความฝันตัวเองสักเท่าไหร่
มันจะดูไร้สาระพิกลอยู่เรื่อยเลย
แม่ยังไม่ได้เล่าให้หนูฟังหละสิ ว่าคุณย่าขอเปิดพุงแม่ดูสะดือ
แล้วแกก็บอกเลยว่า แม่ไม่ต้องไปตรวจดูว่าหนูชายหรือหญิงแล้วนะ
แกฟันธงเรียบร้อยแล้วว่า ชาย ..
สอดคล้องกับความฝันของแม่ของพ่อที่มีมาอยู่เรื่อยๆ
(ทั้งๆที่แม่ไม่ค่อยจะเชื่อความฝัน หรือโชคลางนี่แหละ)
เดี๋ยวเรารอดูกันก็แล้วกัน ว่าหนูจะเป็นหญิงหรือชาย
ตกลงแม่ตัดสินใจแล้วหละ ว่าจะไม่ถามลุงหมอถึงเพศหนูหรอก
ชักอยากเอาไว้รอลุ้นวันคลอดเลยแล้วกัน
คุณย่านะ ปากก็บอกว่า อยากได้ผู้หญิง
แต่พอรู้ว่าหนูน่าจะเป็นชาย แกก็คุยฟุ้งคุยอวดใหญ่
ถึงยังไง คนเกาหลีก็ยังนิยมอย่างนี้แหละนะ
เรื่องเล็กๆแค่ว่าหญิงหรือชายแค่นี้ มันก็มีผลต่ออารมณ์มากจริงๆนะ
(อารมณ์คนแก่)
ไม่ต้องถามพ่อกับแม่หรอก เพราะเราทั้งสองคนนี่
เตรียมพร้อมที่จะรักหนูหมดเต็มหัวใจ อยู่แน่นอนที่สุดแล้ว ..
2006/9/24
*ชอนซา อายุครบ 15สัปดาห์ วันนี้ค่ะ
*แม่ขอแปะรูปหนูในท้องแม่แทนไปก่อนแล้วกันนะ
Saturday, September 23, 2006
พ่อ(คนใหม่)ของหนู
หนูจ๋าของแม่ ..
เมื่อวานนี้ราวกับมันเป็นเวลาที่ดีเลยเชียว หลายอย่างที่ดีเกิดขึ้น
ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวหนูทั้งสิ้น
ในช่วงเวลาอย่างนี้แล้ว ไม่มีอะไรเลยที่ไม่เกี่ยวกับหนู
คำว่า "สำหรับหนู" มีพลังมากที่สุด เหมือนเข็มทิศนำทางชีวิตของพ่อและแม่ในเวลานี้จริงๆจ้ะ
เรียกว่าพ่อไม่สามารถ หรือเรียกว่า พ่อเปลี่ยนดีนะ ...
เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างที่เคยและไม่เคย
ที่เคยก็ละ ที่ไม่เคยก็ปฎิบัติ ...
แม่มีความสุขที่หนูกลายเป็นสิ่งที่คล้องเราสองคนให้แนบแน่นและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
นี่เองหนอ ที่ใครๆเขาเรียกว่า ลูกเป็นโซ่ทองของพ่อและแม่
ทุกครั้งที่แม่เขียนถึงลูก ไม่เคยเลยที่ไม่จะไม่นึกถึงอีกส่วนอีกด้านของโลกที่กลับกัน
ในขณะที่แม่โชคดี มีแม่ที่ไม่มีโอกาสอีกมาก
ในขณะที่หนูนอนอย่างอบอุ่นในท้องแม่ มีพ่อคอยช่วยเหลือ
ก็ยังมีอีกด้านของโลกที่โหดร้ายกับชีวิตน้อยๆในท้องด้วยเช่นกัน
ไปจนถึง คนที่อยากจะทำอย่างเรา แต่ไม่มีโอกาส
แม่นึกถึงด้านที่กลับกันนี้เสมอ ด้วยหัวใจที่ถ่อมตนเมื่อเปรียบตัวเองกับพวกเขา
นั่นเอง แม่จึงอยากเก็บไดอารี่สำหรับหนู เอาไว้ให้หนูอ่าน และไม่กล้าเอาไปให้หลายคนอ่าน
ด้วยเหตุผลกลัวคนหมั่นไส้ที่สุด
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกจ๋า แม่เป็นคนอย่างนี้แหละ
จนกว่าแม่จะแน่ใจแล้วว่าโลกทั้งโลกมีความสุขแม่จึงจะบอกว่าแม่เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย
แต่ถ้าไม่ แม่จะขออยู่เงียบๆเฉยๆ ทำดีที่สุดของตัวก่อน
เมื่อสักครู่ แม่ถามตัวเองขณะสระผมว่า
เงิน ทำให้เรามีความสุขที่สุดหรือเปล่า เนื่องจากสายตาของตัวละครในทีวีฉากสุดท้ายก่อนที่แม่จะปิดลงก่อนไปเข้าห้องน้ำ
เขากำลังมองชายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งเงียบๆ
ละครไม่บอกแต่ให้เราคิดต่อหรือเราเก็บมาคิดเองก็ไม่รู้
แม่ติดหัวมาคิดต่อว่า ชายผู้น้นคิดอะไร หรือจะคิดอิจฉาชายผู้ร่ำรวย
แม่ตอบทันใดในใจเลยว่า .. ไม่ใช่เงิน แต่เป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่นต่างหาก
ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของความสุข
คิดได้ดังนั้น แม่รู้สึกจั๊กกะจี้พุงทันทีเลยลูก
ไม่เคยมีใครบอกแม่สักที แต่แม่คิดเอาเองแหละว่าหนูส่งสัญญาณตอบรับสิ่งที่แม่คิด
ทารกคงเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดแล้ว
อันนี้ก็ต่อเนื่องจากหนังสือที่แม่เพิ่งค้นเจอให้ตู้เก็บของด้วย
หนังสือเกี่ยวกับ การดูแลลูกในครรภ์ เน้นเรื่อง 태교
แม่ไม่รู้จะหาคำไทยคำไหนมาแปลคำนี้ดีแล้ว มันคล้ายๆกับการอบรมลูกในครรภ์นั่นเอง
คนเกาหลีให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก
เช่นว่า ทำอะไรแล้วดีกับลูก
ทำอย่างไรแล้วลูกจะมีบุคคลิกภาพอย่างไร ทำนองนั้นแหละ
แม่พยายามตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือมากกว่าภาพเล่มนี้
จึงพบว่า เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมดูแลลูกในครรภ์ที่ดีมากเลยเชียว
หนังสือบอกเราหลายอย่างที่ทำให้เราเข้าใจหนูมากขึ้น จนถึงบอกว่าอะไรที่ดีที่เราควรทำ
สิ่งหนึ่งที่ติดใจแม่คือ การจัดตารางเวลาในแต่ละวัน
การทำทุกอย่างในเวลาเดิมๆ เป็นสิ่งที่ดี จนถึงมีเวลานั่งคุยกับลูกท้องด้วย
แม่ดีใจที่แม่ได้ทำบางอย่างตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ด้วยการตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นเวลาเดิมทุกวัน
จากที่เคยตื่นแล้วแต่จะอยากตื่น ตื่นแล้วต้องทำอะไรบ้างในขณะที่พ่อยังนอนอู้ตู้
จนถึงอ่านหนังสือที่อยากอ่านด้วย
ส่วนเขียนไดอารี่ถึงหนู แม่ขอเก็บเอาไว้หลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้ว
มีเวลาคุยกับหนู เวลาคุยกันประสาสามีภรรยา จนถึงเวลานอนที่เป็นเวลา
ตอนหลังๆนี่แม่ชักทำยากขึ้น
พ่อของหนูมีเวลาเอาแน่เอานอนไม่ได้
บางทีเวลาที่แม่อยากให้พ่อรีบไปทำงานซะที แม่จะได้ทำอย่างอื่นต่อ
พ่อก็ไปสายไม่สนอะไรซะงั้นแหละ ... อย่างวันนี้เลย
ตารางของแม่เลยเลื่อนหมด
ส่วนตอนค่ำ จะเอาอะไรกับพ่อที่นอนเร็วนอนช้าไม่เท่ากันแล้วแต่จะคลิกไปเจออะไรในทีวี
อย่างไรก็ตาม เราอย่าไปแสวงหาความสมบูรณ์แบบเลยเนาะ
เอาแบบตามโอกาสและความเป็นไปได้ดีกว่า ^__^
อีกเรื่องที่แม่ดีใจมาก ..
พ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับโฆษณาแม่ก็เข้าไปแทรก
เห็นประกาศรับสมัครต่างๆ แต่แม่เจอแล้ว ๆ
งานฝีมือ Quilt ที่แม่อยากทำ
ที่จริงแม่ไม่สนหรอกว่าจะมาแนวไหน แม่ถักนิตติ้งเป็นอยู่แล้ว ปักครอสติชก็เคยบ้า
คิวลท์ เหมือนงานที่ยากและค่าใช้จ่ายสูง แต่ดูแล้วออกมาเป็นชิ้นเป็นอันเอาไว้ใช้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว
พ่อพาไปเลยหลังจากออกจากบ้านคุณย่า
ค่าใช้จ่ายแพงอย่างที่แม่คิด แต่มันสวยไม่เบาเลยลูก
ครูเขาบังคับให้เราติดตามหลักสูตรโดยเริ่มจากทำหมอนปักเข็มก่อน
แม่เห็นแล้วเซ็งเล็กน้อย อยากโดดไปทำผ้าห่มเลยซะ
แหม ทุกอย่างมันแพงจังอย่างนี้ อยากทำอะไรก็อยากทำไปเลยน่ะสิ
ยังไงก็ตาม แม่คิดว่าหลังจากทำได้สักพักหลังจากนั้นแม่คงนั่งเย็บปักเอาเองที่บ้านได้อีกมากมายแน่นอนเลย
พ่อยังลังเลนะนั่นน่ะ เราสองคนเห็นตรงกันว่ามันแพง
ถึงบ้านแล้วพ่อโทรไปหาเพื่อนหญิงคนที่เคยทำหมอนปักเบอร์โทรหน้ารถให้แม่ทันที
พอได้ยินเพื่อนยืนยันว่างานคิวลท์มันช่วยให้เด็กมีสมาธิดี
การอ่านหนังสือด้วย ทำให้เด็กรักการอ่าน จนแทบไม่ต้องหาของเล่นให้เลย
สงสัยพ่อจะเห็นวิธีประหยัดค่าซื้อของเล่นให้ลูกแน่ๆ
แม่เกรงใจพ่อเหมือนกันนะ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายของหนูมากมายเลย
แต่ทำไมพ่อยินดีขนาดนี้ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ
(ปกติพ่อจะเหนียวเวลาจ่ายให้แม่อ่ะ)
พ่อบ่นแม่ว่า ไหนเคยบอกว่าไม่มีพ่อแม่อยู่ไม่ได้ไง ?
แม่เลยตอบว่า ก็มีชอนซาแล้วเธอไม่จำเป็นแล้วหละ ?
แล้วแม่ก็กินมะเหงกก่อนนอนหนึ่งโป๊ก
เราเต็มใจและพิจารณาสิ่งที่ดีแต่มีเหตุผลให้หนูเสมอจ้ะ
2006/9/23
เมื่อวานนี้ราวกับมันเป็นเวลาที่ดีเลยเชียว หลายอย่างที่ดีเกิดขึ้น
ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวหนูทั้งสิ้น
ในช่วงเวลาอย่างนี้แล้ว ไม่มีอะไรเลยที่ไม่เกี่ยวกับหนู
คำว่า "สำหรับหนู" มีพลังมากที่สุด เหมือนเข็มทิศนำทางชีวิตของพ่อและแม่ในเวลานี้จริงๆจ้ะ
เรียกว่าพ่อไม่สามารถ หรือเรียกว่า พ่อเปลี่ยนดีนะ ...
เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างที่เคยและไม่เคย
ที่เคยก็ละ ที่ไม่เคยก็ปฎิบัติ ...
แม่มีความสุขที่หนูกลายเป็นสิ่งที่คล้องเราสองคนให้แนบแน่นและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
นี่เองหนอ ที่ใครๆเขาเรียกว่า ลูกเป็นโซ่ทองของพ่อและแม่
ทุกครั้งที่แม่เขียนถึงลูก ไม่เคยเลยที่ไม่จะไม่นึกถึงอีกส่วนอีกด้านของโลกที่กลับกัน
ในขณะที่แม่โชคดี มีแม่ที่ไม่มีโอกาสอีกมาก
ในขณะที่หนูนอนอย่างอบอุ่นในท้องแม่ มีพ่อคอยช่วยเหลือ
ก็ยังมีอีกด้านของโลกที่โหดร้ายกับชีวิตน้อยๆในท้องด้วยเช่นกัน
ไปจนถึง คนที่อยากจะทำอย่างเรา แต่ไม่มีโอกาส
แม่นึกถึงด้านที่กลับกันนี้เสมอ ด้วยหัวใจที่ถ่อมตนเมื่อเปรียบตัวเองกับพวกเขา
นั่นเอง แม่จึงอยากเก็บไดอารี่สำหรับหนู เอาไว้ให้หนูอ่าน และไม่กล้าเอาไปให้หลายคนอ่าน
ด้วยเหตุผลกลัวคนหมั่นไส้ที่สุด
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกจ๋า แม่เป็นคนอย่างนี้แหละ
จนกว่าแม่จะแน่ใจแล้วว่าโลกทั้งโลกมีความสุขแม่จึงจะบอกว่าแม่เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย
แต่ถ้าไม่ แม่จะขออยู่เงียบๆเฉยๆ ทำดีที่สุดของตัวก่อน
เมื่อสักครู่ แม่ถามตัวเองขณะสระผมว่า
เงิน ทำให้เรามีความสุขที่สุดหรือเปล่า เนื่องจากสายตาของตัวละครในทีวีฉากสุดท้ายก่อนที่แม่จะปิดลงก่อนไปเข้าห้องน้ำ
เขากำลังมองชายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งเงียบๆ
ละครไม่บอกแต่ให้เราคิดต่อหรือเราเก็บมาคิดเองก็ไม่รู้
แม่ติดหัวมาคิดต่อว่า ชายผู้น้นคิดอะไร หรือจะคิดอิจฉาชายผู้ร่ำรวย
แม่ตอบทันใดในใจเลยว่า .. ไม่ใช่เงิน แต่เป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่นต่างหาก
ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของความสุข
คิดได้ดังนั้น แม่รู้สึกจั๊กกะจี้พุงทันทีเลยลูก
ไม่เคยมีใครบอกแม่สักที แต่แม่คิดเอาเองแหละว่าหนูส่งสัญญาณตอบรับสิ่งที่แม่คิด
ทารกคงเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดแล้ว
อันนี้ก็ต่อเนื่องจากหนังสือที่แม่เพิ่งค้นเจอให้ตู้เก็บของด้วย
หนังสือเกี่ยวกับ การดูแลลูกในครรภ์ เน้นเรื่อง 태교
แม่ไม่รู้จะหาคำไทยคำไหนมาแปลคำนี้ดีแล้ว มันคล้ายๆกับการอบรมลูกในครรภ์นั่นเอง
คนเกาหลีให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก
เช่นว่า ทำอะไรแล้วดีกับลูก
ทำอย่างไรแล้วลูกจะมีบุคคลิกภาพอย่างไร ทำนองนั้นแหละ
แม่พยายามตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือมากกว่าภาพเล่มนี้
จึงพบว่า เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมดูแลลูกในครรภ์ที่ดีมากเลยเชียว
หนังสือบอกเราหลายอย่างที่ทำให้เราเข้าใจหนูมากขึ้น จนถึงบอกว่าอะไรที่ดีที่เราควรทำ
สิ่งหนึ่งที่ติดใจแม่คือ การจัดตารางเวลาในแต่ละวัน
การทำทุกอย่างในเวลาเดิมๆ เป็นสิ่งที่ดี จนถึงมีเวลานั่งคุยกับลูกท้องด้วย
แม่ดีใจที่แม่ได้ทำบางอย่างตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ด้วยการตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นเวลาเดิมทุกวัน
จากที่เคยตื่นแล้วแต่จะอยากตื่น ตื่นแล้วต้องทำอะไรบ้างในขณะที่พ่อยังนอนอู้ตู้
จนถึงอ่านหนังสือที่อยากอ่านด้วย
ส่วนเขียนไดอารี่ถึงหนู แม่ขอเก็บเอาไว้หลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้ว
มีเวลาคุยกับหนู เวลาคุยกันประสาสามีภรรยา จนถึงเวลานอนที่เป็นเวลา
ตอนหลังๆนี่แม่ชักทำยากขึ้น
พ่อของหนูมีเวลาเอาแน่เอานอนไม่ได้
บางทีเวลาที่แม่อยากให้พ่อรีบไปทำงานซะที แม่จะได้ทำอย่างอื่นต่อ
พ่อก็ไปสายไม่สนอะไรซะงั้นแหละ ... อย่างวันนี้เลย
ตารางของแม่เลยเลื่อนหมด
ส่วนตอนค่ำ จะเอาอะไรกับพ่อที่นอนเร็วนอนช้าไม่เท่ากันแล้วแต่จะคลิกไปเจออะไรในทีวี
อย่างไรก็ตาม เราอย่าไปแสวงหาความสมบูรณ์แบบเลยเนาะ
เอาแบบตามโอกาสและความเป็นไปได้ดีกว่า ^__^
อีกเรื่องที่แม่ดีใจมาก ..
พ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับโฆษณาแม่ก็เข้าไปแทรก
เห็นประกาศรับสมัครต่างๆ แต่แม่เจอแล้ว ๆ
งานฝีมือ Quilt ที่แม่อยากทำ
ที่จริงแม่ไม่สนหรอกว่าจะมาแนวไหน แม่ถักนิตติ้งเป็นอยู่แล้ว ปักครอสติชก็เคยบ้า
คิวลท์ เหมือนงานที่ยากและค่าใช้จ่ายสูง แต่ดูแล้วออกมาเป็นชิ้นเป็นอันเอาไว้ใช้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว
พ่อพาไปเลยหลังจากออกจากบ้านคุณย่า
ค่าใช้จ่ายแพงอย่างที่แม่คิด แต่มันสวยไม่เบาเลยลูก
ครูเขาบังคับให้เราติดตามหลักสูตรโดยเริ่มจากทำหมอนปักเข็มก่อน
แม่เห็นแล้วเซ็งเล็กน้อย อยากโดดไปทำผ้าห่มเลยซะ
แหม ทุกอย่างมันแพงจังอย่างนี้ อยากทำอะไรก็อยากทำไปเลยน่ะสิ
ยังไงก็ตาม แม่คิดว่าหลังจากทำได้สักพักหลังจากนั้นแม่คงนั่งเย็บปักเอาเองที่บ้านได้อีกมากมายแน่นอนเลย
พ่อยังลังเลนะนั่นน่ะ เราสองคนเห็นตรงกันว่ามันแพง
ถึงบ้านแล้วพ่อโทรไปหาเพื่อนหญิงคนที่เคยทำหมอนปักเบอร์โทรหน้ารถให้แม่ทันที
พอได้ยินเพื่อนยืนยันว่างานคิวลท์มันช่วยให้เด็กมีสมาธิดี
การอ่านหนังสือด้วย ทำให้เด็กรักการอ่าน จนแทบไม่ต้องหาของเล่นให้เลย
สงสัยพ่อจะเห็นวิธีประหยัดค่าซื้อของเล่นให้ลูกแน่ๆ
แม่เกรงใจพ่อเหมือนกันนะ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายของหนูมากมายเลย
แต่ทำไมพ่อยินดีขนาดนี้ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ
(ปกติพ่อจะเหนียวเวลาจ่ายให้แม่อ่ะ)
พ่อบ่นแม่ว่า ไหนเคยบอกว่าไม่มีพ่อแม่อยู่ไม่ได้ไง ?
แม่เลยตอบว่า ก็มีชอนซาแล้วเธอไม่จำเป็นแล้วหละ ?
แล้วแม่ก็กินมะเหงกก่อนนอนหนึ่งโป๊ก
เราเต็มใจและพิจารณาสิ่งที่ดีแต่มีเหตุผลให้หนูเสมอจ้ะ
2006/9/23
Thursday, September 21, 2006
ส่งขุนพลน้อย
หนูจ๋า ..
