ลูกจ๊ะ ..
หนูเครียดไหม ?
เพราะแม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เครียดมาได้หลายวันแล้วลูก ..
หากต้องตระหนักในความจริงที่ว่า แม่รู้สึกอย่างไร ลูกจะซึมซับความรู้สึกเหล่านั้นหมดหละก็ ..
หนูน่าสงสารจังเลย ที่มีแม่ช่างเึครียดคนนี้ ..
เรื่องที่แม่เครียด เกิดจากการที่เรากำลังจะต้องย้ายบ้านไง
ถ้ามีเงินเยอะ ก็จะเพียงพอ ก็จะไม่เครียดอย่างนี้หรอก
แม้ว่าจะเชื่ออิทธิฤทธิ์หนู ว่าเดี๋ยวจะมีหนทาง แต่ภาวะบางวันก็ชวนให้เครียดนี่นะ
บางวันแม่ก็ สามารถร่าเริงสดใสได้
แม่ยังคงทำงาน และจะทำงานจนถึงสิ้นเดือนกุมภานี้จ้ะ
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เราก็ต้องเตรียมตัวย้าย
แม่คิดมาหลายวันแล้วเรื่องเตรียมแพ็คข้าวของ
แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำเสียที เดี๋ยวรอวันที่เหนื่อยน้อยกว่านี้หน่อยนะ
บางวันแม่ก็รู้สึกสงสารตัวเอง ยังไงไม่รู้ เมื่อไม่มีเงิน ไม่สามารถซื้อสิ่งที่อยากซื้อได้
แม่ต้องใช้วิธีพิเศษ หาเหตุผลพิเศษ เกี่ยวบ้างไม่เกี่ยวบ้าง เพื่อให้ตัดใจไม่ซื้อ
แม้ว่าของนั้นมันจะไ่ม่แพงนักก็ตาม ..
แต่นะ ใช่ไหมลูก คิดในด้านดี ภาวะแบบนี้ มันทำให้เราสามารถมีแรงผลักดันพิเศษ
อย่างน้อย ก็ผลักพ่อไงลูก อิอิ ...
แม่เขียนไป ก็เกิดความคิดไปว่า อย่างน้อย งานนี้เราจะได้พ่อขยันและอดทนมากขึ้น มาคนนึงแหละจ้ะ
ส่วนหน ูก็จะได้แม่ที่มีความเชื่อในภาวะไม่ีมีขอบเขตจำกัดของตัวเอง มาคนนึง
เดือนที่แล้วแม่บอกหนูแล้วใช่ไหมจ๊ะ ว่า แม่กำลังลำบากใจว่าทำงานต่อไม่ทำดี
ในที่สุด เมื่อแ่ม่ทำงานต่อ แม่กลับไม่รู้สึกหนักหนาอย่างที่คิด
ตรงกันข้าม รู้สึกดีเสียด้วยที่ได้แบกพุงโย้ๆเดินไปโน่นมานี่ อย่างกับสาวๆ
คิดๆแล้วก็อยากเห็นหนูเร็วๆจัง แม่อยากรู้ว่า เมื่อแม่เห็นหนูนี่ แม่จะมีแรงมากกว่านี้อีกกี่เท่าหนอ ...
ปล. หนูดิ้นเก่งจ้ะ ใครๆบอกกันว่า หนูแข็งแรง แม่จะรับมือหนูไหวไหมหนอ ถึงจะพลังมหาศาลปานใด ขอให้เป็นลูกที่เชื่อฟังแม่เถอะนะ
รักจ้ะ
2007/1/31
*เมื่อวาน พ่อไปทำสัญญาโอนบ้านมา โดยที่ยังไม่ไำด้โอนเงินเข้าให้เจ้าของบ้านเลยสักนิด
หลังจากทำสัญญา พ่อโทรมาหาเรา แสดงความยินดี ทันที
พ่อดีใจมากเลยลูก
Wednesday, January 31, 2007
Monday, January 29, 2007
บอกหนูได้ไหม
ชอนซาจ๊ะ ..
แม่ได้ยินเสมอจากคนท้องทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องอะไรต่างๆนาๆให้บอกลูก
เช่น อยากคลอดง่ายๆก็ให้บอกลูกให้ออกมาง่ายๆ หรืออะไรก็ตามสารพัด บอกลูกหมด
เราฟังเราก็คล้อยตามด้วยนะ เพราะคนพูดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น
แม่กำลังไม่ได้เตรียมตัวคลอดหนู แต่กำลังเตรียมตัว ย้่ายบ้าน เราวุ่นๆกันใช้ได้เลยลูก
แต่ช่วงเวลาของการย้ายนี่ มันจะหวุดหวิดเฉียดฉิวเวลาจังหวะคลอดหนูมาก
แม่นั่งคิดเรื่องนี้ทีไร ก็จะบอกหนูทุกที "ชอนซาอย่าเพิ่งรีบออกมาเร็วเกินไปนะลูก ให้เราย้ายบ้านเสร็จก่อน จนถึงตั้งสติให้ได้ก่อน"
เพราะมีคนทักหลายคนแล้วว่า ท้องแม่ลดต่ำราวกับจะคลอดเร็วอย่างนั้นแหละ
อยากคลอดง่ายก็ บอกหนู
อยากคลอดให้ตรงกับเวลาที่ต้องการก็ บอกหนู
บอกไปแล้ว ก็รู้สึกว่า ผู้ใหญ่นี่เห็นแก่ตัวจัง นึกอะไรก็อยากให้เป็นอย่างที่ตัวนึก
แต่ทำไงดี พ่อกับแม่กำลังประพฤติตัวแบบ เอาตัวเองวางบนความไม่แน่นอนอีกแล้ว
นี่เป็นธรรมชาติของเราสองคน หรือโชคชะตาของเรากันนี่
ตอนนี้แม่ยังคิดเผื่อไม่ออก เช่นว่า หากกำลังขนของกันอยู่ แล้วหนูจะรีบออกมาขึ้นมา
แม่จะให้พ่ออยู่ตรงไหนดี ..
