ลูก
แต่ไหนแต่ไรมา รีอันกินได้กินดีทุกอย่าง ป้อนหายๆ
พอใกล้ๆจะครบขวบ เริ่มมีอาการเมินข้าว
ยายบอกว่า หนูก็เบื่อเป็นนี่นา.. พูดอย่างนี้แม่สบายใจ
แต่ถ้าให้แม่คิดเอง ก็คงเป็นว่า แม่ไม่มีปัญญาทำอาหารที่เร้าใจลูกมากกว่านี้แล้ว
พูดง่ายๆ คืิอ ไม่มีเสน่ห์ปลายตะหลิวเอาเรยน่ะเดะ
เวลาจับลูกวางที่โต๊ะ หนูจะทำเสียงตื่นเต้น (ร้องวาวาาาา ยาวๆเบาๆ พอเซ็กซี่ ฮ่าฮ่า เสียงนี้ใครได้ยินก็อารมณ์ดีไปด้วยทั้งนั้น อย่างกับเด็กผู้หญิงเลยลูก)
คำแรกจะอ้าปากรับอย่างกว้าง รับได้สองสามคำก็ทำหน้ามุ่ย จมูกย่นแล้วเบือน
ถ้าแม่ตื๊อหนักเข้า หนูก็รับแล้วคายกันเลยต่อหน้า
นมก็ไม่กิน แบบนี้อีกสักพักก็จะหิว แล้วงอแงตามมา
จะให้ไล่ตามป้อนเวลาเล่น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
ในที่สุดก็พบกันตรงกลาง แม่เปิดยาฮูกุโรกิ ฉบับล่าสุด (เนตจ้ะ เวบของเด็ก)
เขามีกลุ่มพี่ๆหนุ่มๆสาวๆ ออกมาเต้นประกอบเพลงสำหรับเด็ก
รีอันนั่งมองตาเป็นประกาย มองนานๆเข้าก็ยกมือปรบแปะๆมั่ง หมุนๆข้อมือตามเขาบ้าง
แล้วเราก็อาศัยเวลาลูกเผลอ อ้าปากค้างนี่แหละ ป้อนเอาๆ จนเกือบหมดได้เลย
คงไม่ทำอย่างนี้ไปนานๆ แม่เองก็อยากให้ลูกมีระเบียบที่ดีเวลากินข้าว
แต่ขืนใจกันต่อไปไม่ไหวหละมั้งนี่ ขอสลับมาชื่นใจกับการให้ลูกกินข้าวได้มากพอก่อน
หวังว่าตัวเองจะไม่เผลอเรอปล่อยให้นานกว่านี้จ้ะ
ยังเหลืออีกเรื่อง ดื่มนมนี่หละ
ใครๆก็บอกให้หย่านมได้แล้ว แม่ก็ยังทำหูทวนลมอยู่
ไม่มีใครมามีความสุขกับเราเวลาก่อนนอนตอนกลางคืนนี่เนาะ
แต่ยังไงลูกก็ต้องกินนม ตอนนี้วันนึงดูดได้ไม่กี่อึกเลย ไล่ตามจนเมื่อย
แก้ปัญหานี้ต่อไป หวังว่าลูกจะชินกับรสชาตินมสดได้เร็วๆจ้ะ
*มีคนบอกว่า ถ้านมแม่หยุด หนูไม่มีทางออกก็จะดื่มนมแทนเองน่ะแหละ
แต่แม่นี่แหละ จะทนดูไม่ไหวก่อนละมั้งนี่
Sunday, April 27, 2008
Monday, April 21, 2008
ลุยทุ่งครั้งแรก
Thursday, April 17, 2008
หัวใจจะวาย

รีอันครับ ..