ไม่ใช่ว่าแม่ไม่มีเรื่องเขียน หรือเล่าให้หนูฟังหรอก
แต่บางวันแม่ก็ไม่อยู่ในภาวะสามารถเขียนได้ .. จริงๆแล้วแม่อยากเล่าให้หนูฟังแต่เรื่องที่น่าจดจำ
สิ่งที่แม่ห่วงมาตั้งแต่มีหนูก็คือ อารมณ์อันอ่อนไหวของแม่นี่แหละ
หลายครั้งในชีวิตของผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหวเช่นแม่นี้ จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเอาชนะใจตัวเองพอสมควร
การที่จะสามารถ "สอบผ่าน" ในแต่ละเรื่องราวได้นั้น
ที่ผ่านมา แม่ต้องอาศัยหลักแห่งทักษะทางอารมณ์มากพอดูทีเดียว
สิ่งที่สำคัญก็คือ ขณะที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้นี่สิ ... มันต้องทนทุกข์ไม่น้อยทีเดียว
แม่ห่วงว่า แม่จะถ่ายทอดความเกินไปในชีวิตแบบนี้ใส่ลงในตัวลูก
นั่นคือสิ่งเดียวที่แม่ไม่ต้องการเห็นตัวเองสะท้อนในลูกเลย
ดังนั้น สิ่งที่ยังหวังอยู่ คือ หากหนูได้รับอิทธิพลส่วนนั้นไปจากแม่ด้วย
แม่ก็ขอให้หนูมีความฉลาดทางอารมณ์ และมั่นคงพอในการรับมือกับสิ่งเหล่านั้น
แม่ฝากสิ่งนี้เอาไว้ แล้วจะข้ามไปเล่าบางสิ่งบางอย่างเมื่อตอนบ่ายนี้
พอตกบ่าย แม่มักจะมีอาการมึนหัวลามไปจนถึงปวด ถ้ายังไม่ยอมล้มตัวลงนอน
หนูบังคับแม่ด้วยวิธีนี้แหละ .. บางครั้งก็มึนจนรู้สึกว่าประสาทช้าไปเลย
แล้วเวลาของหนูต้องแค่ 1 ชั่วโมงพอดี เป๊ะๆ ไม่เคยน้อยไม่เคยเกิน
มีครั้งหนึ่ง แม่โดนโทรศัพท์ปลุกขึ้นมาหลังจากงีบได้แค่ 30นาที
แม่นึกว่าแม่พอแล้ว พยายามจะลุกขึ้น เท่าไหร่ก็ไม่สามารถ แม่ต่อสู้กับความยังไม่พอนั่น
จนรู้สึกตัวแบบตื่นจริงๆเมื่อผ่านไปอีก30นาทีแล้ว
ตาจะใสแจ๋วประสาทจะตื่นพร้อมราวกับว่าเมื่อกี้แกล้งเล่นละครบทง่วงนอนอย่างนั้นแหละ
ก่อนหลับตาทุกครั้งแม่จะมองนาฬิกาบนผนังก่อนทุกที
เมื่อลืมตาขึ้นมา แม่จะเห็นเข็มยาวอยู่ที่เลขตัวที่แม่เห็นก่อนหลับ มีแต่เข็มสั้นเท่าน้นที่บิดเบือน
ทำไมลูกมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้หนา .. แม่ประหลาดใจได้ทุกวันเลยลูกเอ๋ย
วันนี้ก่อนหลับตาลง เข็มยาวอยู่ที่เลข 3 - สิบห้านาที แล้วแม่ก็หลับ
พอลืมตาขึ้นมา แบบสะดุ้งตกใจตื่น เข็มยาวก็อยู่เลข3เหมือนเดิมเลย
แม่กำลังตกใจเพราะความฝัน ก็ต้องแปลกใจปนไปด้วย แล้วก็หอบหายใจต่อ
ในฝัน แม่เห็นงูตัวที่แม่จับพันด้ามไม้เอาไว้ รอให้พ่อมาจัดการอยู่อีกแล้ว
คราวนี้น้าไก่มาจากไหนไม่รู้ จะมาช่วยแม่ฆ่างูตัวนี้เสีย ทั้งที่พ่อก็อยู่ตรงนั้น
น้าไก่จัดการกดด้ามไม้ที่พันงูอยู่ อลวนอยู่พักหนึ่ง
งูหลุดจากไม้นั้น แล้วพุ่งปราดเป็นเส้นตรงมาหาแม่ทันที
แม่นั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับน้าไก่
เมื่องูพุ่งเข้ามาอย่างนั้น แม่ตกใจรีบยกขาขึ้นทั้งสองข้าง
แม่สะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองหอบหายใจอย่างแรง เหมือนคนวิ่งหนีอะไรมาเหนื่อยๆ
รู้สึกเหมือนยังยกขาค้างอยู่ด้วยซ้ำ
ทุกอย่างเหมือนจริง จนแม่ยังจำได้แม้กระทั่งสีของงูเกล็ดของงูด้วยซ้ำ
งูดูไม่ดุร้ายเลย แต่เรากลัวมันเท่านั้น
และที่สำคัญ แม่เพิ่งจำได้ว่าแม่ฝันเห็นงูตัวนี้ทุกคืนเลยที่ผ่านมา
แต่ความจริงอีกใจหนึ่่งของแม่อดจินตนาการห่วงใยหนูไม่ได้
เพราะไม่รู้ว่าหนูกำลังโกรธแม่กับพ่อหรือเปล่า
แม่กำลังมีเืรื่องไม่สบายใจที่กินเวลา กินพลังงาน นานที่สุดเท่าที่จำได้มาเลย
แต่สำหรับคนเกาหลีนั้น การฝันเห็นงูคือสัญญาณว่าจะได้ลูกชาย
ส่วนเรื่องฝันเห็นว่าแม่มีสร้อยทองเส้นใหญ่กว่าที่คล้องคอพ่ออยู่นั่นคือ สัญญลักษณ์ว่าจะเป็นลูกชายตามตำราไทย
แล้ววันนี้แม่ก็บังเอิญไปรื้อหาหนังสือในตู้เก็บของ(อีกแล้ว)
เลยหยิบหนังสือเล่มเล็กที่ทายนิสัยตามวันเกิด มาเปิดดูเล่นๆ
ถ้าหนูเกิดวันที่ 17 ตรงกับที่ลุงหมอกำหนดเอาไว้ให้จริงละก็
ในหนังสือทำนายถึงลักษณะแห่งความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเชียวหละ
แต่บางครั้งสิ ที่จะแอบมีความอ่อนไหวปรวนแปรปนอยู่ด้วย
นี่ยังไงล่ะ ที่ทำให้แม่ห่วงนัก
หลังจากตื่นจากความฝันระทึก (ครั้งแรกในชีวิต) นั่นแล้ว
แม่เห็นด้วยกับพ่อทันทีว่า ถ้าหนูเกิดเป็นชาย แม่จะยินดีให้พ่อตั้งชื่อหนูว่า
"ชอน ซาเรียง" อันแปลว่า ขุนพลชอน แน่นอน
ในหนังสือยังบอกต่ออีกด้วยว่า อารมณ์อ่อนไหวนั้น หลังจากได้แต่งงานแล้วจะมั่นคงขึ้น
แม่เห็นภารกิจของคนเป็นแม่อย่างชัดเจนเลยลูก
แม่จะส่งหนูจนถึงวันนั้น วันที่หนูสามารถจะมั่นคงได้ขึ้นมาเพราะใครคนหนึ่ง
เหมือนพ่อที่ได้พบกับแม่ไงจ๊ะ
วันนี้ ..อยากกอดหนูมากมาย
2006/9/21
ไม่ใช่ว่าแม่ไม่มีเรื่องเขียน หรือเล่าให้หนูฟังหรอก
แต่บางวันแม่ก็ไม่อยู่ในภาวะสามารถเขียนได้ .. จริงๆแล้วแม่อยากเล่าให้หนูฟังแต่เรื่องที่น่าจดจำ
สิ่งที่แม่ห่วงมาตั้งแต่มีหนูก็คือ อารมณ์อันอ่อนไหวของแม่นี่แหละ
หลายครั้งในชีวิตของผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหวเช่นแม่นี้ จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเอาชนะใจตัวเองพอสมควร
การที่จะสามารถ "สอบผ่าน" ในแต่ละเรื่องราวได้นั้น
ที่ผ่านมา แม่ต้องอาศัยหลักแห่งทักษะทางอารมณ์มากพอดูทีเดียว
สิ่งที่สำคัญก็คือ ขณะที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้นี่สิ ... มันต้องทนทุกข์ไม่น้อยทีเดียว
แม่ห่วงว่า แม่จะถ่ายทอดความเกินไปในชีวิตแบบนี้ใส่ลงในตัวลูก
นั่นคือสิ่งเดียวที่แม่ไม่ต้องการเห็นตัวเองสะท้อนในลูกเลย
ดังนั้น สิ่งที่ยังหวังอยู่ คือ หากหนูได้รับอิทธิพลส่วนนั้นไปจากแม่ด้วย
แม่ก็ขอให้หนูมีความฉลาดทางอารมณ์ และมั่นคงพอในการรับมือกับสิ่งเหล่านั้น
แม่ฝากสิ่งนี้เอาไว้ แล้วจะข้ามไปเล่าบางสิ่งบางอย่างเมื่อตอนบ่ายนี้
พอตกบ่าย แม่มักจะมีอาการมึนหัวลามไปจนถึงปวด ถ้ายังไม่ยอมล้มตัวลงนอน
หนูบังคับแม่ด้วยวิธีนี้แหละ .. บางครั้งก็มึนจนรู้สึกว่าประสาทช้าไปเลย
แล้วเวลาของหนูต้องแค่ 1 ชั่วโมงพอดี เป๊ะๆ ไม่เคยน้อยไม่เคยเกิน
มีครั้งหนึ่ง แม่โดนโทรศัพท์ปลุกขึ้นมาหลังจากงีบได้แค่ 30นาที
แม่นึกว่าแม่พอแล้ว พยายามจะลุกขึ้น เท่าไหร่ก็ไม่สามารถ แม่ต่อสู้กับความยังไม่พอนั่น
จนรู้สึกตัวแบบตื่นจริงๆเมื่อผ่านไปอีก30นาทีแล้ว
ตาจะใสแจ๋วประสาทจะตื่นพร้อมราวกับว่าเมื่อกี้แกล้งเล่นละครบทง่วงนอนอย่างนั้นแหละ
ก่อนหลับตาทุกครั้งแม่จะมองนาฬิกาบนผนังก่อนทุกที
เมื่อลืมตาขึ้นมา แม่จะเห็นเข็มยาวอยู่ที่เลขตัวที่แม่เห็นก่อนหลับ มีแต่เข็มสั้นเท่าน้นที่บิดเบือน
ทำไมลูกมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้หนา .. แม่ประหลาดใจได้ทุกวันเลยลูกเอ๋ย
วันนี้ก่อนหลับตาลง เข็มยาวอยู่ที่เลข 3 - สิบห้านาที แล้วแม่ก็หลับ
พอลืมตาขึ้นมา แบบสะดุ้งตกใจตื่น เข็มยาวก็อยู่เลข3เหมือนเดิมเลย
แม่กำลังตกใจเพราะความฝัน ก็ต้องแปลกใจปนไปด้วย แล้วก็หอบหายใจต่อ
ในฝัน แม่เห็นงูตัวที่แม่จับพันด้ามไม้เอาไว้ รอให้พ่อมาจัดการอยู่อีกแล้ว
คราวนี้น้าไก่มาจากไหนไม่รู้ จะมาช่วยแม่ฆ่างูตัวนี้เสีย ทั้งที่พ่อก็อยู่ตรงนั้น
น้าไก่จัดการกดด้ามไม้ที่พันงูอยู่ อลวนอยู่พักหนึ่ง
งูหลุดจากไม้นั้น แล้วพุ่งปราดเป็นเส้นตรงมาหาแม่ทันที
แม่นั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับน้าไก่
เมื่องูพุ่งเข้ามาอย่างนั้น แม่ตกใจรีบยกขาขึ้นทั้งสองข้าง
แม่สะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองหอบหายใจอย่างแรง เหมือนคนวิ่งหนีอะไรมาเหนื่อยๆ
รู้สึกเหมือนยังยกขาค้างอยู่ด้วยซ้ำ
ทุกอย่างเหมือนจริง จนแม่ยังจำได้แม้กระทั่งสีของงูเกล็ดของงูด้วยซ้ำ
งูดูไม่ดุร้ายเลย แต่เรากลัวมันเท่านั้น
และที่สำคัญ แม่เพิ่งจำได้ว่าแม่ฝันเห็นงูตัวนี้ทุกคืนเลยที่ผ่านมา
แต่ความจริงอีกใจหนึ่่งของแม่อดจินตนาการห่วงใยหนูไม่ได้
เพราะไม่รู้ว่าหนูกำลังโกรธแม่กับพ่อหรือเปล่า
แม่กำลังมีเืรื่องไม่สบายใจที่กินเวลา กินพลังงาน นานที่สุดเท่าที่จำได้มาเลย
แต่สำหรับคนเกาหลีนั้น การฝันเห็นงูคือสัญญาณว่าจะได้ลูกชาย
ส่วนเรื่องฝันเห็นว่าแม่มีสร้อยทองเส้นใหญ่กว่าที่คล้องคอพ่ออยู่นั่นคือ สัญญลักษณ์ว่าจะเป็นลูกชายตามตำราไทย
แล้ววันนี้แม่ก็บังเอิญไปรื้อหาหนังสือในตู้เก็บของ(อีกแล้ว)
เลยหยิบหนังสือเล่มเล็กที่ทายนิสัยตามวันเกิด มาเปิดดูเล่นๆ
ถ้าหนูเกิดวันที่ 17 ตรงกับที่ลุงหมอกำหนดเอาไว้ให้จริงละก็
ในหนังสือทำนายถึงลักษณะแห่งความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเชียวหละ
แต่บางครั้งสิ ที่จะแอบมีความอ่อนไหวปรวนแปรปนอยู่ด้วย
นี่ยังไงล่ะ ที่ทำให้แม่ห่วงนัก
หลังจากตื่นจากความฝันระทึก (ครั้งแรกในชีวิต) นั่นแล้ว
แม่เห็นด้วยกับพ่อทันทีว่า ถ้าหนูเกิดเป็นชาย แม่จะยินดีให้พ่อตั้งชื่อหนูว่า
"ชอน ซาเรียง" อันแปลว่า ขุนพลชอน แน่นอน
ในหนังสือยังบอกต่ออีกด้วยว่า อารมณ์อ่อนไหวนั้น หลังจากได้แต่งงานแล้วจะมั่นคงขึ้น
แม่เห็นภารกิจของคนเป็นแม่อย่างชัดเจนเลยลูก
แม่จะส่งหนูจนถึงวันนั้น วันที่หนูสามารถจะมั่นคงได้ขึ้นมาเพราะใครคนหนึ่ง
เหมือนพ่อที่ได้พบกับแม่ไงจ๊ะ
วันนี้ ..อยากกอดหนูมากมาย
2006/9/21
Tuesday, September 19, 2006
อ้างว่าเพื่อหนู .. หรือเปล่า ?
แม่จะเริ่มอย่างไรดีนะนี่หนู ...
น้าไก่บอกว่า ตอนน้าไก่ท้อง เขาเฝ้านับวันรอวันไปโรงพยาบาลเพราะอยากเห็น .. คิดถึง ~*
ทุกคนคงเหมือนกันนะ แม่ว่า .. เราสงสัยเหลือเกิน
ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นแต่นอนลอยน้ำอยู่ในท้องเรานี่ เปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างแล้ว
วันนี้แม่เพิ่มงานตามนัดขึ้นมาอีกชิ้นนึงจ้ะ ไม่หนักมากหรอก
รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น สดชื่นขึ้น
แม้ว่าจะยังมีเสียงว๊ากก มาจากน้าปูที่ได้ยินว่าแม่ออกไปขับรถทำงานแล้ว
ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีหรอกเนาะ เสียงต่างๆเหล่านี้เกิดจากความห่วงใยหนูทั้งสิ้น
ตรงข้ามนะ โอกาสดีๆมักเกิดขึ้นเวลาเราได้ออกไปเจอผู้คนด้วย
วันนี้แม่อดใจร่วมโต๊ะอาหารกับคุณแม่ของซูวานไม่ได้เลย
แม่ขอข้าวแค่สองช้อนเท่านั้น อาหารน่ากินมากเลยลูก
จนแม่ต้องบอกคุณป้าว่า อีกหน่อยแม่จะทำอาหารสวยๆแบบนี้ให้ลูกๆกินเหมือนคุณป้านี่แหละ
มีอีกเรื่องด้วย คุณป้ากับคุณลุงไปลองปั้นถ้วยชามมา
แล้วเอามาใช้เองในบ้าน
ถ้วยชามบิดๆเบี้ยวๆพวกนี้แหละ ของสุดโปรดแม่เลยลูก
มันเป็นเกาหลี๊ เกาหลี มันคลาสสิค บอกไม่ถูก
แม่จดมาไว้แล้วว่าที่นี่อยู่ไหน ตั้งใจจะให้พ่อมาไป
คุณป้าบอกว่า สามีภรรยาเขาไปทำกันเป็นคู่ๆแหละ
พอดีเลย ว่าวันก่อนแม่อ่านหนังสือพบว่า การเข้าร่วมในกิจกรรมกลุ่มที่เราสนใจ
จะทำให้เรามีความสุขในชีวิตมากขึ้น ... กี่เปอร์เซ็นต์จำไม่ได้แล้ว
แม่คงวัดไม่เป็นหรอก คงรู้จากหัวใจที่พองๆ เวลาเดินจากมาแน่ๆเลย
ตอนแรกแม่อยากไปหางาน ควิลท์ quilt ปะผ้าห่มเย็บตุ๊กตาพวกนั้น แต่ดูแล้วค่าอุปกรณ์คงแพงมากเลย
ในที่สุดแม่ก็พบสิ่งที่แม่อยากทำ อยากลองทำ ดีจังเลยลูก
อีกแล้ว ... ขณะออกมาจากบ้านคุณป้า แม่รู้สึกว่าหนูโชคดีมากจริงๆเลยจ้ะ
หัวใจแม่พองยิ่งกว่าขนมปังที่ฟูกว่าแป้งโดว์สิบเท่าเลย
กำลังเขียนอยู่นั้น พ่อมายืนมองแม่แล้วถามว่า คุยเรื่องพ่อบ้างหรือเปล่า
บังคับให้แม่เขียนให้หนูรับรู้ให้หมดว่า ตอนนี้พ่อทุ่มเทหมดเนื้อหมดตัวให้หนูยังไง
พ่อสั่งให้รายงานว่า พ่อเพิ่งได้ซื้อ เครื่องทำความสะอาดแบบโรบอตหนึ่งตัว พร้อมเครื่องดูดฝุ่นแบบเป่าฝุ่นได้ด้วยจากแคนาดาอีกหนึ่งตัว
ซื้อเครื่องทำความสะอาดไอน้ำ (steam) หนึ่งตัวอย่างน่ารัก
วันนี้ของที่พ่อสั่งให้คือ ชุดแสนสวยสำหรับคนที่กำลังมีท้องขยายใหญ่เรื่อยๆ มาให้อีกสามสี่ตัว (แม่คงไม่เอาแล้ว แค่นี้คงพอ)
ว่าด้วยเรื่องเสื้อผ้านี่นะ พอของมาแม่ก็ลองใส่เลย พบว่ามองออกว่าท้องโตจัง
เมื่อกี้เราไปทานข้าวเย็นกับคุณลุง คุณลุงทักว่าท้องไม่ค่อยโตเลยนะ
แม่เลยเพิ่งเข้าใจนี่แหละ ว่าเสื้อผ้าอำพรางได้อย่างไร
ตอนนี้สิ่งที่เดือดร้อนกว่าเสื้อคลุมพุง คือ กุงเกงแล้วหละ
แม่กำลังเลื่อนซิปลงมาเรื่อยๆ ถ้ายืนจะเห็นเลยว่าพุงแหลมยื่นออกมาแล้ว
อย่างน้อยแม่ก็ก้มมองใต้สะดือตัวเองไม่เห็นแล้วหละ
พุงที่โตขึ้นเรื่อยๆนี่นะ ช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งสำหรับแม่เชียว
เมื่อก่อนก็กิน แบบนี้ เยอะกว่านี้ก็มี แต่ไม่เคยยื่นเอายื่นเอาออกมาได้ขนาดนี้เลย
พ่อสั่งกีวีชุดใหม่ให้อีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่สีทองแล้ว
และแม่ก็ยินดีกินกีวีสีเขียวด้วย เนื่องจากแม่รู้สึกว่ารบกวนเงินพ่อมากไปแล้ว
เมื่อมื้อเย็น พ่อก็โดนคุณลุงดุว่าใช้เงินเปลืองเหมือนกัน
แต่คำชมจากลุงคือ พ่อดำเนินชีวิตเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไรจ้ะ
แม่แอบเอาตัวเองใส่ลงไปในคำชมนี้ด้วย
ของที่พ่อซื้อโดยอ้างหนู ยังไม่หมดจ้ะ
พ่อสั่งซื้อเครื่องทำไอน้ำตอนหน้าหนาวมา แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ เป็นsteamอีกแล้ว
มันจะทำให้ห้องอุ่นด้วย ถ้าเอาไปเข้าในห้องน้ำ เราก็จะสามารถแปลงห้องน้ำให้เป็นห้องอบซาวน่าได้เลย
แต่แม่ไม่เอาด้วยหรอก ซาวน่ากับแม่ยังไม่ถูกกันตอนนี้ อึดอัดหายใจไม่ออกเอาเสียเลยแหละ
เอาหละ พ่อกลับไปนั่งดูทีวีต่อแล้ว
แม่อยากบ่นพ่อหน่อยนึงว่า ไม่เห็นขยันเขียนบันทึกให้หนูเหมือนแม่เลย
แต่ครั้งเดียวที่พ่อเขียนให้หนูนั่นแหละ ทำแม่น้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งมาแล้ว
ชอนซาจ๊ะ
สิ่งของที่พ่อแม่สรรหามาให้ว่า เพื่อหนูนั่น มันยังไม่ใช่สิ่งที่บอกได้หรอกว่า เรารักหนูแค่ไหน
เราเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า รัก หนูเป็นยังไง
รู้แต่ว่าตื่นเต้น และมีความสุขเมื่อมีหนูมาร่วมเส้นทางกับเราเพิ่มขึ้นอีกคน
2006/9/19
*วันนี้พ่อกับคุณลุงๆ ทานข้าวด้วยกันพลางคุยกันเรื่องมากมาย
แม่รู้สึกว่า ตอนเราเล็กๆโลกมันช่างง่ายดาย
แต่พอโตขึ้น ทำไมมันซับซ้อนนักอย่างนี้นะ
*พรุ่งนี้วันเกิดน้าแก๊บนี่นา
น้าไก่บอกว่า ตอนน้าไก่ท้อง เขาเฝ้านับวันรอวันไปโรงพยาบาลเพราะอยากเห็น .. คิดถึง ~*
ทุกคนคงเหมือนกันนะ แม่ว่า .. เราสงสัยเหลือเกิน
ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นแต่นอนลอยน้ำอยู่ในท้องเรานี่ เปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างแล้ว
วันนี้แม่เพิ่มงานตามนัดขึ้นมาอีกชิ้นนึงจ้ะ ไม่หนักมากหรอก
รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น สดชื่นขึ้น
แม้ว่าจะยังมีเสียงว๊ากก มาจากน้าปูที่ได้ยินว่าแม่ออกไปขับรถทำงานแล้ว
ไม่มีใครรู้จักตัวเราดีหรอกเนาะ เสียงต่างๆเหล่านี้เกิดจากความห่วงใยหนูทั้งสิ้น
ตรงข้ามนะ โอกาสดีๆมักเกิดขึ้นเวลาเราได้ออกไปเจอผู้คนด้วย
วันนี้แม่อดใจร่วมโต๊ะอาหารกับคุณแม่ของซูวานไม่ได้เลย
แม่ขอข้าวแค่สองช้อนเท่านั้น อาหารน่ากินมากเลยลูก
จนแม่ต้องบอกคุณป้าว่า อีกหน่อยแม่จะทำอาหารสวยๆแบบนี้ให้ลูกๆกินเหมือนคุณป้านี่แหละ
มีอีกเรื่องด้วย คุณป้ากับคุณลุงไปลองปั้นถ้วยชามมา
แล้วเอามาใช้เองในบ้าน
ถ้วยชามบิดๆเบี้ยวๆพวกนี้แหละ ของสุดโปรดแม่เลยลูก
มันเป็นเกาหลี๊ เกาหลี มันคลาสสิค บอกไม่ถูก
แม่จดมาไว้แล้วว่าที่นี่อยู่ไหน ตั้งใจจะให้พ่อมาไป
คุณป้าบอกว่า สามีภรรยาเขาไปทำกันเป็นคู่ๆแหละ
พอดีเลย ว่าวันก่อนแม่อ่านหนังสือพบว่า การเข้าร่วมในกิจกรรมกลุ่มที่เราสนใจ
จะทำให้เรามีความสุขในชีวิตมากขึ้น ... กี่เปอร์เซ็นต์จำไม่ได้แล้ว
แม่คงวัดไม่เป็นหรอก คงรู้จากหัวใจที่พองๆ เวลาเดินจากมาแน่ๆเลย
ตอนแรกแม่อยากไปหางาน ควิลท์ quilt ปะผ้าห่มเย็บตุ๊กตาพวกนั้น แต่ดูแล้วค่าอุปกรณ์คงแพงมากเลย
ในที่สุดแม่ก็พบสิ่งที่แม่อยากทำ อยากลองทำ ดีจังเลยลูก
อีกแล้ว ... ขณะออกมาจากบ้านคุณป้า แม่รู้สึกว่าหนูโชคดีมากจริงๆเลยจ้ะ
หัวใจแม่พองยิ่งกว่าขนมปังที่ฟูกว่าแป้งโดว์สิบเท่าเลย
กำลังเขียนอยู่นั้น พ่อมายืนมองแม่แล้วถามว่า คุยเรื่องพ่อบ้างหรือเปล่า
บังคับให้แม่เขียนให้หนูรับรู้ให้หมดว่า ตอนนี้พ่อทุ่มเทหมดเนื้อหมดตัวให้หนูยังไง
พ่อสั่งให้รายงานว่า พ่อเพิ่งได้ซื้อ เครื่องทำความสะอาดแบบโรบอตหนึ่งตัว พร้อมเครื่องดูดฝุ่นแบบเป่าฝุ่นได้ด้วยจากแคนาดาอีกหนึ่งตัว
ซื้อเครื่องทำความสะอาดไอน้ำ (steam) หนึ่งตัวอย่างน่ารัก
วันนี้ของที่พ่อสั่งให้คือ ชุดแสนสวยสำหรับคนที่กำลังมีท้องขยายใหญ่เรื่อยๆ มาให้อีกสามสี่ตัว (แม่คงไม่เอาแล้ว แค่นี้คงพอ)
ว่าด้วยเรื่องเสื้อผ้านี่นะ พอของมาแม่ก็ลองใส่เลย พบว่ามองออกว่าท้องโตจัง
เมื่อกี้เราไปทานข้าวเย็นกับคุณลุง คุณลุงทักว่าท้องไม่ค่อยโตเลยนะ
แม่เลยเพิ่งเข้าใจนี่แหละ ว่าเสื้อผ้าอำพรางได้อย่างไร
ตอนนี้สิ่งที่เดือดร้อนกว่าเสื้อคลุมพุง คือ กุงเกงแล้วหละ
แม่กำลังเลื่อนซิปลงมาเรื่อยๆ ถ้ายืนจะเห็นเลยว่าพุงแหลมยื่นออกมาแล้ว
อย่างน้อยแม่ก็ก้มมองใต้สะดือตัวเองไม่เห็นแล้วหละ
พุงที่โตขึ้นเรื่อยๆนี่นะ ช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งสำหรับแม่เชียว
เมื่อก่อนก็กิน แบบนี้ เยอะกว่านี้ก็มี แต่ไม่เคยยื่นเอายื่นเอาออกมาได้ขนาดนี้เลย
พ่อสั่งกีวีชุดใหม่ให้อีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่สีทองแล้ว
และแม่ก็ยินดีกินกีวีสีเขียวด้วย เนื่องจากแม่รู้สึกว่ารบกวนเงินพ่อมากไปแล้ว
เมื่อมื้อเย็น พ่อก็โดนคุณลุงดุว่าใช้เงินเปลืองเหมือนกัน
แต่คำชมจากลุงคือ พ่อดำเนินชีวิตเรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไรจ้ะ
แม่แอบเอาตัวเองใส่ลงไปในคำชมนี้ด้วย
ของที่พ่อซื้อโดยอ้างหนู ยังไม่หมดจ้ะ
พ่อสั่งซื้อเครื่องทำไอน้ำตอนหน้าหนาวมา แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ เป็นsteamอีกแล้ว
มันจะทำให้ห้องอุ่นด้วย ถ้าเอาไปเข้าในห้องน้ำ เราก็จะสามารถแปลงห้องน้ำให้เป็นห้องอบซาวน่าได้เลย
แต่แม่ไม่เอาด้วยหรอก ซาวน่ากับแม่ยังไม่ถูกกันตอนนี้ อึดอัดหายใจไม่ออกเอาเสียเลยแหละ
เอาหละ พ่อกลับไปนั่งดูทีวีต่อแล้ว
แม่อยากบ่นพ่อหน่อยนึงว่า ไม่เห็นขยันเขียนบันทึกให้หนูเหมือนแม่เลย
แต่ครั้งเดียวที่พ่อเขียนให้หนูนั่นแหละ ทำแม่น้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งมาแล้ว
ชอนซาจ๊ะ
สิ่งของที่พ่อแม่สรรหามาให้ว่า เพื่อหนูนั่น มันยังไม่ใช่สิ่งที่บอกได้หรอกว่า เรารักหนูแค่ไหน
เราเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า รัก หนูเป็นยังไง
รู้แต่ว่าตื่นเต้น และมีความสุขเมื่อมีหนูมาร่วมเส้นทางกับเราเพิ่มขึ้นอีกคน
2006/9/19
*วันนี้พ่อกับคุณลุงๆ ทานข้าวด้วยกันพลางคุยกันเรื่องมากมาย
แม่รู้สึกว่า ตอนเราเล็กๆโลกมันช่างง่ายดาย
แต่พอโตขึ้น ทำไมมันซับซ้อนนักอย่างนี้นะ
*พรุ่งนี้วันเกิดน้าแก๊บนี่นา
Monday, September 18, 2006
ความเปลี่ยนแปลงเมื่อสามเดือนแรก
หนูของแม่
วันนี้หนูอายุครบ14ขวบ เอ๊ย... 14สัปดาห์เต็ม(ตามอายุนับของแม่เอง) แล้วหละ
ขณะเดียวกัน แม่สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงด้วย ..
วันนี้ แม่หากุงเกงใส่ไปทำงานไม่ได้เลย ลูกเอ๋ยย ..
กระทั่งตัวที่เคยคิดว่า มันหลวมๆน่าจะยังพออลุ้มอล่วยกันได้ ก็กลับไม่ให้โอกาสแม่เตรียมตัวเลย
ใครเลยจะนึกว่าพุงจะขยายออกมาจังภายในเวลาสามวันที่หยุดงานอย่างนี้
แม่เห็นทีต้องตื่นตัวแล้วหละ เพราะว่าอีกแค่สองสัปดาห์ลูกจะอายุครบสี่เดือน
พอห้าเดือนก็คงปิดใครๆเขาไม่อยู่แล้ว (แม่ยังเขินมากนะถ้ามีพุงป่องออกมานี่)
คงเพราะแม่ไม่แพ้มากน่ะนะ ถือว่ากินได้ดีมากเลยเชียว น้ำหนักเลยขึ้นไว
นอกจากเรื่องพุงที่วัดกันโดยกางเกงที่สวมอยู่ทุกวันแล้ว
แม่เห็นเส้นดำกลางพุงเริ่มออกเดินทางแล้ว จุดเริ่มต้นของเส้นอยู่ตรงไหนไม่รู้
แต่ดูท่าทางจะไม่เดินทางได้กึ่งกลางดีซะแล้ว เห็นแนวแล้วคาดเดาได้เลยว่าไม่ผ่านสะดือแน่นอน
หรือว่าเราสะดือเบี้ยวนะ คิดแล้วแม่ก็ลองบิดสะดือตัวเองกลับมาอยู่ตรงกลางมองจากกระจกด้วย
แต่เส้นอิมพาซอนนี่เพิ่งเกิดแน่ๆ เพราะสียังไม่เข้มจัดนัก แค่มองเห็นได้แล้วก็ยังไม่เต็มพุงแม่ดี อยู่ต่ำสะดือลงมาอีกแหละ
ของคนที่พุงยังไม่โตเนื้อที่ใต้สะดือจะยังน้อยอยู่ ต่ำกว่านั้นก็ไปไหนไม่ได้ไกลแล้ว
แต่ของคนมีพุง เราจะมีเนื้อที่เนินเขาขนาดย่อมๆอีกพอควรเชียว
และจะมากขึ้นตามขนาดของตัวพวกหนูที่ขยายในพุง
อ่านแล้วคงวาดภาพพุงแม่ออกกันแล้วแน่เลย กิกิ
พอหลังอาหารเย็นเส้นอิมพาซอนก็หายไปแล้ว
สงสัยไปนั่งวาดใหม่แน่ๆ เพราะเส้นเก่ามันเบี้ยวหงะ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ใช้เวลาอย่างแสนสุขกับพ่อจ้ะ
ฝนตกเพราะไต้ฝุ่นเข้า ตามปกติในทุกช่วงนี้ของปี .. ส่วนอื่นของประเทศ เขาเสียหายกันวุ่นวาย
แต่ที่นี่เราอยู่กันอย่างสงบ ดูเห็นแก่ตัวหรือเปล่า แม่ก็ยังคิดอยู่เลยนะ
พ่อไม่สนใจฝนหรือคนเดือดร้อนในบ้านเมืองเลย
ชวนแม่ออกไปขับรถกลางสายฝนเล่น มีจงใจเลยไปดูขนาดคลื่นที่ซัดซ่าตีภูเขาที่ขอบเกาะด้วย
ไปถ่ายรูปที่โรงเรียนเก่าพ่อ .. ยังไม่รู้ผลยังไม่ได้ดูรูปเลย
รู้แต่ว่า ตั้งแต่ฮาร์ดดิสก์เสียชีวิตไป เราสูญเสียรูปมากมาย ไปจนถีงรูปสวยๆไปมาก
แต่ที่แม่เสียดายที่สุดคือ รูปพี่ม่งที่แม่อุตส่าห์เฝ้าสะสมมาตลอด
เราพลาดเองที่ไม่ได้แบ็คอัพเก็บเอาไว้เลย
แล้วพ่อก็สารภาพด้วยว่า ไม่ได้ถ่ายรูปนาน ฝีมือตกไปเยอะ
ในบ้านกลางสายฝน เราสามคนดำเนินชีวิตกันอย่างสงบสุข
แม่คิดว่า ความสงบสุขนั้นเกิดจากความสุขสงบในจิตใจอันเกิดจากการรับรู้ว่ามีลูกอยู่กับเรา แน่นอนที่สุดเลยจ้ะ
2007/9/18
วันนี้หนูอายุครบ14ขวบ เอ๊ย... 14สัปดาห์เต็ม(ตามอายุนับของแม่เอง) แล้วหละ
ขณะเดียวกัน แม่สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงด้วย ..
วันนี้ แม่หากุงเกงใส่ไปทำงานไม่ได้เลย ลูกเอ๋ยย ..
กระทั่งตัวที่เคยคิดว่า มันหลวมๆน่าจะยังพออลุ้มอล่วยกันได้ ก็กลับไม่ให้โอกาสแม่เตรียมตัวเลย
ใครเลยจะนึกว่าพุงจะขยายออกมาจังภายในเวลาสามวันที่หยุดงานอย่างนี้
แม่เห็นทีต้องตื่นตัวแล้วหละ เพราะว่าอีกแค่สองสัปดาห์ลูกจะอายุครบสี่เดือน
พอห้าเดือนก็คงปิดใครๆเขาไม่อยู่แล้ว (แม่ยังเขินมากนะถ้ามีพุงป่องออกมานี่)
คงเพราะแม่ไม่แพ้มากน่ะนะ ถือว่ากินได้ดีมากเลยเชียว น้ำหนักเลยขึ้นไว
นอกจากเรื่องพุงที่วัดกันโดยกางเกงที่สวมอยู่ทุกวันแล้ว
แม่เห็นเส้นดำกลางพุงเริ่มออกเดินทางแล้ว จุดเริ่มต้นของเส้นอยู่ตรงไหนไม่รู้
แต่ดูท่าทางจะไม่เดินทางได้กึ่งกลางดีซะแล้ว เห็นแนวแล้วคาดเดาได้เลยว่าไม่ผ่านสะดือแน่นอน
หรือว่าเราสะดือเบี้ยวนะ คิดแล้วแม่ก็ลองบิดสะดือตัวเองกลับมาอยู่ตรงกลางมองจากกระจกด้วย
แต่เส้นอิมพาซอนนี่เพิ่งเกิดแน่ๆ เพราะสียังไม่เข้มจัดนัก แค่มองเห็นได้แล้วก็ยังไม่เต็มพุงแม่ดี อยู่ต่ำสะดือลงมาอีกแหละ
ของคนที่พุงยังไม่โตเนื้อที่ใต้สะดือจะยังน้อยอยู่ ต่ำกว่านั้นก็ไปไหนไม่ได้ไกลแล้ว
แต่ของคนมีพุง เราจะมีเนื้อที่เนินเขาขนาดย่อมๆอีกพอควรเชียว
และจะมากขึ้นตามขนาดของตัวพวกหนูที่ขยายในพุง
อ่านแล้วคงวาดภาพพุงแม่ออกกันแล้วแน่เลย กิกิ
พอหลังอาหารเย็นเส้นอิมพาซอนก็หายไปแล้ว
สงสัยไปนั่งวาดใหม่แน่ๆ เพราะเส้นเก่ามันเบี้ยวหงะ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ใช้เวลาอย่างแสนสุขกับพ่อจ้ะ
ฝนตกเพราะไต้ฝุ่นเข้า ตามปกติในทุกช่วงนี้ของปี .. ส่วนอื่นของประเทศ เขาเสียหายกันวุ่นวาย
แต่ที่นี่เราอยู่กันอย่างสงบ ดูเห็นแก่ตัวหรือเปล่า แม่ก็ยังคิดอยู่เลยนะ
พ่อไม่สนใจฝนหรือคนเดือดร้อนในบ้านเมืองเลย
ชวนแม่ออกไปขับรถกลางสายฝนเล่น มีจงใจเลยไปดูขนาดคลื่นที่ซัดซ่าตีภูเขาที่ขอบเกาะด้วย
ไปถ่ายรูปที่โรงเรียนเก่าพ่อ .. ยังไม่รู้ผลยังไม่ได้ดูรูปเลย
รู้แต่ว่า ตั้งแต่ฮาร์ดดิสก์เสียชีวิตไป เราสูญเสียรูปมากมาย ไปจนถีงรูปสวยๆไปมาก
แต่ที่แม่เสียดายที่สุดคือ รูปพี่ม่งที่แม่อุตส่าห์เฝ้าสะสมมาตลอด
เราพลาดเองที่ไม่ได้แบ็คอัพเก็บเอาไว้เลย
แล้วพ่อก็สารภาพด้วยว่า ไม่ได้ถ่ายรูปนาน ฝีมือตกไปเยอะ
ในบ้านกลางสายฝน เราสามคนดำเนินชีวิตกันอย่างสงบสุข
แม่คิดว่า ความสงบสุขนั้นเกิดจากความสุขสงบในจิตใจอันเกิดจากการรับรู้ว่ามีลูกอยู่กับเรา แน่นอนที่สุดเลยจ้ะ
2007/9/18
Friday, September 15, 2006
พุงกลมๆ
หนูเอ๋ย
ฤทธิ์ที่หนูแผลงเมื่อวาน ทำให้คุณย่ามีเรื่องราวไปเมาท์ในหมู่เพื่อนพรรค
อย่างกับแกท้องเองแล้ว วันนี้เลยเปิดพุงอวดให้คุณย่าตรวจสอบมาตรฐานไซส์
ว่าเล็กไปหน่อยไหม อายุขนาดนี้ ..
คุณย่าตบพุงแล้วบอกว่ามีแต่พุงกะทิทั้งนั้นเลย (แสลงเกาหลีเรียกว่า ตงแพ จ้ะ แปลเข้าใจง่ายๆว่าไขมันเท่านั้นเอง)
แม่ว่าพุงแม่ไม่ค่อยขยายเท่าไหร่นะ แต่หลังอาหารทีไร พุงตึ๊ง ตึงอย่างกับจะสามารถปริออกได้เลยเชียว
แม่เลยนั่งผึ่งพุงยั่วน้ำลายพ่อ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เดี๋ยวนี้ พ่อเขาไม่หวั่นไหวกับส่วนใดของแม่เท่ากับพุงแล้วหละลูก
แกถลามาเอาหัวซบ เอาหูแนบ บอกว่ามันสวยจัง (แม่ไม่รู้ว่าใครควรเขินนะลูกงานนี้ แม่หรือลูกดี)
สั่งแม่ว่าอย่าเพิ่งปิด ขอเวลาไปเอาอุปกรณ์คุยกับหนูก่อน
พ่อหาซื้ออุปกรณ์คุยกับลูกในท้องมาตั้งแต่หนูได้สองเดือนเอง
พ่อร้องเพลงไม่เก่งที่สุดในคนเกาหลีเลยลูก แม่ก็เสียงเป็ด
เราสองคนได้แต่ฝันว่าลูกจะมาลบล้างความอับอายของวงศ์ตระกูล เติบโตมาเป็นนักร้องอะคูสติก เดี่ยวเปียโนที่แม่นั่งฟังไปด้วยเพ้อไปด้วยกับพ่อวันก่อนว่าจะให้ชอนซาเป็นแบบนี้
พ่อกับแม่ก็นึกขำๆเท่านั้นแหละ ไม่ต้องเครียดหรอกลูก ถ้าหนูอยากเป็นสถาปนิกก็เป็นไปเหอะ แม่ไม่ห้ามละ ^___^
วันนี้แม่รับโทรศัพท์เย๊อแย๊ไปหมดเลยลูก ทำไมเวลามีหนูแล้วต้องมีแต่คนโทรมาปรึกษาเรื่องราวเศร้าโศกให้แม่ฟังเยอะแยะอย่างนี้ไม่รู้
แม่รับฟังอย่างมั่นใจว่าไม่หวั่นไหว หากเขาบอกว่ามันไม่ดีสำหรับคนท้อง แม่ขอนอกระบบคนนึงจ้ะ
หากแม่ไม่ใส่ใจ ลูกคงไม่แอบฟังด้วยใช่ไหมจ๊ะ
เราไปรอตะแคงหูฟังพ่อร้องเพลงรักให้ฟังกันดีกว่าเนาะ เพลงเีดียวซ้ำซากก็ยังดี
แต่เรื่องเดียวที่แม่เก็บมาคือ แม่กลับเริ่มใส่ใจจนถึงสอบถามชาวบ้านที่เขามีลูกวัยส่งเข้าโรงเรียนอนุบาลหนูน้อยซะแล้ว
ถามไปถามมา แม่ถึงสะกิดใจว่า แม่ได้แต่หมั่นไส้พ่อว่าพูดแต่เตรียมงานวันเกิดครบขวบให้ลูกอยู่นั่นแหละ
เวอร์เสียจริง
แ่ม่สิ กำลังไปไกลกว่าพ่อเสียแล้ว ..
อ้อ เล่าเรื่องพ่อร้องเพลงอยู่ดีๆไถลมาไกล
ผลออกมาว่าพ่อร้องเพลงได้จบเพลงจนได้จ้ะ หลับตาใส่อารมณ์แบบนักร้องด้วย
มีท่อนฮุคของเพลงร้องว่า รักเธอ รักเธอ .. ลูกจ๋า คำนี้ในภาษาเกาหลีน่ะ มันซาบซึ้งมากเลยเชียว
เพราะมันเอาคำที่เป็นกรรม คือ เธอขึ้นก่อน แล้วตามด้วยคำว่ารัก
사랑해 사랑해 너를 너를 사랑해
แหม พ่อเขาทำหน้าได้ซึ้งกินใจเฉียบขาดเลยลูก
คนเรานี่นะ จะร้องเพลงเพราะเมื่อมีความรักเท่านั้นจริงๆ
รักหนูคูณสองจ้ะ
2006/9/15
**แม่สังเกตุเห็นรอยเส้นดำจางๆทำท่าจะขึ้นแล้วลูก พ่อเรียกเป็นภาษาพ่อว่า เส้น임파선
ฤทธิ์ที่หนูแผลงเมื่อวาน ทำให้คุณย่ามีเรื่องราวไปเมาท์ในหมู่เพื่อนพรรค
อย่างกับแกท้องเองแล้ว วันนี้เลยเปิดพุงอวดให้คุณย่าตรวจสอบมาตรฐานไซส์
ว่าเล็กไปหน่อยไหม อายุขนาดนี้ ..
