Sunday, December 31, 2006

ร่ำลา 2006 สวัสดี 2007ค่ะ

ลูกรัก..

เรากำลังจะอำลาปีเก่า 2006 แล้วย่างเข้าสู่ปี 2007 ที่ใครๆเขาสุดแสนจะตื่นเต้นกัน ภายในชั่วโมงเศษๆหลังจากนี้แล้วจ้ะ ..

ทุกๆวันอาทิตย์ แม่จะไม่เคยลืมเลยว่า
เมื่อเริ่มวันจันทร์เมื่อไหร่ เท่ากับเริ่มอายุสัปดาห์ของหนูเมื่อนั้น

พรุ่งนี้ จะเป็นวันจันทร์ที่ 1 มกรา 2007 เป็นวันเริ่มสัปดาห์ที่ 30 ของหนูจ้ะ

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แม่แทบนอนไม่ได้เพราะ หนูดิ้นตุ้บตั้บในพุงแม่ บ่อยมาก
วันนี้ก็เหมือนกัน เรื่องชกพุงแม่ ไม่ว่าหรอกลูก เพราะมันเล็กน้อย
แต่อาการเหมือนอะไรกำลังเคลื่อนกระดืดในพุง ย้ายไปซ้ายทีขวาทีสิลูก
มันทำให้พุงแม่หนักหน่วงพิลึก เหมือนพุงถูกดูดน่ะลูก ดูดพุงขวาด้วยแรงจากข้างซ้าย
ดูดพุงซ้ายด้วยแรงจากข้างขวา ทำนองนั้น
ยังมีอาการเหมือนพุงแข็งขึ้นมาอีก ทำอะไรอยู่ก็ต้องหยุดเพื่องอตัวทุกทีไป

แต่อ่านจากหนังสือแล้ว เป็นอาการของสัปดาห์นี้แน่นอนแล้วค่ะ
และสิ่งที่เราต้องระวังจากนี้เป็นต้นไปคือ การคลอดก่อนกำหนด
ตอนนี้พุงแม่ใหญ่ อย่างชัดเจนมาก รอว่าเดือนมกรานี่แหละ
เราอาจจะไปถ่ายรูปพุงโตกัน ..

เมื่อก่อน แม่เห็นคนมีครรภ์ แม่ก็รู้สึกธรรมดาๆ
ณ ปัจจุบันนี้ เมื่อเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง
ตอนนี้แม่รู้สึกว่า มันมหัศจรรย์จริงๆ เมื่อใดก็ตามที่ลูกเคลื่อนไหวในพุงแม่
มันเป็นสิ่งที่คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าในตัวคนเรา จะมีอีกคนหนึ่งเติบโตอยู่
ร่างกายเรา สามารถบ่มเพาะอีกชีวิตหนึ่งได้ด้วย ..

เอาหละ ความจริง วันนี้แม่ไม่มีอะไรเล่าให้หนูฟังเลย
นอกจากแวะมาสวัสดีลาปีเก่า และต้อนรับปีใหม่กับหนู
ปีนี้เป็นปีแรก ที่พ่อไม่ได้ไปไหนเลย ไม่รับนัดเพื่อนฝูง (อันเป็นเรื่องยินดีมากทีุ่สุดของแม่)
เรากำลังจะอำลาปีเก่า และเริ่มปีใหม่ด้วยกัน อย่างเงียบๆ แบบครอบครัว

ในเวลาอีกสองเดือนครึ่งที่เหลือ (ซึ่งมันกำลังจะเร็วมากเลย)
แม่ขอให้หนูเติบโตอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะออกมาพบกัน
ทางพ่อและแม่ก็จะเริ่มเตรียมตัวต้อนรับหนู ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไป จนกว่าเราจะเจอกัน เช่นกันจ้ะ

2006/12/31 at 23 : 00

พ่อและแม่จ้ะ

**
เรามาคอยดูกันนะหนู ว่าพ่อเขาจะบรรลุโครงการ"งานไม้ให้ลูก" ของหนูหรือเปล่า
วันนี้เราไปเจอ แผงลอย ทุกอย่าง1000วอน พ่อได้อุปกรณ์แพงๆมา 10ชิ้นในราคาทั้งหมด 10000 วอน
แม่ไม่อยากเชื่อด้วยเหมือนกัน ว่าเราซื้อได้
พ่อคุยว่า ทุกชิ้นในนี้สำหรับโครงการงานไม้ให้ลูกหมด
มะ มารอดูกันเนาะ ..

Sunday, December 24, 2006

วันผึ่งพุง

ลูกรัก ..

ขอแสดงความยินดีกับการเติบโตอย่างราบรื่นของหนู ตอนนี้หนูก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 29
หรือเริ่มเดือนที่แปดของการเป็นทารกในครรภ์แล้วจ้ะ ..

วันนี้อากาศอบอุ่นดีมาก ที่หน้าต่างบ้านเรา
พ่อหอบเอาผ้าห่มนานาสารพัด ไปผึ่งแดดที่ระเบียง
เลยเปิดหน้าต่างด้านทะเล .. เสียงนกนางนวลดังมาก
เสียงคลื่นซู่ซ่า แดดบ่ายส่องระยิบระยับ น่าเอาหนูไปนอนผึ่งแดดมาก
(แล้วแม่ก็ลากเก้าอี้ ใส่หมวกปิดหน้าตัวเองไปนอนเปิดพุงผึ่งแดดจริงๆ)

พ่อทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่อีกครั้ง แล้วแกก็หลงเข้าไปรื้อของหนูอีกแล้ว
แม่ก็เพิ่งเห็นว่ามีผ้าห่อตัวหนูติดมาในกล่องของใช้ ที่มีคนให้มาอยู่สองผืน
เลยนึกอยากทำให้หนูเองด้วยมือแม่ผืนนึง

แม่ยังไม่ได้เตรียมอะไรให้หนูด้วยตัวเองเลย
เนื่องจากคุณครูควิลท์ของเรา แกเกิดอุบัติเหตุรถยนต์
หลังจากวันนั้น แกก็นอนในรพ.อย่างเดียวมาเป็นเวลาแรมเดือนแล้ว
โดยที่โชคดี ว่าน้องในพุงแกไม่เป็นอะไร
แต่คนเกาหลีก็อย่างนี้แหละ เกิดอุบัติเหตุที ก็หาเรื่องนอนรพ.เลย
ครูควิลท์นี่ แกนอนแล้วออกไปทำงานที่โฮมพลัสสัปดาห์ละสองวัน ..เชื่อแกเลย

ทุกอย่างที่แม่เริ่งมือทำให้หนู เช่นกระเป๋าปลาย่าง แล้วจะต่อด้วยผ้าห่มกระต่ายของหนู
เลยหยุดชะงักหมด ..
พอเริ่มว่างเข้ามา แม่ก็เริ่มมีไฟอีกแล้ว
พอไปนั่งหน้าจอคอมพ์ ก็ได้แต่มองๆๆๆ ไอ่นั่นก็อยากทำ ไอ่นี่ก็อยากทำ
ของที่อยากทำบางชิ้นมันรอแม่มาสอยไม่ไหว หมดสต๊อกไปก่อนหลายชิ้นแล้ว

ท้ายสุดแม่ก็ได้แต่เล็ง ไม่ได้สอยอะไรออกมาลองดูเลยสักอย่าง
นี่ถ้าไม่เสียดายค่าส่งของ จะหยิบมาทีละชิ้นให้เพลิดเพลินเลยเชียว
กำลังนั่งเข้าเวบโน้นเวบนี้ ซึ่งก็เป็นเวบเคยๆทั้งนั้น
หนูก็ออกกำลังกายในพุงแม่อย่างต่อเนื่อง .. จนแม่ทนไม่ไหว
ต้องปิดคอมพ์แล้วเข้าไปหาพ่อ ..
แค่ว่า เวลาหนูเต้นร๊อคในพุงแม่แต่ละครั้ง แม่ไม่มีสมาธิทำอะไรได้เลย
แต่พ่อหนูเขาวิตกจริตกว่านั้น .. ถามว่า ชอนซาเป็นอะไร เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า
ไม่สบายหรือเปล่า หรือว่า ตากแดดมากเกิินไป (แม่นั่งหลับไปสักพักแหละลูก)

พ่อไม่เคยเจอแม่คนไหนเอาพุงไปตากแดดอย่างแม่
ส่วนแม่ เห็นในหนังสือของคนไทยเขาพูดถึงการเอาไฟฉายส่องลูก
เพื่อกระตุ้นการมองเห็น ..