"พ่อๆ พ่อทำงานต่อไปนะ แม่ไปคลอดก่อน" ว่าแล้วก็จับแท็กซี่บึ่งไป เหมือนกับว่า การไปคลอดคือการไปส้วมน่ะแหละ
หรือว่า ต้องให้พ่อหยุดทุกอย่างกลางคันแล้ว ไปกับแม่ ซึ่งอันนี้เราิคิดยาก เพราะเราต้องว่าจ้างบ.และรถมาขนย้ายของให้แล้ว
ถ้าพ่อไม่อยู่กับเขา แล้วการขนย้ายจะดำเนินเสร็จได้อย่างไร
หรือว่า ถ้าหนู เกิดอยากช่วยมาก จะเร่งให้แม่เบ่งให้ก่อนวันขนย้าย วันหรือสองวัน
อย่างนั้น แม่ก็คงนอนแจกหมูทองอยู่รพ.คนเดียว แล้วให้พ่อจัดการไป
พอกลับมา แม่ก็หาอะไรไม่เจอเลย เพราะพ่อจะจำไม่ได้เลย ว่าอะไรอยู่ตรงไหน
..
ดังนั้น ดีที่สุด หรือหลังจากขนย้ายสักเล็กน้อย ให้อย่างน้อยแม่พอจัดเอาข้าวของของหนูมาวางไว้ในที่มองเห็นก่อน
ส่วนเครื่องประทังชีวิตที่เหลือ รอไปอีกสักสามเดือน ค่อยเรียบร้อย
ทั้งหลายนั่นแหละ แม่คิดล่วงหน้าไม่ออกเลย
ช่วงนี้ เป็นช่วงที่จะมีคนมาดูบ้านเราด้วย
เมื่อกี้ แม่ล้มลงนอนได้ไม่ถึงห้านาที พ่อโทรมาบอกว่าจะมาดูบ้านกันอีกแล้ว
ต้องตัดใจลุกออกมา เก็บอะไรที่รกหูรกตาอยู่ออก
บางอย่างไม่รก ก็ต้องเก็บ เช่น แม่พบว่า การปูคาร์เพ็ทหน้าโซฟา จะทำให้บ้านดูเล็กลง
แต่ถ้าไม่มี บ้านจะดูกว้างขึ้นมาทันตา
เลยเก็บซะ .. ทำทุกอย่างเสร็จ ปิดสวิทช์เครื่องดูดฝุ่น เขาก็เคาะประตูพอดี
แม่เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ทิ้งไว้อยู่แล้ว ให้บ้านดูสว่าง และโชว์ทิวทัศน์ของบ้านริมทะเลของเรา
แต่นายหน้าที่พาคนมาก็ยังมาเปิดสวิทช์ไฟ หมดทุกดวงอีก
นี่แหละหนา การขายของ เราต้องพรีเซนต์ให้เต็มที่เลยลูก
ได้ผลนะ คนมาดูบ้านเอ่ยปากพอใจทันที คุณนายหน้ารีบพาไปชมห้องเด็กที่เราเตรียมรอหนูไว้ ตั้งแต่เมื่อเราย้ายเข้ามา
วอลล์เปเปอร์ สีสันสุดสวยที่มันไม่ได้มีโอกาสพบหน้าหนูสักที ยังสดใหม่ ไม่ได้ใช้ ไม่เปรอะเปื้อน
แม้ว่าของในห้องนั้นจะรก เพราะไำม่ได้จัดเก็บ
แต่เขาก็ต้องการโชว์เลยว่า เผื่อเตะใจลูกค้า
แล้วบ้านใหม่ที่เราจะย้ายเข้าไปนั่น คงยังไม่สามารถรีบทำห้องสีสดๆให้หนูได้ทันทีหรอกลูก
เพราะเราเงินหมด จริงๆแล้วต้องบอกว่า เราเงินไม่พอต่างหาก
เมื่อวาน แม่เห็นเด็กเพิ่งคลอดคนหนึ่ง อายุได้ 100วันพอดี
แม่เห็นแล้วละเมอ เพ้อพก ทำไมสวยงามอย่างนี้ ..