คุณย่าตบพุงแล้วบอกว่ามีแต่พุงกะทิทั้งนั้นเลย (แสลงเกาหลีเรียกว่า ตงแพ จ้ะ แปลเข้าใจง่ายๆว่าไขมันเท่านั้นเอง)
แม่ว่าพุงแม่ไม่ค่อยขยายเท่าไหร่นะ แต่หลังอาหารทีไร พุงตึ๊ง ตึงอย่างกับจะสามารถปริออกได้เลยเชียว
แม่เลยนั่งผึ่งพุงยั่วน้ำลายพ่อ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เดี๋ยวนี้ พ่อเขาไม่หวั่นไหวกับส่วนใดของแม่เท่ากับพุงแล้วหละลูก
แกถลามาเอาหัวซบ เอาหูแนบ บอกว่ามันสวยจัง (แม่ไม่รู้ว่าใครควรเขินนะลูกงานนี้ แม่หรือลูกดี)
สั่งแม่ว่าอย่าเพิ่งปิด ขอเวลาไปเอาอุปกรณ์คุยกับหนูก่อน
พ่อหาซื้ออุปกรณ์คุยกับลูกในท้องมาตั้งแต่หนูได้สองเดือนเอง
พ่อร้องเพลงไม่เก่งที่สุดในคนเกาหลีเลยลูก แม่ก็เสียงเป็ด
เราสองคนได้แต่ฝันว่าลูกจะมาลบล้างความอับอายของวงศ์ตระกูล เติบโตมาเป็นนักร้องอะคูสติก เดี่ยวเปียโนที่แม่นั่งฟังไปด้วยเพ้อไปด้วยกับพ่อวันก่อนว่าจะให้ชอนซาเป็นแบบนี้
พ่อกับแม่ก็นึกขำๆเท่านั้นแหละ ไม่ต้องเครียดหรอกลูก ถ้าหนูอยากเป็นสถาปนิกก็เป็นไปเหอะ แม่ไม่ห้ามละ ^___^
วันนี้แม่รับโทรศัพท์เย๊อแย๊ไปหมดเลยลูก ทำไมเวลามีหนูแล้วต้องมีแต่คนโทรมาปรึกษาเรื่องราวเศร้าโศกให้แม่ฟังเยอะแยะอย่างนี้ไม่รู้
แม่รับฟังอย่างมั่นใจว่าไม่หวั่นไหว หากเขาบอกว่ามันไม่ดีสำหรับคนท้อง แม่ขอนอกระบบคนนึงจ้ะ
หากแม่ไม่ใส่ใจ ลูกคงไม่แอบฟังด้วยใช่ไหมจ๊ะ
เราไปรอตะแคงหูฟังพ่อร้องเพลงรักให้ฟังกันดีกว่าเนาะ เพลงเีดียวซ้ำซากก็ยังดี
แต่เรื่องเดียวที่แม่เก็บมาคือ แม่กลับเริ่มใส่ใจจนถึงสอบถามชาวบ้านที่เขามีลูกวัยส่งเข้าโรงเรียนอนุบาลหนูน้อยซะแล้ว
ถามไปถามมา แม่ถึงสะกิดใจว่า แม่ได้แต่หมั่นไส้พ่อว่าพูดแต่เตรียมงานวันเกิดครบขวบให้ลูกอยู่นั่นแหละ
เวอร์เสียจริง
แ่ม่สิ กำลังไปไกลกว่าพ่อเสียแล้ว ..
อ้อ เล่าเรื่องพ่อร้องเพลงอยู่ดีๆไถลมาไกล
ผลออกมาว่าพ่อร้องเพลงได้จบเพลงจนได้จ้ะ หลับตาใส่อารมณ์แบบนักร้องด้วย
มีท่อนฮุคของเพลงร้องว่า รักเธอ รักเธอ .. ลูกจ๋า คำนี้ในภาษาเกาหลีน่ะ มันซาบซึ้งมากเลยเชียว
เพราะมันเอาคำที่เป็นกรรม คือ เธอขึ้นก่อน แล้วตามด้วยคำว่ารัก
사랑해 사랑해 너를 너를 사랑해
แหม พ่อเขาทำหน้าได้ซึ้งกินใจเฉียบขาดเลยลูก
คนเรานี่นะ จะร้องเพลงเพราะเมื่อมีความรักเท่านั้นจริงๆ
รักหนูคูณสองจ้ะ
2006/9/15
**แม่สังเกตุเห็นรอยเส้นดำจางๆทำท่าจะขึ้นแล้วลูก พ่อเรียกเป็นภาษาพ่อว่า เส้น임파선
Thursday, September 14, 2006
ที่จริงมันหมดเวลาแล้วนะ
หนูจ๋า..
ตอนนี้หนูอายุย่างเข้าเดือนที่สี่มาได้เกือบสองสัปดาห์แล้วนะลูก
คนอื่นเขาเลิกแพ้กันแล้ว .. หนูจะบอกอะไรแม่เหรอ หือ ..?
แม่พยายามคิดว่า ทำไมแม่ปวดหัวบรรลัยโลกอย่างนี้
ไม่ปวดเปล่า ปวดจนอยากอ้วก แต่แม่ก็ฝืนทนเดินตามตารางต่อไป
ก็นอนไม่ได้เลยนะลูก ยิ่งล้มตัวลงนอนยิ่งปวดหัว
แม่ทนหวิดๆอ้วกจนเย็น ข้าวเย็นก็ไม่อยากกิน
แต่หิวอ่ะ .. กินได้ไม่กี่คำ เพื่อนคุณย่ามาหา หิ้วกิมจิมาฝากกะละมังเบ้อเริ่ม
แม่ต้องรีบเบือนหน้าหนี ..
ในทีวี ถ้ามีรูปของกินออกมา ไม่ว่าจะเป็นอะไร แม่จะขย้อนซะท่าเดียวงั้นเลย
ข้าวที่ตักมาน้อยอยู่แล้ว กินได้แค่หย่อมเดียวแล้วเทให้พ่อหมด
เมื่อตอนกลางเย็น บ้านคุณป้าที่แม่ไปเขาต้มน้ำซุปปลาแห้ง (멸치)
แม่อยากกองอยู่ตรงนั้น อดทนกลั้นหายใจจนคิดว่าเราจะตายแน่แล้ว ..
แม่นั่งมองพ่อกินข้าวต่อ อย่างหน้าตาเหยเก พ่อเลยให้ลุกไปนั่งที่เก้าอี้
แม่กลับอยากไปนอนซมห่มผ้าแทน พอเข้าห้องคุณย่าได้ กลิ่นอาหารที่ติดปากก็ทำให้รู้สึกเหม็น
แต่แม่ไม่เคยรู้เลยว่า การบ้วนปากทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพรวดออกมาตามๆกันได้อย่างนี้
กลัวคนอื่นตกใจรีบปิดประตู ทั้งที่ใจอยากเปิดให้พ่อได้ยิน จะได้เข้ามาลูบหลังให้หน่อย
ถ้าไม่ใ่ช่คนท้อง บอกใครเขาก็คงจะน่าอายว่า มันกลั้นไม่ได้จริงๆค่า ..
เป้ากางเกงแม่เปียกไปหย่อมนึง
ขอแม่อธิบายหน่อยนะลูก .. คนท้องเราจะโดนเบียดเนื้อที่ของกระเพาะปัสสาวะไป
ทำให้กลั้นไ่ม่ไหว จนถึงต้องถ่ายบ่อยๆ
เวลาบีบคั้นตั้งตัวไ่ม่ทันอย่างนี้ แม่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย
รู้สึกว่ายังออกไม่หมดพุงดี แต่แรงขย้อนมันหมดแล้ว สงสัยเพราะไม่มีใครมาลูบหลังให้
พ่อคงล้างจานอยู่ คุณย่ากับเพื่อนๆก็อยู่ แกคงไม่กล้าทำเวอร์วิ่งจู๊ดมาดูแม่หรอก
แม่ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ..
พอออกมา คุณย่าทำหน้าสงสารแบบทำอะไรให้ไม่ถูก
จะเอาเสื้อกั๊กที่มีแผ่นหินสอดอยู่มาให้ใส่
แม่ไม่ใส่หรอก .. ในที่สุดก็ได้ใส่กำไลหินมาเส้นนึง
ของพวกนี้คุณย่าเขาเชื่อว่ามีผลต่อร่างกายน่ะ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น
พ่อพาแม่ไปเดินสูดอากาศสดชื่นต่อ .. ที่เดิมแหละจ้ะ ที่ที่พ่อบอกว่าจะพาหนูมาที่นี่
จนถึงจะจัดงานวันเกิดแรกของหนูที่นี่ด้วย
แม่ชอบไปเดินบนลานก้อนหินรอบโคนต้นไม้ เขาโรยสลับสีขาวดำ เป็นลายรูปดวงตะวัน
มีต้นไม้โผล่ขึ้นมาตรงกลาง วงหินนั้นกว้างใช้ได้เลยนะ ห้าหกเมตรได้เลยเชียว
แม่ถอดรองเท้าเดินรอบๆต้นไม้
พ่อเอามั่ง แต่เดินตามได้แค่ไม่ถึงครึ่งรอบก็กระหย่องกระแหย่งกลับไปใส่รองเท้าซะแล้ว
เราเดินกันเงียบอย่างนั้นแหละ ลมพัดดี แม่พยายามสูดลมหายใจลึกๆ หวังว่าจะให้หนูสูดด้วยน่ะจ้ะ
แล้วแม่ก็ขอให้พ่อซื้อขนมอะไรก็ได้ อุ่นๆ ขอกินหน่อยเถอะ จะอารมณ์ดีกว่านี้อีก
เราเร่หาไปเรื่อย ร้านส่วนใหญ่เลิกทำแล้วรอขายเฉพาะของที่เหลือกันแล้ว
กำลังจะเลิกหาแล้วกลับบ้าน พอดีเห็นรถคันหนึ่งกำลังทำอยู่
พ่อเลยถอยรถเข้าไป .. พอถามอะไร คนขายเธอก็ยกมือยกไม้ท่าเดียว
สามีเธอที่ยืนข้างๆก็ไม่สามารถส่งเสียงอะไรได้เลย
ช่างเป็นรักที่เงียบ แต่ลึกซึ้งดีเสียจริงๆ
แม่สังเกตุได้ไม่ยากเลยว่า คนๆนี้ช่างมีหัวใจที่บริสุทธิ์เสียจริงๆ
เผลอคิดต่อด้วยว่า ถ้าเธอไม่เป็นใบ้ เธอจะถูกกล่อมเกลาโดยโลกให้ร้ายหรือเปล่า
ความบริสุทธิ์สวยงาม ทำไมต้องมากับความเสียเปรียบด้วยนะ
แม่หวังว่า ลูกจะไม่เป็นอย่างนั้นจ้ะ
แม่เห็นเธอกำลังหยิบให้เกินที่เราสั่ง เลยบอกพ่อ
พ่อถามเธอก็ยกมือห้ามไ่ม่ให้พูด ให้รอ..
พ่อเลยบอกว่า ถ้าให้เยอะก็ซื้อเยอะ ไม่เป็นไรหรอก
ปรากฎว่า เธอแถมเต็มที่เลย เราสั่งแค่สองพัน ได้มามูลค่าเกือบสามพันแน่ะ
น่ารักเสียจริงหนา ..
พ่อบอกว่า โดนความประทับใจกินเข้าไปเต็มเปา (감동먹었어)
แม่ด้วยอย่างแน่นอนที่สุด
ยังกลับไม่ถึงบ้านเลย เพื่อนพ่อโทรมาชวนให้ไปช่วยถ่ายรูปดาวบนดินกัน
แกโทรมาจากยอดเขา ให้พ่อขึ้นไปหา คงหมดปัญญาุ่ถ่ายรูปงามๆแบบพ่อ
เลยต้องโทรเรียกปรมาจารย์ขึ้นไปช่วย
พ่ออนุญาิติให้แม่ไปด้วย แต่กำชับว่า ทางขรุขระต่อเนื่องมาก อันตรายสำหรับหนู
เราลังเลกันนานใช้ได้ สรุปลงที่ว่า พ่อจะกลับมาหลังจาก1ชั่วโมงเท่านั้น
แม่ก็กลัวว่า ตากน้ำค้างตากลมเย็นอาการปวดหัวจะหนักขึ้น
แค่นี้พ่อก็กลุ้มกับแม่พอแล้วลูกเอ๋ย ..
แกไม่อยากเห็นแม่เป็นอะไรเลย
ผลเป็นสิ่งตรงข้ามว่า ถ้าแม่เป็นอะไรจะลำบากใจในการบอกพ่อทุกที
ไม่ดีเลย เก็บไว้จนมันแย่แล้วค่อยบอก
แม่ไม่อยากขอหนูให้เลิกทำแม่แพ้เลย เพราะไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร
มันจะอะไรก็ตาม หากเป็นแล้วหนูสบายดีหละก็ แม่ไม่เป็นไรจริงๆจ้ะ
ขอแม่หายปวดหัวเท่านั้นแหละ
รักลูก
2006/9/14
ตอนนี้หนูอายุย่างเข้าเดือนที่สี่มาได้เกือบสองสัปดาห์แล้วนะลูก
คนอื่นเขาเลิกแพ้กันแล้ว .. หนูจะบอกอะไรแม่เหรอ หือ ..?
แม่พยายามคิดว่า ทำไมแม่ปวดหัวบรรลัยโลกอย่างนี้
ไม่ปวดเปล่า ปวดจนอยากอ้วก แต่แม่ก็ฝืนทนเดินตามตารางต่อไป
ก็นอนไม่ได้เลยนะลูก ยิ่งล้มตัวลงนอนยิ่งปวดหัว
แม่ทนหวิดๆอ้วกจนเย็น ข้าวเย็นก็ไม่อยากกิน
แต่หิวอ่ะ .. กินได้ไม่กี่คำ เพื่อนคุณย่ามาหา หิ้วกิมจิมาฝากกะละมังเบ้อเริ่ม
แม่ต้องรีบเบือนหน้าหนี ..
ในทีวี ถ้ามีรูปของกินออกมา ไม่ว่าจะเป็นอะไร แม่จะขย้อนซะท่าเดียวงั้นเลย
ข้าวที่ตักมาน้อยอยู่แล้ว กินได้แค่หย่อมเดียวแล้วเทให้พ่อหมด
เมื่อตอนกลางเย็น บ้านคุณป้าที่แม่ไปเขาต้มน้ำซุปปลาแห้ง (멸치)
แม่อยากกองอยู่ตรงนั้น อดทนกลั้นหายใจจนคิดว่าเราจะตายแน่แล้ว ..
แม่นั่งมองพ่อกินข้าวต่อ อย่างหน้าตาเหยเก พ่อเลยให้ลุกไปนั่งที่เก้าอี้
แม่กลับอยากไปนอนซมห่มผ้าแทน พอเข้าห้องคุณย่าได้ กลิ่นอาหารที่ติดปากก็ทำให้รู้สึกเหม็น
แต่แม่ไม่เคยรู้เลยว่า การบ้วนปากทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพรวดออกมาตามๆกันได้อย่างนี้
กลัวคนอื่นตกใจรีบปิดประตู ทั้งที่ใจอยากเปิดให้พ่อได้ยิน จะได้เข้ามาลูบหลังให้หน่อย
ถ้าไม่ใ่ช่คนท้อง บอกใครเขาก็คงจะน่าอายว่า มันกลั้นไม่ได้จริงๆค่า ..
เป้ากางเกงแม่เปียกไปหย่อมนึง
ขอแม่อธิบายหน่อยนะลูก .. คนท้องเราจะโดนเบียดเนื้อที่ของกระเพาะปัสสาวะไป
ทำให้กลั้นไ่ม่ไหว จนถึงต้องถ่ายบ่อยๆ
เวลาบีบคั้นตั้งตัวไ่ม่ทันอย่างนี้ แม่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย
รู้สึกว่ายังออกไม่หมดพุงดี แต่แรงขย้อนมันหมดแล้ว สงสัยเพราะไม่มีใครมาลูบหลังให้
พ่อคงล้างจานอยู่ คุณย่ากับเพื่อนๆก็อยู่ แกคงไม่กล้าทำเวอร์วิ่งจู๊ดมาดูแม่หรอก
แม่ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ..
พอออกมา คุณย่าทำหน้าสงสารแบบทำอะไรให้ไม่ถูก
จะเอาเสื้อกั๊กที่มีแผ่นหินสอดอยู่มาให้ใส่
แม่ไม่ใส่หรอก .. ในที่สุดก็ได้ใส่กำไลหินมาเส้นนึง
ของพวกนี้คุณย่าเขาเชื่อว่ามีผลต่อร่างกายน่ะ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น
พ่อพาแม่ไปเดินสูดอากาศสดชื่นต่อ .. ที่เดิมแหละจ้ะ ที่ที่พ่อบอกว่าจะพาหนูมาที่นี่
จนถึงจะจัดงานวันเกิดแรกของหนูที่นี่ด้วย
แม่ชอบไปเดินบนลานก้อนหินรอบโคนต้นไม้ เขาโรยสลับสีขาวดำ เป็นลายรูปดวงตะวัน
มีต้นไม้โผล่ขึ้นมาตรงกลาง วงหินนั้นกว้างใช้ได้เลยนะ ห้าหกเมตรได้เลยเชียว
แม่ถอดรองเท้าเดินรอบๆต้นไม้
พ่อเอามั่ง แต่เดินตามได้แค่ไม่ถึงครึ่งรอบก็กระหย่องกระแหย่งกลับไปใส่รองเท้าซะแล้ว
เราเดินกันเงียบอย่างนั้นแหละ ลมพัดดี แม่พยายามสูดลมหายใจลึกๆ หวังว่าจะให้หนูสูดด้วยน่ะจ้ะ
แล้วแม่ก็ขอให้พ่อซื้อขนมอะไรก็ได้ อุ่นๆ ขอกินหน่อยเถอะ จะอารมณ์ดีกว่านี้อีก
เราเร่หาไปเรื่อย ร้านส่วนใหญ่เลิกทำแล้วรอขายเฉพาะของที่เหลือกันแล้ว
กำลังจะเลิกหาแล้วกลับบ้าน พอดีเห็นรถคันหนึ่งกำลังทำอยู่
พ่อเลยถอยรถเข้าไป .. พอถามอะไร คนขายเธอก็ยกมือยกไม้ท่าเดียว
สามีเธอที่ยืนข้างๆก็ไม่สามารถส่งเสียงอะไรได้เลย
ช่างเป็นรักที่เงียบ แต่ลึกซึ้งดีเสียจริงๆ
แม่สังเกตุได้ไม่ยากเลยว่า คนๆนี้ช่างมีหัวใจที่บริสุทธิ์เสียจริงๆ
เผลอคิดต่อด้วยว่า ถ้าเธอไม่เป็นใบ้ เธอจะถูกกล่อมเกลาโดยโลกให้ร้ายหรือเปล่า
ความบริสุทธิ์สวยงาม ทำไมต้องมากับความเสียเปรียบด้วยนะ
แม่หวังว่า ลูกจะไม่เป็นอย่างนั้นจ้ะ
แม่เห็นเธอกำลังหยิบให้เกินที่เราสั่ง เลยบอกพ่อ
พ่อถามเธอก็ยกมือห้ามไ่ม่ให้พูด ให้รอ..
พ่อเลยบอกว่า ถ้าให้เยอะก็ซื้อเยอะ ไม่เป็นไรหรอก
ปรากฎว่า เธอแถมเต็มที่เลย เราสั่งแค่สองพัน ได้มามูลค่าเกือบสามพันแน่ะ
น่ารักเสียจริงหนา ..
พ่อบอกว่า โดนความประทับใจกินเข้าไปเต็มเปา (감동먹었어)
แม่ด้วยอย่างแน่นอนที่สุด
ยังกลับไม่ถึงบ้านเลย เพื่อนพ่อโทรมาชวนให้ไปช่วยถ่ายรูปดาวบนดินกัน
แกโทรมาจากยอดเขา ให้พ่อขึ้นไปหา คงหมดปัญญาุ่ถ่ายรูปงามๆแบบพ่อ
เลยต้องโทรเรียกปรมาจารย์ขึ้นไปช่วย
พ่ออนุญาิติให้แม่ไปด้วย แต่กำชับว่า ทางขรุขระต่อเนื่องมาก อันตรายสำหรับหนู
เราลังเลกันนานใช้ได้ สรุปลงที่ว่า พ่อจะกลับมาหลังจาก1ชั่วโมงเท่านั้น
แม่ก็กลัวว่า ตากน้ำค้างตากลมเย็นอาการปวดหัวจะหนักขึ้น
แค่นี้พ่อก็กลุ้มกับแม่พอแล้วลูกเอ๋ย ..
แกไม่อยากเห็นแม่เป็นอะไรเลย
ผลเป็นสิ่งตรงข้ามว่า ถ้าแม่เป็นอะไรจะลำบากใจในการบอกพ่อทุกที
ไม่ดีเลย เก็บไว้จนมันแย่แล้วค่อยบอก
แม่ไม่อยากขอหนูให้เลิกทำแม่แพ้เลย เพราะไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร
มันจะอะไรก็ตาม หากเป็นแล้วหนูสบายดีหละก็ แม่ไม่เป็นไรจริงๆจ้ะ
ขอแม่หายปวดหัวเท่านั้นแหละ
รักลูก
2006/9/14
Wednesday, September 13, 2006
พ่อของหนู
ชอนซาที่รัก..
เมื่อวานพ่อหนูเขาเพ้อละเมอถึงหนู เล่นอย่างที่แม่นึกไม่ถึงว่าเขาจะเล่น
แม่ว่า อาการแม่ไม่หนักเท่าพ่อเขานะ ทั้งๆที่หนูอยู่ในท้องแม่แท้ๆ
คิดว่าพ่อแกล้งเมา เพราะปกติพ่อเป็นคนไม่ดื่มจัด ยังไงก็ยังมีสติ
แต่อารมณ์คงปนกันหลายอย่าง จนตัวเองสรุปคิดไปเองเลยเถิดว่าตัวคงเมา
ทำเป็นพูดคุยเรื่อยเปื่อยมากมาย หยอกแม่เล่นแบบที่แม่แทบจะตกใจสิ้นสติเลยเชียว
เหตุเพราะแม่รอพ่อนาน เลยเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย พ่อโทรเข้ามาสองครั้งพอรู้ว่าแม่อยู่ตรงไหน
พ่อก็เข้าไปยืนแอบที่มุมตึก แล้วเดินออกมาโอบไหล่ตอนแม่เดินผ่าน
แม่หันไปเห็นเป็นหน้าพ่อขณะที่ตัวกำลังจะอ่อนลงไปกองกับพื้นแล้ว
ถ้าแม่มีสัญชาติญาณยูโดสักหน่อยหละก็ พ่อโดนจับทุ่มฟาดพื้นโดยยังไม่เห็นหน้าแน่ๆ
ถ้าพ่อทำอย่างนี้ได้ พ่อจะชอบใจหละ สนุกแก
แม่ออกมารับพ่อกลับบ้านน่ะ เขาออกมาเพราะมีงานเลี้ยงบริษัท พ่อขอให้แม่เข้าไปพบซาจัง
แต่หนูจ๋า ... ความจริงแล้วที่พ่อได้กลับแต่หัวค่ำก่อนคนอื่นนั่น เพราะอาการของแม่ที่มาจากหนูแท้ๆ
แม่สงสัยเหลือเกินว่า อะไรจะแพ้กันตอนนี้ ..