แม่ว่า หนูกำลังอยู่ในวัยที่แสดงผลให้แม่เห็นสิ่งที่ทำมา
วันก่อน ขับรถผ่านสนามกีฬาเขามีบอลลูนที่ผูกไว้เสมอ เวลามีเทศกาลอะไร
คราวนี้ผูกสองลูกรวมกัน ถ้า่ผ่านหน้าสนามกีฬา แล้วเงยหน้าจะพอเห็นบ้าง แต่ก็สามารถมีโดนบังได้
ฝั่งที่หนูนั่ง มันอยู่ ฝั่งที่ต้องเงยหน้ามองจากกระจกหน้าต่าง
แต่แม่มองจากกระจกหน้า แม่ชี้ให้หนูดูบอลลูน แล้วทำเสียงตื่นเต้น
ผ่านอีกรอบตอนเย็น แม่ชี้ให้ดูอีก
วันนี้ แม่ไปรับหนูกลับมาจากบ้านย่า เราสองคนนั่งเงียบสนิทมาตลอดทาง
อยู่ดีๆ หนูก็ต้องเสียงอ๊าาา แล้วเงยหน้ามองจุดทีี่มีบอลลูน
ปกติถ้าไม่เงยหน้าจะไม่เห็น
แม่ว่าหนูำจำได้ ว่าผ่านตรงนี้แล้วแม่ชี้ให้ดูอะไร
แม่ทึ่งอ่ะ ..ตื่นเต้น
วันนี้ คุณตาคุณยายมีธุระไปโซลกระทันหัน โทรมาฝากม่ง
พอม่งกลับมา รีอัันก็ตื่นเต้นเห็นม่งอีกครั้ง
แม่และพ่อเรียกชื่อม่งบ่อยกว่าเรียกกันและกันอีก
พอวางหนูลงไม่นาน รีอันเกาะโต๊ะแล้วส่งเสียงเรียก "ม่งอาาา"
แม่หัีวใจแทบหยุดเต้น มันชัดมากเลยลูก
รีบตะโกนเีรียกพ่อ ว่า ได้ยินมั้ยๆๆๆ
พอพ่อเดินออกมา หนูก็เรียก "ม่งอาาา" อีกครั้ง
โอย แม่ล้มหงายหลังลงไปนอนเลย
มันตื่นเต้นเฟ้ย ตื่นเต้นกว่าหนูเรียกแม่กับพ่ออีก
รีอันตกใจที่เห็นแม่ ล้มนอน ร้องไห้ แม่ต้องลุกมาบอกว่า แม่ตื่นเต้นน่ะลูกไม่มีอะไร
รัก
แม่
*กำลังสอนหนูเตะฟุตบอลน่ะลูก แต่หนูจะยกเท้ากระทืบบอลตลอดเลย
*แม่อยากลดเวลาทำงานลง แล้วมาอยู่กับลูกแล้ว เสียดายเวลาจังเลยน่ะ
Monday, April 14, 2008
สามแรก

ลูก
กว่าแม่จะมาเปิดคอมพ์เขียนบันทึกได้ ก็ตีสี่เข้าไปแล้ว
ย่องออกมาตอนหนูหลับ (แต่เดี๋ยวมีตื่นแน่)
เดี๋ยวนี้ลูกติดเรดาร์ตรวจสอบแม่อยู่เสมอ แม่ไม่อยู่ไม่นานตื่นทุกที ยกเว้นตอนเหนื่อยจัดๆ อยากนอนมากกว่าอยากสนใจแม่
แม่จำเป็นต้องพยายามลุกมาอัพเดท เพราะ วันนี้(เมื่้อสิบชั่วโมงที่ผ่านมา)
เป็นครั้งแรกของหนูหลายอย่าง จนแม่แปลกใจว่า วันนี้วันที่เท่าไหร่
รีอันอายุกี่เดือนแล้ว ..
