Thursday, July 31, 2008

ทำน้ำหนักกันลูก - ส่วนสูงว่ากันอีกเรื่อง


ดมดอมดอกไม้ ก่อนจะทึ้งกิน เหมือนม่งไม่มีผิด


ชั่งน้ำหนักรีอันแล้วตกใจ ปกติลูกอยู่ที่11.5Kg.มาหลายเดือนแล้ว
ทำไมมันเหลือ แค่สิบกว่าๆหละนี่?
ไอ่เราก็โทษเครื่องชั่ง เพราะชั่งที่คลีนิคบ้าง รพ.บ้าง
กลับมาชั่งที่บ้าน ก็ยังว่าสงสัยมันเพี้ยน
จนไปแอบชั่งนน.ตัวเอง ที่บ้านคนอื่นแล้วเดินกลับมาชั่งของที่บ้าน

อ๊าว เท่ากันนี่เฟร้ย ..
แสดงว่า ลูกน้ำหนักลดลงจริงๆ
ช่วงที่ผ่านมา ที่เกิดผื่นแพ้ขึ้น คนจ่ายยาจะสั่งว่า ห้ามให้ไข่ เนื้อสัตว์ เนื้อปลาก็ไม่ได้
จริงๆแอบให้ แต่ไม่กล้า ในที่สุดพอรีอันขึ้นผื่นรอบสอง เลยหยุดให้ชั่วคราวเลย

ไม่มีเนื้อกับไข่ แม้กระทั่งปลา แล้วเอ็งจะกินอะไร๊
ทำผักให้ไปตามเรื่องตามราว .. อ้อ เขาห้ามถั่วด้วยนะ
พูดง่ายๆคือแหล่งโปรตีนทั้งสิ้น
ช่วงนี้ รีอันปฎิเสธนมสดอีก ดูดมันแต่นมแม่อย่างเดียวล้วนๆ

อดโปรตีนได้สัปดาห์นึงได้มั้ง รวมกับที่ป่วยโน่นนี่ติดต่อกันอีกสองสัปดาห์
โทรมเลยลูกหมู ... บีบเนื้อที่แขนก็ยังตกใจ ว่าทำไมเนื้อเด็กเหลวๆอย่างนี้
มันเกี่ยวกันไหมไม่รู้ .. แต่แม่ก็ไม่วางใจแล้ว ลุกมาต้มเปื่อยเนื้อสัตว์ ผสมโน่นนี่เป็นการใหญ่
โดยเฉพาะนมสด ..
ป่านนี้แล้ว ลูกก็ยังไม่รักนมสดเท่าเต้าแม่ ... ตื๊อกันต่อปายย

เช้านี้ แอบมองดู เห็นราศีเริ่มสดชื่นขึ้น บีบแขนก็แน่นใช้ได้ ลองเอาชั่ง
อ๊าววว ขึ้นเป็นสิบเอ็ดกิโลแร้วว - (แต่ว่านะ ชั่งกันตอนกินเสร็จเลย จะไม่ให้ขึ้นได้ไง..อิอิ)

ลุยกันต่อไป ..
ความสูงก็เหมือนจะต่ำกว่ามาตรฐาน - อันนี้ปลอบใจตัวเองหลายครั้งแล้ว
เดี๋ยวโตขึ้นก็กินเป็นเองแหละ -- บ้าง
ไม่เป็นไร ความสูงไม่เกี่ยว ความมันส์ในชีวิตสิสำคัญ -- บ้าง
เดี๋ยวก็คงยอมกินมากขึ้นเองน่ะ --บ้าง

โดยเฉพาะข้อสอง ว่าด้วยความมันส์ในชีวิต
รีอันพูดจ๋อยแจ๋วทั้งวันที่อารมณ์ดี
ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครฟังออก พ่อก็ยังจ๋อยๆลอยหน้าลอยตาเล่าเรื่องของตัว ต่อไปยาวนาน
คิดว่า ถ้าฟังออกเมื่อไหร่ คงสนุกดี
ลูกจะเอาภาษาแม่ภาษาพ่อมาปนกันยังไงนะ อยากรู้ 555
(ดูเหมือนภาษาพ่อมาแรงกว่า - กลัวต้องเศร้าเพราะลูกไม่พูดด้วยจัง)