แม่ไม่เคยส่อง แต่เลือกผึ่งพุงกับแดด และแสงไฟในบ้านแทนจ้ะ
แม่ว่า มันคล้ายๆกัน แล้วก็ไม่ได้จงใจส่องไฟแยงตาหนูด้วย

พ่อรีบทำตัวเป็นหมอ รีบหาหูฟังจะมาตรวจหัวใจลูก
แล้วก็เปลี่ยนวิธีโน่นนี่ ..

เห็นอย่างนี้แล้ว แม่รู้สึกว่า หนูออกมาเมื่อไหร่ พ่อได้เป็นคนเลี้ยงชอนซาแน่ๆ
ดูเหมือนแกจะทำท่าดูแลมากกว่าแม่ทุกทีไปสิน่า ..

คุณยายโทรมา เราเลยถือโอกาสไปหาพี่ม่งกันด้วย
พี่ม่งน่ารักมากกกกกก พอเห็นแม่เท่านั้นแหละ กระโดดไปทั่ว วิ่งขึ้นวิ่งลง
คุณตาคุณยายเห็นจริงๆว่า พี่ม่งดีใจเป็นพิเศษที่เห็นแม่
พี่ม่งคงยังไม่สังเกตุว่า แม่มีหนูเกาะติดพุงไปด้วย โชคดีไป
เขาเลย มานอนหนุนตัก เอาหัวคลอเคลียอย่างกับแมวตัวหนักๆแน่ะ

เราเล่นกับพี่ม่งได้สักพัก แล้วก็กลับ เพราะคุณยายมีแขก
เห็นกับตาแล้ว ว่าคุณตาขาดพี่ม่งเขาไม่ได้แน่นอนชีวิตนี้
ทุกอย่างลงเอยกันได้ด้วยดี จริงๆ

คุณยายจะไปฝรั่งเศสภายในสัปดาห์นี้
คุณตาจะมีธุระไปโซลวันหนึ่ง ดังนั้น จะมีวันหนึ่งที่เราได้อยู่กับพี่ม่งด้วยกัน
วันนั้น พี่ม่งเขาต้องค้นพบความลับแน่ว่า หนูเกาะพุงแม่อยู่
พี่ม่งเขาจะอยู่แข็งแรงอย่างนี้จนกว่า หนูจะโตพอที่พี่ม่งเขาจะไม่อิจฉา แต่รักหนูได้ไหมนะ
แม่อยากให้เป็นอย่างนั้นจัง ...

วันนี้ มีคนถามเรื่องวัน(น่าจะ)เกิดของหนู
ประสาคนเกาหลีค่ะ เขาก็นึกไปถึงปฎิทินจันทรคติอีกแล้ว
ถ้านับตามปฎิทินนั้น หนูจะมีวันเกิดในเดือนแรกของปี ซึ่งเขานับว่าเป็นปีแห่งโชคลาภ
เรียกว่า ปีหมูทอง .. สามร้อยปีจะมีปีอย่างนี้ครั้งหนึ่ง
ตอนนี้ คนทั่วประเทศเขาอยากให้ลูกเกิดในปีนี้กันทั้งนั้น
แล้วหนูก็มาประจวบเหมาะในช่วงนั้นพอดี
หมอบอกว่า หนูน้ำหนักมาก อาจจะเกิดก่อนกำหนดกลายเป็นช่วงต้นเดือนก็ได้ค่ะ
คุณย่าคงดีใจที่สุด แกมีฤกษ์ของแกอยู่ว่า ถ้าคลอดภายในช่วงต้นๆ จะเริ่ดสแมนแตนเลย

แต่สำหรับแม่ แค่หนูเกิดมาอย่างปลอดภัยแข็งแรงก็เพียงพอสุดๆแล้วจ้ะ
ทุกฤกษ์ยามที่หนูเกิดมา มันวิเศษสุดแน่นอนอยู่แล้ว ...

อ้อ.... เมอรี่คริสมาสต์จ้ะ เด็กหมูทองของแม่

2006/12/24

Friday, December 22, 2006

ชอนซา โชว์ไทม์

ลูกรัก ..

แม่ยังไม่เคยเห็นรูปเด็กคนไหนที่นอนยิ้มในท้องแม่อย่างนี้
เลยลูก ..

ที่คลีนิคไหนมี เครื่องที่ถ่ายรูปแบบสี่มิติได้ เขาจะมีรูปเด็ก
พรีเซ็นเตอร์ เป็นตัวอย่าง ยาวเป็นแผง ไว้ชักชวนให้พ่อแม ่ที่อยากเห็นลูกตัวเอง เข้าไปถ่ายบ้าง ..

แต่ส่วนใหญ่แล้ว ดาราเด็กเหล่านั้นจะหน้าตาคล้ายๆกัน
ซึ่งแม่ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรที่แตกต่างจากแผงโฆษณา
พวกนั้นเลย ..
เด็กทารกก็หน้าตาเหมือนๆกันแหละ - แม่คิดอย่างนั้น



แต่ว่า... หนูยิ้ม ลูก

แม่เห็นหนูยิ้มให้ตั้งแต่นอนมองในจอตอนอุลตร้าแมนแล้ว
พอตอนค่ำ แม่กับพ่อ นั่งจับรูปหนูจากคลิปกัน
พ่อจับรูปตอนหนูดูดนิ้ว
ส่วนแม่ชี้ให้พ่อดูว่า หนูนอนยิ้มจริงๆ
ดูกลับไปกลับมาหลายรอบ พ่อถึงเห็นสักทีว่า หนูนอนยิ้มให้เราจริงๆด้วย

แล้วในที่สุด เราก็จับภาพนั้นออกมาได้ ..
แม่แน่ใจว่า หนูไม่ได้ยิ้มแค่ช็อตนี้เท่านั้นหรอกนะ ..
แต่การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว พ่อจับให้ได้แค่นี้ก็ดีแล้วลูก

แล้วแม่ก็ได้เห็นคนเห่อลูกตัวเอง ... พ่อนั่นเอง
แกเรียกหนู ว่า "ลูกหมาของพ่อ" สวยจริงๆ ลูกหมาของพ่อ
แม่พยายามเปลี่ยนคำว่า "สวย" ของพ่อ มาเป็น "สุขภาพดี" แล้ว
แต่ในที่สุด คำว่า"สวย" ก็ขึ้นไปอยู่ใต้รูปหนูในเวบพ่อเขา


เพราะแม่ห่วงว่า หนูจะปิดหน้าปิดตามิดชิดอย่างวันก่อนอีก
แม่เลยบอกหนูแต่เนิ่นๆตั้งแต่กำลังแต่งตัวก่อนออกจากบ้าน
ว่า เรากำลังจะไปถ่ายรูปหนูกัน
ยิ้มสวยๆ ให้แม่หน่อยนะ ..
รอบนี้ไม่ต้องเิขินไม่ต้องอายอีก

แล้วก็ได้ผล ..
ชอนซา เต้นร๊อคตั้งแต่ช่วงการนั่งรอหมอในห้อง
เราไม่ได้ทำอะไรในห้องหมอมากมายนัก
แต่อุลตร้าแมนสี่มิติ มีคนเข้าคิวเยอะมาก
พ่อไม่ได้จองตั๋วให้หนูก่อนไปถึง เลยต้องรอนาน (เป็นบทเรียนจ้ะ บทเรียน)

เราเลยออกมานั่งจิบชา รอคิวกันข้างนอก
หนูก็ถีบพุงแม่กระเด้งจนคนนั่งข้างๆมองเห็นเลย
แม่นึกว่าหนูคงรอไม่ไหวหรอก เดี๋ยวก็คงหลับไปตามประสาเด็กแน่ๆ
แล้วเราก็คงอดเห็นชอนซาดิ้นตูมตามข้างในพุงแม่แน่เลย
้ถ้ารอนานอย่างนี้