ถ้าเราเห็นหนู เราก็คงมีแรงอย่างนี้แน่ๆ
วันก่อน เราได้รูปหนูจากกล้องอุลตร้าแมนชิ้นล่าสุด
หนูหน้ากลมเด้ง จมูกบานแฉ่ง มีหนวดขาวๆเหนือริมฝีปากด้วย พ่อหนูโวยวายลั่น
ตั้งแต่วันนั้นมา แม่ก็นั่งสังเกตุชาวบ้านเขาไปทั่ว ว่าถ้าจมูกบานแฉ่งนี่แล้วจะออกมาหน้าตายังไง
ทุกอย่างมาจบลงที่หนูน้อย 100วันนั่น จะออกมายังไง แม่เชื่อว่าหนูก็ต้องสวยงามอย่างนี้แน่นอน
แค่เห็นหนู พ่อกับแม่คงมีแรงหาเงินมาผ่อนบ้านให้หมดได้
ทำไมธรรมชาติช่างมหัศจรรย์อย่างนี้หนอ
ทำไมเด็กเล็กๆจึงได้มีพลังมหาศาลอย่างนั้น
วิเศษ มหัศจรรย์ สุดยอดการบรรยาย
เมื่อก่อน การทำงานของแม่เป็นเพียงงานทำแก้เบื่อเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าแม่คงต้องทำไปเรื่อยๆแล้วหละนี่
ช่วยพ่อผ่อนบ้านให้เสร็จ เอาแบบช่วยโดยไม่ไกลลูกด้วย แม่จะทำได้เท่าไหร่หนอ
คนรอบๆตัว เขาก็เชียร์ว่า ถ้าปล่อยให้พ่อรับผิดชอบคนเดียว จะหนักมาก
แม่อยากให้ที่นีเ่ป็นเมืองไทย แล้วมีคุณยายมาอยู่ด้วยจริงๆ
เดี๋ยวนี้ แม่ตามหาตัวหนูง่ายมากเลยลูก หนูนอนขดเป็นดุ้นๆอยู่ตรงนี้ เวลาหนูยืดขาออกมาที
จับเท้าได้เลย เวลาหนูปล่อยอารมณ์ผ่อนคลายยืดตัวนานหน่อย แม่รู้สึกเหมือนท้องมันอีลุ่ยฉุยแฉกยังไงไม่รู้
อืมม์ แม่หาคำมาอธิบายไม่ได้น่ะลูก
คิดถึงหนูจ้ะ แต่เราจะเจอกันในเวลาที่เหมาะสมนะ ลูกรัก
2007/1/29
แม่ได้ยินเสมอจากคนท้องทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องอะไรต่างๆนาๆให้บอกลูก
เช่น อยากคลอดง่ายๆก็ให้บอกลูกให้ออกมาง่ายๆ หรืออะไรก็ตามสารพัด บอกลูกหมด
เราฟังเราก็คล้อยตามด้วยนะ เพราะคนพูดเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น
แม่กำลังไม่ได้เตรียมตัวคลอดหนู แต่กำลังเตรียมตัว ย้่ายบ้าน เราวุ่นๆกันใช้ได้เลยลูก
แต่ช่วงเวลาของการย้ายนี่ มันจะหวุดหวิดเฉียดฉิวเวลาจังหวะคลอดหนูมาก
แม่นั่งคิดเรื่องนี้ทีไร ก็จะบอกหนูทุกที "ชอนซาอย่าเพิ่งรีบออกมาเร็วเกินไปนะลูก ให้เราย้ายบ้านเสร็จก่อน จนถึงตั้งสติให้ได้ก่อน"
เพราะมีคนทักหลายคนแล้วว่า ท้องแม่ลดต่ำราวกับจะคลอดเร็วอย่างนั้นแหละ
อยากคลอดง่ายก็ บอกหนู
อยากคลอดให้ตรงกับเวลาที่ต้องการก็ บอกหนู
บอกไปแล้ว ก็รู้สึกว่า ผู้ใหญ่นี่เห็นแก่ตัวจัง นึกอะไรก็อยากให้เป็นอย่างที่ตัวนึก
แต่ทำไงดี พ่อกับแม่กำลังประพฤติตัวแบบ เอาตัวเองวางบนความไม่แน่นอนอีกแล้ว
นี่เป็นธรรมชาติของเราสองคน หรือโชคชะตาของเรากันนี่
ตอนนี้แม่ยังคิดเผื่อไม่ออก เช่นว่า หากกำลังขนของกันอยู่ แล้วหนูจะรีบออกมาขึ้นมา
แม่จะให้พ่ออยู่ตรงไหนดี ..
"พ่อๆ พ่อทำงานต่อไปนะ แม่ไปคลอดก่อน" ว่าแล้วก็จับแท็กซี่บึ่งไป เหมือนกับว่า การไปคลอดคือการไปส้วมน่ะแหละ
หรือว่า ต้องให้พ่อหยุดทุกอย่างกลางคันแล้ว ไปกับแม่ ซึ่งอันนี้เราิคิดยาก เพราะเราต้องว่าจ้างบ.และรถมาขนย้ายของให้แล้ว
ถ้าพ่อไม่อยู่กับเขา แล้วการขนย้ายจะดำเนินเสร็จได้อย่างไร
หรือว่า ถ้าหนู เกิดอยากช่วยมาก จะเร่งให้แม่เบ่งให้ก่อนวันขนย้าย วันหรือสองวัน
อย่างนั้น แม่ก็คงนอนแจกหมูทองอยู่รพ.คนเดียว แล้วให้พ่อจัดการไป
พอกลับมา แม่ก็หาอะไรไม่เจอเลย เพราะพ่อจะจำไม่ได้เลย ว่าอะไรอยู่ตรงไหน
..