ทั้งที่แม่เลิกนั่งนับวันนับเดือนให้หนูไปแล้ว (ยุ่งจนไร้สติ)
แรกสุด เราไปหาม่งกัน คุณยายคุณตาไม่อยู่ แต่บอกโคดประตูให้เราเข้าไปนั่งรอ
พอคุณตากลับมา แกชงโยเกริ์ตผสมน้ำผึ้งให้รีอัน (ม่งกินอย่างสะใจด้วย เพิ่งรู้ว่าม่งกินโยเกิร์ตด้วย)
เป็นน้ำผึ้งแรกในชีวิตหนูเลยลูก แต่มันหวานมากจนสตอเบอรี่ไม่อร่อยไป
ลูกเลิกสนใจกินสตอแล้วหันมากินโยเกิร์ตแทน
แรกสอง ตอนค่ำ แม่ปล่อยหนูเล่นคนเดียว ตามประสา
เงียบทีไร แม่ก็ชะเง้อมอง มีเงียบหนึ่ง แม่รีบสะกิดพ่อให้ดูหนู
หนูกำลังปีนขึ้นบันไดของไม้ลื่น หยุดอยู่ที่ขั้่นแรก
พ่อกลัวหนูตกลงมา แม่ปล่อยให้หนูปีนต่อ แล้วหันไปหยิบกล้องวิดีโอ
หันมาอีกที หนูอยู่ขั้นบนสุดกำัลังจะปีนเข้าไปนั่งเพื่อลื่นแล้ว
แม่หวีดเรีบกชื่อรีอันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะเร็วอย่างนี้
พ่อรีบออกมายืนคุมด้านหลัง แล้วจับหนูืลื่นลง
หนูเลิกปีนย้อนขึ้นทางบันไดลื่น ตั้งแต่วันนี้สินะ
คลานย้อนมาที่บันไดด้านหลังอีกครั้ง แล้วตั้งท่าปีนต่อ
หนู ทำสำเร็จด้วยหวะลูก
ตกลงว่าหนูลื่นด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปีนขึ้นบันไดเองจนลื่นลงเองสองรอบ
แรกสาม ..แม่อาบน้ำให้ พ่อตามเข้ามา เล่นด้วย
ลูกบังเอิญทำกระปุกแป้งกระแทกหน้าพ่อ พ่อร้องโอ๊ย
หนูชอบใจ โยนกระปุกลงพื้น โยนแล้วโยนอีก
แม่สังเกตุได้ดังนั้นเลยบอกพ่อว่า หนูเรียนรู้ว่า โยนไอ้นี่ลงพื้นแล้วพ่อจะร้อง สนุกดี
พ่อเลยร้องรับทุกโยน เอากันเข้าไป
โยนอยู่ดีๆ หนูยันตัวลุกมายืนง่อนแง่นสักพัก แล้วทำท่าอยากก้าวเดิน แล้วก็ก้าวเสียด้วย
พ่อตื่นเต้นกว่าแม่ แม่ตื่นเต้นแบบหัวใจตูมตาม อาลัยวัยคลานของลูก
พ่อยุให้ลูกพยายามเดินอีก เล่นกันหลายรอบ
หนูก็เล่นหัดเดินแบบไม่เบื่อ ก้าวได้มากสุดคือสามก้าว แค่นี้ก็ว้าวแล้วสำหรับเรา
ลุกเล่นหลายครั้งจนแม่ชักสงสัยวันเดือนปีเข้าแล้ว วันนี้วันอะไร อยู่ดีๆก็ลุกมาปีนขึ้นบันไดไม้ลื่น
จากปกติที่เคยปีนย้อนทางลื่นด้านหน้า
แล้วยังจะอยากเดินอีก
อ้อ แม่ลืมบอกว่า หนูโดนแมลงต่อยข้างหนูกลางหน้าผาก แก้ม และใต้คาง และเพิ่งเกิดขึ้นบนยอดหน้าผาก
แถมด้วยหลังมืออีก
แม่โปะยาให้ แต่ดูแล้วเหมือนยาจะไม่มีผลอะไรมาก
ในที่สุด แม่พยายามเค้นไอ้ยอดแหลมๆมีเสี้ยนเส้นเล็กออกมา เืผื่อว่าจะเป็นเหล็กไนของแมลง
ผลคือ หกชั่วโมงต่อมา แผลเริ่มมียอดเหลืองเหมือนอักเสบ บางจุดมีน้ำเหลืองแตกออกมา
แต่ที่มือบวมเป่ง เราจะรอจนวันจันทร์แล้วไปหาหมอแล้วหละั เห็นมือบวมน่ากลัวมาก
คุณตาบอกว่า เด็กจะโต สารพัดจะเกิด ไม่เป็นไร ไม่ีต้องไปสนใจมัน
แม่ไม่กล้าพาไปให้ใครเห็น โดนประณามแน่นอน อึ๋ย
รักลูก
แม่

*แม่บันทึกหรือยัง จำไม่ได้ ว่าหนูฟันล่างงอกออกมาอีกสองซี่แล้ว
*อีกห้าหกวัน หนูจะครบสิบสามเดือนเต็มครับ แต่ถ้าจันทรคติแล้วคงครบสิบสามเดือนพอดี
*อีกไม่นาน หนูเดินเองได้ แม่คงสติกระเจิดกระเจิงกว่านี้อีก
Thursday, April 03, 2008
วันนี้

ลูก..
