Thursday, August 31, 2006
สะดือติดกันเลยรักกันได้ทันที
เปลี่ยนฤดูเป็นอากาศนี้ทีไร แม่อารมณ์กุ๊งกิ๊งพิลึกน่ะ
อากาศเย็นมาได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่แม่ก็ยังใส่ขาสั้นอยู่
เพราะเหลือเสื้อผ้าไม่กี่ตัวเท่านั้นที่แม่จะใส่ได้โดยไม่มีใครเข้าใจผิดว่าทำไมเธอพุงยื่นจัง
สัปดาห์หน้าแม่อยากเริ่มกลับไปทำงานแล้วหละ กำลังหาเสื้อผ้าง่วนอยู่นี่แหละ
จะหาเสื้อผ้าที่เหมาะสม ใส่แล้วกลมกลืนไม่เหมือนคนอ้วนลงพุงหรือคน(แกล้ง)ท้อง ยังไงดี ..
อ้อ อากาศเย็นๆ แห้งๆมาเริ่มเอาตอนพุงแม่กำลังจะโตพอดี
สิ่งที่ตามมาของอากาศแห้งและพุงโตรวมกันคือ อาการคันผิวหนังแตกลายจ้ะ
แม่ไม่กลัวไม่สวยเลยนะลูก แม่คิดว่าแม่ลืมตัวหมดแล้วน่ะตอนนี้ ไม่กลัวไม่สวยไม่รวยไม่สนแล้ว
แต่คันยุบยิบๆ อย่างนี้แม่เห็นทีต้องขยันทาออยล์แล้วหละ
ออยล์ขวดที่พ่อเคยซื้อเอาใจแม่ แ่ค่เพราะแม่แกล้งไปยืนฟังเขาสาธิต
แล้วพนักงานเขาเอามาทาให้ มันช่างน่าประทับใจ เป็นออยล์ชนิดแรกในโลกที่แม่ไม่หยะแหยง
มันหอมเฮิร์บ มันระเหยแห้งเร็วมาก เหลือไว้แต่ความชุ่มชื้นผิว
พ่อหยิบแบบเป็นเซ็ทให้แม่เลยตอนนั้น ทั้งที่แม่ต้องการแค่ออยล์เท่านั้น
และก็จริงอย่างที่แม่คิด เซ็ทนั้นทั้งเซ็ท ออยล์เยี่ยมที่สุดอยู่อันเดียว
แม่ไม่ขยันทาหรอก มันเลยยังเหลืออีกค่อนขวด คงหมดแน่หละทีนี้
แล้วถ้าหมดนี่จะยังหากันได้อีกไหมหนอ ...
อ้อ วันนี้มีเรื่องแปลกประหลาด
โดยปกติแล้ว หนูจะชวนแม่นอนกลางวันแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น พอครบชั่วโมงก็ตื่น หรือไม่ก็เจอโทรศัพท์ปลุกเสียก่อน
แต่วันนี้แม่เปิดซีดีเพลงของหนูที่เพิ่งรื้อเจอน่ะ แม่หลับตั้งแต่บ่ายโมงเศษ ถึงเกือบสี่โมงเย็น
ฉงน สนเท่ห์ แปลกประหลาดใจเป็นที่สุดเลย
เพราะอะไรนี่ ? ใครตอบได้ ?
อารมณ์กุ๊กกิ๊กของแม่ชวนให้แม่ลุกมารื้อของที่ชาวบ้านเขาส่งมาให้แม่เมื่อรู้ข่าวหนูกัน
ความจริงยังไม่ค่อยมีคนรู้หรอก แต่ของก็มานอนรอหนูสองกล่องแล้ว
เป็นของใช้แล้วทั้งหมดน่ะนะ แม่ต้องเอามาเลือก แต่คิดว่าพอถึงเวลาจะได้ใช้จริงสักกี่ตัวหนอ เยอะเหลือเกิน
ในบรรดาของทั้งหมดนี่ อะไรที่เยอะที่สุดรู้มั้ยลูก - - - - - - ขวดนมจ้ะ - - - - - - -
ตอนนี้มีประมาณ 6-7ขวดแล้ว
ทั้งที่แม่ตั้งใจจะซื้อขวดนมชนิดหนึ่งที่มันมีตัววัดอุณหภูมิในขวด จนถึงไม่มีอากาศเข้าท้องลูกมากโดยระบบหลอดกลางขวด
แม่จะได้ซื้อมันให้ลูกใช้ไหมนี่ เพราะขวดนมส่วนใหญ่ที่เขาส่งมาให้เป็นของแถมสินค้าทั้งนั้นเลย
ทิ้งก็น่าเสียดายนะ แต่อยากให้ลูกได้ใช้ของที่มีคุณภาพปลอดภัยน่ะ
มีชุดสำหรับแม่มีครรภ์ด้วยแหละ ชุดของคนท้องน่ะแหละ
สีสันมันน่ารักชะมัด แม่ชักตื่นเต้นอยากใส่เสื้อผ้าน่ารักๆแบบนี้ซะแล้วสิ เห็นทีต้องอ้อนให้พ่อซื้อให้
โอกาสได้ ขอทำนายไว้ก่อนว่า 10เปอร์เซ็นต์พอ
มีคุณป้าคนหนึ่ง เขาเอาเงินใส่ซองให้เรา ห้าหมื่นวอนจ้ะ ฝากคุณย่าเอาไว้
พอคุณย่าเอามาให้ พ่อก็ใจดีบอกว่าให้ย่าเอาไป ย่าก็ไม่เอาโยนมาให้แม่ โยนกันไปโยนกันมา
เลยต้องมีลุงคนโตเป็นคนตัดสินว่า ของเขาให้แม่มาทำไมไม่รับ
จริงๆน่ะแม่อยากรับใจจะขาด ช่วงนี้ไม่ทำงานไม่มีตังค์ใช้ฟุ่มเฟือยเลยลูก
แต่พอรับซองมาไว้ในมือแล้ว แม่แอบกระซิบบอกพ่อว่า
เงินนี้ของชอนซานะ ...ถ้ามีใครให้ให้รับเอาไว้ แม่จะเก็บไว้ให้ชอนซาทุกอย่างเลย
ใครจะรู้เนาะลูกเนาะ ว่าถึงเวลาเราอาจจะจำเป็นต้องใช้เิงินซื้ออะไรแพงๆของหนูอีกมากมายเท่าไหร่ยังไม่รู้เลย
ยังไงก็ตาม พอแม่มีไอเดียว่าแม่จะสะสมของที่ทุกคนให้หนูเอาไว้ให้หนู ตั้งแต่เงินยันทุกอย่างเลย
ความคิดนี้ทำให้แม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่มากเลยจ้ะ
เราได้คิดถึงใครอีกคนหนึ่งที่อ่อนแอกว่า ที่เราต้องดูแล เราทั้งสองคนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของซึ่งกันและกัน
แม่ยังไม่เคยรักพ่อได้อย่างที่รักหนูเลยจ้ะ ทั้งๆที่เรายังไม่เห็นหน้ากันแท้ๆ