แต่ไม่ใช่อย่างที่แม่คิดสักหน่อย
หนูอดทนมาก เพื่อจะได้ถ่ายรูป เบ็ดเสร็จเรารอนานเกือบชั่วโมง
พอขึ้นเตียง แล้วเริ่มถ่ายอุลตร้าแมน พุงแม่ก็เริ่มกระเด้งทันที
ขณะถ่ายทำ ที่มีหนูเป็นพระเอกออกมาทางจอ
เราจะเห็นพุงแม่กระเด้งพร้อมกับพ่อพระเอกข้างใน กำลังวาดลวดลายดิ้นอวดอยู่ด้วย

หนูไม่นิ่งเลยตลอดเวลาแห่งการถ่ายทำ พุงแม่กระเด้งตลอด
แม่นอนอยู่ในห้องนั้น 15-20 นาทีได้
นานขนาดนั้น ่หนูก็ยังมีการยิ้มให้กล้องอีกด้วย

นี่คือภาพที่แม่คิดว่า หนูเปิดเผยมากที่สุดแล้ว ไม่ได้เอามือปิดหน้าเหมือนครั้งที่แล้ว
แต่คุณหมอก็ยังบอกว่า หนูซุกซ่อนตัว ถ่ายมากกว่านี้ไม่ได้

โห .. แล้วถ้าชอนซาเปิดเผยมากกว่านี้จะเป็นยังไงนะนั่น
หมอบอกว่า หนูเอาหัวลงตามปกติ
ที่เหลือแม่สังเกตุเอาเองว่า หนูนอนตะแคงหันหน้ามาด้านขวามือของแม่
หน้าหนูเลยซุกอยู่ในหลืบ ซึ่งอันนี้แหละ ที่คุณหมอเขาเีรียกว่า หนูซ่อนตัวหละ

หมอบอกอีกอย่างที่ทำให้เราหายคลางใจ
คือ ขนาดตัวหนูมันค่อนข้างใหญ่กว่าเด็กปกติจ้ะ
โอว .. มิน่าพุงแม่ใหญ่จัง
ความจริงหนูอายุยังไม่ครบ 28สัปดาห์ดี แต่น้ำหนักมันล้ำหน้าไปแล้ว
อีกวันสองวันนี่แหละจ้ะ หนูจะครบ 28สัปดาห์แล้วหละ
แล้วเราก็จะย่างเข้าเดือนที่ 8 ..
เวลาแม่สำหรับการเตรียมการให้หนู เหลือนิดเดียว
จะทำอะำไรทันก่อนหนูเกิดไหมนะ
แม่จะทำงานได้นานแค่ไหน ? ...

พุงแม่ไม่เล็ก แต่แม่พยายามกระฉับกระเฉงที่สุดเลย รู้ไหมลูก
แม่ไม่อยากให้ใครมองแม่ว่า เป็นยัยพุงโย้ อุ้ยอ้าย
ดังนั้น ช่วงนี้แม่ไม่รังเกียจการเดินขึ้นบันไดแม้แต่น้อย
ตั้งใจว่า หลังจากนี้ถ้าไม่ได้ทำงาน วันๆอาจจะเดินขึ้นเดินลงบันไดอพาร์ทเมนต์เอานี่แหละ ^^



แม่แวะซื้อกรอบรูปอันเล็กๆกลับมาด้วย เพิ่งเคยเห็นกรอบรูปเล็กสวยที่ไม่แพงนี่แหละ
ตั้งใจว่า อยากจะสะสมกรอบรูปสวยๆแบบนี้ ให้สมกับมีสามีเป็นคนชอบถ่ายรูปเสียหน่อย
ที่่ผ่านมา หากว่าสวยจะแพงเสมอ และแม่ก็ไม่เคยกล้าซื้อสักที
แม่ว่า มันบ้ามากที่ขายราคานั้น

แม่คงคิดคนเดียวน่ะลูก ฮ่า ฮ่า ฮ่า

แม่นั่งเขียนบันทึกให้หนูได้แค่ครึ่งเดียว พ่อก็แว่บงานมาจะพาแม่ไปเปิดบ/ชเก็บเงินให้ลูกกัน
นั่งรถอยู่ดีๆ มีข้อความเข้ามาว่า มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าระดับวีไอพี
พ่อหนูน่ะแหละ แกเป็นลูกค้าระดับวีไอพีจริงๆจ้ะ เพราะใช้โทรศัพท์เขาเยอะมาก
จนได้รับบริการให้สามารถใช้โทรฟรีได้ตลอดวันในวันอาทิตย์
อันนี้เสร็จแม่แหละลูก ... แม่ชอบ

โปรโมชั่นพิเศษนี้ คือ สามารถเลือกซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ DMB MP3 ในราคา 99,000 วอน
พ่อเลยโทรกลับไปทันใดที่รับข้อความ ..
มีแม่นั่งยิ้ม เพราะนั่งรอว่า นี่คือโชคชิ้นที่สองของแม่หรือเปล่านะ
มีเงื่อนไขเดียว คือ ให้เปลี่ยนหมายเลข จาก 018 เป็น 010 เท่านั้น
ส่วนราคาโทรศัพท์คือ เรื่องจริง ไม่มีอย่างอื่นแอบแฝง
ที่เหลือ แม่วางใจให้พ่อตรวจสอบให้รอบคอบเองจ้ะ
แม่มีหน้าที่ใช้อย่างเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พาโชคมาให้พ่อกับแม่อีกนะลูก เอาแบบปริมาณเหมาะสมก็พอ
เพราะแม่เชื่อว่า ของฟรีไม่มีในโลก กลัวชดใช้จ่ายคืนที่สุด ^^

รักหนูจ้ะ พ่อตัวกลมถีบเก่ง
2007/12/22

Wednesday, December 20, 2006

หนูน้อยจักรยาน ล๊อตโต

ชอนซา ลูกรักของพ่อและแม่ ..

วันนี้พัสดุที่แม่รอคอย ค๊อย คอยจังก็มาถึงแล้วจ้ะ ..
มันมาหลายทอดมากกว่าจะมาถึงมือแม่ เริ่มจากการรวบรวมของน้าเจ กับน้าผักกาด
ผ่านมาทางเจนนี่ ส่งให้คุณแม่จัดการส่งให้
แล้วก็ต้องถูกส่งไปบ.พ่อบิลีก่อน
พ่อค่อยเอากลับมาให้แม่อีกที

แม่อยากอ่านหนังสือหนักหนามาหลายนานแล้ว ..
ขอบคุณช่วงเวลายุ่งๆที่ผ่านมาที่ทำให้แม่ผ่านไปได้ โดยไม่อดหยากหนังสือตายก่อนด้วย

วันนี้ สัญญางานเป็นวันสุดท้าย (ชิ้นเดียวหรอกน่ะ)
งานชิ้นนี้ ทำให้แม่ไม่มีเวลาให้กับชีิวิตมากที่สุด อย่างที่ไม่อยากคิดจะทำต่อ
หรือทำอีกเลย .. มันเหนื่อยมาก แม่พยายามเรียกเงินตอบแทนให้คุ้มตั้งแต่แรกแล้ว
แต่พ่อหนูก็เป็นฝ่ายเห็นใจเขา บอกให้แม่ยอมๆไปเถอะ ..

แม่กลั้นใจทำจนถึงวันสุดท้าย แต่ก็เป็นการกลั้นใจที่ตั้งใจทำงานที่สุดนะจ๊ะ
หนูด้วย ... เมื่อเราต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ เราจะต้องมีสปิริตทำงานด้วยใจให้เต็มที่
หาความสุขเมื่ออยู่กับงานให้ได้ แม้ว่าจะเหนื่อยก็ตาม
แม่เชื่อว่าหนูจะเป็นอย่างนั้นได้แน่ๆ เพราะหนูนอนอยู่ในพุงแม่ช่วงที่ผ่านมา
แม่คิดอะไร หนูย่อมรู้ดีที่สุด ...