แม่ยังเบื่ออาหารเกาหลีที่ต้องไปกินที่บ้านคุณย่าอยู่ดี
แม้ว่าคุณย่าเคยเป็นคนทำอาหารอร่อยที่สุดสำหรับแม่ก็ตาม
แม่ยังเหม็นอะไรไม่รู้ แม่ยังรำคาญเนื้อรำคาญตัว เผลอไม่ได้ซึมเศร้าได้ง่ายๆ
อาการเหล่านี้น่าจะเกิดตอนอายุุหนูสองเดือนนะ นี่หนูกำลังจะสี่เดือนแล้ว
ยังไงก็ตาม ถ้าทำให้พ่อเขาหันมาห่วงใยแม่ที่มีหนูมากขึ้น สละเวลาที่ตัวเคยมีเคยได้ออกมา
ก็ทำให้แม่มีความสุขแล้วหละ
พ่ออยากเอาใจแม่
ทุกครั้งที่อยากเอาใจแม่สิ่งแรกที่สุดที่แกจะคิดได้คือ เค้ก เท่านั้น
คงเป็นโรแมนติคเดียวของแก
ทั้งที่ช่วงมีหนูนี่แม่ไม่มีอาการอยากกินของหวานพวกนี้เลย
เลียงได้ก็อยากเลี่ยง ครีมเอย ชอคโกแลตเอย เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยสำหรับหนู
แม่แวะไปร้านโสมของลูกค้าคนหนึ่งมา คุณป้าแกดีอกดีใจ อยากให้แม่ดื่มชาโสมก็ไม่ได้
เลยฝากลูกอมโสมมาให้พ่อ
แม่อยากเอาไปให้ใครเป็นของขวัญอีกที เพราะมันดูสวยดี
แต่พ่อสิ ..ได้รับปุ๊บแกะปั๊บเลย
แม่บอกกับพ่อว่า แม่กัีบพ่อไม่เหมือนกันเลย
พ่ออยากกินทับทิม แม่ยืนแกะทีละเม็ดๆใส่จาน
พ่อมาเห็นเข้าคว้ามาลากเปลือกออกแล้วส่งเข้าปากงับทั้งยวง
หรือไม่ก็เอามือกวาดออกมาโดยที่ไม่พิถีพิถันเหมือนแม่
พ่อน่ะมีอะไรสวยๆไม่ได้หรอก จะคว้าไปแกะไปเปิดให้ทันใจทุกทีสิน่า
แม่จะรอดูว่า ครั้งแรกที่พ่อเห็นหนูพ่อจะทำยังไง
จะเอาหนูโยนขึ้นฟ้าทันทีอย่างที่ชอบทำกับเด็กคนอื่นหรือเปล่า
หรือจะรู้จักทนุถนอม แตะต้องหนูอย่างเบามือ
ว่าไม่ได้นะ เรื่องบางเรื่อง พ่อพิถีพิัุุถันจนผู้หญิงอย่างแม่ก็อายเหมือนกัน
พ่อยังไม่หมดอาการแกล้งเมานะ
แกไปรื้อหมอนใบเล็กๆ ที่เพื่อนแกให้มาไว้รอหนู หมอนมันเล็กมาก
แคบกว่าฝ่ามือแม่เวลาแผ่ออกกว้างๆเสียอีก
พ่อเอามาซบกับใบหน้า เอามาแทนตัวหนูงั้นแหละ
เล่นเหมือนเด็กผู้หญิงเล่นตุ๊กตา ...
แล้วยังเพ้อต่ออีกว่า พ่อเตรียมไว้หมดแล้วว่าจะดูแลชอนซายังไง
พ่อจะให้ชอนซาอยู่ข้างนอก (อันนี้แม่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพ่อเขาหมายความว่าไง)
พ่อจะพาไปนั่งที่สวนตอนเย็น นั่งดื่มชาให้ชอนซาวิ่งเล่นรอบๆ
เพราะว่าพ่อไม่มีพ่อ (คุณปู่ของหนู) พ่อจะเป็นพ่อที่ดีที่สุดให้หนู
แม่อยากถลาไปหยิบมือถือมาอัดเสียงพ่อเวลาพูดเอาไว้ที่สุด
แต่หาไม่ทันแล้วลูก
โตขึ้น ถ้าพ่อเขาไม่รักษาสัญญา หนูมาอ่านบันทึกนี้แล้วเอาไปทวงพ่อนะ
เมื่อวานพ่อหนูเขาเพ้อละเมอถึงหนู เล่นอย่างที่แม่นึกไม่ถึงว่าเขาจะเล่น
แม่ว่า อาการแม่ไม่หนักเท่าพ่อเขานะ ทั้งๆที่หนูอยู่ในท้องแม่แท้ๆ
คิดว่าพ่อแกล้งเมา เพราะปกติพ่อเป็นคนไม่ดื่มจัด ยังไงก็ยังมีสติ
แต่อารมณ์คงปนกันหลายอย่าง จนตัวเองสรุปคิดไปเองเลยเถิดว่าตัวคงเมา
ทำเป็นพูดคุยเรื่อยเปื่อยมากมาย หยอกแม่เล่นแบบที่แม่แทบจะตกใจสิ้นสติเลยเชียว
เหตุเพราะแม่รอพ่อนาน เลยเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย พ่อโทรเข้ามาสองครั้งพอรู้ว่าแม่อยู่ตรงไหน
พ่อก็เข้าไปยืนแอบที่มุมตึก แล้วเดินออกมาโอบไหล่ตอนแม่เดินผ่าน
แม่หันไปเห็นเป็นหน้าพ่อขณะที่ตัวกำลังจะอ่อนลงไปกองกับพื้นแล้ว
ถ้าแม่มีสัญชาติญาณยูโดสักหน่อยหละก็ พ่อโดนจับทุ่มฟาดพื้นโดยยังไม่เห็นหน้าแน่ๆ
ถ้าพ่อทำอย่างนี้ได้ พ่อจะชอบใจหละ สนุกแก
แม่ออกมารับพ่อกลับบ้านน่ะ เขาออกมาเพราะมีงานเลี้ยงบริษัท พ่อขอให้แม่เข้าไปพบซาจัง
แต่หนูจ๋า ... ความจริงแล้วที่พ่อได้กลับแต่หัวค่ำก่อนคนอื่นนั่น เพราะอาการของแม่ที่มาจากหนูแท้ๆ
แม่สงสัยเหลือเกินว่า อะไรจะแพ้กันตอนนี้ ..
แม่ยังเบื่ออาหารเกาหลีที่ต้องไปกินที่บ้านคุณย่าอยู่ดี
แม้ว่าคุณย่าเคยเป็นคนทำอาหารอร่อยที่สุดสำหรับแม่ก็ตาม
แม่ยังเหม็นอะไรไม่รู้ แม่ยังรำคาญเนื้อรำคาญตัว เผลอไม่ได้ซึมเศร้าได้ง่ายๆ
อาการเหล่านี้น่าจะเกิดตอนอายุุหนูสองเดือนนะ นี่หนูกำลังจะสี่เดือนแล้ว
ยังไงก็ตาม ถ้าทำให้พ่อเขาหันมาห่วงใยแม่ที่มีหนูมากขึ้น สละเวลาที่ตัวเคยมีเคยได้ออกมา
ก็ทำให้แม่มีความสุขแล้วหละ
พ่ออยากเอาใจแม่
ทุกครั้งที่อยากเอาใจแม่สิ่งแรกที่สุดที่แกจะคิดได้คือ เค้ก เท่านั้น
คงเป็นโรแมนติคเดียวของแก
ทั้งที่ช่วงมีหนูนี่แม่ไม่มีอาการอยากกินของหวานพวกนี้เลย
เลียงได้ก็อยากเลี่ยง ครีมเอย ชอคโกแลตเอย เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยสำหรับหนู
แม่แวะไปร้านโสมของลูกค้าคนหนึ่งมา คุณป้าแกดีอกดีใจ อยากให้แม่ดื่มชาโสมก็ไม่ได้
เลยฝากลูกอมโสมมาให้พ่อ
แม่อยากเอาไปให้ใครเป็นของขวัญอีกที เพราะมันดูสวยดี
แต่พ่อสิ ..ได้รับปุ๊บแกะปั๊บเลย
แม่บอกกับพ่อว่า แม่กัีบพ่อไม่เหมือนกันเลย
พ่ออยากกินทับทิม แม่ยืนแกะทีละเม็ดๆใส่จาน
พ่อมาเห็นเข้าคว้ามาลากเปลือกออกแล้วส่งเข้าปากงับทั้งยวง
หรือไม่ก็เอามือกวาดออกมาโดยที่ไม่พิถีพิถันเหมือนแม่
พ่อน่ะมีอะไรสวยๆไม่ได้หรอก จะคว้าไปแกะไปเปิดให้ทันใจทุกทีสิน่า
แม่จะรอดูว่า ครั้งแรกที่พ่อเห็นหนูพ่อจะทำยังไง
จะเอาหนูโยนขึ้นฟ้าทันทีอย่างที่ชอบทำกับเด็กคนอื่นหรือเปล่า
หรือจะรู้จักทนุถนอม แตะต้องหนูอย่างเบามือ
ว่าไม่ได้นะ เรื่องบางเรื่อง พ่อพิถีพิัุุถันจนผู้หญิงอย่างแม่ก็อายเหมือนกัน
พ่อยังไม่หมดอาการแกล้งเมานะ
แกไปรื้อหมอนใบเล็กๆ ที่เพื่อนแกให้มาไว้รอหนู หมอนมันเล็กมาก
แคบกว่าฝ่ามือแม่เวลาแผ่ออกกว้างๆเสียอีก
พ่อเอามาซบกับใบหน้า เอามาแทนตัวหนูงั้นแหละ
เล่นเหมือนเด็กผู้หญิงเล่นตุ๊กตา ...
แล้วยังเพ้อต่ออีกว่า พ่อเตรียมไว้หมดแล้วว่าจะดูแลชอนซายังไง
พ่อจะให้ชอนซาอยู่ข้างนอก (อันนี้แม่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพ่อเขาหมายความว่าไง)
พ่อจะพาไปนั่งที่สวนตอนเย็น นั่งดื่มชาให้ชอนซาวิ่งเล่นรอบๆ
เพราะว่าพ่อไม่มีพ่อ (คุณปู่ของหนู) พ่อจะเป็นพ่อที่ดีที่สุดให้หนู
แม่อยากถลาไปหยิบมือถือมาอัดเสียงพ่อเวลาพูดเอาไว้ที่สุด
แต่หาไม่ทันแล้วลูก
โตขึ้น ถ้าพ่อเขาไม่รักษาสัญญา หนูมาอ่านบันทึกนี้แล้วเอาไปทวงพ่อนะ
Monday, September 11, 2006
ความสมบูรณ์คือคุณตามธรรมชาติ
ชอนซาจ๊ะ
คนอื่นเขาแพ้กันตอนอายุครรภ์ได้สองเดือน หายตอนครบสามเดือนก้าวเข้าสี่เดือน
ทำไมของแม่เพิ่งจะมาเหม็นโน่นเหม็นนี่ รำคาญเนื้อรำคาญตัวเอาตอนนี้หละลูก
หนูสามเดือนหนึ่งสัปดาห์แล้ว อีกไม่นานก็สี่เดือนแล้ว แม่จะไปบอกใครเขาว่า แม่เพิ่งแพ้ เพิ่งเหม็นจัง
แม่วิ่งวุ่นวายไปทั่ว ทุบอกบ้างตบอกบ้าง เมื่อมีอาการอะไรไม่รู้จะอ้วกไม่อ้วก
เหม็นได้ทุกอย่างแม้แต่กลิ่นผมของพ่อที่แม่เคยโรแมนติคกับมัน ต้องสั่งให้ไปสระผมทันใด ..
พ่อต้องช่วยเปิดหน้าต่างให้ลมพัดกลิ่นอะไรก็ได้ที่แม่เหม็นออกไป
เฮ้อ ... เหนื่อยจัง ไม่อยากได้แล้วจ้ะลูก อาการอย่างนี้
วันนี้พ่อออกไปทำงานแต่เช้า แม่ลืมตาขึ้นมามองไม่เห็นใครอีกคน ใจแม่หายวาบเลยลูก
แต่นึกขึ้นได้เพราะพ่อบอกไว้ก่อนแล้วว่า วันนี้มีงานแต่เช้าตรู่
แม่นอนไม่รู้ไม่เห็น อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ปกติแม่เป็นคนนอนไวมากเลยนะ
อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้เนาะลูกเนาะ ...
เสร็จงานแล้ว แม่แกล้งชวนพ่อไปถ่ายรูปเล่นงั้นหละ จริงๆแม่แค่อยากได้ออกไปซื้อรองเท้า
แต่อากาศวันนี้มันดี ดี๊ ดีมากเลยแหละ เย็นสบายสดชื่นมาก แดดใสแจ๋ว
พ่อแวะเรื่องงานอีกนิดหน่อยแม่เลยขับรถพ่อไปคนเดียว
ที่ร้านรองเท้า มีลูกค้าเยอะมาก ซาจังใจดีบอกว่า ถ้าแม่จ่ายสดเขาจะลดให้อีกสองพัน
แต่แม่ไม่มีเงินสดเลยลูก จำใจรูดการ์ดอย่างเสียดายส่วนลด
ได้รองเท้าส้นเตี้ยสีน้ำตาลน่ารักมากมาหนึ่งคู่ แต่มันไม่เหมาะสำหรับหน้าหนาวหรอก
ที่จริงแม่ตั้งใจไปหาซื้อแบบเผื่อเอาไว้หน้าหนาวเลยนะนี่ เดี๋ยวต้องได้ซื้ออีกแน่ๆ ..
การมีลูกทำให้ท้องแม่ขยายขึ้น ส่งผลให้แม่ได้โอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างดีเลยนะนี่ ..
ซื้อเสื้อผ้าก็ถือโอกาสเปลี่ยนสไตล์ขอหวานมั่งจิ้
มีเสื้อกั๊กตัวหนึ่งแม่เลือกสีมัสตาร์ด พ่อมาเปลี่ยนให้เป็นสีชมพู แม่ก็ตกลง.. ขอหวานหน่อยเหอะน่า
นี่ยังไม่รวมเสื้อที่มีปักมุกรอบคออีก พ่อชมว่าตัวนี้สวย
ปกติแม่ไม่เคยมีเสื้อผ้าปักมุก ปักไหมอะไรหรอก แม่ชอบเสื้อเชิ๊ตตัวใหญ่ๆ ยีนส์หรือกางเกงสบาย
เพราะดอกไม้ . สีชมพู . เสื้อผ้าปักมุก ดิ้น ดอกเหล่านั้นให้แม่ใส่ก็เดินกระโด๊กกระเด๊กอยู่ดีน่ะแหละ
นานๆแม่จะอารมณ์ดีอย่างนี้ที
ปกติแล้วเวลาพ่อถ่ายรูป แม่จะเบื่อรอพ่อเซ็ทกล้อง กดแล้วกดอีก บางทียิ้มค้างแล้วไม่กดซักทีมัวแต่ปรับกล้อง
เลยกลายเป็นยิ้มจืดไป ..
วันนี้แม่อารมณ์ดีเพราะอากาศดีมากลูก
ที่นี่เขาขยันปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลมากๆ เน้นการสร้างทิวทัศน์ที่สวยงาม
ถนนเป็นของสาธารณะที่เขาใส่ใจมากทีเดียว แม้จะเป็นถนนบนเขาก็ตาม
วันนี้แนวดอกดาวกระจายสีเหลืองสด ยาวไปตลอดแนวขึ้นเขาไปทะเลเลยลูก
ขากลับพ่อมองหามุมที่มีแสงแดดส่อง แล้วก็พบจุดที่ทุกอย่างรวมกันได้อย่างลงตัว
แม่บอกพ่อตั้งแต่ขาไปแล้วว่า สีของท้องทุ่งนาสวยจัง เหลืองเพราะรวงข้าวเริ่มสุกแล้ว
แล้วพ่อก็พบแดดส่องที่ท้องทุ่งกว้างมีทางให้รถวิ่งเข้าไปอย่างสบายๆ
แม่ไม่เคยได้ใกล้ชิดรวงข้าวสุกอย่างนี้มาก่อนเลยลูก มันงดงามจริงๆ
มันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์จนอยากจะให้หนูมีชื่อที่ดูอุดมสมบูรณ์เหมือนรวงข้าวนี่ไปซะเลยนะนั่น
แม่ใกล้กับสิ่งที่อุดมสมบูรณ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ จะอดใจไม่ยิ้มสบายอารมณ์ได้อย่างไรกัน
พ่อก็กดเอา กดเอากดเอาเลย
รูปออกมาสวยเกินความคาดหมายเลยนะ
แม่เลยต้องเก็บรูปนี้มาให้หนูดู ว่าตอนนี้มีหนูอายุสามเดือนเศษนอนอยู่ในพุงป่องเล็กน้อยของแม่แหละ
แม่ผู้อารมณ์ดีเพราะใกล้ชิดความอุดมสมบูรณ์แห่งปี
2006/9/10
คนอื่นเขาแพ้กันตอนอายุครรภ์ได้สองเดือน หายตอนครบสามเดือนก้าวเข้าสี่เดือน
ทำไมของแม่เพิ่งจะมาเหม็นโน่นเหม็นนี่ รำคาญเนื้อรำคาญตัวเอาตอนนี้หละลูก
หนูสามเดือนหนึ่งสัปดาห์แล้ว อีกไม่นานก็สี่เดือนแล้ว แม่จะไปบอกใครเขาว่า แม่เพิ่งแพ้ เพิ่งเหม็นจัง
แม่วิ่งวุ่นวายไปทั่ว ทุบอกบ้างตบอกบ้าง เมื่อมีอาการอะไรไม่รู้จะอ้วกไม่อ้วก
เหม็นได้ทุกอย่างแม้แต่กลิ่นผมของพ่อที่แม่เคยโรแมนติคกับมัน ต้องสั่งให้ไปสระผมทันใด ..
พ่อต้องช่วยเปิดหน้าต่างให้ลมพัดกลิ่นอะไรก็ได้ที่แม่เหม็นออกไป
เฮ้อ ... เหนื่อยจัง ไม่อยากได้แล้วจ้ะลูก อาการอย่างนี้
วันนี้พ่อออกไปทำงานแต่เช้า แม่ลืมตาขึ้นมามองไม่เห็นใครอีกคน ใจแม่หายวาบเลยลูก
แต่นึกขึ้นได้เพราะพ่อบอกไว้ก่อนแล้วว่า วันนี้มีงานแต่เช้าตรู่
แม่นอนไม่รู้ไม่เห็น อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ปกติแม่เป็นคนนอนไวมากเลยนะ
อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้เนาะลูกเนาะ ...
เสร็จงานแล้ว แม่แกล้งชวนพ่อไปถ่ายรูปเล่นงั้นหละ จริงๆแม่แค่อยากได้ออกไปซื้อรองเท้า
แต่อากาศวันนี้มันดี ดี๊ ดีมากเลยแหละ เย็นสบายสดชื่นมาก แดดใสแจ๋ว
พ่อแวะเรื่องงานอีกนิดหน่อยแม่เลยขับรถพ่อไปคนเดียว
ที่ร้านรองเท้า มีลูกค้าเยอะมาก ซาจังใจดีบอกว่า ถ้าแม่จ่ายสดเขาจะลดให้อีกสองพัน
แต่แม่ไม่มีเงินสดเลยลูก จำใจรูดการ์ดอย่างเสียดายส่วนลด
ได้รองเท้าส้นเตี้ยสีน้ำตาลน่ารักมากมาหนึ่งคู่ แต่มันไม่เหมาะสำหรับหน้าหนาวหรอก
ที่จริงแม่ตั้งใจไปหาซื้อแบบเผื่อเอาไว้หน้าหนาวเลยนะนี่ เดี๋ยวต้องได้ซื้ออีกแน่ๆ ..
การมีลูกทำให้ท้องแม่ขยายขึ้น ส่งผลให้แม่ได้โอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างดีเลยนะนี่ ..
ซื้อเสื้อผ้าก็ถือโอกาสเปลี่ยนสไตล์ขอหวานมั่งจิ้
มีเสื้อกั๊กตัวหนึ่งแม่เลือกสีมัสตาร์ด พ่อมาเปลี่ยนให้เป็นสีชมพู แม่ก็ตกลง.. ขอหวานหน่อยเหอะน่า
นี่ยังไม่รวมเสื้อที่มีปักมุกรอบคออีก พ่อชมว่าตัวนี้สวย
ปกติแม่ไม่เคยมีเสื้อผ้าปักมุก ปักไหมอะไรหรอก แม่ชอบเสื้อเชิ๊ตตัวใหญ่ๆ ยีนส์หรือกางเกงสบาย
เพราะดอกไม้ . สีชมพู . เสื้อผ้าปักมุก ดิ้น ดอกเหล่านั้นให้แม่ใส่ก็เดินกระโด๊กกระเด๊กอยู่ดีน่ะแหละ
นานๆแม่จะอารมณ์ดีอย่างนี้ที
ปกติแล้วเวลาพ่อถ่ายรูป แม่จะเบื่อรอพ่อเซ็ทกล้อง กดแล้วกดอีก บางทียิ้มค้างแล้วไม่กดซักทีมัวแต่ปรับกล้อง
เลยกลายเป็นยิ้มจืดไป ..