ดังนั้น ดีที่สุด หรือหลังจากขนย้ายสักเล็กน้อย ให้อย่างน้อยแม่พอจัดเอาข้าวของของหนูมาวางไว้ในที่มองเห็นก่อน
ส่วนเครื่องประทังชีวิตที่เหลือ รอไปอีกสักสามเดือน ค่อยเรียบร้อย
ทั้งหลายนั่นแหละ แม่คิดล่วงหน้าไม่ออกเลย
ช่วงนี้ เป็นช่วงที่จะมีคนมาดูบ้านเราด้วย
เมื่อกี้ แม่ล้มลงนอนได้ไม่ถึงห้านาที พ่อโทรมาบอกว่าจะมาดูบ้านกันอีกแล้ว
ต้องตัดใจลุกออกมา เก็บอะไรที่รกหูรกตาอยู่ออก
บางอย่างไม่รก ก็ต้องเก็บ เช่น แม่พบว่า การปูคาร์เพ็ทหน้าโซฟา จะทำให้บ้านดูเล็กลง
แต่ถ้าไม่มี บ้านจะดูกว้างขึ้นมาทันตา
เลยเก็บซะ .. ทำทุกอย่างเสร็จ ปิดสวิทช์เครื่องดูดฝุ่น เขาก็เคาะประตูพอดี
แม่เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ทิ้งไว้อยู่แล้ว ให้บ้านดูสว่าง และโชว์ทิวทัศน์ของบ้านริมทะเลของเรา
แต่นายหน้าที่พาคนมาก็ยังมาเปิดสวิทช์ไฟ หมดทุกดวงอีก
นี่แหละหนา การขายของ เราต้องพรีเซนต์ให้เต็มที่เลยลูก
ได้ผลนะ คนมาดูบ้านเอ่ยปากพอใจทันที คุณนายหน้ารีบพาไปชมห้องเด็กที่เราเตรียมรอหนูไว้ ตั้งแต่เมื่อเราย้ายเข้ามา
วอลล์เปเปอร์ สีสันสุดสวยที่มันไม่ได้มีโอกาสพบหน้าหนูสักที ยังสดใหม่ ไม่ได้ใช้ ไม่เปรอะเปื้อน
แม้ว่าของในห้องนั้นจะรก เพราะไำม่ได้จัดเก็บ
แต่เขาก็ต้องการโชว์เลยว่า เผื่อเตะใจลูกค้า
แล้วบ้านใหม่ที่เราจะย้ายเข้าไปนั่น คงยังไม่สามารถรีบทำห้องสีสดๆให้หนูได้ทันทีหรอกลูก
เพราะเราเงินหมด จริงๆแล้วต้องบอกว่า เราเงินไม่พอต่างหาก
เมื่อวาน แม่เห็นเด็กเพิ่งคลอดคนหนึ่ง อายุได้ 100วันพอดี
แม่เห็นแล้วละเมอ เพ้อพก ทำไมสวยงามอย่างนี้ ..
ถ้าเราเห็นหนู เราก็คงมีแรงอย่างนี้แน่ๆ
วันก่อน เราได้รูปหนูจากกล้องอุลตร้าแมนชิ้นล่าสุด
หนูหน้ากลมเด้ง จมูกบานแฉ่ง มีหนวดขาวๆเหนือริมฝีปากด้วย พ่อหนูโวยวายลั่น
ตั้งแต่วันนั้นมา แม่ก็นั่งสังเกตุชาวบ้านเขาไปทั่ว ว่าถ้าจมูกบานแฉ่งนี่แล้วจะออกมาหน้าตายังไง
ทุกอย่างมาจบลงที่หนูน้อย 100วันนั่น จะออกมายังไง แม่เชื่อว่าหนูก็ต้องสวยงามอย่างนี้แน่นอน
แค่เห็นหนู พ่อกับแม่คงมีแรงหาเงินมาผ่อนบ้านให้หมดได้
ทำไมธรรมชาติช่างมหัศจรรย์อย่างนี้หนอ
ทำไมเด็กเล็กๆจึงได้มีพลังมหาศาลอย่างนั้น
วิเศษ มหัศจรรย์ สุดยอดการบรรยาย
เมื่อก่อน การทำงานของแม่เป็นเพียงงานทำแก้เบื่อเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าแม่คงต้องทำไปเรื่อยๆแล้วหละนี่
ช่วยพ่อผ่อนบ้านให้เสร็จ เอาแบบช่วยโดยไม่ไกลลูกด้วย แม่จะทำได้เท่าไหร่หนอ
คนรอบๆตัว เขาก็เชียร์ว่า ถ้าปล่อยให้พ่อรับผิดชอบคนเดียว จะหนักมาก
แม่อยากให้ที่นีเ่ป็นเมืองไทย แล้วมีคุณยายมาอยู่ด้วยจริงๆ
เดี๋ยวนี้ แม่ตามหาตัวหนูง่ายมากเลยลูก หนูนอนขดเป็นดุ้นๆอยู่ตรงนี้ เวลาหนูยืดขาออกมาที
จับเท้าได้เลย เวลาหนูปล่อยอารมณ์ผ่อนคลายยืดตัวนานหน่อย แม่รู้สึกเหมือนท้องมันอีลุ่ยฉุยแฉกยังไงไม่รู้
อืมม์ แม่หาคำมาอธิบายไม่ได้น่ะลูก
คิดถึงหนูจ้ะ แต่เราจะเจอกันในเวลาที่เหมาะสมนะ ลูกรัก
2007/1/29
Thursday, January 25, 2007
เรื่องก็เดินไปตามเรื่อง
ลูกจ๊ะ ..
บางทีสิ่งที่เราคิดก็มาถึงเร็วเกินคาด บางอย่างก็ต้องใช้ความอดทนในการรอคอยนานมาก
ดูเหมือนไม่มีอะไรในชีวิตเรา ที่เรากำหนดเองได้อย่างเต็มร้อยเลยนะลูก
สิ่งที่เราทำได้ คือ มีความหนักแน่นในการรอคอยสิ่งที่ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่จะมาถึง
และมีความพร้อมเพียงพอ ต่อสิ่งที่มาเร็วเกินไป .. เท่านั้นที่เราควรตั้งจิตใจเอาไว้เสมอ
แม่ไม่เคยคิดว่า หนูจะไม่ได้เกิดที่บ้านริมทะเล แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังวนหมุนไปตามเส้นทางของมัน
เหมือนจะเป็นอย่างนั้นแล้ว ..
ตอนนี้ ดูเหมือนท่าทางจะเป็นอย่างนั้น ..