แม่ร่ำลาทุกคน ด้วยใบหน้าที่สดใสที่สุด
สิ่งที่ทำให้แม่สบายใจที่สุดคือ ต่อจากนี้แม่จะมีเวลาให้หนูมากขึ้น
งานที่ยังเหลืออยู่ ก็พิจารณากันเป็นรายๆไปแล้วหละ หลังจากนี้

หนังสือหลายเล่มที่ได้มานั้น มีเล่มหนึ่งที่แม่เปิดอ่านก่อน
คนเขียนเป็นแม่เหมือนกัน แม่ของน้องคนดี ..
หน้าแรกๆเริ่มต้นเรื่องว่า แม่กับน้องคนดี โชคดีเปิดฝาขวดโออิชิได้เงินล้าน

ฮ่า ฮ่า ชอนซาก็ไม่ย่อยเหมือนกันนะ
วันที่เราพาหนูไปรพ.ช่วงที่ผ่านมา เราแวะเติมน้ำมันก่อนในปั๊มที่ไม่เคยเข้า
แม่กำลังคุยสายอยู่ แต่ได้ยินว่าพ่อถามพนักงานเติมน้ำมันว่า รถจักรยานพวกนั้นคืออะไร?
ในความวุ่นวาย แม่เห็นพนักงานเติมน้ำมันส่งใบคูปองชิงโชคให้พ่อสี่ห้าใบ
แค่นั้นก็พอเข้าใจได้ ...

ตอนบ่ายโมงวันนี้ พ่อโทรมาบอกว่ามีข่าวดี ..
พ่อถูกล๊อตโต ได้จักรยานหนึ่งคัน แม่ฟังแล้วข๊ำขำ
ตกเย็น พ่ออารมณ์ดีเป็นพิเศษ ...
กลับมาก็ยืนยันว่า ชื่อของหนูคือ ชื่อนี้อย่างแน่นอน
(แม่คงยังบอกใครไม่ได้หรอกว่า ชื่อคืออะไร แต่มันแปลว่า ผู้มองการณ์ไกล- พ่อหนูเล่นง่าย เปิดดิคเอาจ้ะ 555)

เพราะอยู่ๆพ่อก็ยอมอดข้าวกลางวันไปงานจับฉลากที่ปั๊ม ซึ่งไกลออกไปนิดหน่อย
พ่อบอกว่า ชิ้นแรก พ่อได้คูปองแลกอาหารมูลค่า 25,000วอน ... ว๊า ไปนิดหน่อย
พอเขาจับฉลากรางวัลต่อไป คนจับก็ประกาศว่า ผู้ได้รับรางวัลท่านนี้ ทำไมวันนี้โชคดีเป็นพิเศษ
เพราะเพิ่งได้รางวัลไปแหม็บๆนี่เอง ..
แล้วก็ประกาศชื่อพ่อออกมา ...

พ่อบอกว่า วินาทีนั้น พ่อคิดถึงชอนซากับแม่มากที่สุด ดีใจมากที่สุด
รางวัลจักรยานมีสามคัน พ่อได้รับเป็นคนที่สาม และได้รับการปรบมือให้มากที่สุด
จนพ่อต้องโค้งบนเวที ...

แม่ฟังแล้วนึกถึงนักร้องเพลงลูกทุ่งโค้งให้แฟนเพลงบนเวทีเลย ลูก .. (ขอแอบขำอีกนิด)

พ่อเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ตอนกลับมา ซึ่งแม่เพิ่งอ่านเรื่องของน้องคนดีไปถึงตอนที่เขาได้โชคโออิชิ
อดนึกไม่ได้ว่า ชอนซาก็นำโชคเหมือนกันนะค๊าา ... 555


สองวันก่อนหน้านี้ แม่เจออุบัติเหตุเล็กๆที่เรียกว่า แอ๊คเต็ม ฟาดเคราะห์ส่งท้าย
ภายในคืนที่เกิดอุบัติเหตุ แม่ฝันเห็นศพถึงสามศพ น่ากลัวมาก
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝันแบบนี้หมายถึงหมดเคราะห์ และโชคดี
แม่ยังบอกคนทีทำนายให้เลยว่า กำลังรอดูว่าโชคนั้นคืออะไร ...

แม่ไม่ได้ใส่ใจมากกับเรื่อง โชค เรื่องเคราะห์หรอกลูก
ทุกวันนี้ ทุกย่างเดินของแม่ก็เต็มไปด้วยความระมัดระวังมากขึ้นและมากขึ้น โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

แม่แวะไปหาน้าอ้อย แกถามแม่ว่าของแม่มีน้ำนมไหลหรือยัง ?
น้า้อ้อยลองนวดเต้านมอย่างที่น้าแพรบอก ก็มีน้ำนมไหลออกมา ..
แม่ได้ฟังแล้วร้อนก้นอยากรีบกลับบ้านทันที
ทำำไมเรามัวแต่ยุ่งทำงาน ไม่ได้การแล้ว แม่ต้องรีบนวดๆๆๆ
แม่ต้องขยันบำรุงหนูมากขึ้นๆ ให้มากขึ้น

หัวสมองและหัวใจแม่้ร้อนรนอยู่แค่เรื่องสำหรับหนูเท่านั้น ต่อไปนี้ ..

พรุ่งนี้ พ่ออยากพาหนูไปถ่ายรูปสามมิติ หนูคงไม่ปิดหน้าเขินอายแล้วใช่ไหม ..
ต่อไปก็คือ ไปเปิดบ/ชเงินฝากออมทรัพย์ของเราใหม่ในชื่อหนู (เป็นที่รู้กันของพ่อและแม่ แต่ธนาคารไม่รู้ด้วยจ้ะ) ในรูปแบบการลงทุนร่วมหุ้นธนาคาร
ทำอะไรในชื่อหนูนี่ ท่าทางจะศักดิ์สิทธิ์และปลอดภัยที่สุดแล้วหละจ้ะ

แล้วพรุ่งนี้จะมี เรื่องราวใหม่ๆของหนูอีกแน่นอน ..

สุดท้ายวันนี้ แม่ขอ ฮูเร รรรรร ดังๆให้กับงานที่สิ้นสุดลง ให้กับเวลาที่มากขึ้น

ดีใจจัง ฮู - - - - - เร -----

2006/12/20

Tuesday, December 19, 2006

สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่น่าสนใจของแม่

ลูกรัก

เมื่อวานนี้แม่ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า พรุ่งนี้มาเขียนต่อ ..
แต่อารมณ์ไม่สามารถเขียนต่อในหน้าเดิมได้แล้วหละ

ตอนนี้สามทุ่มครึ่ง แม่เพิ่งกลับบ้าน ส่วนพ่อเกิดปัญหากับระบบขับถ่าย
ย้อนกลับไปเข้าห้องน้ำของ เวดดิ้งบลัง แล้วจะต่อไปดูคอมพ์ให้บริษัทอีก

ทำไมเราสองคนยุ่งอย่างนี้วะลูกเอ๋ย แม่ได้แต่รำพึงกับตัวเอง
เมื่อช่วงเย็น แม่เข้าไปแอบนอนพักที่บ้านคุณย่า แล้วก็คิดห่วงใยหนูขึ้นมา
ว่า ความคิดไหนมันถูกกันแน่ ..
บางคนบอกว่า ตั้งครรภ์ช่วงสามเดือนสุดท้าย ให้เคลื่อนไหวมากๆ ออกกำลังมากจะดี
บางคนก็บอกว่า พักผ่อนให้เพียงพอด้วย

แต่พรุ่งนี้ สัญญางานช่วงกลางวันก็จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว
แม่จะเป็นอิสระจากการต้องขับรถไกล รีบบึ่งในวันที่สายไปแค่สองสามนาที
และเมื่อกลับถึงบ้านก็ต้องพร้อมออกไปต่อในทันใด
ไม่มีเวลานอนกลางวันมาให้หนูนานเท่าไหร่แล้วหนอ

เอาหละ ขอกลับไปคุยเรื่องเมื่อวานต่อดีกว่า ..

น้ำหนักแม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากภายในเดือนนี้ (ตั้งแต่ต้นเดือนมา)
แต่น้ำหนักหนูก็เหมาะสมดี (จริงๆแล้วนน.หนูสูงกว่าในหนังสือตลอดเลย ใครผิดใครถูกกันแน่นะ?)
นน.แม่ขึ้นไม่มาก แต่พุงใหญ่จัง .. แม่รู้สึกแปลกใจนะที่จริง
น้าปูบอกว่าบางครั้งหนูก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน
ถ้าหนูไม่ดิ้นมากก็แสดงว่าหนูพัก

เออ หนอ.. สิ่งมีชีวิตเล็กๆนี่ น่าสนใจไม่น้อย
ใครเลยจะรู้ว่า หนูนอนเฉยๆในพุงแม่นี่นะ มีเหนื่อยกับเขาเป็นด้วย !?