แ่ต่ละวัน เมื่อลืมตา ลูกมีอะไรใหม่ๆให้เราเห็นได้ทุกวัน
วันนี้ ตื่นมานอนเลื้อยได้สักพัก รีอันกุมเป้าแล้วพูดว่า
ออมม่า --ชี้ (ฉี่) มีภาษาต่างด้าวต่ออีกนิดหน่อย
แต่แม่รีบกระวีกระวาดพาลูกเข้าห้องน้ำแล้ว
ผลคือ ที่พูดนั่น แปลว่า หนูฉี่แล้วต่างหาก

รีอันชินกับการเบ่งฉี่เองแล้ว แต่อยู่ที่อารมณ์ด้วย ว่าพ่อคุณจะอยากเบ่งหรือไม่เท่านั้น
ตอนนี้หน้าร้อน จึงมีรีอันเปลือยท่อนล่างวิ่งในบ้านทั้งวัน
มีออมม่า เดินตามเช็ดกองฉี่
ถ้าพาเข้าห้องน้ำ บอกให้ฉี่ก็เบ่งฉี่ให้ (ให้พ่อดีใจนึกว่าลูกรู้จักเข้าห้องน้ำ-แต่ยังหรอกฮ่ะ พ่อเอาไปโม้เขาไปทั่ว)

ส่วนอึ ..ตอนนี้ยังไงก็ไม่ยอมนั่งกระโถน ถนัดเกาะเสายืนเบ่ง .. เฮ้อ
แปลว่า ไม่ว่าจะหัดเด็กเรื่องพวกนี้ตอนไหน ไม่สำคัญว่าเร็วหรือช้า ก็ยังต้องคำนึงอีกเหตุผลหนึ่ง
คือ อยู่ที่อารมณ์เขาอีก
(แอบนึกว่า รึว่า กระโถนเรามันของถูก เลยนั่งไม่สบายหรือเปล่านะ)

เด็กผู้ชายที่นี่ จะมีธรรมเนียมการฉี่ใส่ขวดกันด้วย
มีคนบอกให้ฝึกเอาไว้ เวลาไปไหนมาไหน ตอนเลิกผ้าอ้อมแล้ว จะช่วยได้
(เวลาเดินทาง-อยู่ในรถหรืออยู่ในที่หาห้องน้ำไม่ได้)
แล้วทำไมเด็กผู้หญิงไม่เห็นมีอะไรพิเศษ อย่างนี้นะ
เด็กเล็กเหมือนกัน -เด็กผู้หญิงทำไงวะ? ไม่เคยนึกเหมือนกัน

มันตลกดี ฉี่เสร็จต้องเก็บในที่ปลอดภัย มิฉะนั้น เข้าใจผิดว่าเครื่องดื่มได้ (ส่วนใหญ่เขาก็ใช้ขวดเครื่องดื่มกันน่ะแหละ)
กรั่กๆๆๆ


รีอันช่วงนี้ ชอบเต้นแบบขยับเท้าถอยหลัง วนเป็นวงกลม(ด้วยการถอยหลัง)
วันก่อน มีย่อตัวแล้วเหวี่ยงแขนอีก เห็นแล้วขำ เอาไว้จะต้องเก็บคลิปให้ได้ ปกติเห็นชอบเต้นโชว์เต็มสูตรที่ บ้านย่า เลยเก็บคลิปไม่ได้


อากาศที่เกาหลีตอนนี้ร้อนมาก เราว่าร้อนกว่าเมืองไทยอีก
ที่นี่ร้อนแบบเผามัน ร้อนเมืองไทยยังคล้ายกับนึ่งไง มีน้ำด้วยมีลมด้วย
ที่นี่ร้อนแล้วอยากจะดิ้นเหมือนกุ้งเผาบนก้อนหิน

**บันทึกไปหรือยังจำไม่ได้ เรื่องฟัน
แต่ยังหลอนแม่อยู่ ขอบอกอีกทีว่า รีอันฟันขึ้นตะลุยรอบเดียวหกซี่คร๊าบ
ฟันกรามสอง ยังไม่ขึ้นเต็มดี ฟันหน้าบนสองสลับกันงอกกับฟันหน้าล่างสอง
หายป่วยรอบนี้ มีฟันโผล่เกือบเต็มปากเลย แปรงฟันยังต้องแล้วแต่อารมณ์พ่อต่อไปว่ายอมแค่ไหน