ไม่ใช่การกำหนดของพ่อกับแม่เลยลูก
เมื่อคืน แม่ถามพ่อว่า ไหนตอนแรกบอกว่า ให้รอคลอดชอนซาที่นี่ก่อนแล้วค่อยย้าย
แล้วทำไมกลายเป็นว่า เราอาจจะต้องรีบร้อนย้าย ก่อนหนูจะเคาะประตูออกมาช่วยเราย้ายบ้านหละนี่
พ่ออธิบายพร้อมกับทำท่า อารมณ์ประมาณนักแสดงเลยลูก
ประโยคสุดท้ายที่แม่จำได้ คือ ก็แล้วจะให้ทำยังไง ฉันทำอะไรได้
แม่ก็ย้ำว่า แม่ไม่ได้ว่าพ่อ แค่ถามดูว่าอะไรทำให้เปลี่ยนไป .. ก็เท่านั้น
พ่อร้อนตัวอย่างนี้เสมอลูก .. เข้าใจแกหน่อยนะ
ทุกอย่างหมุนวนไปตามเรื่องราวของมัน
พ่อต้องจับหลายทางเพื่อให้การย้ายบ้าน และ มีบ้านของเราเสียที
กลายเป็นความจริง
ทุกอย่างเป็นส่วนประกอบของเรื่องๆเดียว แต่ต้องประสานกับหลายคน หลายฝ่าย
แม่กับหนูแค่ช่วยพาโชคดีให้พ่อเท่านั้น
พ่อหนูวิ่งมาตั้งนานคนเดียว ไม่เห็นเรื่องเดินหน้า
พอพาแม่กับหนูไปด้วยเท่านั้น เรื่องเดินดี จนเร็วเกือบตามไ่ม่ืทันซะด้วย
เมื่อวานมีคนมาดูบ้าน วันนี้ก็จะมาอีกสองนัด
ทำให้แม่ใจหายเหมือนกัน ที่ต้องจากบ้านริมทะเลเสียแล้ว
แม่ตั้งใจว่า จะให้คุณยายมีโอกาสมาบ้านหลังนี้อีกสักครั้ง
คุณยายเคยมาแล้ว เมื่อตอนงานแต่งแม่ ยายชอบมากทีเดียวหละ
แต่ช่วงที่คุณยายจะมาครั้งนี้ ยังไม่ใช่เป็นฤดูร้อนที่บ้านริมทะเลจะสดชื่นให้ได้
บางที ถึงแม้เราอยู่ต่อ เราเองก็อาจจะไม่มีโอกาสชื่นชมกับบรรยากาศนั้นก็ได้ เพราะต้องย้ายเสียก่อน
ถึงแม้ใจหาย แต่พ่อก็นั่งรำพึงว่า .. ชอนซาโชคดี ชอนซามีโชคจริงๆ
เพราะช่วงที่จำเป็นต้องรีบย้ายก่อนหนูเกิดนี้ บรรดาผู้มีอันจะกินทั้งหลายเขากำลังอยู่ในเทศกาล
ย้ายบ้านเข้าเรือนหรูใหม่ ล็อตเต้อินเวนส์ .. บ้านแพงหูดับ แต่ราคาของสังคมเขาเท่านั้น
ได้ยินว่า หมู่บ้านนี้ ใช้วิธีแจกใบเชิญจากลูกค้า สู่ลูกค้าด้วย ทำให้กลุ่มลูกค้าของเขาเป็นบุคคลในแวดวงเดียวกัน เกือบทั้งหมด
แต่เท่าที่แม่ทราบมานะ แม่ค้าขายของที่ตลาดก็กำลังจะย้ายเข้าไปด้วยเหมือนกัน
ฮ่า ฮ่า ฮ่า เราไม่รู้จักคนจริงๆหรอก อย่านึกว่าเขาเป็นแค่แม่ค้า เงินหนาเหมือนกันนะนั่นน่ะ
ด้วยการที่เขากำลังมีมหกรรม ย้าย กันอย่างนี้ ทำให้เรามีตัวเลือกได้มากขึ้น อย่างง่ายๆ
บ้านใหม่ๆ ขึ้นรายการมาให้พ่อพาเราไปชมติดๆกัน ในบริเวณที่เราต้องการ
จนในที่สุด เราก็เลือกบ้านที่ดีที่สุด อยู่ในทำเลและมุมที่เหมาะที่สุดได้ สมราคาที่เรากำลังจะต้องจ่ายแบบหืดขึ้นคอ แต่ดูเหมือนพ่อกับแม่จะยอมคอหืดนะ (ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง 555)
การวนดูบ้าน สามหลัง ในจุดที่ต่างกัน ทำให้พ่อกับแม่ได้เรียนรู้ไปด้วยถึงข้อดีข้อเสียของระดับต่างๆ
เราิคิดเองไม่ได้นะลูก บางครั้งสิ่งที่เราิคิดกับความเป็นจริง มันต่างกัน
ครั้งแรกที่เราได้ยินว่า ชั้นสองกับชั้นสี่ เราใส่คะแนนให้ชั้นสอง เพราะไม่สูงและไม่ต่ำ
แต่เมื่อเราไปถึงที่ ชั้นสี่กลับกลายเป็นว่า ชั้นนี้แดดส่องเข้ามากที่สุดจากกระจกที่มีเนื้อที่มากกว่า
เรายังได้รู้ความลับจากการเข้าไปเดินชม บ้านข้างๆที่เขากำลังตกแต่งภายในใหม่อีกด้วยว่า
บนพื้นที่ใต้หลังคาเป็นพื้นที่ว่าง ซึ่งเราสามารถต่อเติมทำห้องใต้หลังคา ให้เหมือนกับอพาร์ทเมนต์ชั้นยอดดอย ที่เราเคยไปรอจับฉลากกันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วได้
ตรงนี้ ถูกใจพ่อ .. ความอบอุ่นและสะอาดเพราะการต่อเติมของเจ้าของบ้าน ถูกใจแม่
พ่อไม่เคยรู้จักบ้านบริเวณนี้เท่าแม่ แกผิดหวังนิ๊ดด นึง ที่ภายในไม่ใช่ลักษณะของอพาร์ทเมนต์แบบโมเดิร์น
แม่กลับคุ้นเคยแบบนี้ ก็ในเมื่อเราไม่สามารถหาบ้านสร้างใหม่ที่อยู่ในบริเวณนี้ได้ นี่คือตัวเลือกที่ดีทีุ่สุดแล้วของแม่ ..