ใครจะว่าอะไรได้ล่ะ ก็อย่างน้อยตอนนี้สะดือเราก็ผูกติดกันแล้วเนาะ
พรุ่งนี้ลุงหมอถ่ายรุปให้ อย่าลืมยิ้มสวยๆนะจ๊ะ
2006/8/31
Wednesday, August 30, 2006
เราคิดถึงหนูก่อนเสมอ
ทุกเรื่องมีผลกระทบกับหนูแน่นอน ... แต่อย่างน้อยแม่กับพ่อก็รู้สึกขอบใจหนูอย่างยิ่ง
เพราะมีหนู พ่อกับแม่ยอมที่จะเรียนรู้บทเรียนและบทบาทของเราทั้งสองมากยิ่งขึ้น
สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่บริษัทของพ่อเขายุ่งมากจนแม่เครียดตามไปด้วย
แต่ก็เครียดเพราะพยายามลุ้นให้พ่อขึ้นนั่นเอง
ในที่สุดพ่อก็ตัดสินใจทำสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดของแม่
ชอนซาเอ๊ย .. แม่มันพวกรักอิสระ คนไม่ยอมใคร ไม่ยอมให้ใครหมิ่น ภาษาที่พ่อเรียกคือ
"ดื้อ" และความดันทุรังสูง
ถึงพ่อเขาจะมีส่วนคล้ายแม่ตรงนี้อยู่บ้าง แต่คิดว่าพ่อเขาคงรู้สึกความรับผิดชอบต่อภาระที่เห็นๆอยู่เหนือสิ่งอื่นใดกระมัง
แต่ที่มีผลกระทบกับแม่ คือ งานพ่อยุ่งจนพ่อเขารับแทบไม่ไหว ความอดทนต่อความกดดันนี่ คนเป็นแม่คงมีมากกว่าพ่อมั้ง
พออดทน กดดัน มากเข้าพ่อเลยสติแตกได้ง่ายๆ
ส่วนแม่นั่นปกติที่เป็นคนอ่อนไหวอยู่แล้ว ยิ่งมีหนูในช่วงแรกอย่างนี้ยิ่งอ่อนไหวกว่าเดิมมากขึ้นอีก
วันก่อนแม่ดูหนังเรื่องหนึ่ง แม่ซาบซึ้งกับความรักที่นางเอกมีให้ต่อพระเอกเท่านั้นแหละ
แม่น้ำตาไหลพรากๆด้วยความตื้นตัน จนพ่อเขานั่งหัวเราะจุกท้อง บอกแม่ว่านั่นไม่ใช่ฉากเศร้าเสียหน่อย
ความอ่อนไหวของแม่นี่ยั้งไม่อยู่เลย
เล่นจนพ่อเครียดดับเบิ้ลขึ้นไปอีกที่เห็นแม่เครียด เศร้าจนทำท่าอ้วกเสียงดัง แต่ไม่มีอะไรออกมา
เป็นปฎิกิริยาต่อต้านของลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้
พ่ออยากจะปลอบแม่ (แม่รู้น่ะ... ) แต่แกจนปัญญาแล้วไม่รู้จะเข้าทางไหน
แกได้แต่โทษตัวเอง เราต่างคนต่างแยกกันนอนคนละที่
ตอนเช้ามืด อากาศเย็นจัดมาก แต่พ่อนอนขดในผ้าห่มผืนบางๆเล็กๆอยู่หน้าทีวี
แม่เลยไปปลุกพ่อเข้ามาในห้องที่อุ่นกว่า
พ่อได้โอกาสแล้วรีบสานต่อทันที แล้วเราก็ดีต่อกันเหมือนเดิม
พ่อก็อย่างนี้แหละ ถ้าแม่ยอมลงมาเมื่อไหร่ พ่อก็จะสบายใจขึ้นเมื่อนั้น
ตอนเช้า จนถึงเย็นของวันนี้ ทุกครั้งที่พ่อพบกับแม่ พ่อจะลูบคลำหนูแล้วคุยกับหนูทุกครั้ง
บอกแม่ว่า ..ไม่ใช่แม่หรอกนะ ห่วงหนูน่ะ ห่วงมากกว่า
จริงนะ แม่เริ่มตระหนักมากขึ้น หลังจากอ่านใบประกอบซีดีเพลงของหนูเขาเขียนว่า
ความรู้สึกของแม่สำคัญแล้วก็จริง แต่ให้นึกถึงความรู้สึกของลูกเื่มื่อได้ฟังเพลงเหล่านี้ อันนี้สำคัญกว่า
แม่เริ่มค้นตู้เก็บของ หาบรรดากล่องสี กระดาษ แม่เจอสมุดน่ารักแห่งการเดินทางที่น้าปูให้มาเมื่อตอนไปเมืองไทยนานแล้ว
เลยตั้งใจว่า เล่มนี้แม่คงได้ระบายสีสันแห่งการเดินทางของหนูอย่างเต็มที่เลย
นี่คือการหล่อเลี้ยงหนูอย่างที่แม่ต้องการเลยจ้ะ ..
สี ภาพวาด จินตนาการ หนูไม่รู้อะไร แม่กับพ่อร้องเพลงไม่เก่งเลยทั้งๆที่อยากร้องให้เก่ง
แม่ได้แต่แอบฝันว่าลูกของแม่จะร้องเพลงให้ได้เก่งกว่าพ่อกับแม่เลย
หลังจากวันนี้เป็นต้นไป แม่จะนึกถึงหนูที่เริ่มเข้าใจอะไรๆมากขึ้นโดยผ่านเสียงหัวใจเต้นของแม่แล้วจ้ะ
นับเป็นของขวัญแห่งสวรรค์จริงๆที่มอบให้ผู้หญิงเป็นคนครอบครองลูกน้อยก่อน
ได้ดูแลลูกก่อน ทุกอย่างเราเชื่อมต่อกันเสมอ
ดูอาปาก็พยายามขจัดความเครียดของตัวเองจ้ะ
แกส่งแม่เข้าบ้านแล้วแอบไปเดินเล่นย่อยเครียดของตัวเองคนเดียวพักนึงก่อนกลับมาอาบน้ำอาบท่า
อะไรพาแม่ไปชง herb tea ให้พ่อกับของแม่คนละถ้วย ไม่รู้
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ชาตอนเย็นหลังอาหารทำให้เราสองคนอารมณ์ดีเสมอ
แต่ว่าวันนี้หนูเงียบเหลือเกิน แม่ใจไ่ม่ดีเลยนะที่รัก ส่งสัญญาณหาแม่หน่อยนะ
รักลูก
2006/8/30
**อ้อ วันมะรืน แม่จะได้พบหนูอีกแล้ว ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดหวั่น หวังว่าจะเห็นหนูนอนสบายดีนะจ๊ะ ..