Monday, July 21, 2008

เขาว่า การเติบโตต้องปริเปลือกตัวเอง จึงจำเป็นต้องเจ็บกันบ้าง


ยังไม่รู้ตัวว่าพรุ่งนี้กำลังจะได้อดนอนกัน


แม่เหนื่อยจนไม่รู้ตัวว่าเหนื่อยอิ๊บเอ๋งเลยลูก
รบกับเด็กป่วยนี่มันร้ายกาจสุดๆ แต่ถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกของเรา
เราจะลืมไปว่า "เหนื่อยว้อย เลิกร้องเสียทีได้ไหม"

กว่าจะรู้ตัวอีกที หัวมันมึน และน้ำหนักคงลดไปอีกครึ่งกิโล

วันก่อนเข้ามาอัพเดทไดอย่างมีแรงนิดๆ
ว่าในที่สุดก็ปราบตุ่มพวกนั้นได้ ด้วยยาฉีดเข็มเดียว

วันนี้เริ่มเล่าใหม่ดีกว่า ..
รีอันตัวร้อนมาราธอน แบบหาสาเหตุไม่เจอว่าเพราะอะไร
หมอบอกเพียงแค่ว่า ในเลือดมีตัวแอนตี้สูง หมายถึงว่าเขากำลังรบกับอะไรอยู่
แต่หาเหตุให้ไม่ได้ แล้วเปลี่ยนขนานยาลดไข้แทนให้ (ขนานเก่า กรอกกันมากว่าสัปดาห์แล้วไง)
จัดยา(เดา)ให้ใหม่
แต่กินแล้วอาการดูดีขึ้นเรื่อยๆหนิ .. ใช้ได้

ไม่รู้ว่าทำไม ยาเหลือชุดสุดท้าย เลยวางใจว่าพอแล้วดีกว่า
ทีไหนได้ เช้านั้นเลยที่ลูกตัวร้อนแล้วเย็นลงเอง หลังจากแม่นั่งอึดถ่างตาเช็ดตัวให้
แล้วตุ่มก็เริ่มขึ้น แต่แม่เดาว่าเป็นไข้ดอกกุหลาบอีกประเภท
พาไปหาหมอแล้ว แต่หมอประจำพักช่วงนั้น เขาเปลี่ยนหมออื่นให้ ท่านก็ไ่ม่เอาเอง
ตกเย็น ว่างจัด พาลูกอาบน้ำก่อนออกไปดินเนอร์ข้างนอก (นัดกับครอบครัวเพื่อนๆ)

แค่อาบเสร็จเท่านั้น ลูกก็เริ่มเอามือเกาพุงแล้ว
ตายหละ เพิ่งสำเหนียกว่า ตุ่มพวกนั้นหน้าตาเหมือนลมพิษ ลูกแพ้อะไรสักอย่าง
แล้วไอ่ลมพิษนี่นะ คลับคล้ายว่าจะห้ามอาบน้ำนี่หว่า
สายไปเสียแล้ว .. คืนนั้นรีอันนอนดิ้นกระแด่วเป็นไส้เดือน เพราะคันจนถึงตีสี่
แม่หอบลูุกวิ่งไปหาชาวบ้านขอ คาลาไมน์มาทาให้ตอนตีหนึ่ง

ตีสีเพลียหลับไป ตีห้ากว่าลุกมาบรรเลงเพลงคันกันใหม่
ไม่คันเปล่า ร้องไห้บ้านแตกเพราะยิ่งเกาก็ยิ่งพอง ผิวหนังยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ
พอแม่โปะคาลาไมน์ให้ มันเย็นจัดคงตีกัน รีอันไข้ขึ้นปรู๊ดกันตรงนั้นเลย
กรอกยาลดไข้แล้วหลับกันต่อ (ตอนนี้เพิ่งคิดได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่อันตรายมาก ทุกอย่างทำกันตอนที่แม่มึนไม่รู้ว่าจะทำไงดี ณ เวลานั้นไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครดีด้วย )