เมื่อแม่พอใจ พ่อก็ต้องว่าตามกัน
ใช้เวลาไม่นาน แกก็ปรับจิตใจได้ ว่าบ้านนี้ดีที่สุดแล้วจริงๆ
เมื่อนั้นแหละ แกจึงเริ่มพูดว่า ชอนซามีโชคที่ดี
หมู่บ้านนี้ อยู่บนส่วนหนึ่งของภูเขาจ้ะ ไม่ใช่พื้นราบ และไม่ใช่เชิงดอยข้างล่างเสียทีเดียว
เป็นภูเขาที่มีน้ำบาดาล น้ำในภูที่คนในเมืองเขามักมารองไปดื่มกินกัน
ดังนั้น หมู่บ้านนี้จึงใช้น้ำบาดาลกันฟรีๆ .. ไ่ม่มีค่าใช้จ่าย
แม่ยังสงสัยอยู่ว่า มีสิทธิ์พิเศษอะไรที่ที่นี่สามารถใช้สิ่งเหล่านี้ได้ แต่มันดีมากใช่ไหมลูก
อย่างน้อยที่สุด เราสบายใจและแน่ใจในคุณภาพน้ำที่เราต้องใช้เป็นส่วนสำคัญในชีวิต
รอให้เราเข้าไปอยู่ก่อน แล้วจะเอาคำตอบมาบอกจ้ะ
แม่ยังคาดเดาอะไรไม่ถูกอีกหลายอย่าง
เราต้องรอให้เวลามันใกล้ๆกว่านี้อีก เหมือนหนูไง จะถึงเวลาหนูออกมาอยู่แล้ว แต่แม่ยังจินตนาการไม่ถูกเลย ไม่รู้แม้แต่ว่า ต้องใช้อะไรบ้างสำหรับเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง
มีคนพยายามอธิบาย แต่แม่ฟังอย่างสมองว่างๆ นึกตามไม่ออกจ้ะ
แต่ก็มีคนบอกอีกนั่นแหละ ว่าเดี๋ยวก็คล่องเอง
แม่หวังว่า หนูจะรู้จังหวะดีที่สุดนะจ๊ะว่า จะออกมาเมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าแม่กำลังช่วยพ่อย้ายบ้านอยู่ แล้วหนูเกิดอยากข้ามเวลาออกมาช่วยกัน เรายุ่งแน่เลย
รักจ้ะ หมูทองของเรา
2007/1/25
บางทีสิ่งที่เราคิดก็มาถึงเร็วเกินคาด บางอย่างก็ต้องใช้ความอดทนในการรอคอยนานมาก
ดูเหมือนไม่มีอะไรในชีวิตเรา ที่เรากำหนดเองได้อย่างเต็มร้อยเลยนะลูก
สิ่งที่เราทำได้ คือ มีความหนักแน่นในการรอคอยสิ่งที่ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่จะมาถึง
และมีความพร้อมเพียงพอ ต่อสิ่งที่มาเร็วเกินไป .. เท่านั้นที่เราควรตั้งจิตใจเอาไว้เสมอ
แม่ไม่เคยคิดว่า หนูจะไม่ได้เกิดที่บ้านริมทะเล แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังวนหมุนไปตามเส้นทางของมัน
เหมือนจะเป็นอย่างนั้นแล้ว ..
ตอนนี้ ดูเหมือนท่าทางจะเป็นอย่างนั้น ..
ไม่ใช่การกำหนดของพ่อกับแม่เลยลูก
เมื่อคืน แม่ถามพ่อว่า ไหนตอนแรกบอกว่า ให้รอคลอดชอนซาที่นี่ก่อนแล้วค่อยย้าย
แล้วทำไมกลายเป็นว่า เราอาจจะต้องรีบร้อนย้าย ก่อนหนูจะเคาะประตูออกมาช่วยเราย้ายบ้านหละนี่
พ่ออธิบายพร้อมกับทำท่า อารมณ์ประมาณนักแสดงเลยลูก
ประโยคสุดท้ายที่แม่จำได้ คือ ก็แล้วจะให้ทำยังไง ฉันทำอะไรได้
แม่ก็ย้ำว่า แม่ไม่ได้ว่าพ่อ แค่ถามดูว่าอะไรทำให้เปลี่ยนไป .. ก็เท่านั้น
พ่อร้อนตัวอย่างนี้เสมอลูก .. เข้าใจแกหน่อยนะ
ทุกอย่างหมุนวนไปตามเรื่องราวของมัน
พ่อต้องจับหลายทางเพื่อให้การย้ายบ้าน และ มีบ้านของเราเสียที
กลายเป็นความจริง
ทุกอย่างเป็นส่วนประกอบของเรื่องๆเดียว แต่ต้องประสานกับหลายคน หลายฝ่าย
แม่กับหนูแค่ช่วยพาโชคดีให้พ่อเท่านั้น