วันนี้แม่อารมณ์ดีเพราะอากาศดีมากลูก
ที่นี่เขาขยันปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลมากๆ เน้นการสร้างทิวทัศน์ที่สวยงาม
ถนนเป็นของสาธารณะที่เขาใส่ใจมากทีเดียว แม้จะเป็นถนนบนเขาก็ตาม
วันนี้แนวดอกดาวกระจายสีเหลืองสด ยาวไปตลอดแนวขึ้นเขาไปทะเลเลยลูก
ขากลับพ่อมองหามุมที่มีแสงแดดส่อง แล้วก็พบจุดที่ทุกอย่างรวมกันได้อย่างลงตัว
แม่บอกพ่อตั้งแต่ขาไปแล้วว่า สีของท้องทุ่งนาสวยจัง เหลืองเพราะรวงข้าวเริ่มสุกแล้ว
แล้วพ่อก็พบแดดส่องที่ท้องทุ่งกว้างมีทางให้รถวิ่งเข้าไปอย่างสบายๆ
แม่ไม่เคยได้ใกล้ชิดรวงข้าวสุกอย่างนี้มาก่อนเลยลูก มันงดงามจริงๆ
มันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์จนอยากจะให้หนูมีชื่อที่ดูอุดมสมบูรณ์เหมือนรวงข้าวนี่ไปซะเลยนะนั่น
แม่ใกล้กับสิ่งที่อุดมสมบูรณ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ จะอดใจไม่ยิ้มสบายอารมณ์ได้อย่างไรกัน
พ่อก็กดเอา กดเอากดเอาเลย
รูปออกมาสวยเกินความคาดหมายเลยนะ
แม่เลยต้องเก็บรูปนี้มาให้หนูดู ว่าตอนนี้มีหนูอายุสามเดือนเศษนอนอยู่ในพุงป่องเล็กน้อยของแม่แหละ
แม่ผู้อารมณ์ดีเพราะใกล้ชิดความอุดมสมบูรณ์แห่งปี
2006/9/10
Friday, September 08, 2006
เราเป็นคนไทย
สองสามวันมานี่ แม่รู้สึกว่าหนูฤทธิ์เดชน้อยลงเยอะเลยจ้ะ ผลที่ตามมาไม่ใช่แม่สบายตัวขึ้น
แต่กลับรู้สึกเหนื่อยจัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอเสียที .. อย่างไรก็เถอะนะ แม่คิดว่าแม่ยังสบายกว่าคนที่แพ้มากๆอยู่อีกเยอะ
เมื่อวานมีน้าเล็กโทรทางไกลมาหาแม่ น้าเล็กท้องก่อนแม่แป๊บนึง
ช่วงนี้ก็แปลก มีคนท้องปุ้งปั้งกันเต็มไปหมดเลยนะ รอบตัวแม่น่ะ
น้าเล็ก อายุครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว แต่ยังอาเจียนอยู่เลย
แม่สิสบายจริงๆ ได้อาเจียนอย่างโล่งกระเพาะอย่างสดชื่นไปแค่ครั้งเดียวเอง
ว่าแต่ว่า วันนี้หนูรู้สึกตัวเองเป็นคนไทยหรือเปล่าจ๊ะ .. ทำไมแม่ถามง้านรู้มะ
แม่ตำน้ำพริกกะปิกินน่ะจ้ะ ตำมั่วไปตามเรื่องตามราว แต่รสชาติออกมาแบบแม่ไม่อยากหยุดเลย
แอบเอานิ้วจิ้มน้ำพริกกะปิกินต่ออีก หลังไมค์ 555
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน สิ่งที่เราคุ้นเคยมาแต่เล็กแต่น้อยนี่นับว่าดีที่สุดเลย ใช่ไหมจ๊ะ
ถ้าหนูออกมา โตได้สักหน่อย แม่จะพาหนูไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยสักพัก
หนูจะเป็นคนที่คุ้นเคยได้ทั้งสองประเทศ สองวัฒนธรรม สองรสชาติอาหารการกินเลยเชียว
ในที่สุดพ่อก็สั่งซื้อเสื้อสามสี่ตัวให้แม่แล้วจ้ะ พ่อจ่ายให้แม่ง่ายๆอย่างคาดไม่ถึง
แต่คงเป็นเสื้อผ้าชุดเดียวเท่านั้นที่แม่จะซื้อใส่ในช่วงมีหนูป่องอยู่ในท้องนี่แหละจ้ะ
เมื่อวานแม่รื้อเอาเสื้อตัวใหญ่ๆที่ป้าหนูส่งมาให้ เป็นเสื้อนอนสีชมพูผ้าฝ้ายสีหวานเจี๊ยบเลย
แม่นอนสบาย ลูกนอนสบาย
หนูนอนเงียบจนสายเลย พ่อจะไปทำงานอยู่แล้วหนูก็ยังเงียบอยู่ แม่เลยต้องให้พ่อปลุกหนู
พอหนูตื่นปุ๊บ แม่หิวปั๊บเลย อะไรจะขนาดนั้นลูก
วันนี้หนูได้แสดงอภินิหารช่วยเหลือผู้คนอีกแล้วลูก แม่แปลกใจจริงๆ
หนูต้องเป็นผู้ที่สามารถเป็นที่พึ่งพาของใครๆได้มากมายแน่เลย
หากการทำสิ่งเหล่านั้นมันช่วยให้หนูมีความสุข เอื้ออาทรให้โลกสงบ สวยงาม แม่ขออนุโมทนาให้หนูรักษาชีวิตเช่นนั้นด้วยจ้ะ
ถ้าตอนบ่ายแม่มีอะไรสนุกๆ จะมาเล่าเพิ่มให้ฟังจ้ะ
2006/9/8
แต่กลับรู้สึกเหนื่อยจัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอเสียที .. อย่างไรก็เถอะนะ แม่คิดว่าแม่ยังสบายกว่าคนที่แพ้มากๆอยู่อีกเยอะ
เมื่อวานมีน้าเล็กโทรทางไกลมาหาแม่ น้าเล็กท้องก่อนแม่แป๊บนึง
ช่วงนี้ก็แปลก มีคนท้องปุ้งปั้งกันเต็มไปหมดเลยนะ รอบตัวแม่น่ะ
น้าเล็ก อายุครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว แต่ยังอาเจียนอยู่เลย
แม่สิสบายจริงๆ ได้อาเจียนอย่างโล่งกระเพาะอย่างสดชื่นไปแค่ครั้งเดียวเอง
ว่าแต่ว่า วันนี้หนูรู้สึกตัวเองเป็นคนไทยหรือเปล่าจ๊ะ .. ทำไมแม่ถามง้านรู้มะ
แม่ตำน้ำพริกกะปิกินน่ะจ้ะ ตำมั่วไปตามเรื่องตามราว แต่รสชาติออกมาแบบแม่ไม่อยากหยุดเลย
แอบเอานิ้วจิ้มน้ำพริกกะปิกินต่ออีก หลังไมค์ 555
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน สิ่งที่เราคุ้นเคยมาแต่เล็กแต่น้อยนี่นับว่าดีที่สุดเลย ใช่ไหมจ๊ะ
ถ้าหนูออกมา โตได้สักหน่อย แม่จะพาหนูไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยสักพัก
หนูจะเป็นคนที่คุ้นเคยได้ทั้งสองประเทศ สองวัฒนธรรม สองรสชาติอาหารการกินเลยเชียว
ในที่สุดพ่อก็สั่งซื้อเสื้อสามสี่ตัวให้แม่แล้วจ้ะ พ่อจ่ายให้แม่ง่ายๆอย่างคาดไม่ถึง
แต่คงเป็นเสื้อผ้าชุดเดียวเท่านั้นที่แม่จะซื้อใส่ในช่วงมีหนูป่องอยู่ในท้องนี่แหละจ้ะ
เมื่อวานแม่รื้อเอาเสื้อตัวใหญ่ๆที่ป้าหนูส่งมาให้ เป็นเสื้อนอนสีชมพูผ้าฝ้ายสีหวานเจี๊ยบเลย
แม่นอนสบาย ลูกนอนสบาย
หนูนอนเงียบจนสายเลย พ่อจะไปทำงานอยู่แล้วหนูก็ยังเงียบอยู่ แม่เลยต้องให้พ่อปลุกหนู
พอหนูตื่นปุ๊บ แม่หิวปั๊บเลย อะไรจะขนาดนั้นลูก
วันนี้หนูได้แสดงอภินิหารช่วยเหลือผู้คนอีกแล้วลูก แม่แปลกใจจริงๆ
หนูต้องเป็นผู้ที่สามารถเป็นที่พึ่งพาของใครๆได้มากมายแน่เลย
หากการทำสิ่งเหล่านั้นมันช่วยให้หนูมีความสุข เอื้ออาทรให้โลกสงบ สวยงาม แม่ขออนุโมทนาให้หนูรักษาชีวิตเช่นนั้นด้วยจ้ะ
ถ้าตอนบ่ายแม่มีอะไรสนุกๆ จะมาเล่าเพิ่มให้ฟังจ้ะ
2006/9/8
Thursday, September 07, 2006
โรคซึมเศร้า... ไม่ใช่ของเรา
เคยได้ยินมาว่าคนท้องอาจจะมีอารมณ์ของโรคซึมเศร้าแทรกด้วย เป็นเรื่องปกติ
โรคนี้นะ คนเกาหลีกลัวกันมากเชียว .. เพราะมันไม่เว้นใครเป็นใคร
ที่แม่จำได้คือ ดาราสาวสวย แต่ชอบได้เล่นบทเศร้าเพราะหน้าเธอมันเหมาะกับบทนี้อย่างที่สุด
สวยอย่างเศร้าๆ
ได้เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากระเบียงอพาร์ทเมนต์บ้านเธอเอง
คนที่เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รักเธอ
แม่เห็นด้วยว่ามีคนมาร้องไห้ในงานศพเธอมากเชียว และทุกคน ไม่เข้าใจ นึกไม่ถึงว่าอะไรทำให้เธอทำอย่างนี้
แต่สรุปลงที่ว่า เธอมีประวัติพบแพทย์ด้วยโรคซึมเศร้า
สมัยก่อนคุณยายก็เคยเป็นห่วงแม่ด้วยเรื่องนี้ กลัวแม่เป็นโรคซึมเศร้า
จริงๆแล้วแม่เป็นบทบาทนางเอกแบบนี้กับใครเขาไม่เป็นหรอกลูก
แม่อาจจะเศร้า เพราะอ่อนไหวง่าย แต่แม่ก็หายเร็ว ปรับจิตใจได้เก่ง
ขอวกมาคุยเรื่องปรับจิตใจได้เก่งหน่อยนะ แม่อยากชมตัวเองเรื่องนี้สักหน่อย สำหรับวันนี้
พร้อมกับบันทึกไว้เตือนให้จำ ย้ำให้คิดสำหรับเราทั้งสองคนด้วย
แม่จำเสมอว่า เวลาได้ยินใครพูดเกี่ยวกับคนอื่นในทางที่เสียหาย แม่จะไม่เชื่อเอาไว้ก่อน
หากว่าคนพูดคุยเก่งมาก แม่ขอฟังเอาไว้เฉยๆ ..แต่บอกตัวเองเสมอว่า สิบปากว่าไม่เท่าเราสัมผัส
ไม่เชื่อ ๆๆ ๆ แม่บอกตัวเองอย่างนี้
แต่ไสยศาสตร์มีจริงลูก ... แค่เราฟัง เราก็จะได้รับอิทธิพลจากมันโดยไม่รู้ตัว
เช่นเรื่องของเรื่องคือ .... ตั้งแต่มีหนูมานี่นะ แม่มักจะได้รับการไหว้วานขอร้องขอความช่วยเหลือมากมาย
ซึ่งแม่ยินดีในทุกกรณี แต่มีรายหนึ่ง ที่การช่วยเหลือนี้ต้องลามไปถึงพ่อ เนื่องด้วยงานของพ่อ
เขาขอให้พ่อช่วยเอาของออกจากเรือที่เขาส่งของมาจากเมืองไทย ที่ท่าเรือพูซาน
บ้านเราไม่ได้อยู่พูซานนะ แต่การงานของพ่อเกี่ยวพันกับประมาณชิปปิ้งเล็กน้อย
แม่ต้องขอพ่อ แต่ตั้งใจว่า จะช่วยแนะนำชิปปิ้งที่พูซานให้ คงไม่สามารถทำได้มากกว่านี้
คนที่ได้ยินว่าแม่ให้ความช่วยเหลือป้าคนนั้น เขาพูดให้แม่ฟังโดยไม่ระวังว่า
ป้าคนนี้เคยมีประวัติอย่างนี้อย่างนั้น ทำนองว่าฉลาดใช้งานคน
ลูกเอ๋ย ... ฟังอยู่ก็จะเห็นชัดๆว่าไม่ใช่คำพูดที่มาจากความปรารถนาดี แม่เองไม่ได้ใส่ใจ
เพราะให้พ่อติดต่อกับป้าคนนี้โดยตรง และแน่ใจว่า เราคงช่วยได้เท่าที่ช่วยได้
ที่สำคัญ เรื่องนี้ไม่ใช่เหนือบ่ากว่าแรง
แต่วันนี้สิ ป้าคนนั้นโทรมาหาแม่ จะด้วยจุดประสงค์อะไรก็แล้วแต่
พอดีว่าพ่อแจ้งแม่ว่า ป้าคนนี้ส่งแฟกซ์มาให้พ่อยังไง ยังไม่ได้รับเสียที
แม่เลยแจ้งในทันใด ..
ป้าคงไม่ได้ตั้งตัว แต่ตั้งใจจะคุยเรื่องอื่น แกพูดคุยอย่างอ่อนหวานผสมปากหวานให้แม่มากมาย
แต่แม่ไม่ฟังเลย แม่ขอคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ..
วางสายเท่านั้นแหละ แม่รู้สึกได้ทันทีว่า ตัวเองสับสนมีอิทธิพลจากวาจาผู้อื่น แล้วเอามาป้องกันตนเอง
แม่สรุปพร้อมกับคุยให้หนูฟัง .. อยู่บนโลกนี้ เราควรเอื้อเฟื้ออย่างสุจริตใจ หากเราจริงใจ ไม่มีใครจะมาทำอะไรเราได้
แม่คิดได้แค่นี้ก่อนลูก เพราะที่จริงเรื่องแบบนี้มีรายละเอียดที่เราก็ต้องทันต่อโลกด้วยเหมือนกัน
แม่ไม่อยากได้รับอิทธิพลจากวาจาใครอีกแล้ว หากเลือกได้ แม่ไม่อยากรับรู้เรื่องราวของคนอื่นจากบุคคลที่สามอีก
เรื่องไม่จบแค่นั้น อารมณ์แม่ดาวน์ดิ่งแบบไม่เข้าใจตัวเอง
จนทนไม่ไหว ต้องส่งข้อความไปหาพ่อ ว่าวันนี้อารมณ์ไม่ดีอย่างไม่มีเหตุผล อยากเห็นหน้าพ่อมาก
นอนซึมจนหลับไปเกือบชั่วโมงแหละ ..
แม่เกิดอยากรู้ขึ้นมาด้วยว่า อารมณ์ซึมเศร้าของคนมีครรภ์นี่ เขาจะหายกันเมื่อไหร่นะ ?
อ้อ เมื่อวานแม่ตามไปอ่านไดอารี่ที่น้าเจเอามาแนะนำ
สาวน้อยคนนั้นหลังจากที่ไปฟังเสียงหัวใจลูกมาแล้ว กลับมาแอบสังเกตุพุงตัวเองเหมือนกับจะเห็นมันเต้นตามจังหวะหัวใจ
แม่อ่านแล้วก็เกิดสงสัย ระหว่างที่กำลังนอนซึมนั้นเอง แม่ลองเอานิ้วกดตรงบริเวณที่หนูอยู่
รู้สึกจังหวะชีพจรด้วยแหละ แต่พอกดอีกข้าง ไม่มี....
แล้วก็เกิดสงสัยอีกว่า ในร่างกายคนเรามีจุดชีพจรกี่จุด ทีไหนบ้าง?
เดี๋ยวพ่อกลับมาแม่จะขอลองกดที่ตำแหน่งเดียวกันบ้าง เปรียบเทียบดูกันหน่อย
วันนี้แม่จบปัญหาของเรืองเสื้อผ้าแล้วหละ ..
จบที่เข้าไปดูเสื้อผ้าของคนท้องเลย นึกว่ามีแต่เชยๆ น่ารักเลือกไม่หวาดไม่ไหวเลย
โดยเฉพาะยี่ห้อที่หนูทำให้ angle ยี่ห้อนี้เท่านั้นกินขาดบาดใจแม่
เลือกออกมาได้สี่ตัว เอามาแมทช์ได้สามสี่ห้าชุด พอแล้วหละ สำหรับฤดูนี้ไปจนถึงหนาวต้นๆ
พอถึงหน้าหนาวแม่จะไม่เปลืองเสื้อผ้าหรอก เพราะเสื้อกันหนาวส่วนใหญ่ของแม่ตัวใหญ่อยู่แล้ว
คลุมหนูได้มิดแน่นอน ...
แม่ไม่ได้ดื้อนักดื้อหนาอย่างที่น้าเจว่าหรอกลูก น้าเจเขาห่วงแม่น่ะเลยบ่นซะจนเหมือนจะแก่กว่าแม่แล้ว
วันนี้หนูเงียบจังเลย ดิ้นชัดๆให้แม่อยากดิ้นตามสักหน่อยสิลูก
2006/9/7
โรคนี้นะ คนเกาหลีกลัวกันมากเชียว .. เพราะมันไม่เว้นใครเป็นใคร
ที่แม่จำได้คือ ดาราสาวสวย แต่ชอบได้เล่นบทเศร้าเพราะหน้าเธอมันเหมาะกับบทนี้อย่างที่สุด
สวยอย่างเศร้าๆ
ได้เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากระเบียงอพาร์ทเมนต์บ้านเธอเอง
คนที่เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รักเธอ
แม่เห็นด้วยว่ามีคนมาร้องไห้ในงานศพเธอมากเชียว และทุกคน ไม่เข้าใจ นึกไม่ถึงว่าอะไรทำให้เธอทำอย่างนี้
แต่สรุปลงที่ว่า เธอมีประวัติพบแพทย์ด้วยโรคซึมเศร้า
สมัยก่อนคุณยายก็เคยเป็นห่วงแม่ด้วยเรื่องนี้ กลัวแม่เป็นโรคซึมเศร้า
จริงๆแล้วแม่เป็นบทบาทนางเอกแบบนี้กับใครเขาไม่เป็นหรอกลูก
แม่อาจจะเศร้า เพราะอ่อนไหวง่าย แต่แม่ก็หายเร็ว ปรับจิตใจได้เก่ง
ขอวกมาคุยเรื่องปรับจิตใจได้เก่งหน่อยนะ แม่อยากชมตัวเองเรื่องนี้สักหน่อย สำหรับวันนี้
พร้อมกับบันทึกไว้เตือนให้จำ ย้ำให้คิดสำหรับเราทั้งสองคนด้วย
แม่จำเสมอว่า เวลาได้ยินใครพูดเกี่ยวกับคนอื่นในทางที่เสียหาย แม่จะไม่เชื่อเอาไว้ก่อน
หากว่าคนพูดคุยเก่งมาก แม่ขอฟังเอาไว้เฉยๆ ..แต่บอกตัวเองเสมอว่า สิบปากว่าไม่เท่าเราสัมผัส
ไม่เชื่อ ๆๆ ๆ แม่บอกตัวเองอย่างนี้
แต่ไสยศาสตร์มีจริงลูก ... แค่เราฟัง เราก็จะได้รับอิทธิพลจากมันโดยไม่รู้ตัว
เช่นเรื่องของเรื่องคือ .... ตั้งแต่มีหนูมานี่นะ แม่มักจะได้รับการไหว้วานขอร้องขอความช่วยเหลือมากมาย
ซึ่งแม่ยินดีในทุกกรณี แต่มีรายหนึ่ง ที่การช่วยเหลือนี้ต้องลามไปถึงพ่อ เนื่องด้วยงานของพ่อ
เขาขอให้พ่อช่วยเอาของออกจากเรือที่เขาส่งของมาจากเมืองไทย ที่ท่าเรือพูซาน
บ้านเราไม่ได้อยู่พูซานนะ แต่การงานของพ่อเกี่ยวพันกับประมาณชิปปิ้งเล็กน้อย
แม่ต้องขอพ่อ แต่ตั้งใจว่า จะช่วยแนะนำชิปปิ้งที่พูซานให้ คงไม่สามารถทำได้มากกว่านี้
คนที่ได้ยินว่าแม่ให้ความช่วยเหลือป้าคนนั้น เขาพูดให้แม่ฟังโดยไม่ระวังว่า
ป้าคนนี้เคยมีประวัติอย่างนี้อย่างนั้น ทำนองว่าฉลาดใช้งานคน
ลูกเอ๋ย ... ฟังอยู่ก็จะเห็นชัดๆว่าไม่ใช่คำพูดที่มาจากความปรารถนาดี แม่เองไม่ได้ใส่ใจ
เพราะให้พ่อติดต่อกับป้าคนนี้โดยตรง และแน่ใจว่า เราคงช่วยได้เท่าที่ช่วยได้
ที่สำคัญ เรื่องนี้ไม่ใช่เหนือบ่ากว่าแรง
แต่วันนี้สิ ป้าคนนั้นโทรมาหาแม่ จะด้วยจุดประสงค์อะไรก็แล้วแต่
พอดีว่าพ่อแจ้งแม่ว่า ป้าคนนี้ส่งแฟกซ์มาให้พ่อยังไง ยังไม่ได้รับเสียที
แม่เลยแจ้งในทันใด ..
ป้าคงไม่ได้ตั้งตัว แต่ตั้งใจจะคุยเรื่องอื่น แกพูดคุยอย่างอ่อนหวานผสมปากหวานให้แม่มากมาย
แต่แม่ไม่ฟังเลย แม่ขอคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ..
วางสายเท่านั้นแหละ แม่รู้สึกได้ทันทีว่า ตัวเองสับสนมีอิทธิพลจากวาจาผู้อื่น แล้วเอามาป้องกันตนเอง
แม่สรุปพร้อมกับคุยให้หนูฟัง .. อยู่บนโลกนี้ เราควรเอื้อเฟื้ออย่างสุจริตใจ หากเราจริงใจ ไม่มีใครจะมาทำอะไรเราได้
แม่คิดได้แค่นี้ก่อนลูก เพราะที่จริงเรื่องแบบนี้มีรายละเอียดที่เราก็ต้องทันต่อโลกด้วยเหมือนกัน
แม่ไม่อยากได้รับอิทธิพลจากวาจาใครอีกแล้ว หากเลือกได้ แม่ไม่อยากรับรู้เรื่องราวของคนอื่นจากบุคคลที่สามอีก
เรื่องไม่จบแค่นั้น อารมณ์แม่ดาวน์ดิ่งแบบไม่เข้าใจตัวเอง
จนทนไม่ไหว ต้องส่งข้อความไปหาพ่อ ว่าวันนี้อารมณ์ไม่ดีอย่างไม่มีเหตุผล อยากเห็นหน้าพ่อมาก
นอนซึมจนหลับไปเกือบชั่วโมงแหละ ..