พาลูกไปรพแผนกฉุกเฉิน ตอนหกโมงเช้า
หมอฉีดยาให้เข็มนึง บอกว่า อาการค่อนข้างหนักนะ สัปดาห์หนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหายหรือเปล่า
ออกจากรพได้ ลูกก็หลับสนิทตั้งแต่ในคาร์ซีทเลย

แต่พอกินยาได้สองครั้ง ทุกอย่างก็ยุบหมด เหลือเพียงรอยด่างให้ช้ำใจทิ้งไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น ไข้ขึ้นอีกแล้ว อยากจะกรี๊ด เพราะวันนี้มันเป็นวันอาทิตย์เว้ยลูก
จะไปหาหมอประจำก็ไม่ได้เสียที ต้องไปหาคลีนิควันอาทิตย์อีกแล้ว ลองยาใหม่อีกแล้ว
ดั่งที่คิด หมอใหม่สั่งยาใหม่ให้ ห้ามยาอื่นอีกต่างหาก
แต่หลังจากยาฉีดหนึ่งเข็ม ยากินหนึ่งครั้ง รีอันท่าทางเหมือนเมายา
เกาะแม่เหมือนลุกชะนี งอแงได้ทุกทีที่แม่กระดิกตัวออกห่าง
ไม่กินอะไรนอกจากดูดนมอย่างเดียว
ดูดนมแล้วนอน นอนแล้วนอนอีก
แม่เลยต้องอดข้าวเย็น เพราะรีอันไม่เอาพ่อ (พ่องอนอย่างมากงานนี้)
ร้ายกว่านั้น พ่องอนเรื่อยเปื่อย แม่ต้องหาข้าวให้ลูกและพ่อ ทำโน่นทำนี่ไปด้วย
เซ็งพ่อมากกว่า แต่ลูกร้องก็เครียดกันพอแล้ว เลยไม่อยากหาเรื่อง นอกจากพยายามเปลี่ยนอารมณ์ลูก
ทำัยังไงก็ไม่ขึ้นเอาเสียเลยแหละ

เลยหลับไปด้วยกันเลย ไม่มีข้าวเย็น ไม่ได้แม้กระทั่งล้างหน้าล้างตา

รันทด ㅠ^ㅠ

เช้าวันนี้ ลูกตื่นมาตาใสปิ๊ง แสดงว่าเมื่อวานไม่ได้แกล้งลองใจแม่
แต่ยังดูเหมือนจะตัวร้อนได้อีก เมื่อไหร่ก็ได้

เหนื่อยจะตาย ก็ยังรักษาความคิดว่า หายแล้วหละ หายแล้ว รอบนี้ก็หายแล้วหละ

รู้อีกอย่างไหม ฟันกรามรีอันงอกสองซี่แล้ว ตามติดด้วยแถวหน้าล่างงอกเพิ่มมาอีกละ
ปกติมาเป็นคู่ ตอนนี้มียอดโผล่มาข้างนึงอีกข้างคงไม่นานนี้แหละ

ฟันงอกทีไร แม่สะบักสะบอมทุกทีเลยลูก
แต่ยิ่งรบหนักเท่าไหร่ ก็ยิ่งกอดจูบลูกด้วยความรักที่่มากขึ้นทุกที
ทำไมเป็นงั้นได้นะ ?

*รีอันครบสิบหกเดือนแล้ว ในช่วงนี้พอดี


ผมไม่สบาย แต่พ่อกับแม่ช่างไม่รู้เลย


เห็นไหมว่า อารมณ์ไม่ดี


รีอันกำลังบ่นว่า เซ็ง
มั้ง .. สงสัย

Saturday, July 19, 2008

เพลียกันทั้งแม่และลูก
ไม่รู้ว่า รีอัน โดนไวรัสไปกี่ตัวกันแน่
ตัวร้อนสู้ไวรัสไปสู้มา ในที่สุดลูกก็เหงื่อแตกตัวเย็นลง โดยปราศจากยาลดไข้
แม่มันเย้ ในใจ ชนะแล้วลูก ..
ทันทีทันใด เห็นเม็ดวงๆ กลมบ้างรีบ้าง โผล่ขึ้นที่พุงกระจายสามสี่จุด