เพราะตั้งแต่กลับมาจากโซลเมื่อวันอาทิตย์ หนูก็นอนพักมาสองวันแล้ว
แต่พอมีเสียงพ่อเข้ามาใกล้ๆแม่เมื่อไหร่ หนูดิ้นสนองตอบทันที
พ่อก็ยิ้มแป้นสิ ... ส่วนแม่นี่ อยากงอนหนูแล้วนะ

เช่นก่อนเกิดอุบัติเหตุ หนูปล่อยให้แม่เขย่าพุงตั้งนาน ไม่เห็นกระดิกให้เลย
พอพ่อหนูตามมาเท่านั้นแหละ หนูก็ดิ้นขลุกขลักๆ
ตอนเย็น เราจอดรถเงียบๆพ่อคุยกับจนท.ประกันในรถ เสียงดังใช้ได้
หนูก็ดิ้นอย่างกับจะให้พ่ออุ้มทั้งๆที่ก่อนหน้านี้นอนนิ่งเชียว


ส่วนวันนี้หนูตอบสนองเสียงดนตรีอย่างชัดเจน
คลาสสุดท้าย แม่เปิดเสียงเพลงที่มีทำนองคุ้นๆ หนูก็เริ่มเตะถีบยกใหญ่
ต่อจากนั้น เราต้องไปงานคริสมาสต์ของ รร. อนุบาลหนึ่ง
แม่ไปยืนชมการแสดงใกล้ๆ แล้วก็รู้สึกว่าชอนซาเต้นร๊อคอยู่ข้างในค่า ..

งานที่แม่ไปวันนี้ ที่จริงแม่ไปกินเท่านั้นเอง
พ่อโทรมาเรียกไป โดยไม่ได้บอกชัดเจนว่างานอะไร
พอมาถึงก็เข้าใจเอง โอ้ โห ... รร.อนุบาลบรรดาพ่อแม่ทั้งหลายอยากให้ลูกมีเกรด
ส่งลูกเข้าที่นี่ แม้ว่าแพง ..
แม่มองพ่อแม่ที่ยุ่งวุ่นวาย กับการช่วยลูกๆแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดการแสดง
แล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ว่า .. อีกหน่อยเราต้องวุ่นวายอย่างนี้ไหมหนอ ..
เราจะเว่อร์ เห่อวิ่งไปดูลูกตัวเองเมื่อถึงคิวเขาอย่างนี้ไหมหนอ

พ่อหนูไปนั่งถ่ายรูปให้ที่หน้าเวที ..
่พ่อล่ะ เมื่อถึงวันนั้น พ่อจะเป็นพ่อที่ีมีเวลามาให้ลูกอย่างนี้
หรือติดงาน ปล่อยให้แม่มาคนเดียวไหม ..

แม่อดคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่ได้เลย


อ้อ ... เมื่อวาน แม่เพิ่งมีความรู้สึกว่า
หนูเริ่มมีัอารมณ์ของตัวเองบางอย่าง ที่แม่ต้องเ่ิริ่มเรียนรู้แล้วด้วย
ตอนนี้แม่ยังไม่สามารถอธิบายให้ชัดเจนได้ แต่หนูกำลังไม่ใช่แค่สิ่งมีชีิวิตที่นอนนิ่งๆแล้วหละ

แม่รู้สึกอย่างนั้น

2006/12/19

**พอน้าไก่ได้ยินว่า ตอนนี้หนูสัปดาห์ที่ 28 แล้ว แม่จะได้รอหนูแค่อีก สิบสัปดาห์เท่านั้น

เร็วจริงๆใช่ไหม ..

Monday, December 18, 2006

แอ๊คเต็ม

ชอนซา..

แม่เดาว่า แม่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเรียนรู้อารมณ์ของหนูน่ะแหละ ..
สิ่งนี้มันคงไม่ง่ายเลย แต่แม่ว่าแม่สู้ไหวนะ ..

เมื่อสุดสัปดาห์แม่อย่างซ่าส์พาหนูไปโซลกันเองลำพัง
บนรถบัส แม่ต้องตกตะลึงอึ้งทึ่งกับเหตุการณ์บนรถ
มีลุงแก่คนหนึ่ง ต่อว่าเด็กสาวมัธยมแต่งตัวสะสวย ที่ยืนเกาะที่นั่งโดยไม่ยอมขยับให้ใครเลย
เด็กคนนั้น สบถด่าลุงแก่อย่างไร้มารยาทผิดจากที่เคยเห็นในเด็กเกาหลีทั่วไป
นับว่า เธอกล้ามาก แต่ไม่ถูกไ่ม่ควร
ไม่ว่าใครเห็นก็ลงมติกันว่า ระอาใจว่าเด็กไม่ควรใช้วาจาหยาบคาย
เถียงแบบไม่คำีนึงเด็กผู้ใหญ่อย่างนี้ นับเป็นทอล์คออฟเดอะบัส วันนั้นเลยเชียว

หนูจะูไม่ใช่อย่างนั้นใช่ไหมลูก
หรือคนกำลังจะเป็นแม่มีอาการอย่างนี้ทุกคน ว่าอดนึกถึงลูกตัวเองไม่ได้
หลังจากกลับมาแล้ว ปะป๊าหนูมีอาการขี้เกียจ เหนืือย ขอวันหยุดอีกแล้ว
แม่เซ้าซี้จนเบื่อ เลยพากันนอนดีกว่า
พอวันต่อมา (วันนี้ ) หนูก็เป็นอย่างเคย ว่า
ถ้าปะป๊าไม่คุยให้ วันนั้นหนูไม่เคลื่อนไหวให้มากเท่าไหร่เลย

ก่อนออกไปทำงานภาคเย็น แม่รับโทรจากปะป๊าก่อน
แกโทรมาเตือนว่า คุณย่าสั่งให้ระมัดระวัง
เอ๊ะ .. ยังไงกันนะ เมื่อวานซืน คุณยายก็สั่งให้ระวังทางไกลมาจากเมืองไทย
ทั้งสองคนอ้าง "ความฝัน" เหมือนกันเลย

แล้วแม่ก็ออกจากบ้าน หนูนอนเงียบในพุงแม่จนแม่ต้องนั่งคุยกับหนูอย่างต่อเนื่อง
หนูก็เงียบเหมือนเมินแม่อย่างนั้นแหละ

พอถึงสามแยก ที่เราเคยเกิดอุบัติเหตุไม่นานมานี้
ต้องจอดรอรถติดก่อนเลี้ยวซ้าย
แม่เหยียบเบรคค้างไว้แล้วยุ่งกับการเปลี่ยนแผ่นซีดี
รู้สึกตัวอีกที รถก็ไหลไปจิ้มตูดชาวบ้านเขาเสียแล้ว
ตกอกตกใจกันหมด .. ไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงอะไร
แต่ป้ายทะเบียนด้านหน้ามันมีตัวน๊อตยื่นออกมา
สองตัวนี้แหละที่ทำให้กันชนรถเขาบุ๋มเข้าไป

แม่โทรเรียกปะป๊ามา คนนี้สิลูก นับว่าเป็นคนที่ตกใจมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด
เมื่อประกันมาถึง สิ่งแรกที่เขาถามคือ เป็นอะไรมั้ย? ..
ป้ารถคันหน้า โอยทันที บอกว่าเจ็บคอคอเคล็ด สงสัยต้องไปเอ๊กซเรย์
แม่หัวเราะลั่นถนนเลย อีกสองคนทำ่ท่าบิดตัวไม่แนบเนียน
แม่ก็ยังนึกว่าเขาล้อเล่นกัน

แต่ประกันหายไปจดบันทึกกับฝั่งโน้น
แล้วกลับมาถามแม่ ซึ่งเป็นคนที่ดูเหมือนควรจะได้รับความห่วงใยมากที่สุด
เนื่องจากท้องกำลังป่องได้ที่เลย