พ่อหนูวิ่งมาตั้งนานคนเดียว ไม่เห็นเรื่องเดินหน้า
พอพาแม่กับหนูไปด้วยเท่านั้น เรื่องเดินดี จนเร็วเกือบตามไ่ม่ืทันซะด้วย
เมื่อวานมีคนมาดูบ้าน วันนี้ก็จะมาอีกสองนัด
ทำให้แม่ใจหายเหมือนกัน ที่ต้องจากบ้านริมทะเลเสียแล้ว
แม่ตั้งใจว่า จะให้คุณยายมีโอกาสมาบ้านหลังนี้อีกสักครั้ง
คุณยายเคยมาแล้ว เมื่อตอนงานแต่งแม่ ยายชอบมากทีเดียวหละ
แต่ช่วงที่คุณยายจะมาครั้งนี้ ยังไม่ใช่เป็นฤดูร้อนที่บ้านริมทะเลจะสดชื่นให้ได้
บางที ถึงแม้เราอยู่ต่อ เราเองก็อาจจะไม่มีโอกาสชื่นชมกับบรรยากาศนั้นก็ได้ เพราะต้องย้ายเสียก่อน
ถึงแม้ใจหาย แต่พ่อก็นั่งรำพึงว่า .. ชอนซาโชคดี ชอนซามีโชคจริงๆ
เพราะช่วงที่จำเป็นต้องรีบย้ายก่อนหนูเกิดนี้ บรรดาผู้มีอันจะกินทั้งหลายเขากำลังอยู่ในเทศกาล
ย้ายบ้านเข้าเรือนหรูใหม่ ล็อตเต้อินเวนส์ .. บ้านแพงหูดับ แต่ราคาของสังคมเขาเท่านั้น
ได้ยินว่า หมู่บ้านนี้ ใช้วิธีแจกใบเชิญจากลูกค้า สู่ลูกค้าด้วย ทำให้กลุ่มลูกค้าของเขาเป็นบุคคลในแวดวงเดียวกัน เกือบทั้งหมด
แต่เท่าที่แม่ทราบมานะ แม่ค้าขายของที่ตลาดก็กำลังจะย้ายเข้าไปด้วยเหมือนกัน
ฮ่า ฮ่า ฮ่า เราไม่รู้จักคนจริงๆหรอก อย่านึกว่าเขาเป็นแค่แม่ค้า เงินหนาเหมือนกันนะนั่นน่ะ
ด้วยการที่เขากำลังมีมหกรรม ย้าย กันอย่างนี้ ทำให้เรามีตัวเลือกได้มากขึ้น อย่างง่ายๆ
บ้านใหม่ๆ ขึ้นรายการมาให้พ่อพาเราไปชมติดๆกัน ในบริเวณที่เราต้องการ
จนในที่สุด เราก็เลือกบ้านที่ดีที่สุด อยู่ในทำเลและมุมที่เหมาะที่สุดได้ สมราคาที่เรากำลังจะต้องจ่ายแบบหืดขึ้นคอ แต่ดูเหมือนพ่อกับแม่จะยอมคอหืดนะ (ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง 555)
การวนดูบ้าน สามหลัง ในจุดที่ต่างกัน ทำให้พ่อกับแม่ได้เรียนรู้ไปด้วยถึงข้อดีข้อเสียของระดับต่างๆ
เราิคิดเองไม่ได้นะลูก บางครั้งสิ่งที่เราิคิดกับความเป็นจริง มันต่างกัน
ครั้งแรกที่เราได้ยินว่า ชั้นสองกับชั้นสี่ เราใส่คะแนนให้ชั้นสอง เพราะไม่สูงและไม่ต่ำ
แต่เมื่อเราไปถึงที่ ชั้นสี่กลับกลายเป็นว่า ชั้นนี้แดดส่องเข้ามากที่สุดจากกระจกที่มีเนื้อที่มากกว่า
เรายังได้รู้ความลับจากการเข้าไปเดินชม บ้านข้างๆที่เขากำลังตกแต่งภายในใหม่อีกด้วยว่า
บนพื้นที่ใต้หลังคาเป็นพื้นที่ว่าง ซึ่งเราสามารถต่อเติมทำห้องใต้หลังคา ให้เหมือนกับอพาร์ทเมนต์ชั้นยอดดอย ที่เราเคยไปรอจับฉลากกันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วได้
ตรงนี้ ถูกใจพ่อ .. ความอบอุ่นและสะอาดเพราะการต่อเติมของเจ้าของบ้าน ถูกใจแม่
พ่อไม่เคยรู้จักบ้านบริเวณนี้เท่าแม่ แกผิดหวังนิ๊ดด นึง ที่ภายในไม่ใช่ลักษณะของอพาร์ทเมนต์แบบโมเดิร์น
แม่กลับคุ้นเคยแบบนี้ ก็ในเมื่อเราไม่สามารถหาบ้านสร้างใหม่ที่อยู่ในบริเวณนี้ได้ นี่คือตัวเลือกที่ดีทีุ่สุดแล้วของแม่ ..