เอาละหวา หรือว่าจะเป็นส่าไข้จริงอย่างที่เคยรู้มา
เลยเข้าไปเสริชหาข้อมูลส่าไข้ มีรูปให้ดูเยอะแยะเลย แต่ไม่เหมือนของรีอันสักอัน

เอาน่า .. อาจจะเป็นดอกกุหลาบประเภทอื่นก็ได้ (ส่าไข้หรือ ไข้ดอกกุหลาบ ชื่อคล้ายกับชื่อโรคทางการแพทย์)

เลยใจเย็น จนเย็น ลูกก็ร่าเริงดี ตุ่มก็ไม่ลามมากมายอะไร

แต่แปลกใจ และสงสัยว่าไม่น่าใช่ส่าไข้

**มาเขียนต่อดีกว่า เพิ่งกลับจากห้องฉุกเฉิน นอนเอาแฮงก่อน**

Thursday, July 17, 2008

สิบวันแล้วนะคะ


ยาที่รับมาจากรพ. ณ วันออกได้หมดลงแล้ว
สรุปคือ กินยากันเหมือนติดยันต์เลย กลัวลูกตัวร้อนเวลาเราไม่อยู่
เลยต้องกินกันตามเวลาที่ำกำหนด
แม่ใส่ใจยิ่งกว่า กินวันละสามเวลาหลังอาหารซะอีกด้วย
เพราะเขาโนตเพิ่มมาว่า ยาแก้ตัวร้อน กินทุก5ชม. ส่วนอีกขวดคือยาปฏิชีวนะ กินทุกแปดชั่วโมง (ประมาณว่ายาแก้อักเสบ ทำนองนั้น)
แม่หล่อนเหลือบดูนาฬิกากันทุกทีที่หยอดยา ..

ให้ผลเหมือนกันคร๊าบ คือ
ลูกยังตัวร้อนตามเวลาปกติเหมือนเดิม ณ ตีสองของทุกวัน
แม่มันกลั้นใจก้มหน้าก้มตา เช็ดตัวให้ลูกไปพร้ิอมกับ รับมืออาการโยเย
อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยเรา ก้มหน้าก้มตาทำไป ในฐานะแม่ของลูก

ตอนกลางวันมันไม่มีแรงจะสู้กับความง่วงเวลาขับรถ นี่สิอันตราย
วิ่งๆอยู่แล้วสติมันอยากจะวี๊ดลงมาน่ะ


จนยาหมดแล้ว แม่ให้ยาสั่งกับรีอันว่า วันนี้หายแล้วนะลูก
แต่ไม่ได้ผล พอหมดฤทธิ์ยาชุดสุดท้าย ลูกก็เริ่มทำท่าตัวร้อน
เลยตัดสินใจไปหาหมออีกรอบ
คราวนี้ขอตามใจ ตามความรู้สึกตัวเอง ไม่ย้อนไปหาหมอเบอร์ที่สั่งแอดมิทครั้งที่แล้ว
พยาบาลหน้าห้อง มาคุยด้วย ทำนองว่า .. เราน่าจะให้หมอตามผลตัวเองนะ
หน้าตาแม่ขณะนั้น คงทำให้คนเขาไม่สามารถขัดใจได้

ยอมอดทนอยู่ให้จนครบช่วงที่สั่งแอดมิท นั่นก็เต็มที่ให้แล้ว
พอแล้วหละ ครั้งที่แล้ว เป็นความผิดพลาด(ที่ไม่ใช่ของแม่)

หมอสอบถามอาการรีอัน แล้วงงเหมือนเดิม
สั่งตรวจเลือด แล้วให้พรุ่งนี้มาดูผลอีกครั้ง
แต่จ่ายยาให้ก่อน

ยาสั่งไว้ว่า ให้กิน ณ เวลาตัวร้อน
แม่เลยรอจนลูกตัวร้อน แล้วค่อยป้อน นั่นคือ ตอนสี่ทุ่ม ตอนที่ลูกตื่นมางอแงเพราะตัวร้อนแล้ว
แล้วเราสองคนนอนหลับกันยาวจนเช้าเลย