แม่ก็บอกอย่างชิลๆเลยว่า แม่สบายดีมาก

ตกเย็น พอเจอกับพ่อ แกหัวเสียมาก ว่าชนอะไรรุนแรงอย่างนั้นเชียวหรือ?
แม่บอกได้คำเดียวว่า คนพวกนั้นบาโบน่ะ
แผลที่จิ้มก็นิดเีดียวที่กันชน แค่ปะเพนท์นิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว
แต่พี่แกเอ่ยมาว่า ต้องการเปลี่ยนเลย
แล้วแจ้งเจ็บสามคน ที่เหลือตรงนั้นทั้งหมด
หากว่ามีเวลามากนัก บาโบมากอยากไปรพ.ก็เชิญเลย
แม่ได้แต่ท้าไปอย่างนั้น

ทำไมนะ โลกเรามันช่างบาโบขนาดนี้ลูก
แม่รู้สึกระอาใจ กับ มนุษย์บ้าๆพวกนี้มาก
พลอยไม่อยากให้ลูกติดเชื้อประเภทนี้ไปด้วยเลย
พ่อโทร ไปหาเจ้าหน้าที่คนเดิม เพื่อสอบถามเรื่องคนขับรถและเรื่องเวอร์ๆบ้าๆนั่น
เจ้าหน้าที่เขาคงเข้าใจดี
แม่ก็บอกพ่อเขาแล้วว่า บ.ประกันเขาก็ไม่โง่หรอก ปล่อยเขาเถอะ

พอมาถึงบ้านคุณย่า พ่อเอ่ยปากบอกคุณย่าว่า
ถ้ามีอุบัติเหตุแม้เพียงเล็กน้อยเกิดขึ้นให้ทำเว่อร์ๆไปเลย
แม่ไม่เห็นด้วยอย่างที่สุด บอกคุณย่าว่า ปล่อยให้พวกบาโบบนโลกเขาทำไป
เราอย่าไปทำอย่างเขา ..
แต่คุณย่าสิ ตอนได้ยินว่า แม่เกิดอุบัติเหตุวันนี้ แกยืนช๊อคค้างเลย
ถ้าเกิดอะไรขึ้น เงินเท่าไหร่ก็ซื้อหนูคืนไม่ได้ แกกลัวมากที่สุดเชียวแหละ

เมื่อวานซืน แม่โทรไปหาคุณยาย แกสั่งให้ระวังเพราะฝันว่าแม่หกล้ม
แม่ไม่เชื่อหรอกนะหนู บรรดาสิ่งที่เรียกว่า ฝัน เนี่ยะ
แต่ภายในคืนนั้น หิมะตกอย่างหนักทั่วเกาหลี
แม่สิ ตระหนักถึงความลื่นของน้ำแข็งบนพื้นดี เพราะก้นกระแทกมานับไม่ถ้วน
เลยยิ่งระวังมากขึ้นเป็นหลายเท่า
ในที่สุด ขณะที่รถบัสจอดให้เราพักเข้าห้องน้ำ
ทุกคนฝ่าหิมะหนักไป .. เดินกระย่องกระแย่งกันอย่างนั้น แม่ก็ยังถลาจนได้
แต่โชคดี คว้่าชายเสื้อคนที่เดินสวนมาทัน ส่วนอีกมือหนึ่งยันตัวเองไว้ไม่ให้สัมผัสกระแทกพื้น
พอลุกมาได้แล้วหันไปดูว่า เราคว้าเสื้อใคร.. ผู้หญิงคนทีเ่ดินตามมา ก็ปลอบแม่ว่า
ไม่เป็นไรหรอก เรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้

ประโยคเดียวกันนี้ ถูกพูดให้แม่โดยป้าหัวหน้าทีมบ.ประกันที่มาเลย

แล้วช่วงนี้มันเป็นช่วงอะไรนะ ..
หากคิดอีกอย่าง ก็นับว่าเป็นอุบัติเหตุแบบเบาๆสบายๆทั้งนั้น
ไม่น่ากลัว ไม่ร้ายแรงอะไร เรียกว่าแคล้วคลาดก็ได้นะ

แล้วก็ตั้งแต่กลับมาบ้าน แม่รู้สึกได้เลยว่า ท้องใหญ่ขึ้นมากก
ที่ไม่เคยเรียกว่า อุ้ยอ้ายก็เรียกได้แล้วลูก
แม่รู้สึกเคลื่อนไหวตัวลำบากมากขึ้น


(พรุงนี้มาเขียนต่อ..)

Thursday, December 14, 2006

ชอนซา พ่อหูงาม

ชอนซา ลูกตัวกลมถีบเก่งของแม่ ..

พ่อตื่นเต้นมากกับนัดวันนี้ ว่าจะได้เจอหนูอีกครั้ง ...
แล้วแม่ก็เหมือนเคย คือ ถ้าพ่อตื่นเต้นให้แล้ว แม่ก็ยกหน้าที่ให้พ่อหมดเลยลูก

พ่อกลับมาเย็นวาน พร้อมกับบอกว่า ที่ทงยองซึ่งใกล้บ้านมากกว่า
ก็มีอุลตร้าแมนแบบนี้ ราคาแค่สามหมื่น(ที่รพ.แสนสองแน่ะ)
แม่เลยว่า งั้นก็ตัดสินใจไม่ยาก ไปทงยองเหอะไม่เสียเวลา ไม่แพงด้วย
แล้วก็ไม่เอะใจเลยว่า ทำไมพ่อตัดสินใจยากจัง แม่ตัดแล้วพ่อยังไม่ตัดอีก
พอมาถามทีหลัง ได้ทราบว่า ..
ที่รพ.ที่เราจะไป แน่นอนว่าเป็นรพ.ใหญ่ อุปกรณ์ย่อมแน่นอนกว่า ตรวจดูรายละเอียดมากกว่าในทุกอย่าง
เช่นรายละเอียดของหัวใจ ภายใน เป็นต้น ..
แต่ที่ทงยองน่ะ ไม่สามารถดูในรายละเอียดได้เหมือนกัน
แม่เลยเปลี่ยนใจอีกรอบ ..

เพราะนึกถึงเคสหนึ่ง แม่มีลูกมาแล้วสองคน เลยชะล่าใจไม่ไปตรวจตามนัด
จนกระทั่งคลอดออกมา ต้องพบว่า ลูกน้อยมีอาการหัวใจรั่วแต่กำเนิด
โดยตั้งตัวไม่ทัน การดูแลลูกต้องทุลักทุเลและเสี่ยง .. ไปจนถึงค่าใช้จ่าย

แม่ไม่อยากเป็นอย่างนั้น หนูจะเป็นอะไรยังไงหรือไม่ ขอรู้ไว้ก่อนดีกว่า
พ่อบ่นตอนหนึ่ง ว่า แล้วถ้าชอนซาเป็นอะไรก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
นั่นเป็นความคิดของพ่อ แต่ไม่ใช่แม่หรอก ..
แม่เลยยืนยันว่า ไปจินจูจ้ะ ไกลแต่เป็นสิ่งที่แม่ต้องการ
ถึงตอนนี้แล้ว พ่อเป็นหุ่นชักใยขับรถให้เท่านั้น
(แต่เป็นหุ่นที่มีอาการกระดิ๊กระด๊าออกนอกหน้าเมื่อถึงรพแล้วนะ ..น่ารักมั้ย)


เรามัวแต่ไปเดินหาแซนด์วิชกินแก้หิวกัน เลยต้องพลาดคิวให้กับคนหนึ่ง
ขณะที่นั่งรอ .. ได้ยินอย่างชัดเจน ว่าแม่คนนั้นมีปัญหามากมาย
จนแม่เข้าไปนอนรอบนเตียงแล้ว คุณหมอก็ยังคุยกับคุณแม่คนนั้นอยู่
แม่ฟังแล้วสงสารเขาจัง ... เท่าที่จำได้ คือ ปริมาณน้ำคร่ำน้อยไป
กระดูกซี่โครงเติบโตไม่ดี .. มีอีกแน่นอน แต่จำไม่ได้แล้ว

พอถึงคิวของเรา ปรากฎว่า ชอนซาสมบูรณ์แบบทุกอย่างเลยลูก
สิ่งที่แม่ประทับใจที่สุดคือ หูของหนู ดูจากในจอแล้ว มันใหญ่สมบูรณ์แบบเชียว
(หรือว่าเพราะเป็นสิ่งเดียวที่แม่เดารูปร่างออกมากทีุ่สุดแล้วไม่รู้)