Friday, August 25, 2006
หน้าที่อันสำคัญยิ่ง
เผลอๆ มีลมตีขึ้นมาเป็นลางให้อ๊อกอีก แต่นี่นะ อีกแค่สัปดาห์เดียว แม่ก็จะพ้นช่วงอ๊อกไปแล้ว
จะได้ เย .... อ๊ฮกกับเขาแค่ตรั้งเดียวเท่านั้น
อาหารการกินเราอุดมสมบูรณ์กันมากเลย จนแม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยในบางครั้งที่ต้องบอกตัวเองว่า
เธอ วันนี้ยังกินผักไม่พอเลยนะ อ้อ แคลเซ๊ยมอีกหละ นมต้องกินอีกถ้วย หรือ โฟเลทหละ
เราโชคร้ายที่มีพ่อที่ไม่เห็นด้วยกับการกินสารจำเป็นสำเร็จรูป เป็นเม็ด
พ่อบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในอาหารอยู่แล้ว และ ดีกว่าแน่นอน
เลยทำให้แม่ต้องเฝ้าระวังเลี้ยงดูหนูให้ครบเพียงพอที่หนูต้องการในแต่ละวันเอาเอง
ความจริงแม่ก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าแค่ไหน ที่เขาเรียกว่าพอ
เราต้องกิน ย่อยเป็นมื้อเล็ก ในแต่ละวัน แต่ละครั้งที่กิน ต้องคำนวณเอาเองว่าน่าจะพอหรือยัง
อย่างน้อยก็ค่อยยังชั่วที่พ่อเขายอมซื้อนม ไขมันต่ำมาให้แล้ว ไม่งั้นแม่กินนมเยอะไม่ได้เลย อยากอ๊อกทุกที
นมไขมันต่ำนี่ กินง่ายหน่อยสำหรับแม่
ส่วนธาตุเหล็กเม็ดนี่ แม่แอบซื้อเอาเองแหละ หลังจากการตรวจร่างกายครั้งสุดท้ายก่อนจะมีหนู
หมอวิเคราะห์ว่า แม่เป็นพวกคนจืด เลือดน้อย เลือดจางนั่นเอง
แม่ก็กลัวพ่อรู้แล้วจะไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก เพราะพ่อไม่ชอบเห็นแม่มีปัญหากับสุขภาพ
แหมนะ .. ถ้าแม่เลือกได้ แม่ก็อยากเกิดมาเป็นคนสมบูรณ์ตุ้มตุ้ยอย่างน้าไก่หรอก
ตอนนี้แม่เลยต้องเลี้ยงดูหนูให้สมบูรณ์เต็มที่ตั้งแต่ในท้องแม่นี่แหละ แม่กินเองแล้วถ่ายทอดให้หนู
คิดว่ามันน่าจะง่ายกว่าง้างปากหนูเยอะนะ
เมื่อวานแม่รู้สึกหนักพุงมากเลย พอบอกคุณย่า แกบอกว่า ยังอีกไกล
แต่ไม่เป็นไรหรอก แม่ก็บ่นไปงั้น ยังไงก็จะยังกิน และกินต่อไปเหมือนเดิมจ้ะ
ตอนนี้หน้าที่แม่ดูเหมือนจะมีแค่นี้แหละ กินให้มากที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอที่สุด
เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมแล้วจ้ะ อัญมณีของพ่อและแม่คนนี้
รักลูก
2006/8/25
Wednesday, August 23, 2006
ความสุขวิ่งตามหลังมา
เมื่อคืนวาน แม่เห็นรอยคราบสีเหมือนเลือดจางๆบนแพนตี้
ใจหายวาบจรดปลายนิ้วเท้า นอนด้วยความกังวลว่า จะไ่ม่บอกพ่อ
แต่อดสงสารพ่ออย่างสุดหัวใจไม่ได้เลย
ดูซิ ... กีวี สองกล่องใหญ่เพิ่งมาส่ง
เรื่องกีวีนี่ แม่ไม่ต้องขอไ่ม่ต้องบอก พ่อรู้เอง จัดการเองหมดเลย หมดก็สั่งใหม่ ๆ
มองไปรอบๆ เห็นของสารพัดของหนูที่พ่อเขาสรรหามารอใช้ ยิ่งอยากตาย
แม่ไม่อยากทำพ่อหนูผิดหวังเลย หนูจ๋า
ทำไมผู้หญิงเราจึงไม่สามารถมีชีวิตโดยการคิดถึงแต่ตัวเองได้นะ
ช่างเป็นธรรมชาติที่ทรมานหัวใจและสุขใจในเวลาเดียวกัน
บอกมาเถอะน่า ว่าให้ทำอะไรเพื่อตัวน้อยๆของแม่ หรือตัวใหญ่ๆที่เหมือนลูกชายคนโต
แม่ยินดี๊ ยินดีทำให้ เวลาเห็นอะไรที่ดีๆ ก็นึกถึงสองสามคนนี้ก่อนทุกที
แม่นอนด้วยความเศร้าใจ จนกระทั่งฝันว่า แม่พยายามขับมอเตอร์ไซค์คันอุ้ยอ้าย
แต่ไม่ได้ขับแบบสตาร์ทเครื่องน่ะสิ
มีผู้ร้ายสองสามคนอยากชิงมอเตอร์ไซค์ไปจากแม่ แม่สู้สุดกำลัง
ยังฝันไม่จบหรอกจ้ะ (อีกแล้ว..) แต่ในความรู้สึกของฝันคือ ไม่มีใครจะแย่งไปได้แน่นอน
เช้าขึ้นมา แม่คว้าเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิก่อนเป็นอันดับแรก
แล้วหัวใจก็ตกหายไปอีกครั้ง เมื่อตัวเลขปิ๊บให้ที่ 36.5 เท่านั้น
ไม่ได้ ๆๆๆ แล้วแม่ก็วัดแล้ววัดอีก จะให้มันขึ้น 36.6 อัพให้ได้
ลุ้นอย่างนี้ มีเพลียไม่น้อยเลยเชียวนะนี่ ..
ช่วงเช้าแม่ก็ยังคงเฝ้าระวังอีก เผลอจากเดินกลับจากทิ้งขยะเท่านั้นแหละ
เอาอีกแล้วมีคราบอีก แต่แม่ไม่แน่ใจ ส่องดูแล้ว ส่องดูอีก
ในที่สุดเลยต้องเอาแพดมารองให้แน่ใจไปเลย ว่าสีอะไรกันแน่
จนบ่าย แพดนั่นก็ยังไม่มีโอกาสได้ซึบซับของเหลวสีแดงเลยแม้แต่น้อย
แม่เฝ้าเพียรหาข้อมูลในอินเตอร์เนตด้วยนะ
ดูสิ ความกังวลของแม่มันมหาศาลแค่ไหน
แม่รู้แต่ว่า แม่มีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นจ้ะ
หนูอยู่กับแม่จนกว่าเราจะได้เห็นหน้ากันแน่นอนที่สุด
ตอนนี้แม่สบายใจแล้วหละ จะไ่ม่ให้หนูเครียดหรอก
รักลูกคนดีของแม่
*รู้สึกว่า วันนี้กินสารอาหารไม่เพียงพอ เลยขอพ่อว่าอยากกินผักเย๊อๆ
พ่อพาไปวน ระหว่างชาบูชาบู กับ โบรีบับ แม่เลือกอย่างหลัง เพราะถูกกว่าชัวร์ๆ
ผักก็เยอะกว่ามากมาย แต่พ่อวางแผนล่วงหน้าไว้เลยนะว่า เมนูต่อไปคือ เฮว์ทอปบับ และชาบูชาบู
เพราะพ่อแท้เทียว วันนี้เรากินอาหารอย่างมีความสุขใช่ไหมจ๊ะ
Monday, August 21, 2006
รักมากขึ้น และมากขึ้น
อันดับแรก น้าจิ้งจอกไฟ ไม่ยอมจำพาสเวิร์ดให้ซะแล้ว ไม่รู้ว่างอนที่แม่ไม่ได้เข้ามาเขียนนานหรือเปล่า
ทั้งๆที่แม่ก็จำได้แม่นยำเลยว่า บล๊อกของหนู เป็นไอดีและพาสเวิร์ดเดียวในชีวิตของพ่อหนู
แต่บล๊อกเก้อ ก็บล๊อกแม่ลูกเดียวเลย ในที่สุดก็ต้องรีคอฟเวอร์ไอดีขึ้นมา ไอดีเดิม ไอดีเดียวนั่นแหละ
เปลี่ยนพาสเวิร์ดเป็น ชื่อพ่อสามครั้ง อาจจะหมายถึงหนูสามคนที่แม่อยากมีก็ได้นะ ^^
อันดับต่อมา แม่เขียนไปได้ครึ่งหน้าฟุลสแก๊บแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างดับหายไปหมดเลย สงสัยน้าจิ้งจอกไฟร์ฟอกซ์เขางอนจริงๆด้วย แม่ไมได้เข้ามาใช้เขานานมากแล้วน่ะ ..
แต่ความพยายามของแม่สำหรับลูก ไม่สิ้นสุด แม้ว่าจะตั้งใจเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะนอนเร็ว ตื่นเช้า
หากว่าไม่ได้เข้ามาหามาเขียนให้หนูนานแล้ว เลยต้องยอมเสียสัญญาตัวเองหน่อย สักวันเหอะน่า ...