แม่เกิดอยากรู้ขึ้นมาด้วยว่า อารมณ์ซึมเศร้าของคนมีครรภ์นี่ เขาจะหายกันเมื่อไหร่นะ ?
อ้อ เมื่อวานแม่ตามไปอ่านไดอารี่ที่น้าเจเอามาแนะนำ
สาวน้อยคนนั้นหลังจากที่ไปฟังเสียงหัวใจลูกมาแล้ว กลับมาแอบสังเกตุพุงตัวเองเหมือนกับจะเห็นมันเต้นตามจังหวะหัวใจ
แม่อ่านแล้วก็เกิดสงสัย ระหว่างที่กำลังนอนซึมนั้นเอง แม่ลองเอานิ้วกดตรงบริเวณที่หนูอยู่
รู้สึกจังหวะชีพจรด้วยแหละ แต่พอกดอีกข้าง ไม่มี....
แล้วก็เกิดสงสัยอีกว่า ในร่างกายคนเรามีจุดชีพจรกี่จุด ทีไหนบ้าง?
เดี๋ยวพ่อกลับมาแม่จะขอลองกดที่ตำแหน่งเดียวกันบ้าง เปรียบเทียบดูกันหน่อย
วันนี้แม่จบปัญหาของเรืองเสื้อผ้าแล้วหละ ..
จบที่เข้าไปดูเสื้อผ้าของคนท้องเลย นึกว่ามีแต่เชยๆ น่ารักเลือกไม่หวาดไม่ไหวเลย
โดยเฉพาะยี่ห้อที่หนูทำให้ angle ยี่ห้อนี้เท่านั้นกินขาดบาดใจแม่
เลือกออกมาได้สี่ตัว เอามาแมทช์ได้สามสี่ห้าชุด พอแล้วหละ สำหรับฤดูนี้ไปจนถึงหนาวต้นๆ
พอถึงหน้าหนาวแม่จะไม่เปลืองเสื้อผ้าหรอก เพราะเสื้อกันหนาวส่วนใหญ่ของแม่ตัวใหญ่อยู่แล้ว
คลุมหนูได้มิดแน่นอน ...
แม่ไม่ได้ดื้อนักดื้อหนาอย่างที่น้าเจว่าหรอกลูก น้าเจเขาห่วงแม่น่ะเลยบ่นซะจนเหมือนจะแก่กว่าแม่แล้ว
วันนี้หนูเงียบจังเลย ดิ้นชัดๆให้แม่อยากดิ้นตามสักหน่อยสิลูก
2006/9/7
Wednesday, September 06, 2006
พาพุงเหาะ
อย่างนี้เรียกว่าอะไรดีนะ แม่นึกหาคำจำกัดความของอาการแบบนี้ไม่ออก
...
เมื่อวานหนูร่าเริงที่จะได้ออกไปทำงานมากเลยใช่ไหมจ๊ะ
เพราะเราตกลงกันก่อนในตอนเช้า
แล้วแม่ก็ตัดสินใจทำงานต่อด้วยตัวเอง โทรไปนัดเสร็จสรรพตั้งแต่เย็นวานที่กลับบ้านมา
แต่อาการแม่ทำไมเป็นอย่างนี้ นอนเหนื่อย ไม่อยากไปไหนจนเกือบจะยกโทรไปยกเลิกนัดแล้ว
นึกอะไรขึ้นมาได้ แม่เลยต้องนอนลูบพุงขออนุญาติหนู คุยกับหนู อธิบายให้หนูเข้าใจเหตุผลว่าทำไมแม่ต้องทำ ตอนนั้นใกล้เวลานัดเข้ามามากแล้วหละ ..
แล้วแม่ก็คิดว่าแม่ลุกไ้ด้แล้ว หนูยอมรับแล้ว
แต่งตัวออกจากบ้านหน้าชื่นตาบาน แม้ว่าจะไม่บานเท่าเมื่อวานแต่แม่คิดว่าดีกว่าผัดผ่อนจ้ะ
พรุ่งนี้แม่จะพักจ้ะ มะรืนนี้ด้วย จนถึงวันอาทิตย์เลย
แม่ตั้งใจว่าจะค่อยๆเริ่มทำงานหละ ไม่หักโหม เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยกับร่างกายที่มีหนูร่วมใช้อยู่ด้วย
ทำอะไรก็ต้องนึกถึงหนูก่อนเสมอเลย
เรื่องระทึกมาเกิดเอาเมื่อตอนเสร็จงาน
แม่วางแผนให้ตารางมันจบตอนเวลาเลิกงานของพ่อพอดี
พอออกมาก็รับโทรศัพท์พ่อว่า กำลังจะมารับแล้ว
หลังจากนั้น แม่พาหนูเหาะข้ามไฟเหลืองที่ใกล้เปลี่ยนเป็นแดง ด้วยการแซงรถคันหน้าที่เขาเคารพกฎจราจร ฟิ้ววว ออกมา
ที่เหลือแม่เหาะจริงๆลูก หวิดกลับรถไม่พ้นเพราะอีกฝั่งไฟเขียวพุ่งออกมากันพอดี
ที่สุดก็กลับถึงบ้านก่อนพ่อมา เปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนผ้าเตรียมตัวไปบ้านคุณย่า
คราวนี้แม่ต้องบอกหนูอีกน่ะแหละว่า เรากำลังจะไปไหนกัน
รู้สึกไม่ดีเลยที่พาหนูเหาะผิดวิสัยคนระวังท้องอย่างนี้
แต่แม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมยังไม่อยากบอกพ่อว่าแม่เริ่มทำงานแล้ว
สงสัยว่าแม่ยังอยากเป็นอิสระอยู่นั่นเอง หากวันไหนไม่อยากไปก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาถามจุกจิก
อากาศตอนหัวค่ำเย็นเยียบดีจริงๆ มันมีไอสดชื่นอยู่ด้วยนะจ๊ะ
แต่แม่ก็ยังต้องเริ่มเตรียมตัวต้อนรับอากาศเย็นๆที่ร่างกายแม่มันไม่คุ้นแล้วหละ
แม่เริ่มต้มชาุถั่วที่ได้มา หอมอร่อยมาก
แม่ขนผ้านวมออกมาซักแล้ว สวมถุงเท้ากับกางเกงขายาวอุ่นๆอยู่กับบ้าน
แม่คงได้คิดใหม่หละลูกเื่รื่องซื้อเสื้อผ้าน่ะ เพราะแอบเห็นว่าพุงมันขยายออกมาอีกหน่อยแล้วนะ
พอห้าเดือนอัพเป็นต้นไปคงใหญ่ยั้งไม่อยู่เชียว
โตไวแข็งแรงนะลูก
2006/9/6
...
เมื่อวานหนูร่าเริงที่จะได้ออกไปทำงานมากเลยใช่ไหมจ๊ะ
เพราะเราตกลงกันก่อนในตอนเช้า
แล้วแม่ก็ตัดสินใจทำงานต่อด้วยตัวเอง โทรไปนัดเสร็จสรรพตั้งแต่เย็นวานที่กลับบ้านมา
แต่อาการแม่ทำไมเป็นอย่างนี้ นอนเหนื่อย ไม่อยากไปไหนจนเกือบจะยกโทรไปยกเลิกนัดแล้ว
นึกอะไรขึ้นมาได้ แม่เลยต้องนอนลูบพุงขออนุญาติหนู คุยกับหนู อธิบายให้หนูเข้าใจเหตุผลว่าทำไมแม่ต้องทำ ตอนนั้นใกล้เวลานัดเข้ามามากแล้วหละ ..
แล้วแม่ก็คิดว่าแม่ลุกไ้ด้แล้ว หนูยอมรับแล้ว
แต่งตัวออกจากบ้านหน้าชื่นตาบาน แม้ว่าจะไม่บานเท่าเมื่อวานแต่แม่คิดว่าดีกว่าผัดผ่อนจ้ะ
พรุ่งนี้แม่จะพักจ้ะ มะรืนนี้ด้วย จนถึงวันอาทิตย์เลย
แม่ตั้งใจว่าจะค่อยๆเริ่มทำงานหละ ไม่หักโหม เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยกับร่างกายที่มีหนูร่วมใช้อยู่ด้วย
ทำอะไรก็ต้องนึกถึงหนูก่อนเสมอเลย
เรื่องระทึกมาเกิดเอาเมื่อตอนเสร็จงาน
แม่วางแผนให้ตารางมันจบตอนเวลาเลิกงานของพ่อพอดี
พอออกมาก็รับโทรศัพท์พ่อว่า กำลังจะมารับแล้ว
หลังจากนั้น แม่พาหนูเหาะข้ามไฟเหลืองที่ใกล้เปลี่ยนเป็นแดง ด้วยการแซงรถคันหน้าที่เขาเคารพกฎจราจร ฟิ้ววว ออกมา
ที่เหลือแม่เหาะจริงๆลูก หวิดกลับรถไม่พ้นเพราะอีกฝั่งไฟเขียวพุ่งออกมากันพอดี
ที่สุดก็กลับถึงบ้านก่อนพ่อมา เปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนผ้าเตรียมตัวไปบ้านคุณย่า
คราวนี้แม่ต้องบอกหนูอีกน่ะแหละว่า เรากำลังจะไปไหนกัน
รู้สึกไม่ดีเลยที่พาหนูเหาะผิดวิสัยคนระวังท้องอย่างนี้
แต่แม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมยังไม่อยากบอกพ่อว่าแม่เริ่มทำงานแล้ว
สงสัยว่าแม่ยังอยากเป็นอิสระอยู่นั่นเอง หากวันไหนไม่อยากไปก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาถามจุกจิก
อากาศตอนหัวค่ำเย็นเยียบดีจริงๆ มันมีไอสดชื่นอยู่ด้วยนะจ๊ะ
แต่แม่ก็ยังต้องเริ่มเตรียมตัวต้อนรับอากาศเย็นๆที่ร่างกายแม่มันไม่คุ้นแล้วหละ
แม่เริ่มต้มชาุถั่วที่ได้มา หอมอร่อยมาก
แม่ขนผ้านวมออกมาซักแล้ว สวมถุงเท้ากับกางเกงขายาวอุ่นๆอยู่กับบ้าน
แม่คงได้คิดใหม่หละลูกเื่รื่องซื้อเสื้อผ้าน่ะ เพราะแอบเห็นว่าพุงมันขยายออกมาอีกหน่อยแล้วนะ
พอห้าเดือนอัพเป็นต้นไปคงใหญ่ยั้งไม่อยู่เชียว
โตไวแข็งแรงนะลูก
2006/9/6
Tuesday, September 05, 2006
ยิ้มแย้มแก้มปริ
แม่พาหนูแอบพ่อไปออกงานมาจ้ะ .. :P
ด้วยเหตุที่ัยังไม่แน่ใจในตัวเอง แม่ลังๆเลๆมาหลายวันแล้วว่าจะทำยังไงดี
เมื่อวานบังเอิญว่าตกบ่ายก็ต้องนอนให้หนูเลยตัดสินใจ ไม่ไป
เช้านี้ลูบพุงบอกหนูแต่เช้า ชวนกันว่าเราออกไปทำงานกันนะ
หนูก็เชื่อฟังแม่ดี ไม่โยเยขอให้นอนตอนบ่าย หรือว่าแม่ตั้งใจก็ไม่รู้
แม้จะโลเลอยู่ก็ตาม แต่ด้วยว่าไม่ถึงขนาดต้องนอน เลย ไปเลยตามเลย ..
แม่อารมณ์ดีมาก มาก มากเลยเชียว ขณะที่เตรียมตัว
เลยคิดใหม่ว่า พักก็ดีนะ แต่ตอนนี้การได้ออกไปทำงานเหมือนกับดื่มยาบำรุงเชียวนะนี่
สบายดีไ่ม่มีปัญหา หน้าตาร่าเริง ยิ้มได้กว้างๆ ไม่เหนื่อยเพราะทำงานไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายเหมือนเมื่อก่อน
แม่ยังคงเจ๋งเหมือนเดิมจ้ะลูก ..
เสร็จงาน คุณป้าชวนทานข้าวต่อ แม่เกรงใจอีกน่ะแหละ
แต่พอทราบว่าไ่ม่มีงานอื่นอีกแล้ว คุณป้าเลยโมเมให้นั่งโต๊ะเลย
แค่เริ่มทานคำแรกเท่านั้นหละ .. พุงแม่เหมือนกลองรัวเลย
ก่อนหน้าที่แม่จะเห็นฤทธิ์เดชหนูในพุง แม่ไม่รู้หรอกว่าอาการอะไร
ตอนนี้แม่เดาได้แล้ว ท่าหนูจะดีใจที่ได้กินข้าวนอกบ้านแน่ๆ รัวจนแม่ต้องวางช้อนลงมาจับพุงไว้
กลัวหนูโดดออกมาร่วมโต๊ะ ..
คนอื่นน่ะ เขาบอกว่า ท้องแรกกว่าเขาจะรู้สึกว่าลูกดิ้นก็เมื่อเข้า6เดือนโน่น
พอท้องที่สอง ประมาณ 4เดือนกว่า
พอคนที่สาม เดือนที่สามเลย
เหตุผลที่เร็วขึ้นคือ เริ่มจับได้แล้ว ว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่าลูกดิ้นในพุง
ของแม่นี่เร็วเกินไปไหมหนอ ที่รู้สึกเอาตอนปลายเดือนสามต้นเดือนสี่นี่เลย
อากาศวันนี้เย็นฮวบฮาบลงมากเลยลูก ทะเลคลื่นแรงกว่าปกติ
แม่รู้สึกว่า ท่าฤดูหนาวคลื่นจะพัดแรงได้ตลอดวันจริงๆ
ฟังเพลินไปเลยเชียวแหละ ..
เสื้อผ้าแม่คับแคบหมดแล้ว วันนี้หยิบแล้วลองอีก กว่าจะหาที่มันดูแนบเนียนได้จริงๆ
แม่ก็นี่นะ ยังไม่อยากอวดพุงป่องน้่อยๆนี่เท่าไหร่เลย
ที่บ้านคุณป้านะ แม่หัวเราะเสียงดัง เอิ๊กอ๊ากๆๆ เชียว
แล้วเลยตัดสินใจเลยว่า ค่อยๆเริ่มต้นทำงานไปเรื่อยๆก็ท่าจะดีนะ
อารมณ์ก็ดี คุณป้าใจดีใหุ้ั่ถั่วปลอดสารพิษที่คั่วแล้วมาต้มชาถั่วดื่มด้วย
ให้ข้าวเหนียวมาผสมข้าวหุงกิน
แม่รู้สึกว่า หนูโชคดีจริงๆเลยลูกเอ๊ย ..
หลังจากหมดกังวลกับเรื่องอาหารการกิน ตอนนี้แม่เริ่มเสิร์ชหาเสื้อผ้าใส่ฤดูต่อไปที่ต้องออกงาน
จนตาจะถลนหมดแล้ว
หาไปก็คิดไป หายากจริงลูกเอ๊ย แม่ต้องเผื่อหน่อยเผื่อนิด และไม่ซื้อแบบแพงเกินไปเพราะจะได้ใส่ไม่นานเอง
แม่อยากหางานอย่างอื่นทำอีกแล้ว กำลังคิดๆอยู่เดี๋ยวจะมาปรึึกษาใหม่นะลูกนะ ..
ด้วยเหตุที่ัยังไม่แน่ใจในตัวเอง แม่ลังๆเลๆมาหลายวันแล้วว่าจะทำยังไงดี
เมื่อวานบังเอิญว่าตกบ่ายก็ต้องนอนให้หนูเลยตัดสินใจ ไม่ไป
เช้านี้ลูบพุงบอกหนูแต่เช้า ชวนกันว่าเราออกไปทำงานกันนะ
หนูก็เชื่อฟังแม่ดี ไม่โยเยขอให้นอนตอนบ่าย หรือว่าแม่ตั้งใจก็ไม่รู้
แม้จะโลเลอยู่ก็ตาม แต่ด้วยว่าไม่ถึงขนาดต้องนอน เลย ไปเลยตามเลย ..
แม่อารมณ์ดีมาก มาก มากเลยเชียว ขณะที่เตรียมตัว
เลยคิดใหม่ว่า พักก็ดีนะ แต่ตอนนี้การได้ออกไปทำงานเหมือนกับดื่มยาบำรุงเชียวนะนี่
สบายดีไ่ม่มีปัญหา หน้าตาร่าเริง ยิ้มได้กว้างๆ ไม่เหนื่อยเพราะทำงานไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายเหมือนเมื่อก่อน
แม่ยังคงเจ๋งเหมือนเดิมจ้ะลูก ..
เสร็จงาน คุณป้าชวนทานข้าวต่อ แม่เกรงใจอีกน่ะแหละ
แต่พอทราบว่าไ่ม่มีงานอื่นอีกแล้ว คุณป้าเลยโมเมให้นั่งโต๊ะเลย
แค่เริ่มทานคำแรกเท่านั้นหละ .. พุงแม่เหมือนกลองรัวเลย
ก่อนหน้าที่แม่จะเห็นฤทธิ์เดชหนูในพุง แม่ไม่รู้หรอกว่าอาการอะไร
ตอนนี้แม่เดาได้แล้ว ท่าหนูจะดีใจที่ได้กินข้าวนอกบ้านแน่ๆ รัวจนแม่ต้องวางช้อนลงมาจับพุงไว้
กลัวหนูโดดออกมาร่วมโต๊ะ ..
คนอื่นน่ะ เขาบอกว่า ท้องแรกกว่าเขาจะรู้สึกว่าลูกดิ้นก็เมื่อเข้า6เดือนโน่น
พอท้องที่สอง ประมาณ 4เดือนกว่า
พอคนที่สาม เดือนที่สามเลย
เหตุผลที่เร็วขึ้นคือ เริ่มจับได้แล้ว ว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่าลูกดิ้นในพุง
ของแม่นี่เร็วเกินไปไหมหนอ ที่รู้สึกเอาตอนปลายเดือนสามต้นเดือนสี่นี่เลย
อากาศวันนี้เย็นฮวบฮาบลงมากเลยลูก ทะเลคลื่นแรงกว่าปกติ
แม่รู้สึกว่า ท่าฤดูหนาวคลื่นจะพัดแรงได้ตลอดวันจริงๆ
ฟังเพลินไปเลยเชียวแหละ ..
เสื้อผ้าแม่คับแคบหมดแล้ว วันนี้หยิบแล้วลองอีก กว่าจะหาที่มันดูแนบเนียนได้จริงๆ
แม่ก็นี่นะ ยังไม่อยากอวดพุงป่องน้่อยๆนี่เท่าไหร่เลย
ที่บ้านคุณป้านะ แม่หัวเราะเสียงดัง เอิ๊กอ๊ากๆๆ เชียว
แล้วเลยตัดสินใจเลยว่า ค่อยๆเริ่มต้นทำงานไปเรื่อยๆก็ท่าจะดีนะ
อารมณ์ก็ดี คุณป้าใจดีใหุ้ั่ถั่วปลอดสารพิษที่คั่วแล้วมาต้มชาถั่วดื่มด้วย
ให้ข้าวเหนียวมาผสมข้าวหุงกิน
แม่รู้สึกว่า หนูโชคดีจริงๆเลยลูกเอ๊ย ..
หลังจากหมดกังวลกับเรื่องอาหารการกิน ตอนนี้แม่เริ่มเสิร์ชหาเสื้อผ้าใส่ฤดูต่อไปที่ต้องออกงาน
จนตาจะถลนหมดแล้ว
หาไปก็คิดไป หายากจริงลูกเอ๊ย แม่ต้องเผื่อหน่อยเผื่อนิด และไม่ซื้อแบบแพงเกินไปเพราะจะได้ใส่ไม่นานเอง
แม่อยากหางานอย่างอื่นทำอีกแล้ว กำลังคิดๆอยู่เดี๋ยวจะมาปรึึกษาใหม่นะลูกนะ ..
Monday, September 04, 2006
ลงตัว
ชอนซาจ๊ะ
วันนี้แม่ใช้เวลาเล็กๆน้อยๆ คิดตัดสินใจอะไรได้บ้างแ้ล้วหละ
อันดับแรก แม่ลังเลๆ ว่าจะไปทำงานดีหรือไ่ม่ พอตกบ่ายอาการก็ยังต้องนอนให้หนูสักหน่อยอยู่ดี
พอดีอ่านหนังสือดูด้วย เขาบอกว่าถ้าได้14สัปดาห์แล้ว คุณแม่จะสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น
แม่เลยคิดตัดสินใจชุ๊บชั๊บว่า สัปดาห์หน้าแล้วกัน
เดี๋ยวคงต้องโทรบอกป้าๆทั้งหลายให้รอกันหน่อยหละ
เรื่องที่สอง ที่แม่วุ่นวายห่วงหนูเรื่องสารอาหารที่แม่กินเพื่อแบ่งให้หนูน่ะ
วันก่อนแม่โทรไปหาคนที่แนะนำโปรตีนเสริมกับวิตามินเสริม ของบ.ใหญ่เส้นทางของฉันน่ะ
จากข้อมูลที่เขาให้มา ฟังดูก็น่าเชื่อถือนะ อยากให้หนูเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์ฉลาดหลักแหลม
นั่นเป็นพื้นฐานความอยากของแม่ๆทั้งหลายหละ
แต่แม่นั่งเสียดายเงิน ..(ทำไมไม่รู้นะ)
ถามดูแล้วก็ไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ .. นึกถึงผงมิสุคารูที่น้าปูส่งมาให้พอดี
หน้าตามันก็น่าจะคล้ายๆกับเจ้าผงโปรตีนที่เขาขายน่ะแหละ
เพราะทำมาจากถั่วสารพัดเหมือนกัน .. แม่เอามาผสมกับนมกินก็อร่อยดี
แล้วแม่ก็เข้าไปศึกษาจากเวบต่างๆที่เขาบอกว่าสารเหล่านี้ๆ มีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง
แม้กระทั่งในเวบฝรั่งเขายังไม่แนะนำว่าจำเป็นต้องกินสารสำเร็จรูปเลย
แม่อ่านๆๆ คำนวณๆๆ แล้วก็ลงตัวอย่างสบายใจ..