นอกนั้น คุณหมอก็ตรวจหัวใจอย่างละเอียด มองหารูรั่ว การทำงานของลิ้นหัวใจ
วัดขนาดของตับ วัดความหนาต้นคอ (เพิ่งวัดหรือว่าได้โอกาสเลยวัดอีกทีก็ไม่รู้)
วัดอัตราส่วนระหว่างระยะห่างตากับจมูก เทียบกับทั้งหมดตั้งแต่ปลายตาข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง
เืพื่อดูว่า มีความพิการหรือไม่ วัดโน่นวัดนี่ นับนิ้วมือนิ้วเท้่า ฯลฯ
พ่อขอให้หมอช่วยดูขนาดเชิงกรานของแม่ด้วย

แล้วก็พยายามดูหน้าหนู แตพอถึงตอนนี้่หนูเอามือปิดหน้ามิดชิดเลยลูก
ทำไมอายอย่างนั้นหละ หรือว่าจะเซอร์ไำำำำพรซ์ความหล่อของลูกตอนเกิดแทน

หมอพยายามกดไล่หามุมที่จะเห็นหน้าหนูชัดๆให้ได้ แต่ทำไม่ได้เลยยอมแพ้กันหมด

เราเพิ่งรู้ว่าบางครั้งชอนซาเอาหัวลงแล้ว
(พ่อบอกว่า ชอนซาใจร้อนเหมือนพ่อเลย อยากออกมาแล้วเหรอ)

เพราะที่ผ่านมา แม่นึกว่าหนูอยู่ข้างซ้ายใต้หัวใจแม่ตลอด เพราะลูกถีบกระเด้งออกมาจากบริเวณนั้น
กับบริเวณกลางพุงเสมอ วันนี้พบว่า นั่นคือเท้าและมือหรือศอกหนูนั่นเอง
ส่วนหัวหนูอยู่โน่นเลย ล่างขวา
จริงๆแล้วนะ แม่ยังสงสัยอีกอย่างว่า หนูจะไหลไปข้างโน้นทีข้างนี้ที
เวลาที่แม่นอนพลิกตัวซ้ายบ้างขวาบ้างไหมนะ ?
ไม่มีคำตอบจ้ะ เพราะแม่ไม่กล้าถามคุณหมอ ... อายค่ะ

เป็นการใช้เวลาไล่ดูรายละเอียดในตัวหนูอย่างนานที่สุดเลยจ้ะ เกือบชั่วโมง
พ่อสบายใจมากอย่างที่แม่คิดไม่ถึง แกดีใจออกนอกหน้า(อีกละ)
แม่เองขอรู้อย่างเดียวว่า หัวใจหนูทำงานปกติดี แค่นี้แม่ก็พอใจ นอกนั้นแม่ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่เลยลูก
หลังจากนี้ พอหนูเกิดมา เราคงแค่ตรวจตามความจำเป็นที่หมอพิจารณาให้ก็พอ

พ่อบอกว่า ไม่กังวลแล้ว รอดูความสวยงามเมื่อหนูเกิดก็พอ
14ธค. วันที่ตรวจรายละเอียดในตัวหนู พ่อได้มือถือตัวใหม่ แพงจนแม่ตาโต
7แสนห้า ฟังแล้วสะดุ้งสามสิบสองเฮื๊อก ..
แต่บริษัทผ่อนให้หรอก พ่อถึงมีโอกาส มันเหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กๆเลย
เพราะมันวิ่งเข้าเวบไซต์พ่อทันที ที่เชื่อมต่อเข้าไป
ดูทีวีได้ชัดเจนแจ่มแจ๋วมาก มีระบบของอิเล็คโทรนิคส์ดิคชันนารี่ เอ็มพีสาม
อันนี้เท่าที่แม่รู้ เท่านั้น

ตอนนี้รู้สึกหมั่นไส้พ่อพอสมควร แกกำลังเห่อมือถือใหม่ไม่ต่างอะไรกับแฟนใหม่เลยลูก

ขอแม่นินทาพ่อหน่อยเถอะนะลูก อีกหน่อยเราคงได้นินทาพ่อเป็นภาษาไทยกัน
กลัวอย่างเดียว กลัวหนูเป็นฝ่ายพ่อจังเลย อิอิ

2007/12/14

**คุณหมอถ่ายรูปออกมายาวสามเมตรได้มั้ง แต่ไม่ให้เราเลยสักรูป ไม่เป็นไรเดี๋ยวอาทิตย์หน้าเราไปถ่ายรูปกันเนอะ

Tuesday, December 12, 2006

คิดถึงจัง .. เราคงไม่ทำอย่างนี้อีกจ้ะ

ลูกรัก ..

เกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปะป๊าหนูเจอช่วงด่านมรสุมชีวิตเล็กน้อยจ้ะ
ซึ่งอันว่า ถ้าปล่อยให้แกคิดคนเดียวหละก็ แกคงโคลงเคลงไม่ผิดเรือลำเล็กในมหาสมุทรได้เลย
ไม่ได้แปลว่า ปะป๊าหนูไม่หนักแน่นนะ .. แต่ความจริง คนที่แน่นกว่าคงน่าจะเป็นแม่นะ
แน่นกว่า และดุกว่า แน่นอน .. หนูถามปะป๊าได้เลย หลังจากนี้

คำพูดชวนให้คิดของแม่มีความหมายกับพ่อหนูในสภาวะเช่นนี้
แต่ผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้ชาย .. เขาต้องการใช้เวลาคุยกับตัวเองเงียบๆด้วยเหมือนกัน
แม่นั้นถึงแม้จะใจตุ๊มต่อม แต่ก็ปล่อยพ่อเขาไปแหละ ..

พ่อเพิ่งมาบอกทีหลัง หลังจากทริปลองใจของพ่อเขา
(พ่อเขาขอออกไปเดินทางลำพังสักสิบวันน่ะ
แต่ไปได้วันเดียวก็กลับมาเจอกันที่มื้อเย็นบ้านคุณย่าแล้ว)

พ่อบอกว่า แกเกิดความกลัวขึ้นมา
ไม่มีความมั่นใจที่จะไปไหนคนเดียว นอนที่ไหนคนเดียว
เป็นไปได้ยังไง .. พ่อก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน ลูก ..

ดังนั้น ช่วงเวลานั้นที่ผ่านมา พ่อไม่มีเวลาคุยกับหนูก่อนนอนเลย
เรามัวแต่ยุ่ง และเหนื่อย ..
พอพ่อไม่ได้คุย หนูก็งอนเงียบในพุงให้แม่ใจหายเล่นซะงั้น
หนูเงียบไปสองสามวันได้นะลูก แม่ต้องคอยขยับพุงเขย่าให้มั่นใจ ณ ทุกขณะที่นึกได้เลยเชียว

เมื่อวาน แม้ว่าพ่อจะกลับดึก แต่ระหว่างงาน ก็โทรมา
แสดงว่า แกมีช่วงเล็กๆที่คิดอะไรขึ้นมาได้
แล้วแม้ว่าจะตีหนึ่งแล้วก็ตาม เราก็ยังมีเวลาให้หนู

แล้วหนก็ูถีบพุงแม่กระจุยไปหมดเลยลูก พ่อเริ่มร้องเพลงให้ฟัง หนูก็ถีบเอาๆ
ถี่อย่างที่ไม่เกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว
พ่อนอนหลับตาร้องเพลง ยิ้มไปด้วยอย่างมีความสุข
มือวางรอบนพุงแม่ รับรองการถีบใส่ของหนู

ทุกๆการดิ้นของหนู มันคงเติมหัวใจพ่อให้รู้สึกปลื้มได้กระมัง
ส่วนแม่มองดูสองพ่อลูกก็พอแล้วจ้ะ

ร้องเพลงรอบที่สาม หนูเงียบไปแล้ว
พ่อบอกว่า ก็พ่อร้องเพลงกล่อมไงหนูก็เลยหลับ
หลังจากนั้น ก็ถึงช่วงที่แม่เซ็ง .. พ่อไล่หาเสียงหัวใจหนูด้วยหูฟัง
ทำไมแม่เซ็ง ก็เพราะแม่ต้องนอนเงียบๆห้ามส่งเสียงอะไรทั้งสิ้น
เงียบไปเงียบมา แม่จะหลับแล้วน่ะสิ ..