พูดถึงเรื่องความตั้งใจของแม่สำหรับหนูแล้ว แม่จำหนังเรื่องนึงได้
ตัวคนเป็นแม่นั้น เกิดเป็นโรคร้ายจขึ้นมาระหว่างตั้งครรภ์ จำเป็นต้องผ่าตัดเท่านั้น
แต่ตัวแม่คนนั้นไม่ยอมรักษา ไม่รับยา ไม่รับการผ่าตัดทั้งสิ้น เพราะทุกอย่างนั้นหมายถึงการทำลายลูกน้อยนั่นเอง
แม่ยอมอดทนกับความเจ็บปวดทุกอย่าง จนกระทั่งคลอดลูกสำเร็จ แต่ตัวเองต้องเสียชีวิตลงในท้ายที่สุด
แม่คิดถึงหนังเรื่องนี้เสมอ แม่ก็อยากจะยอมทำแบบเธอเหมือนกันจ้ะ
วันนี้พ่องานยุ่งมาก ปกติต้องมารับแม่ไปทานข้าวบ้านคุณย่า
ปกติแม่จะดูแลป้อนข้าวอย่างดีไม่ปล่อยให้หนูหิว แต่แม่มีเรื่องจำเป็นหลายอย่าง เดี๋ยวนะ จะเล่าให้ฟังอีกที แหม.. เรื่องยาวจริงเนาะ
แม่เลยไม่ได้ป้อนข้าวหนูครบเพียงพอ ถึงเวลานัดแล้ว แม่คิดว่าแม่ยังรอได้
ไม่ใช่เลย คนท้องนี่หนา เขาหิวกันรุนแรงอย่างนี้หรือ แม่เพิ่งรู้
ทุกอย่างปรี๊ดขึ้นมาภายในห้านาที สิบนาทีก็รุนแรงเกินจะทนแล้ว สิบห้านาที ท้องแม่เต็มไปด้วยแก๊ส
แม้ว่าคุณย่าจะรีบตักข้าวให้แม่ สั่งให้แม่กินเยอะๆ แต่แม่รู้ตัวเลยว่า กินแบบรีบร้อนไม่ได้ ไม่ไหว ปวดท้อง
ต้องค่อยๆเล็มกิน ผลคือยังปวดท้องเพราะแก๊สในกระเพาะอาหาร
เราแวะวัดความดันด้วย วันนี้ออกมา 99/56 พ่อบอกว่า ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ..
แล้วพ่อก็แวะเข้าร้านขายยา ขอซื้อยาแก้ท้องอีดสำหรับคนท้องเลย
แม่รับยาถืออยู่ในมือ แม่ไม่กล้าจ้ะลูก
แม้ว่า คนขายยาจะยืนยัน พ่อจะยืนยันจากการอ่านฉลากก็ตาม
แม่ก็ยืนยันเหมือนกันว่า แม่จะรอจนกว่าอาการดีขึ้น ถ้าถึงที่สุดแล้วไม่ไหวจะค่อยกิน (แม่แกล้งบอกพ่องั้นแหละ จริงๆแล้วแม่จะไม่กินหรอก)
สำหรับชอนซาแล้ว แม่ทำได้ทุกอย่างเลย ลูกรัก
เรื่องชื่อลูกนี่ด้วย ไม่ว่าจะมีลูกกี่คนสำหรับแม่ ทุกคนจะได้เป็นชอนซาสำหรับพ่อและแม่หมด ทั้งชายและหญิง
พ่อจะใช้ชื่อนำทุกคนว่า ซา ส่วนชอน เป็นนามสกุลอยู่แล้ว หากเป็นชาย คงต้องเติมอะไรหลังซาแน่นอน
วันนี้พ่อหาจากหนังสือพิมพ์ของตระกูลชอน ได้ชื่อนึง ว่า ชอนซาเรียง แม่ฟังแล้วกลัว
แต่พ่อบอกว่า เป็นผู้ชายต้องชื่อเข้มแข็ง แต่ความหมายยิ่งใหญ่
ความรักของพ่อและแม่คงค่อยๆเพิ่มพูนขึ้นทุกวันแน่ๆเลย
อีกอย่าง แม่ยังไม่ได้บอกใครเลยเรื่องลูก พ่อนั่นหลุดไปแล้วแน่นอน
สำหรับแม่ แม่ต้องการปกปักรักษาลูกอย่างเงียบเชียบที่สุดเลยจ้ะ
เรื่องยาวที่แม่อยากจะเล่าวันนี้คือ วันนี้แม่กับน้าไก่ วิ่งวุ่นวายให้ชาวบ้านทั้งนั้นเลย
แม่ต้องหวาดเสียวเพราะได้ยินว่าน้าแพรจะไปทำแท้งเอาลูกออก แม่คิดได้อย่างเดียวว่า จะขับรถไปตามตัวน้าแพรมาเก็บไว้ก่อน
แม้ว่าจะเสี่ยง แม่ก็นั่งอธิษฐานขออย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย ก่อนออกไป
ระหว่างขับรถ แม่ตระหนักจริงๆว่า การขับรถเป็นสิ่งที่เสี่ยงต่อการสูญเสียลูกจริงๆ เวลาเหนี่ยวพวงมาลัยแต่ละครั้ง
แม่รู้สึกถึงการออกแรงทุกที ..
แม่จะไม่ละเมิดอย่างนี้บ่อยๆหรอกจ้ะ
ท้ายที่สุด แม่พาน้าแพรกลับบ้านช่วยให้สองสามีภรรยาเขาเข้าใจกัน แล้วแม่ก็เหาะกลับบ้านที่มีพ่อรอฉีดยาให้อยู่
ตกเย็น น้าแพรส่งข้อความมาบอกว่า ..
ลูกในท้องไม่เป็นตัว แต่คงเป็นครรภ์ไข่ปลาอุกแทน พรุ่งนี้ต้องไปเอาออกแล้ว
แม่ฟังแล้วใจอ่อนยวบ ...ได้แต่ร้องว่า โถๆๆๆ สงสารเขาจริงๆ
ในความรู้สึกนั้นมันเจือปนไปด้วยความกลัวเหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดกับชอนซาทั้งหลายของแม่ด้วย
แม่จะพยายามตั้งใจใช้ชีวิตใหัดี รักษาความดี รักษาศีล รักษาสัตย์ แล้วหวังว่าความดีทั้งหลายจะช่วยให้ชอนซาทั้งหลายของแม่
ได้ออกมาเริงร่า เป็นชอนซาให้พ่อและแม่ และคนทั้งโลกไปนานๆ
ความรักของเราเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆจ้ะ
Sunday, August 13, 2006
เรื่องดีๆ
ตอนแรกกำลังขี้เกียจพอดี ไม่ใช่สิ เห็นว่า ทุกวันเขียนยาวจริงๆ กลัวหนูเบื่ออ่านเสียก่อนน่ะ
แต่คิดว่าคงไม่หรอกนะ หนูคงรักการอ่านเหมือนแม่กับพ่อนี่แหละ
วันนี้วันอาทิตย์ก็จริง แต่พ่อก็ต้องไปทำงาน เห็นแกบ่นๆว่าอยากเปลี่ยนงานจัง
อันนี้ไม่มีความเห็น เป็นพ่อแล้วน่ะ คงนึกถึงลูกมากยิ่งขึ้น ครั้งที่แล้วพ่อเป็นหนักกว่านี้อีกนะ
แกจะทำงานพิเศษตอนกลางคืนเลยแหละ
แต่หลังจากไปลองงานได้คืนเดียว แกก็ยอมแพ้ แม่เองก็ไม่เห็นด้วยเลย
ระหว่างรอพ่อ เลยรื้อหนังเก่าๆมานั่งดู ตอนแรกอยากดูระนาดเอกมาก เพราะอยากฟังเสียงระนาดเพราะๆ
แต่หาไม่เจอ เจอแต่ the knight's tale เห็นว่าลืมไปแล้วว่าเรื่องราวเป็นไงเลยดู
ดูแล้วรู้สึกว่า เหมือนตัวแทนของการแข่งขันฟุตบอลโลกสมัยอัศวินใส่เสื้อเกราะจริงๆ
มีการสลักชุดเกราะเป็นสัญญลักษณ์ไนกี้ด้วย
มีการเหยียดหยามกันระหว่างคน อังกฤษกับคนฝรั่งเศส แทบไม่ต่างกันเลย