นอนกันสบายดี มาเจอกันอีกที ตัวร้อนอีกแล้ว ตอนหกโมงเ้ช้า

เออสิ แสดงว่าต้องกินยาฉุดไว้หรือไงนี่ หมดฤทธิ์ยาก็ตัวร้อนอีก



ไปหาหมอดูผล วันนี้
รู้สึกว่าตัวเองเท่ห์มาก นั่งคุยกับหมอด้วยภาษาวิทยาศาสตร์(ที่เคยเรียนมา จำได้บางๆ)
หมอตัดสินใจเกือบไม่ถูก ถ้าไม่ใช่เพิ่งนอนรพ.ไปเมื่อสัปดาห์ืที่แล้ว หมออาจจะสั่งแอดมิทอีกรอบ
แม่กอดลูกแล้วอ้อนวอนหมอด้วย สีหน้าว่า อย่าส่งเราไปนอนฝันร้ายอีกเลยนะ
เลยได้ยามากินกันก่อน สักสองสามวัน

อย่างที่มีคนเคยพูดนั่นแหละ หมอเขาก็คลำแล้ว เดากันไปก่อน ว่าน่าจะอย่างโ้น้น น่าจะอย่างนี้
เราอยู่ในฐานะต้องเชื่อเขา ใครจะกล้าเถียงหมอ
แต่ครั้งนี้ แม่ยินดีติดตามการเดาของหมอ ถึงเดาก็เดากันอย่างใช้หลักการบ้างแหละ
ดีกว่า ไปนอนรพ.กันอย่างไร้เหตุผลอีก

แล้วทั้งวัน ลูกไม่ตัวร้อนเลย จนเย็น
นับว่าดีขึ้นหนึ่งสเต็ป
อยากรู้เหมือนกันว่า นี่มันอะไรกันแน่
จะตัวร้อนมาราธอนกันไปถึงไหน นี่เข้ากลางสัปดาห์ที่สองแล้ว

ปล.ผลการตรวจเลือด มีการต่อต้านเชื้ออะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร
หมอพูดตรงไปตรงมาดีนะฮ๊ะ ก็มันยังไม่รู้จริงๆอ่ะ
คนไข้ไม่ีมีอาการข้างเคียง หมอก็ทำหน้างง ให้แม่เห็นชัดๆ

เดี๋ยวนี้มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะ จะมีชื่อโรคแปลกๆ อาการแปลกๆโผล่มาเรื่อยๆแหละ
หวังว่าจะไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วกัน

Sunday, July 13, 2008

สี่ืคืน

เราพากันไปนอนตากแอร์เล่นที่รพ.กันมาสี่คืน ..
โชคดีหลาย ที่เป็นสี่คืนร้อนนรกของเกาหลีพอดี

วันเกิดเหตุ
ย่าเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเรื่องนี้ ..
แม่ลืมมือถือไว้ที่บ้าน จึงอยู่ในฐานะ ต้องยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น
(แหง๋หละ หากลูกแอดมิทเข้ารพ.ไม่ใช่แม่รับกรรม แล้วจะใคร?)

พ่อเป็นคนพาไป แถมยังใจร้อนเปลี่ยนหมอประจำเบอร์สามมาเป็นเบอร์หนึ่งให้ด้วย
เนื่องจากหมอเบอร์สาม คนไข้เยอะจัด รอไม่ไหว

ตอนแรกไม่พอใจเลย ..
เรามันคนประเภทตัดสินใจว่าอะไรดี ชอบอะไรแล้ว จะเงยหน้าพิจารณาอย่างอื่นยากเอาควร

แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว คิดกลับหัวกลับหาง ดีเหมือนกัน เผื่อจะได้ลองเปรียบเทียบดู

เข้าไปนอนรอบนี้ เหตุเพราะ ลูกแม่เล่นอยู่กับย่าดีๆ แล้วไข้สูงขึ้นเลยสี่สิบองศา(c)
ใครๆก็บอกว่า เด็กเป็นไข้น่ากลัว
ทั้งที่แม่ไ่ม่คิดงั้น แต่เอาเหอะั หยวนๆไหนก็ไหนๆแล้ว