หลังจากนั้น พ่อเปลี่ยนใจใช้หูตัวเองฟังโดยตรง
แม่อยากมีกล้องถ่ายรูปเอาไว้เสียนี่กระไร ..

เรายังมองไม่เห็นหนู แต่การดิ้นของหนูแต่ละครั้ง ช่างมีความหมายเสียเหลือเกิน
เป็นการสื่อสารเดียวเท่านั้นระหว่างเรา ใช่ไหมลูก ..

หลังจากนี้ แม่สั่งว่าพ่อห้ามขอวันหยุดคุยกับหนูแล้วหละ
เพราะหลังจากเมื่อคืนที่พ่อคุยกับหนู
เช้าวันนี้ หนูเล่นปลุกแม่จากที่นอนได้เลย
อันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่ความรู้สึกดิ้นในพุงจะทำให้แม่รู้สึกชัดเจนจนตื่นได้อย่างนี้


เราคงต้องมีเรื่องคุยกันมากขึ้นแน่นอน
โตเร็วๆ คุยได้เร็วๆนะลูก

2007/12/12

Monday, December 04, 2006

โรควันจันทร์ของแม่

คิดถึงหนูจัง ... ลูกรัก

ทันทีที่แม่เข้ามาที่หน้านี้ ประโยคนี้ก็ผุดเข้ามาในหัวใจมีปากของแม่ทันที
งานแม่ยุ่งได้สองสัปดาห์แล้ว .. เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ตั้งใจว่าจะพักผ่อนให้เต็มที่

แต่ไ่ม่ใช่เลย .. พ่อหนูกลับงานยุ่งอย่างน่าสงสาร
ยุ่งแล้วเหนื่อย เหนื่อยแล้วไม่สามารถใช้เวลาร่วมกันกับเราสองคน อย่างผ่อนคลายได้
การพักผ่อนของแม่เลยไม่ใช่การพักอย่างที่คิดว่าจะได้พักเลย

เช้าวันจันทร์ จึงมีอาการ"월요일병" เกิดขึ้น (โรควันจันทร์น่ะเอง)
ไม่อยากลุก ไม่อยากไปทำงาน
อารมณ์ศิลปินของแม่ลุกพรวดพราดมาบอกพ่อว่า ..ลาออกเหอะ บ.ใช้งานเธอหนักเหลือเกิน

แม่ไม่ได้พูดสิ่งนั้นจากใจหรอก
แต่อาศัย หลักการ"ดึงหางแมว" มาใช้กับพ่ออีก

เป็นยังไงน่ะเหรอ .. มา จะเล่าให้ฟัง
ตอนแม่รู้สิ่งที่มาจากใจของอารมณ์ศิลปิน(ของแม่) ดังนั้น ทันใด แม่จำได้ว่า พ่อเคยบ่นหลายครั้ง
แต่แม่ไม่สนใจฟัง

พ่อจะรู้สึกยังไงบ้างนะ หัวใจแห่งทุกข์ของคนเรานั้น บางทีไม่ได้หมายความตามนั้น
แต่เพียงต้องการความเห็นใจเท่านั้น แต่แม่กลับเฉยๆ กับสิ่งที่พ่อขอ (ความเห็นใจ)
เอาหละ วันนี้แม่ก็เต็มที่ใช้ได้ ... งั้นถือโอกาสเห็นใจซะวันนี้เลยแล้วกัน
พ่อฟังแม่พูดแล้วพ่อเข้าใจอย่างไรแม่ไม่รู้ได้ เพราะได้แ่ต่ยิ้มสะอาดๆอย่างเดียว ไม่พูดไม่กล่าวอะไร
ออกจากบ้านไปทำงานกับอารมณ์ตลกของพ่อ แต่แม่ไม่เก็ทด้วยเลยวันนี้

ขณะที่กำลังอาบน้ำเพื่อเริ่มวันของแม่บ้าง พ่อโทรมาสองรอบในมือถือ
พอโทรกลับ พ่อไม่รับสายแต่แค่ส่งข้อความมาบอกว่า

กำลังยุ่งมาก - ไม่มีอะไรแค่อยากเชียร์แม่ สำหรับเช้าวันจันทร์ และบอกรักลูก(แม่ด้วยมั้ง)
나지금 바뻐.. 그냥 전화했어. HAVE A NICE MONDAY! WITH 천사 사랑해^^

อ่านแล้วหนูต้องรู้สึกว่า พ่อยิ่งใหญ่กว่าแม่แน่ๆเลย
แม่เขียนเองก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน
แต่จริงๆแล้วมันเป็นไปตามหลักการ "ดึงหางแมว" ของแม่ตะหากลูก ^^

ตกลงบันทึกนี้กลายเป็นบันทึกเล่าเรื่องพ่อให้หนูฟังแล้วเหรอนี่?

สิ่งที่ดีที่สุดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ หนังสือสี่ห้าเล่มที่เราสั่งเอาไว้มาถึงพอดี
เราดีใจกันมาก อยากอ่านหนังสือ .. ซึ่งว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการเอาไว้เข้าใจหนูล้วนๆ
พ่อบอกให้แม่ถ่ายรูปลงบันทึกในเวบให้ชอนซาด้วย เดี๋ยวแม่ทำให้นะลูก เมื่อสามารถค่ะ ..

ในบรรดาทั้งหมดนี่ แม่สั่งซื้อหนังสือ DIY ของใช้ลูกมาอีกเล่มหนึ่งด้วย
สิ่งที่เกินความคาดหมายมักจะทำให้เรารู้สึกวิเศษเสมอ ..
ในหนังสือเล่มนี้มีงานช่างไม้ของคุณพ่อด้วย เยี่ยมมากเลย
ชั้นหนังสือลูก ชั้นวางของและแต่งตัวลูก เตียงลูก ม้าโยก เปลโยก
พ่อพยักหน้าหงึกหงักแล้วบอกว่า ง่ายๆ

จริงๆแล้วแม่ไม่เชื่อพ่อเลย แต่ถ้าพ่อทำให้หนูได้ แค่ชิ้นเดียวแม่จะรู้สึกว่า
พ่อเท่ห์ชะมัด ให้เลย ..

แม่นี่บ้าหรือเปล่าลูก ไม่มีเวลา แต่ดิ้นรนหาทางจะยุ่งขึ้นอีก
เมื่อวานแม่นั่งเสิร์ชหาผ้าชนิดหนึ่งจนปวดหลังจัดๆ
นี่เราเข้าข่ายคนท้องแก่แล้วเหรอนี่ นั่งนานๆไม่ได้ปวดหลัีงแล้ว
แต่ึคิดว่า แม่คงขาดการออกกำลังในช่วงหลังมานี่ต่างหาก
ทำงานเยอะไม่ดีอย่างนี้ งานเยอะทำให้เราสติแตกเหลวไหลในสิ่งดีๆที่เคยทำ

แม่พยายามอ่านหนังสือเกาหลีของพ่อด้วย
แล้วก็หาหนังสือแปลของ "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" ภาคภาษาเกาหลีมาให้พ่ออีก
แอบเห็นพ่อเอาไปวางในชั้นในห้องน้ำด้วย ดีใจจัง ..
ก็ ณ เวลานั้น พ่อมีสมาธิสุดๆแล้ว
ตอนสั่งมา แม่กลัวพ่อจะไม่สนใจเท่าหนังสือที่ตัวสั่งจะตาย
เอามาอ่านหัวข้อที่น่าสนใจดังๆ แล้วพ่อก็จะหยิบไปดูที
ส่วนหนังสือที่พ่อสั่งมานั่นล้วนแล้วแต่เป็นความมุ่งหมายจะเลี้ยงลูกให้เป็นจีเนียสทั้งนั้นเลย
หนังสือแม่จะคล้าย แต่ไม่ใช่ เราไม่มุ่งเลี้ยงลูกจีเนียสแต่มุ่งพัฒนาหนูให้พร้อม
ให้สามารถทำได้อย่างดีที่สุดในชีวิต
เช่น เป็นลูกที่ดี เป็นคนดี และเป็นคนดีของโลกต่อไป

จริงๆวันนี้แม่ไม่มีเรื่องเล่า แต่ทำไมแม่โม้ยาวอย่างนี้นะ
หมดเวลาแล้วหละ ...
เติบโตอย่างแข็งแรงต่อไปนะลูก

2006/12/4