ต่อมาเรื่อง แคลเซียม หลายคนเขาเลือกทางสะดวกกันคือแคลเซียมเม็ด
แต่แม่คิดว่ามันคงมีรายละเอียดเกี่ยวกับการที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ทันทีอีกน่ะนะ
อีกอย่างของพวกนี้ แพงเสียด้วย แม่คิดแล้วก็ยับยั้งเอาไว้ก่อน เรื่องราคายังไม่เท่ากับเหตุผลแรก
ในที่สุดแม่ยืนคำนวณไปมา ก็ได้คำตอบ
เมื่อวานแม่หยิบนมผงเน้นแคลเซี่ยมมาจากชั้นในห้างเรียบร้อย ไม่รอพ่อซื้อแล้ว
แกยุ่งมากจนไม่มีเวลาสั่งให้เสียที
มันเป็นนมแพะภูเขาจากนิวซีแลนด์ ยี่ห้อใหม่เลยนะลูก
แม่ไม่ได้ประชดนะ แต่มีคนบอกว่าระวังอย่าดื่มนมวัวมากเกินไป
จะมีผลเรื่องลูกอาจจะ เป็นภูมิแพ้ได้ เพียงแต่แม่คิดว่า นมแพะฟังดูก็สะอาดดีนะ
แล้วก็ให้พ่อสั่ง คว๊อก-Quark ให้เขามาส่ง
มันเ็ป็นโยเกิร์ตชีสชนิดหนึ่งที่แคลเซี่ยมสูงจากยุโรป
เกิดว่าเป็นสินค้าใหม่อีกนั่นแหละ
พ่อก็เชียร์กว่า กินไปเถอะ .. ถ้าพ่อเชียร์แม่ก็กินอยู่แล้ว
ไม่ใช่เพราะพ่อเหรอที่ให้แม่ต้องเฝ้าคิดค้นหาวิธีกินสารบำรุงลูกจากของสดให้เพียงพออย่างนี้เนี่ยะ
ทุกๆเย็นเราก็ยังไปทานข้าวที่บ้านคุณย่าอย่างปกติ
แม่ก็เพิ่งสังเกตุเนี่ยะแหละ ว่าอาหารเกาหลีเขาอุุดมสมบูรณ์
เทนจังก็อุดมไปด้วยถั่วแหละ ย่าทำให้ทุกวันเลย ใส่เต้าหู้สดให้ด้วย
ใบฟักทองลวก ให้เอามาห่อซัมกินอีกนั่นล่ะ ผักใบเขียวที่เอามายำสดๆอีก
ตอนนี้แม่จำได้แค่นี้แหละ ...
แต่หลังจากบวกคร่าวๆ แม่สบายใจแล้วว่า แม่กินอาหารบำรุงลูกต่อวันพอเพียงแน่นอน
ต่อจากบำรุงกาย ก็เป็นบำรุงใจ
การที่ลูกมาหาแม่กับพ่อช้า ก็นับว่าเ็ป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่งนะ แม่คิดว่า
การรอคอยทำให้สิ่งนั้นมีคุณค่านัีบอนันต์ ..อันหนึ่งหละ
ผลที่ตามมาคือ เราสองคนพร้อมทางด้านจิตใจ
พ่อเอาใจใส่แม่ดีใช้ได้ ..ขยันร้องเพลงให้หนูฟัง พ่ออยากให้หนูได้ยินเสียงเร็วๆจังเลยนะ
แกอยากร้องเพลงแบบมีชอนซาฟังไปด้วยดิ้นไปด้วยเต็มแก่แล้ว
แต่ก็อีกไ่ม่นานหรอกนะลูกนะ ... แม่รู้สึกว่าเวลาไม่นานเลย หนูโตเร็วมากจ้ะ
มีคนบอกแม่ว่า เด็กสามเดือนที่ไหน ดิ้นร๊อคในท้องได้ขนาดนี้ จำเวลาผิดหรือเปล่า สี่เดือนแล้วม๊าง
แต่แม่จดลงปฎิทินอยู่ว่าเมนส์มาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ไม่ผิดแน่นอน ..
พ่อร้องเพลงให้แม่บันเทิงได้ดีมาก แม้ว่าจะร้องมั่ว แต่แม่ก็รู้สึกเบิกบานใจมาก
แม่อยากเบิกบานใจบ่อยๆ ให้สารเอนโดรฟินมันหลั่งมากๆ หนูจะได้นอนว่ายน้ำอย่างสุขใจได้ทุกวัน
วันนี้พ่อทนไม่ได้แล้ว บอกว่าจะไปหาโหลดเพลงทีแม่ชอบฮัม มาฝึกร้องแล้ว
เราจะร้องเพลงด้วยกันสามคน เพลงเดียวนี่แหละ แม่ยังไม่เบื่อเลย ..
พ่อบอกว่าคิดถึงพี่ม่งของหนูจ้ะ วันนี้
วันไหนว่างๆจะแวะไปหาพี่ม่ง .. แม่จะทำยังไงดี ถ้าพี่ม่งอิจฉาหนูหละก็ แม่แย่เลย
พ่อดูรูปแล้วมีการประกาศฟันธงด้วยนะว่า หนูหน้าเำหมือนพ่อแล้ว
ไม่ใช่มุขตลกหรอก พ่อเขาเพ้อน่ะ
2006/9/4
วันนี้แม่ใช้เวลาเล็กๆน้อยๆ คิดตัดสินใจอะไรได้บ้างแ้ล้วหละ
อันดับแรก แม่ลังเลๆ ว่าจะไปทำงานดีหรือไ่ม่ พอตกบ่ายอาการก็ยังต้องนอนให้หนูสักหน่อยอยู่ดี
พอดีอ่านหนังสือดูด้วย เขาบอกว่าถ้าได้14สัปดาห์แล้ว คุณแม่จะสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น
แม่เลยคิดตัดสินใจชุ๊บชั๊บว่า สัปดาห์หน้าแล้วกัน
เดี๋ยวคงต้องโทรบอกป้าๆทั้งหลายให้รอกันหน่อยหละ
เรื่องที่สอง ที่แม่วุ่นวายห่วงหนูเรื่องสารอาหารที่แม่กินเพื่อแบ่งให้หนูน่ะ
วันก่อนแม่โทรไปหาคนที่แนะนำโปรตีนเสริมกับวิตามินเสริม ของบ.ใหญ่เส้นทางของฉันน่ะ
จากข้อมูลที่เขาให้มา ฟังดูก็น่าเชื่อถือนะ อยากให้หนูเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์ฉลาดหลักแหลม
นั่นเป็นพื้นฐานความอยากของแม่ๆทั้งหลายหละ
แต่แม่นั่งเสียดายเงิน ..(ทำไมไม่รู้นะ)
ถามดูแล้วก็ไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ .. นึกถึงผงมิสุคารูที่น้าปูส่งมาให้พอดี
หน้าตามันก็น่าจะคล้ายๆกับเจ้าผงโปรตีนที่เขาขายน่ะแหละ
เพราะทำมาจากถั่วสารพัดเหมือนกัน .. แม่เอามาผสมกับนมกินก็อร่อยดี
แล้วแม่ก็เข้าไปศึกษาจากเวบต่างๆที่เขาบอกว่าสารเหล่านี้ๆ มีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง
แม้กระทั่งในเวบฝรั่งเขายังไม่แนะนำว่าจำเป็นต้องกินสารสำเร็จรูปเลย
แม่อ่านๆๆ คำนวณๆๆ แล้วก็ลงตัวอย่างสบายใจ..
ต่อมาเรื่อง แคลเซียม หลายคนเขาเลือกทางสะดวกกันคือแคลเซียมเม็ด
แต่แม่คิดว่ามันคงมีรายละเอียดเกี่ยวกับการที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ทันทีอีกน่ะนะ
อีกอย่างของพวกนี้ แพงเสียด้วย แม่คิดแล้วก็ยับยั้งเอาไว้ก่อน เรื่องราคายังไม่เท่ากับเหตุผลแรก
ในที่สุดแม่ยืนคำนวณไปมา ก็ได้คำตอบ
เมื่อวานแม่หยิบนมผงเน้นแคลเซี่ยมมาจากชั้นในห้างเรียบร้อย ไม่รอพ่อซื้อแล้ว
แกยุ่งมากจนไม่มีเวลาสั่งให้เสียที
มันเป็นนมแพะภูเขาจากนิวซีแลนด์ ยี่ห้อใหม่เลยนะลูก
แม่ไม่ได้ประชดนะ แต่มีคนบอกว่าระวังอย่าดื่มนมวัวมากเกินไป
จะมีผลเรื่องลูกอาจจะ เป็นภูมิแพ้ได้ เพียงแต่แม่คิดว่า นมแพะฟังดูก็สะอาดดีนะ
แล้วก็ให้พ่อสั่ง คว๊อก-Quark ให้เขามาส่ง
มันเ็ป็นโยเกิร์ตชีสชนิดหนึ่งที่แคลเซี่ยมสูงจากยุโรป
เกิดว่าเป็นสินค้าใหม่อีกนั่นแหละ
พ่อก็เชียร์กว่า กินไปเถอะ .. ถ้าพ่อเชียร์แม่ก็กินอยู่แล้ว
ไม่ใช่เพราะพ่อเหรอที่ให้แม่ต้องเฝ้าคิดค้นหาวิธีกินสารบำรุงลูกจากของสดให้เพียงพออย่างนี้เนี่ยะ
ทุกๆเย็นเราก็ยังไปทานข้าวที่บ้านคุณย่าอย่างปกติ
แม่ก็เพิ่งสังเกตุเนี่ยะแหละ ว่าอาหารเกาหลีเขาอุุดมสมบูรณ์
เทนจังก็อุดมไปด้วยถั่วแหละ ย่าทำให้ทุกวันเลย ใส่เต้าหู้สดให้ด้วย
ใบฟักทองลวก ให้เอามาห่อซัมกินอีกนั่นล่ะ ผักใบเขียวที่เอามายำสดๆอีก
ตอนนี้แม่จำได้แค่นี้แหละ ...
แต่หลังจากบวกคร่าวๆ แม่สบายใจแล้วว่า แม่กินอาหารบำรุงลูกต่อวันพอเพียงแน่นอน
ต่อจากบำรุงกาย ก็เป็นบำรุงใจ
การที่ลูกมาหาแม่กับพ่อช้า ก็นับว่าเ็ป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่งนะ แม่คิดว่า
การรอคอยทำให้สิ่งนั้นมีคุณค่านัีบอนันต์ ..อันหนึ่งหละ
ผลที่ตามมาคือ เราสองคนพร้อมทางด้านจิตใจ
พ่อเอาใจใส่แม่ดีใช้ได้ ..ขยันร้องเพลงให้หนูฟัง พ่ออยากให้หนูได้ยินเสียงเร็วๆจังเลยนะ
แกอยากร้องเพลงแบบมีชอนซาฟังไปด้วยดิ้นไปด้วยเต็มแก่แล้ว
แต่ก็อีกไ่ม่นานหรอกนะลูกนะ ... แม่รู้สึกว่าเวลาไม่นานเลย หนูโตเร็วมากจ้ะ
มีคนบอกแม่ว่า เด็กสามเดือนที่ไหน ดิ้นร๊อคในท้องได้ขนาดนี้ จำเวลาผิดหรือเปล่า สี่เดือนแล้วม๊าง
แต่แม่จดลงปฎิทินอยู่ว่าเมนส์มาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ไม่ผิดแน่นอน ..
พ่อร้องเพลงให้แม่บันเทิงได้ดีมาก แม้ว่าจะร้องมั่ว แต่แม่ก็รู้สึกเบิกบานใจมาก
แม่อยากเบิกบานใจบ่อยๆ ให้สารเอนโดรฟินมันหลั่งมากๆ หนูจะได้นอนว่ายน้ำอย่างสุขใจได้ทุกวัน
วันนี้พ่อทนไม่ได้แล้ว บอกว่าจะไปหาโหลดเพลงทีแม่ชอบฮัม มาฝึกร้องแล้ว
เราจะร้องเพลงด้วยกันสามคน เพลงเดียวนี่แหละ แม่ยังไม่เบื่อเลย ..
พ่อบอกว่าคิดถึงพี่ม่งของหนูจ้ะ วันนี้
วันไหนว่างๆจะแวะไปหาพี่ม่ง .. แม่จะทำยังไงดี ถ้าพี่ม่งอิจฉาหนูหละก็ แม่แย่เลย
พ่อดูรูปแล้วมีการประกาศฟันธงด้วยนะว่า หนูหน้าเำหมือนพ่อแล้ว
ไม่ใช่มุขตลกหรอก พ่อเขาเพ้อน่ะ
2006/9/4
Friday, September 01, 2006
ร็อคสะท้านใจ เขย่าโลก
ถ้าแม่ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แม่จะไม่เชื่อเลยว่าตอนนี้หนูนอนดิ้น ว่ายน้ำอย่างสราญใจอยู่ในท้องแม่จริงๆ
แม่ไม่ได้คาดคิดด้วย ว่าเด็กเขาดิ้นอวดพ่ออวดแม่อวดหมอขนาดนี้
วันนี้หนูอายุ 11 สัปดาห์ 5วัน
แม่นั่งใจตุ๊มต่อมรออยู่หน้าแผนก นั่งคุยกับหนูไปด้วยแบบครึ่งๆกลางๆ ว่า "ยืดตัวยาวๆนะลูก โชว์ให้ใครๆเห็นเลยว่าเราแข็งแรง"
แม่ไม่นึกเลยว่าหนูจะโลดโผนขนาดนี้ ตอนแรกนึกว่าลุงหมอเขาขยับกล้องภาพเลยเคลื่อนไหว
พอถามลุงหมอว่า นั่นหนูเคลื่อนไหวเหรอ? ยังไม่ทันขาดคำ หนูก็ดีดตัวหลังแอ่นตัวลอยขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆลงไปที่เดิม
แม่ตื่นเต้นมากๆเชียวนะนั่นนะ
พ่อเขาขอเข้าไปดูด้วย คุณพยาบาลบอกว่าไม่มีปัญหาเลยแต่ที่ผ่านมานี่ไม่ค่อยมีคุณพ่อคนไหนเข้ามาด้วยเลย
พ่อก็อยากเห็นหนูน่ะ ว่าโตแค่ไหนแล้วจากครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้น
ภาพที่หนูยกไม้ยกมือไขว่คว้าไปมา แล้วดีดตัวลอยขึ้นมาน่ะ ติดตาแม่แน่นยิ่งกว่าวีดีโอเสียอีก
แม่อยากได้คลิปนั่นจังเลย แต่ที่นี่ไม่มีระบบทำแบบนั้นให้
ถ้าอยากได้แบบนั้นเราต้องไปที่คลีนิค ซึ่งเน้นความทันสมัยและตื่นตาตื่นใจ
ส่วนเราเลือกมาโรงพยาบาลและพบอาจารย์หมอเพราะเราเน้นความปลอดภัยและความทันสมัยในอุปกรณ์ช่วยเหลือมากกว่าทันสมัยในด้านอุปกรณ์บันเทิงจ้ะ
ใจแม่ก็ยังคิด แอบคิดเอาไว้เองว่า แม่อยากจะไปที่คลีนิคนั่นอีกครั้งสองครั้ง
หมอที่นั่นจะหมั่นไส้เราหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่มาเพราะหวังอาศัยให้ถ่ายคลิปให้เท่านั้นเอง
น้าไก่บอกว่า หนูดีใจที่ได้เที่ยวเลยดีดดิ้นดีใจ
น้ารจ ตื่นเต้นว่า หนูแข็งแรงอย่างนั้นเชียว
ส่วนน้าเจ ไม่ทำไร กรี๊ดดด ลูกเดียว
น้าต่อ นั่นกำลังทำงานอยู่ ตาสว่างหายง่วงเลย
แม่ก็ตื่นเต้น รวมทั้งสบายใจที่สุดเลยลูกจ๋า
นับจากวันนี้ไป แม่ก็จะยังทนุถนอมเฝ้าระวังหนูเหมือนเดิมต่อไปจ้ะ
ตอนเช้า ก่อนไปพบหน้าหนู รถเราโดนเบียดต้องเสียเวลาไปกับการเคลียร์กันเสียครึ่งชั่วโมง
เหตุการณ์นี้ทำให้แม่อดนึกถึงวันก่อนวันแต่งงานเราไม่ได้
วันนั้นคุณตาคุณยายน้าไก่มาร่วมงาน ส่วนพ่อนั้นเขาสติแตกขับรถพาพวกเราออกไปจากสามแยกแล้วเจอกับรถที่วิ่งมาพอดี
คุณยายตอนนั้นใจคอไม่ดี บอกว่าเป็นลางไม่ดีเลย
เหตุการณ์วันนี้ ทำให้แม่นึกถึงวันนั้น
ดูเหมือนกับว่า ชีวิตของพ่อมันไม่เคยลำเอียงนะลูก
ก่อนที่เหตุการณ์ดีๆจะเกิดขึ้น เราต้องผ่านเหตุการณ์ไม่ดีเล็กน้อยเหล่านี้เสียก่อน
แม่นึกขึ้นได้พร้อมกับบอกปรัชญาวันแต่งงานและวันพบลูกน้อย(ที่ดิ้นได้แล้ว) ให้พ่อฟัง
แม่รู้สึกขอบคุณสวรรค์ในหัวใจอย่างมากมายเลยลูก ที่หนูกำลังเติมเต็มให้กับครอบครัวของเรา
แม่ไม่อยากบอกรักหนูแล้ว เพราะรู้สึกว่ามันเกินกว่านั้น
2006/9/1
++ ความดันของแม่เป็นปกติแล้ว 100/60
++ น้ำหนักตัวแม่เพิ่มมา 2กิโล
แม่ไม่ได้คาดคิดด้วย ว่าเด็กเขาดิ้นอวดพ่ออวดแม่อวดหมอขนาดนี้
วันนี้หนูอายุ 11 สัปดาห์ 5วัน
แม่นั่งใจตุ๊มต่อมรออยู่หน้าแผนก นั่งคุยกับหนูไปด้วยแบบครึ่งๆกลางๆ ว่า "ยืดตัวยาวๆนะลูก โชว์ให้ใครๆเห็นเลยว่าเราแข็งแรง"
แม่ไม่นึกเลยว่าหนูจะโลดโผนขนาดนี้ ตอนแรกนึกว่าลุงหมอเขาขยับกล้องภาพเลยเคลื่อนไหว
พอถามลุงหมอว่า นั่นหนูเคลื่อนไหวเหรอ? ยังไม่ทันขาดคำ หนูก็ดีดตัวหลังแอ่นตัวลอยขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆลงไปที่เดิม
แม่ตื่นเต้นมากๆเชียวนะนั่นนะ
พ่อเขาขอเข้าไปดูด้วย คุณพยาบาลบอกว่าไม่มีปัญหาเลยแต่ที่ผ่านมานี่ไม่ค่อยมีคุณพ่อคนไหนเข้ามาด้วยเลย
พ่อก็อยากเห็นหนูน่ะ ว่าโตแค่ไหนแล้วจากครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้น
ภาพที่หนูยกไม้ยกมือไขว่คว้าไปมา แล้วดีดตัวลอยขึ้นมาน่ะ ติดตาแม่แน่นยิ่งกว่าวีดีโอเสียอีก
แม่อยากได้คลิปนั่นจังเลย แต่ที่นี่ไม่มีระบบทำแบบนั้นให้
ถ้าอยากได้แบบนั้นเราต้องไปที่คลีนิค ซึ่งเน้นความทันสมัยและตื่นตาตื่นใจ
ส่วนเราเลือกมาโรงพยาบาลและพบอาจารย์หมอเพราะเราเน้นความปลอดภัยและความทันสมัยในอุปกรณ์ช่วยเหลือมากกว่าทันสมัยในด้านอุปกรณ์บันเทิงจ้ะ
ใจแม่ก็ยังคิด แอบคิดเอาไว้เองว่า แม่อยากจะไปที่คลีนิคนั่นอีกครั้งสองครั้ง
หมอที่นั่นจะหมั่นไส้เราหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่มาเพราะหวังอาศัยให้ถ่ายคลิปให้เท่านั้นเอง
น้าไก่บอกว่า หนูดีใจที่ได้เที่ยวเลยดีดดิ้นดีใจ
น้ารจ ตื่นเต้นว่า หนูแข็งแรงอย่างนั้นเชียว
ส่วนน้าเจ ไม่ทำไร กรี๊ดดด ลูกเดียว
น้าต่อ นั่นกำลังทำงานอยู่ ตาสว่างหายง่วงเลย
แม่ก็ตื่นเต้น รวมทั้งสบายใจที่สุดเลยลูกจ๋า
นับจากวันนี้ไป แม่ก็จะยังทนุถนอมเฝ้าระวังหนูเหมือนเดิมต่อไปจ้ะ
ตอนเช้า ก่อนไปพบหน้าหนู รถเราโดนเบียดต้องเสียเวลาไปกับการเคลียร์กันเสียครึ่งชั่วโมง
เหตุการณ์นี้ทำให้แม่อดนึกถึงวันก่อนวันแต่งงานเราไม่ได้
วันนั้นคุณตาคุณยายน้าไก่มาร่วมงาน ส่วนพ่อนั้นเขาสติแตกขับรถพาพวกเราออกไปจากสามแยกแล้วเจอกับรถที่วิ่งมาพอดี
คุณยายตอนนั้นใจคอไม่ดี บอกว่าเป็นลางไม่ดีเลย
เหตุการณ์วันนี้ ทำให้แม่นึกถึงวันนั้น
ดูเหมือนกับว่า ชีวิตของพ่อมันไม่เคยลำเอียงนะลูก
ก่อนที่เหตุการณ์ดีๆจะเกิดขึ้น เราต้องผ่านเหตุการณ์ไม่ดีเล็กน้อยเหล่านี้เสียก่อน
แม่นึกขึ้นได้พร้อมกับบอกปรัชญาวันแต่งงานและวันพบลูกน้อย(ที่ดิ้นได้แล้ว) ให้พ่อฟัง
แม่รู้สึกขอบคุณสวรรค์ในหัวใจอย่างมากมายเลยลูก ที่หนูกำลังเติมเต็มให้กับครอบครัวของเรา
แม่ไม่อยากบอกรักหนูแล้ว เพราะรู้สึกว่ามันเกินกว่านั้น
2006/9/1
++ ความดันของแม่เป็นปกติแล้ว 100/60
++ น้ำหนักตัวแม่เพิ่มมา 2กิโล
Subscribe to:
Posts (Atom)