ตกเย็น เปิดตราม่าอีกเรื่องมาดู เขามาถ่ายทำที่เกาะบ้านเรานี่แหละ เขาถ่ายให้ดูต้นสนต้นใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งเติบโตอยู่บนเกาะก้อนหินเล็กๆกลางทะเล
พ่อเลยเล่าให้ฟังว่า เขาชื่อ "ต้นสนพันปี" พันปีจริงๆลูก
การอธิบายในดราม่านั่นน่าประทับใจมาก เนื่องจากคุณพ่อในเรื่อง พาลูกสามคนไปเที่ยวที่นี่
แล้วชี้ให้ดู ให้ลูกๆเรียนรู้จากต้นสนที่เติบโตด้วยตัวเอง แม้ว่าก้อนหินจะไม่มีสารอาหารสำหรับการเติบโตของต้นไม้เลย
แต่เขาพยายามอยู่ให้ได้ และเติบโตด้วยตัวเอง
ภาษาของพ่อบิลล๊ของหนูเขาบอกว่า กินลมทะเลโต ฟังไม่ซึ้งเหมือนพ่อในเรื่องเลยเนาะ
เอาเหอะบางอย่างพ่อก็มีลึกซึ้งนะ ขอแอบวงเล็บหน่อยว่า น้อยกว่าแม่จ้ะ
หนูไม่ต้องผิดหวังนะจ๊ะ พ่ออาจจะไม่ใช่คน realiableเท่าไหร่ แต่เป็น realisticก็แล้วกันน่า
อย่างเมื่อกี้ มาลองภูมิความเป็นคนไทยของแม่ว่า
รู้มั้ยว่า ทำไมคนไทยเขาห้ามส่งของให้ด้วยมือซ้าย
แกเฉลยว่า เพราะคนไทยใช้มือซ้ายล้างก้นเช็ดก้น การส่งของให้ด้วยมือซ้ายจึงถือว่าไม่สุภาพ
หนูอย่าเพิ่งเห็นพ่อเป็นบาโบนะ แม่ว่าน่ารักดี
เอาหละ กูดไนท์จ้ะ
2006/8/13
Friday, August 11, 2006
วันเวลาผ่าน เราจะเปลี่ยนไปจ้ะ
เอ่อ พูดถึงชื่อของหนูนี่ ความจริงคนที่เรียกอย่างนี้น่ะ คือพ่อหนูเอง
แกเรียกเป็นภาษาเกาหลีว่า ชอนซา โดยคิดจะตั้งชื่อหนูตัวเดียวคือ "ซา"
ส่วนชอนนี่เป็นนามสกุลอยู่แล้ว คนเกาหลีเวลาเรียกรวมกันโดยเรียกนามสกุลขึ้นต้นก่อน
ทุกคนจะต้องเรียกหนูว่า ชอนซา กันหมดเลย ซึ่งมันก็แปลว่า แองเจิ้ลนั่นเอง
แกคุยว่า ทั่วแทฮันมินกุกนี่ จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ชื่อชอนซา แบบหนู
แต่ฟังแล้วชื่อนี้จะฟังดูคล้ายชื่อของผู้หญิงมากกว่าเนาะ
เพราะฟังดูอ่อนหวาน ใจดี ชื่อคลายทุกข์ สบายใจกับชีวิตดีน่ะ
แม่ก็เคยถามพ่อว่า แล้วถ้าลูกเป็นผู้ชายล่ะ จะตั้งชื่อชอนซาเหมือนกันหรือเปล่า
แกก็คงต้องขอเวลาคิดดูก่อน ..
ดังนั้นแล้วเนี่ยนะ หากว่า หนูออกมาเป็นผู้ชายก็ไม่ต้องเสียใจหรอกนะที่ไม่ได้ใช้ชื่อนี้
รับรองว่าพ่อของหนูต้องเสาะหาชื่อที่มีความหมายดีๆมาให้ลูกจนได้จ้ะ
ส่วนแม่ก็ก้มหน้าก้มตา ผลิต อีกสักคนที่จะได้มีโอกาสได้ใช้ชื่อ ชอนซา นี้ให้ได้ :P
แหะๆ ..
กว่าจะมีหนูุได้ก็ยากเย็นเหลือเกิน รอแล้วรอเล่า รอจนท้อไปหลายรอบ
อ่อนอกอ่อนใจไปหลายหน ทำใจขออยู่กันแค่สองคนไปหลายที
พอมีหนูเข้ามาอยู่นี่ พ่อกับย่าจึงตื่นเต้นมากเลยนะ
เมื่อวานย่าโทรมาถามว่าเป็นไงบ้าง
พอดีกับว่า อาการแพ้แบบผะอืดผะอมด้วยอิทธิฤทธิ์ของหนูมีได้เกือบตลอดวัน
เลยครวญให้คุณย่าฟัง คุณย่าพยายามจะเอาใจว่าจะทำโน่นให้ทำนี่ให้กิน
แม่ขอร้องคุณย่าทันทีเลย ว่าไม่อยากกินอะไรเลย กินอะไรก็ไม่ลง (แต่ความจริงแล้ว แม่รับอาหารเกาหลีไม่ลงเลยน่ะ อย่าว่าแต่รับเข้าไปเลย แค่ได้ยินชื่อแม่ก็กะเดื๊อกน้ำลายไม่ลงคอแล้ว)
แต่ใครจะพูดให้คนเกาหลีฟังได้ล่ะ ใช่ไหมจ๊ะ
แม่เลยพูดให้คุณยายฟังแทน ยายหัวเราะ ฮ่า ฮ่า สะใจแกเลยน่ะ
พูดถึงเรื่องอาการแพ้ที่แม่นึกไ่ม่ถึงก่อนนะ
ตกเย็น แม่เริ่มหนักหนากับอาการนี้แล้ว เลยลูบพุงบอกหนูว่า "พอแล้วจ้ะ พอแล้วนะ รู้แล้วหละว่าหนูอยู่กับแม่จริงๆ" หลังจากนั้น อาการก็หายสนิทแบบปลิดทิ้ง
แม่ชะล่าใจคว้าแซนด์วิชมากินให้หมดเซ็ท แล้วตบต่อด้วยแอปเปิ้ลเลย
แต่พ่อก็ยังไม่ออกเดินทางไปมื้อเย็นบ้านคุณย่าเสียที
ไปหรือไม่ไม่สำคัญ เพราะไปแล้วแม่จะรับได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้
แต่หิว หิว หิว บอกตัวเองอย่างนั้น
เดินบ่นไปบ่นมาว่า หิว หิว ไม่นาน เริ่มรู้สึกว่า มีน้ำเปรี้ยวๆพุ่งออกมาเต็มแก้ม
โดยอัตโนมัติ แม่เดินไปคุกเข่ารอที่โถส้วมเลย
คุกเข่าไ่ม่นาน ทุกอย่างพุ่งออกมาหมด
แม่จำสีได้ดี นั่น ขนมปัง นั่นถั่ว นั่นแอปเปิ้ล
โอ .. หมดพุงแล้วตู
แต่แปลกแฮะ พอออกหมดพุง แม่กลับรู้สึกโล่งสบาย
คราวนี้แหละ แม่เริ่มสงสัยแล้วว่า แม่ไม่ได้อ๊อกเพราะแพ้ท้องหละมั้ง
นี่เป็นเพราะโรคกระเพาะหรือเปล่านะ
อึ่ยยย เดี๋ยวจะโดนว่า อีกว่า แม่เป็นโรควิตกจริต เลยหยุดคิดแค่นั้น
ที่บ้านคุณย่า แม่ไ่ม่ต้องทำอะไรเลย ไ่ม่ต้องลุกเดินไปเข้าครัวด้วยซ้ำ
แต่ก็กินไม่ได้มาก คุณย่าต้มเทนจังใส่เต้าหู้อ่อน อร่อยมากเลย
ถ้าเป็นปกติ แม่คงขม้ำมากกว่านี้แน่ๆ
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ถึงเดือนหน้่า แม่จะทำยังไงดีหนา
พอเช้าขึ้นมา ไม่มีอาการแผลงฤทธิ์อะไรของลูกเลย แม่ก็วิตกบ้าอีกตามเคย บ้าจริงๆเนาะ
พ่อออกไปแต่เช้า แม่ยังไม่ลุกเลย
พอสายๆ พ่อเหงื่อตกซิกๆกลับมา ล้างจานดูดฝุ่นไปขณะที่แม่นอนนั่งมองเฉยๆเลยลูก
ไม่มีแรงจะลุกไปขยัีนอะไรทั้งนั้นแล้ว ..