ยอมรับสถานภาพของตัวเอง โทรเลื่อนงาน เก็บของลวกๆ เดินสิ้นเรี่ยวแรงไปหาลูกที่โดนจับฉีดยาโน่นนี่ รอยู่ที่รพ.แล้ว

รีอัน น่าจะเป็นอาการที่น้อยที่สุดในบรรดาเด็กที่แอดมิทเข้าในช่วงนี้
นอกจากมีอาการตัวร้อน รูทืนช่วงตีสองครั้ง ตีห้าครั้ง และบ่ายสี่โมงอีกครั้ง ก็ไม่มีอาการอย่างอื่นอีก
หมอบอกว่า หากเด็กตัวร้อน คือกระบวนการต่อเนื่องไปสู่อาการอื่น
จึงต้องจับตัวร้อนให้อยู่ ไม่งั้นอาการอื่นจะตามมา

เด็กรอบๆตัวเรา ยุคที่เราไปมา เป็นโรคท้องเสีย ตัวร้อน มีน้ำมูก ไอ หลายคนดูเพลียๆ
ส่วนลูกตัวขาวๆของแม่ มีอย่างเดียวที่หนักคือ คิดถึงบ้าน โวยวายชี้ออกนอกประตูตลอดเวลา
ไม่ยอมกลับเข้าห้องตัวเอง
(วันหลังเลยไม่พาออกมาส่งแขก นอกห้องแล้ว ฮีไม่ยอมกลับเข้าจะตามกลับบ้านด้วยท่าเดียว)
สงสารจนแอบพาขึ้นรถวิ่งกลับบ้านรอบนึง
หลังคารถมันเตี้ย ทำให้น้ำเกลือไม่เดิน เลือดไหลออกมาแทน
แม่มันช่างระห่ำมาก เป็นเรื่องที่ให้ใครรู้ไม่ได้ ว่าทำกับลูกอย่างนี้

พอเข้าบ้าน รีอันดีใจ ขอแม่ให้เปิดเพลงให้ฟัง ขอให้แม่ทำโน่นทำนี่ทุกอย่าง ที่เคยทำ
เพิ่งคิดเนี่ยแหละว่า ทำไมรพ.ไม่เปิดเพลงคลาสสิคให้เด็กฟังนะ
แทนที่จะมีทีวีในห้อง เพราะเสียงทีวีรบกวนการนอนมาก
จริงๆแล้วทีวีนี่สำหรับพ่อแม่ ไม่ใช่สำหรับเด็กเลย

กลับมาบ้าน ได้ถ่ายวีดีโอแรกที่พ่อนั่งปอกแอปเปิ้ลให้กิน เป็นครั้งแรกที่รีอันไม่สนใจมาเล่นกล้อง
ถ่ายเสร็จกดดูย้อนคลิปก่อนหน้านี้ เลยได้เห็นความแตกต่างของสีหน้าลูกที่เราไม่ได้สังเกตุ
แน่นอนว่า คลิปก่อนหน้านี้คือ ก่อนเข้ารพ. สีหน้ารีอันมันไม่สบายแล้วนะนั่น แต่เราไม่รู้กันเลย
เปรียบเทียบกับวันนี้แล้ว มันผิดกันมาก

และเมื่อออกจากรพ. ข่าวจากทีวีบอกว่า ไต้ฝุ่นกำลังเตรียมตัวจะเข้า
ฮ่า ฮ่า ได้นอนฟังเสียงฝนกันต่อ ดีจัง

Wednesday, July 02, 2008

ว่าไปแล้ว ก็ทำไม่ได้อีก

ตื่นเช้ามา พร้อมกับความคิดแรกว่า "สงสัยต้องหย่านมแม่ให้รีอันแ้ล้วหละ"
เรามักเชื่อว่า ความคิดแรกของวันเป็นสิ่งมหัศจรรย์เสมอ มันมาแบบเสียงในหัวทำนองนั้น
เหตุผล เพราะเจ็บหัวนมแล้วจัง

แต่พอไปเข้าห้องน้ำ เจอหน้าสือที่ป๋าบิลล์วางค้างไว้ แล้วยังพับหน้าไว้ด้วย
เขียนบอกว่า กรุณาอย่าหักหาญน้ำใจเด็กด้วยการหย่านมแม่หรือเลิกขวดนมเลย
ให้คิดถึงจิตใจเด็ก.. บลาๆ
สรุปก็คือ สิ่งที่สำคัญว่า สารอาหารในน้ำนม คือ การได้นอนในอ้อมกอดแม่ เป็นการสัมผัสรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

เปลี่ยนใจเลยเรา ..