หลังจากครบขวบมานี่ หนูมีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ทำให้รู้สึกว่า "โตขึ้น" เร็วมาก
แม้กระทั่งแม่ที่เห็นหนูอยู่ทุกวัน ยังรู้สึกได้
ใครเห็นก็ทัก ไม่ได้ทักว่าตัวโตขึ้น (ลูกไม่ค่อยสูงขึ้นเลยอ่ะ - แม่ชักเครียด)
แต่มองหน้าแล้วบอกว่า โตขึ้น
วันนี้เป็นครั้งแรกที่บอกให้บ๋ายบาย หนูก็ยกมือโบกสุดฤทธิ์
ก่อนหน้านี้ บอกให้บาย ก็จะแล้วแต่อารมณ์
ถ้าอยากรีบไปก็ไม่สนใจ
ผู้ใหญ่อย่างแม่เลยเบื่อๆ ไม่ค่อยเชียร์ให้ลูกโบกมือบายใครอีก
อยู่ดีๆ วันนี้บอกให้บายก็ยกบายอย่างสนุกสนาน อย่างดีใจว่า แม่มารับแล้ว(เฟ้ย)
เมื่อวาน ฮัลโมนีชวนให้หนูเอานิ้วจิ้มจมูกอย่างสนุกเหมือนกัน
แกจะยื่นหน้ามาให้ แล้วบอกว่า "รีอัน โค โค " ให้หนูบอกว่า จมูกอยู่ไหน
หนูเอานิ้วจิ้มเข้าที่หน้าย่า - มันก็โดนจมูกมั่งไม่โดนมั่ง
่ย่าก็หัวเราะชอบใจ เหมาว่า รีอันเข้าใจว่าจมูกอยู่ไหนแล้วกัน
มาวันนี้ สั่งแม่ว่า อย่ามัวแต่พูดภาษาอื่นกับลูก พูดภาษาเกาหลีด้วย
เอาแล้วมั้ยล่ะ ย่าเริ่มยัดเยียดความเครียดให้แม่แล้ว
ย่าไม่ทันสมัยเลยฟ่ะ ใครๆเขากำลังคลั่งภาษาอังกฤษกัน
นี่จะให้แม่ปูไปสอนลูกปูให้เดินให้ตรงซะแล้ว
(แม่บ่นน่ะ บ่นเบาๆ อิอิ)
รีอันครับ .. แม่กำลังเริ่มเดาทิศทางของนิสัยลูกได้อันนึงแล้วหละ
แม่ว่า ลูกค่อนข้างเรียบร้อยกว่าลิงผู้ชายเกาหลีทั่วไป
คือ ..หนูยังไม่ยอมเดิน มีคนบอกแ่ม่ว่า ลุกเขาทั้งสองคนเริ่มเดินกันตอน15เดือน
นั่นมาจากนิสัยของเด็กเอง เด็กยังไม่กล้า นิสัยจะค่อนข้างเรียบร้อย
แบบเป็นคนภายใน ทำนองนั้น
เราคุยกันเรื่องฝากหนูกับย่าทุกวันด้วย
ว่า ปล่อยไว้นานๆจะไม่ดี วันๆมีแต่ย่า ไม่ได้เห็นเพื่อนเห็นฝูง
แม่ก็ชักเครียด เพราะเห็นด้วยว่า พาไปไหนเดี๋ยวนี้ แม่เดินห่างหน่อยไม่ได้
ครางหงิงๆๆ ไต่ตามเกาะขาเกาะแข้งแม่อยู่นั่นแหละ
แม่ชักหวั่น .. แต่ก็ยังหวังว่า เด็กไม่เป็นอย่างนี้ตลอดไปหรอก
ความกล้า เราฝึกกันได้
ใช่ไหมลูก
Subscribe to:
Posts (Atom)