อดนึกถึงคำที่พ่อเคยพูดสมัยก่อนแต่งงานไม่ได้
พ่อจีบแม่ให้ไปเป็นเจ้าหญิงของเขา พ่อจะรับใช้แม่ราวกับทาสเลย (อย่าเพิ่งอ้วกนะลูก)
แต่ว่าหลังจากเริ่มชีวิตคู่ด้วยกันมา นับแล้วน้อยมากจริงๆที่แม่จะได้กลายเป็นเจ้าหญิงแสนสุข
เพิ่งจะเห็นนางทาสออกมาทำงานโดยเต็มใจนี่แหละ
ขอแอบหัวเราะหน่อยนะ โฮะๆๆ
คนเรานี่หนา ไ่ม่มีใครจะได้เป็นในสิ่งที่ตัวได้เป็นตลอดไปหรอกลูก
เราจะต้องเตรียมตัวเอาไว้เสมอที่จะเป็นได้ทุกอย่าง
เราควรพร้อมทำอะไรก็ได้ จริงๆนะลูก
ก่อนจบ กระซิบอะไรให้นิดนึง เมื่อวานนี้ พ่อบอกว่า "ชอนซายา โกมาวอ"
แปลว่า ขอบใจมากนะลูก ... อ้อ แม่ลืมไป แม่ไม่ต้องแปลให้ลุกฟังหนินา :)
หลายวันที่ผ่านมา แม่อยู่อย่างลุ่มๆดอนๆในอารมณ์ใช่ไหมจ๊ะ
วันที่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองเหนื่อยหนัก ต้องนอนสลบไสลเหมือนวันหนึ่งในช่วงก่อนไปพบคุณหมอ
เพืีอที่จะพบว่า หนูนอนรออยู่แล้ว เลย
สงสัยว่า วันนั้นจะเป็นวันที่สำคัญของลูกทุกช่วงเลยนะ
พอผ่านมา เช้าวันรุ่งขึ้น แม่ก็สดขื่น แต่มีอาการแพ้ ซึ่งหมายถึงชีวิตเลือดเนื้อของลูกยังอยู่กับแม่เมื่อตอนบ่าย
แพ้ได้วันครึ่ง วันนี้แม่เหนื่อยเล็กน้อย แอบวิตกนิดหน่อย
แต่แม่ตัดสินใจแล้วจ้ะ ว่าแม่จะยืนหยัดกับทุกสิ่งทุำกอย่าง
มีคนบอกว่า "ผู้หญิงนั้นอ่อนแอ แต่แม่นั้นเข้มแข็ง"
แม่อยากรู้จริงๆ อยากเห็นสปิิริตเข้มแข็งของความเป็นแม่ในตัวเองจริงๆ
ลูกด้วยใช่ไหมจ๊ะ ..
เรารักกันเนาะ ....
แม่
2006/8/11
ปล.1 แม่กำลังฟังเสียงขลุ่ยของอ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี มีความสุขมากจริงๆ เผลอแอบคิดไปว่า ลูกออกมาแล้วร้องเพลงพวกนี้ได้ คงตื่นตาตื่นใจพิลึกแท้เทียว
ปล2. พ่อบ้า ไปซื้อเครื่องคุยกับลูกในท้องมาแล้ว แล้วก็มานอนเล่นจิ้มพุงแม่ที จิ้มพุงตัวเองที (ส่วนใหญ่แกเล่นกับพุงกับเสียงหัวใจตัวเองมากกว่า) ความจริงเครื่องนี้เขาให้เริ่มใช้เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 24สัปดาห์ เฮ้อ .. เอามาอย่างนี้ ก็ยิ่งทำให้เราต้องนั่งนับนิ้วกันเมื่อยอีกนานเลยนะนี่ ..
Thursday, August 10, 2006
ไม่่ืัืทันขาดคำ...
เมื่อวานนี้แม่เป็นโรควิตกจริต ด้วยสาเหตุที่เคยสูญเสียหนูไปแบบตั้งตัวไม่ทัน
แล้ววันเวลาของครั้งนี้ ทุกอย่างตรงกับครั้งที่แล้วเป๊ะ อย่างกับแกล้ง หรือไม่ก็คือการแก้ตัว
วันที่ตรวจครั้งแรก วันที่ตรวจครั้งที่สอง อายุครรภ์ ... วันและเวลาตรงกันหมด
เป็นไปได้ยังไง
เมื่อวันเวลามันตรงกันดั่งนี้ แม่ก็เป็นโรควิตกจริตบ้าบอไปไกล ว่า ครั้งที่แล้ว เดือนสค.วันที่10นี่แหละ
ที่แม่ต้องยอมจำนนกับสิ่งที่หมอทั้งสองหมอสรุปตรงกันว่า ..
ไม่มีหนูอยู่กับแม่แล้ว
เมื่อวันที่ 9สค. ของรอบที่แล้ว แม่มีเลือดออกเล็กน้อย ซึ่งวันที่9มาครบรอบแล้วเมื่อวาน
วันที่แม่ไม่รู้สึกอาการของคนท้องเลยตั้งแต่ลืมตามาตอนเช้า
แล้วจะไม่ให้แม่เป็นโรคฟุ้งซ่าน ไปได้ยังไงล่ะลูก เข้าใจแม่แล้วสินะ ^__^
ตอนเช้าแม่โทรไปบ่นกับน้าไก่ว่า แม่อยากมีอาการเหนื่อย อยากมีอาการแพ้ท้อง
ตกเย็นลูกก็สนองให้แม่สมดั่งต้องการเลยเชียวนะ
มื้อเย็นแม่นึกอยากต้ม ซุปคงนามุล ให้พ่อเขา แต่พ่อเขาเกี่ยงที่จะขับรถไปส่งแม่ที่ตลาดตอนนั้นว่า
ต้มกิมจิก็ได้ ..
เพราะอากาศยังร้อนตอนบ่ายแก่เหมือนเดิม หรือว่า อะไรไม่รู้
แม่ชิมกิมจิจิ๊เกแล้ววิ่งเข้าไปนอนหงายเก๋งเปิดพัดลมเป่า เป่าให้ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน
รู้สึกว่า ตอนนั้นมันเต็มที่แล้ว หายใจไม่ออกแต่จะออกทางปากแทนซะแล้ว เกิดอาการผะอืดผะอม
ทั้งๆที่แม่คิดว่า กิมจิ เป็นสิ่งโปรดของแม่เมื่อตอนมีหนูเดือนแรกซะอีก
แม่แข็งใจลุกมาปรุงรสให้เข้าที่ ตักชิมอีกที จึ่งยอมแพ้ ..