แล้วลองเริ่มเอานมสดใส่ขวดให้ ไม่รู้ว่ารีอันหิวหรือไร เราใส่ลงไปแค่นิดเดียว
เพราะปกติแล้วแค่นิดเดียวแค่นี้ ก็ไม่เคยหมด (ประมาณ40มล.ได้มั้ง)
แต่วันนี้ ดูดแป๊บเดียวหมดแล้ว

ข้าวกลางวันก็แทบไม่ได้กิน เอาแต่งอแง
จับหงายไปหงายมา เห็นฟันกรามอีกข้างกำลังโผล่ปลายแหลมมา
เข้าข้างให้ โดยเข้าใจว่าคงไม่สบายตัว
แต่มื้อเช้ากินกันจนพุงกางแข็งปั้กนี่ไม่เข้าใจหวะ ลูก

รอบเย็น ลองให้ดูดนมจากขวดอีกครั้ง
เหมือนเดิม ดูดไปดุนไป เล่นไป หมดอีก เติมให้อีกนิดนึง คราวนี้แม่ต้องช่วยกิน เพราะรู้สึกว่าลูกอิ่มจัดมาก

เห็นแว๊บๆตอนอาบน้ำให้ ว่าฟันข้างๆสี่ซี่ล่างเหมือนกำลังจะมีการดุนออกมา หรือเปล่าไม่รู้
พรุ่งนี้ จะง้างดูใหม่ชัดๆ


เมื่อวาน ยืนโบกมือให้ผู้คนที่ระเบียงเล่นกับย่า
ย่าพูดว่า อันยองฮาเซโย รีอันเอคโค่ว่า เจโย
แม่ได้ยินกับหู หัวเราะขำกลิ้งเลย
น้ำเสียงเขาตะเบ็งอย่างมีพลังมาก

รักลูกจริงๆ

กรี๊ด

เมื่อวาน เรานั่งเล่นตอกไม้กันอยู่ แม่นึกครึ้มใจ พูดประโยคในหนังสือ
"I love you through and through " ขึ้นมาลอยๆ
รีอันมองหน้าแม่ แล้วเดินยิ้มสังข์กระจายไปหยิบหนังสือมาให้เลย
แต่หยิบผิดมา หยิบเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีมา หน้าตามันเหมือนกัน ลูกคงยังแยกแยะไม่ออกหรอก ว่าภาษามันต่างกัน

อ่านให้จบแบบเร็วๆ แล้วสั่งให้ไปหยิบเล่มใหม่มา
อ่านจบแล้ว ร้องเพลงบราว์แบร์

คราวนี้หนังสือ เค้งเก้งอยู่ีที่พื้น
แม่กำลังรอดูว่า ลูกจะหยิบถูกหรือเปล่า

นั่นแน่ โก้งโค้งตูดโด่งหยิบมาให้ถูกเล่มด้วย

อีกรอบ ร้องเพลง Ten in the Den ซิ ..
ขณะร้องนั่นรีอันพุ่งไปถึงชั้นหนังสือด้านขวาแล้ว
หนังสืออยู่ฝั่งซ้ายของชั้น อยู่สูงซะด้วย

ลูกชะงัก แล้วเดินอ้อมเก้าอี้มาฝั่งซ้าย เอื้อมมือสอยเล่มที่แม่ร้องลงมา

โอ๊ย อยากจะกรี๊ด เพราะไม่อยากเชื่อ

เรื่องนี้เกิดโดยบังเอิญ ไม่มีความตั้งใจในการทดสอบลูกแต่อย่างใด


เหลือแต่ภาษาเกาหลีอ่ะ รีอัน ..
ต้องหาหนังสือ ดีๆสักที รับแต่บริจาคเขามาอยู่นั่นแหละ ..