พ่อหนูเขาเฮฮาดีอกดีใจ แบบว่า เราไม่ต้องหวั่นกันอีกต่อไปแล้วว่าหนูจะอยู่หรือไม่ เล่นกลกับแม่เอาเสียอย่างนี้ แม่ยอมโอ้กอ้ากต่อไปเลยจ้ะ
แล้วแม่ก็ผัดเปรี้ยวหวาน ต่ออีกกระทะเบ้อเริ่ม
เปรี้ยวหวานที่แม่เคยโปรดปราน วันนี้รสชาติห่วยแตกสิ้นดี
แม่ฝีมือตกเพราะทำไม่ไหวแน่ๆ แต่ก็กล้ำกลืนฝืนกินไปเดี๋ยวพ่อเขาจะกินข้าวเย็นไม่อร่อยน่ะจ้ะ
สรุปว่าแม่เริ่มมีอาการแพ้หลังจากที่คร่ำครวญว่าอยากแพ้เอาเมื่อเย็นวานนี่แหละ
เรื่องยากสำหรับแม่อีกเรื่องคือ การดื่มนมให้ได้อย่างน้อยวันละ 800มล. สี่แก้วเต็มๆนะลูก
จากที่เคยเอนจอยมิลค์ แม่ใกล้จะผะอืดผะอมซะแล้ว อันนี้ยังไม่แน่ใจ ยังไม่มีข้อสรุป
รู้แต่ว่า เมื่อไหร่ที่ลูกเผลอแม่จะรีบๆซัดมิลค์เข้าไปทันที
บางทีกรอกเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่ก้นแก้วอีกเกรื๊อกเดียว แม่ก็หมดความสามารถต้องเดินยกนมของคนแพ้ไปเก็บในตู้เย็นต่อ
พ่อเขาไม่รู้หรอกว่า อาการผะอืดผะอมนี่เป็นยังไง วันนี้แกชวนแม่ออกไปกินไก่ตุ๋นโสมกัน
แม่คิดชั่วขณะที่กะเดือกซุปหางวัวที่คุณย่าสั่งให้กิน แล้วตอบแกไปว่า ไปกันเองเถอะ กลัวว่าไปแล้วกินไม่ได้จังเลย
แม่ยังไม่ได้บอกหนูเลยว่า แม่นอนน้ำลายสออยากกินยำวุ้นเส้นพลิกไปพลิกมา นึกอยากลุกมายำกินซะเลยเดี๋ยวนั้น
รู้ตัวอีกทีตื่นมาเข้าห้องน้ำด้วยท้องแข็งๆตอนเช้ามืดซะแล้ว หลับไปได้ยังไงไม่รู้
แอบคลำดูไม่มีวุ้นเส้นคาปาก ... รอดตัวไป แหะๆ ..
สองคืนมาแล้วที่เราไปนอนที่ห้องของหนูมา
ห้องฝั่งนั้นลมเย็นฉิว สดชื่น โดยไม่ต้องมีพัดลมเลย
อีกอย่างแม่เพิ่งรู้สึกว่า ห้องนี้สีสันสดใสมาก เขียวสด เหลืองใส นอนแล้วอารมณ์ดีจ้ะ
ตอนเช้าแม่ลุกมานอนขี้เกียจเล่นที่เตียงในห้องเรา
พ่อตามมานอนเกลือกกลิ้งด้วย แม่มองเห็นสร้อยคอที่พ่อเขาใส่ติดตัว (เส้นนี้คุณยายให้มาจ้ะ)
แล้วสงสัยว่าทำไมเล็กจัง แม่รู้สึกว่าแม่มีเส้นที่ใหญ่กว่านี้ด้วยนะ คิดไปคิดมา
เราฝันไปน่ะเอง เมื่อคืนนี้ .. แม่ฝันว่า แม่มีสร้อยเส้นใหญ่กว่าที่พ่อสวมอยู่ซะอีก
แล้วแม่ก็ดีใจมาก ทั้งที่ไม่รู้ว่าฝันเก๊หรือเปล่า เพราะจริงๆ แม่กับน้าไก่เป็นพวกไม่เคยมีเรื่องพวกนี้
ชาวบ้านร้านตลาดเขาฝันกันทั้งเมืองว่า ท้องลูกคนนี้ ฝันได้สร้อยได้แหวน ได้กำไล
แม่เคยหัวเราะว่า เขาไร้สาระ
ยังไงก็ตาม แม่ก็ยังรู้สึกนิดๆว่า เหมือนถูกบังคับฝัน .. งั้นขอเชื่อ ไว้70เปอร์เซ็นต์แล้วกัน อีกสามสิบแม่ว่า แม่คงโดนตัวเองโม้แหละ
ทั้งหมดนี้ แม่มาขอบใจหนูจ้ะ ที่มาส่งสัญญาณช่วยให้แม่สบายใจมากขึ้นยิ่งกว่าได้คุยกับใครๆทั้งสิ้นในโลกเลย
แม่รักหนู... จริงๆนะ
2006/8/10
เอกลักษณ์ทางเวลา
เรา- พ่อกับแม่ มีความสุขกันเสมอเมื่อไหร่ที่คิดถึงลูก แม้บางวันเช่นเมื่อวานนี้ แม่จะเหนื่อยจนลุกไม่ขึ้น
นอนอู้จนบ่าย แม่ก็คิดว่าแม่ยอมนะ
ส่วนพ่อเขา เขาบอกว่า เดินเข้าออฟฟิศทีไร ในหัว(ทั้งหัวสมองและหัวใจมั้ง)มีแต่ลูกเท่านั้น ลูกเป็นสิ่งมีค่าเป็นเพชรพลอย สำหรับแก ..(พ่อบอกว่า จิวเวลน่ะจ้ะ)
แม่ฟังแล้วก็ไม่เห็นรู้สึกอย่างพ่อเขา แม่คิดว่าลูกเหมือนเพื่อนคนใหม่ของแม่ที่เสาะหากันมานานแล้วมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์บางอย่างที่ไม่น่าเชื่อมันก็มี .. แม่จะเล่าให้ฟัง
แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า การตั้งครรภ์ครั้งแรกกับครั้งนี้วันเวลาทั้งหลายจะมาตรงกันได้อย่างไม่น่าบังเอิญที่สุด
แม่กลัวปัญหาเดิมอย่างมาก ปัญหาที่ลูกมาหาแม่สั้นเกินไป อยู่ดีๆลูกก็ไม่โตต่อหัวใจไม่เต้น ไม่ทำอะไรให้แม่เห็นเลยว่าลูกยังอยู่กับแม่
สองอาทิตย์แห่งการรอคอยว่า มีลูกอยู่กับแม่ไหมนั้น แม่แทบตายเพราะจินตนาการของตัวเอง
ไม่บอกใคร แต่แอบร้องไห้คนเดียวกลางค่ำกลางคืน เวลาที่พ่อยังไม่กลับ
หลังจากผลตรวจว่า มีก้อนเลือดเล็กๆอยู่ในตัวแม่แล้ว แม่ก็ยังไม่วางใจอีก
สิ่งที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของแม่เมื่อคราวที่แล้วคือ ไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกเต้น
ครั้งนี้ สิ่งที่รอคอยจึงเป็นการรอฟัง เสียงนั้นเท่านั้น
แต่เมื่อถึงเวลาที่ควรจะได้ยิน คุณหมอก็ไม่ได้โชว์ให้แม่ฟังหรือแม้จะให้เห็นว่าหัวใจลูกเต้น บิ๊บๆ
คุณหมอกลับบอกโน่นบอกนี่ แล้วบอกเราว่า ผลออกมาโอเค ขอแสดงความยินดี
แต่แม่สิ ยังแคลงใจอยู่เลย
แม้จะมีความสุข ความคลางแคลงใจนั้นก็ยังไม่ได้หายไปจากตัวแม่
เช้านี้แม่นึกยังไง บอกพ่อว่า อยากไปส่องดูลูกอีกครั้งว่าเติบโตดีหรือไม่เพื่อความสบายใจ
พ่อค้านนิดหน่อยแล้วชวนกันว่าไป เยริม
แม่ไม่อยากไปที่นั่นเลย ให้ตายจริงๆ
ที่นั่นเป็นที่แรกที่บอกแม่เกี่ยวกับข่าวร้ายครั้งที่แล้ว
นึกขึ้นได้ แม่ไปรื้อหาสมุดบันทึกเล่มที่ใช้เมื่อสองปีที่แล้วมาอ่านดู
พระเจ้าช่วยด้วยเถิด หัวใจแม่ตกไปอยู่ตาตุ่มหมดเกลี้ยงแล้ว
แม่จะผ่านพ้นความหวาดกลัวยิ่งกว่าเจอปีศาจ ของเดือนที่สองแห่งการตั้งครรภ์นี่ไปได้อย่างไรหนอ
วันเวลาในบันทึกทุกอย่าง ตรงกับเหตุการณ์ของครั้งนี้ เป๊ะๆอย่างกับเป็นเหตุการณ์เดียวกันเลย
การตรวจพบว่าลูกน้อยไม่อยู่กับแม่เป็นการตรวจพบในช่วงวันใกล้ๆนี้ เดือนนี้แหละ
วันเวลาที่ตรวจพบลูก กับวันที่ตรวจการเติบโตของลูกไม่แตกต่างกันเลย
สิ่งเดียวที่ทำให้แม่ยังสบายใจอยู่เล็กน้อยคือ ภาพอุลตร้าซาวนด์ครั้งสุดท้าย รูปร่างของหนูไม่เหมือนกับเมื่อครั้งมีปัญหา
ภาพเดียวเท่านั้น
ลูกจ๋า ... จะให้แม่เชื่อโชคดีในชีวิตชิ้นนี้ต่อไปดีไหม
หากพูดตามตรงแล้วตอนนี้หัวใจแม่แป้วไปครึ่งหนึ่งแล้ว
อีกอย่าง เช้านี้ตื่นมา แม่ไม่เหนื่อยอะไรเลย ทำทุกอย่างได้ตามปกติทุกอย่าง
ซึ่งแตกต่างจากเมื่อวานที่ความเหนื่อยยังทำให้แม่อุ่นใจได้ว่า แม่ยังมีหนูอยู่
ขอให้แม่ผ่านตรงนี้ไปได้อย่างคนที่ควรจะได้รับหนูเป็นอัญมณีล้ำค่าในชีวิตด้วยเถิด ..
ถึงอย่างไร แม่ก็จะรักหนูเหมือนเดิม
แม่
2006/8/9 - - - in the morning
Tuesday, August 08, 2006
อาปาเท่ห์
การที่หมอหน้าซีดเรื่องความดันโลหิตต่ำของแม่ก็เป็นผลดีเหมือนกัน (แม่แอบคิด แอบเข้าใจ)
แม้ว่าหมอที่แผนกเนกวา จะพูดอย่างสบายๆว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องความดันต่ำเป็นเรื่องปกติของคนท้องผอมๆ
จริงๆแล้วเขามองหน้าแม่แล้วบอกว่า วัยรุ่นผอมๆสมัยนี้ความดันต่ำเยอะ
เขาหมายถึงเราใช่มั้ยนั่น นี่จะดีใจหรือเศร้าใจดีที่หมอตาไม่ถึงน่ะ
แต่มันก็ทำใ้ห้อาปาบิ๊ลี๋หันมาใส่ใจกับแม่มากขึ้น
กลับจากรพ.วันนั้น อาปามีพลังเหมือนควายถึกแตกเนื้อหนุ่ม ทำงานทุกอย่างไม่เสร็จสิ้น
แกจัดการเคลียร์รถให้แม่ด้วย ซ่อมด้วย ทำทุกอย่างจนเหงื่อแตกเหงื่อแตนจนเย็น เห็นแล้วก็ทึ่ง
วันต่อมา แกพาพวกเราไปทะเล แม่ก็นึกว่าจะได้เดินลุยน้ำทะเล
แต่อาปาแกก็เหมือนเคย ทำอะไรไม่เคยบอกเคยกล่าว แกจอดรถแล้วเดินฉุบฉับๆ ไปทางสะพานท่าเรือ
เตรียมแว่นดำน้ำ แต่ไม่เปลี่ยนกางเกงว่ายน้ำ ทำท่ายืดเส้นยืดสายเหมือนจะลงน้ำตรงนั้นเลย
เฮ่ย ... แม่รีบจ้ำเอากางเกงว่ายน้ำไปให้แก
แต่พอเห็นแกใส่ถุงมือ สวมตีนกบ แม่ก็เริ่มเข้าใจ แกกำลังจะทำตัวเป็นนักดำน้ำแถวๆเกาะเจจูน่ะ
แกคงจะดำลงไปเก็บหอยมุกใต้ท้องทะเลมาแน่ๆ
แล้วแกก็โดดตูม ดำน้ำตูดโด่งลงไปเลยนะ ... นั่นเป็นภาพประทับใจครั้งแรกที่แม่เคยเห็นเชียวแหละ
แกมาบอกที่หลังว่า คนเป็นพ่อแล้วต้องสามารถไปเก็บอะไรมาให้ลูกได้
วันนั้นเราได้หอยทะเลสารพัดซึ่งแม่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือหอยอะไรบ้าง รู้แต่ว่าเรากินกัีนสดๆ
เห็นแล้วแม่นึกอยากกินทันทีเลยเชียวนะ
อาปาเก็บหอยได้เต็มถุงเลย แล้วเอาไปฝากให้คุณย่าที่บ้านพร้อมกับรับคุณย่าออกมาทานข้าวเย็นด้วยกัน
คุณย่่าบอกว่า ความดันต่ำต้องกินของเผ็ดๆ ... สูตรอะไรก็ๆไม่รู้เนอะ แม่ไม่เชื่อถือเท่าไรนักหรอก
รู้แต่ว่า วันนั้นกินข้าวเก่งมากกกกกกก ทีเดียว
แม่ไม่กลัวอ้วนแล้วหละ แม่จะสวยได้อีกสักกี่ปีเชียว
แม่ยอมอ้วน ขอให้ลูกแข็งแรงสมบูรณ์ แม่ก็มีความสุขแล้วหละ
รักลูกจ้ะ
2006/8/5
จะเริ่มเรื่องของแองจี้
ฉันกำลังหมดความสามารถในสิ่งที่เคยสามารถ
.."การนั่งหน้าคอมพ์นานๆ"..
เหนื่อยอ่ะ ลูกน้อยแม่ประท้วง อยากให้แม่นอนพักท่าเดียว
นี่เพิ่งพยายามไซน์อัพไดอารี่ให้หนู แต่แม่ก็รู้ตัวเสียก่อนว่า ไม่ไหวแล้ว ..
ทั้งๆที่มีเรื่องอยากเล่ามากมายเลยเชียว
จะฮึดรอบแรกก่อนนะ หากว่าได้ทำสม่ำเสมอ ครั้งต่อไปคงไม่ต้องนั่งอึดๆอย่างนี้หรอก
เรื่องของหนูเริ่มที่ว่า แม่ไม่มีความเชื่อมั่นเลยในตอนแรก
แม่กระสับกระส่าย แอบเครียดอย่างจัด อย่างเท่าที่คนเราจะเครียดได้น่ะแหละ
คิดว่า ถ้าหนูอยู่หนูก็คงไม่อยากอยู่กับแม่ขี้เครียดคนนี้แล้วหละ
แต่เหมือนปาฎิหารย์ ..
หมอบอกแม่อย่างสบายใจในสีหน้า ว่าไม่เห็นมีอะไรต้องกังวลเลย ทำไมคุณแม่ถึงได้กังวลเกินเหตุได้ขนาดนั้น
แม่ก็ยังไม่เชื่อหมออยู่ดีหรอก
เพราะแม่ชินกับเรื่องร้ายๆที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต
แม่ไร้ความเชื่อมั่นที่จะสามารถรักษาใครเอาไว้กับตัวเองได้
วันที่ผ่านมา มีแต่พ่อ คนเดียว เหมือนชีวิตแม่จะมีอยู่แค่นั้น
ก่อนไปตรวจรอบสอง แม่ใช้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว กับการพักร้อนประจำปีของประเทศ
ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมกันเต็มบ้าน
เหนื่อย .. อยากพักอยากผ่อน
แล้วก็มีวันแอบเครียดจัด แม้กระทั่งยิ่งกว่าเดิมด้วย
เพราะพ่อของหนูน่ะแหละ เนื่องจากเขาไม่สำเหนียกว่า แม่กำลังอ่อนแอกว่าที่เคยเข้มแข็ง
เขาคิดว่าแม่คือแม่คนเดิม ไม่เป็นไร
แต่แม่นะ แอบตั้งใจขอแยกทางกับพ่อบ้าๆคนนี้ไปแล้วด้วยหละ
แต่พอตาบ้าคนนั้นกดประตูกิ๊กๆๆ เดินเข้ามา แม่ก็หายบ้าหายบอ หายกังวล หายทุกอย่างแล้วเข้านอนได้เรียบร้อยดี
บ้าเนอะ ...
2006/8/3