เมื่อแม่พอใจ พ่อก็ต้องว่าตามกัน
ใช้เวลาไม่นาน แกก็ปรับจิตใจได้ ว่าบ้านนี้ดีที่สุดแล้วจริงๆ
เมื่อนั้นแหละ แกจึงเริ่มพูดว่า ชอนซามีโชคที่ดี
หมู่บ้านนี้ อยู่บนส่วนหนึ่งของภูเขาจ้ะ ไม่ใช่พื้นราบ และไม่ใช่เชิงดอยข้างล่างเสียทีเดียว
เป็นภูเขาที่มีน้ำบาดาล น้ำในภูที่คนในเมืองเขามักมารองไปดื่มกินกัน
ดังนั้น หมู่บ้านนี้จึงใช้น้ำบาดาลกันฟรีๆ .. ไ่ม่มีค่าใช้จ่าย
แม่ยังสงสัยอยู่ว่า มีสิทธิ์พิเศษอะไรที่ที่นี่สามารถใช้สิ่งเหล่านี้ได้ แต่มันดีมากใช่ไหมลูก
อย่างน้อยที่สุด เราสบายใจและแน่ใจในคุณภาพน้ำที่เราต้องใช้เป็นส่วนสำคัญในชีวิต
รอให้เราเข้าไปอยู่ก่อน แล้วจะเอาคำตอบมาบอกจ้ะ
แม่ยังคาดเดาอะไรไม่ถูกอีกหลายอย่าง
เราต้องรอให้เวลามันใกล้ๆกว่านี้อีก เหมือนหนูไง จะถึงเวลาหนูออกมาอยู่แล้ว แต่แม่ยังจินตนาการไม่ถูกเลย ไม่รู้แม้แต่ว่า ต้องใช้อะไรบ้างสำหรับเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง
มีคนพยายามอธิบาย แต่แม่ฟังอย่างสมองว่างๆ นึกตามไม่ออกจ้ะ
แต่ก็มีคนบอกอีกนั่นแหละ ว่าเดี๋ยวก็คล่องเอง
แม่หวังว่า หนูจะรู้จังหวะดีที่สุดนะจ๊ะว่า จะออกมาเมื่อไหร่ ไม่ใช่ว่าแม่กำลังช่วยพ่อย้ายบ้านอยู่ แล้วหนูเกิดอยากข้ามเวลาออกมาช่วยกัน เรายุ่งแน่เลย
รักจ้ะ หมูทองของเรา
2007/1/25
Saturday, January 20, 2007
เกือบ อุบัติเหตุ
หมูทองลูกรัก ..
คุณย่าเคยห้ามเคยเตือนเราทั้งคู่ พ่อกับแม่ ไม่ให้ไปงานเกี่ยวกับเด็กอะไรทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิดขวบแรก (ขวบแรกของเกาหลีเป็นงานใหญ่ ที่จัดได้ว่าเป็นงานจำเป็นสังคมเชียวหละ)
หรือไปเยี่ยมคลอด หรืออะไรบรรดาที่เกี่ยวกับลูกชาวบ้าน
ถ้าพ่อกับแม่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุแรกกัน เราคงไม่ฟังกันตามประสาหัวสมัยใหม่แหละ
อุบัติเหตุนั้น น่าแปลกใจมาก วันต่อมาหลังจากไปงานโดนเบียดทันที
แล้วเราก็ไม่กล้าทำกันอีก ...
เมื่อวานนี้ แม่ควรต้องกลับรถเพื่อวกเข้าบ้าน แต่แม่กลับเลือกวิ่งลงซอยตรงหน้าแทน
พอลงไปได้ โดยไม่ได้คิดอะไร รถแท็กซี่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง
ในวินาทีสั้นๆ แม่มองเห็นความเร็วสูงของแท็กซี่ที่พุ่งมาทางด้านข้าง และเสียงวิ๊ดดดดดด ของตัวเอง
ไม่มีเสียงโครม ตามมาอย่างที่คิด แท็กซี่เบรคดีรถเราห่างกัน 1 ซม.ได้
สัญชาติญาณที่กำลังจะถูกชน ทำให้แม่ไม่ได้หยุดรถแต่กระโดดไปข้างหน้าต่อให้พ้นรถเจ้ากรรมนายเวร
ในความตกใจ นึกไม่ออกว่าต้องทำยังไงต่อไป แต่หันไปเห็นแท็กซี่วิ่งปรู๊ดต่อหายไปแล้ว
แม่ห่วงแต่หนู ได้แต่ปลอบว่า ไม่เป็นไรนะลูกๆ
อีกใจหนึ่งก็ขอบคุณ ปู่ย่าตายายคุณพระคุณเจ้า ใครก็ได้ที่ทำให้แคล้วคลาดไม่กระเด็นไปทั้งแม่ทั้งลูกครั้งนี้
ใจยังไม่หายสั่น ขับรถด้วยความระวัง ๆ ๆ ตลอดเส้นทางกว่าจะถึงบ้าน ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
แม่แทบผวากับรถบรรทุกในทางแคบๆ
ขณะจอดรถเข้าซอง รู้สึกได้เลย ว่าพุงแม่มันแข็งปั๋ง หนักอึ้ง
แม่รีบกดลิฟต์เข้าบ้านหน้าซีด เรียกพ่อในห้องน้ำออกมาอย่างตื่นๆ
หากเกิดอุบัติเหตุอย่างนี้ ปกติแม่ไ่ม่อยากบอกพ่อ เพราะแกบ่นเก่งยิ่งกว่ายายแก่อีก
แต่ท้องแข็งอย่างนี้ ไม่ได้การ
ทันทีที่ได้ยิน พ่อสารภาพทันทีเลยว่า ความจริงเมื่อวานพ่อไปงานทลมา (วันเกิดขวบแรก) แต่ไม่บอกความจริงกับแม่
พ่อจำเป็นต้องไป เพราะเพื่อนร่วมรุ่นทั้งหลายบังคับว่าต้องไปให้ได้ ห้ามขาด
แม่้ร้องไห้โฮ .... ทันที ไม่รู้ว่าเพราะตกใจ หรืออะไรไม่รู้ แต่ถ้าได้ร้องออกมาคงสบายใจ
ไม่น่าเชื่อ แต่แม่ก็ยังตกใจกับเกือบอุบัติเหตุครั้งนี้
ไม่น่าเชื่อ ว่ามันจะเกี่ยวข้องกัน
นับรวมแล้ว เรามีเหตุการณ์แบบนี้ สามครั้งแล้ว ตั้งแต่วันแต่งงาน พ่อไปงานแต่งคนอื่น เมื่อใกล้งานแต่งตัวเอง
ผลคือ อุบัติเหตุในวันก่อนงานแต่งหนึ่งวัน
แม่ยังนึกหวาดเสียวไม่หายเลยลูกจ๋า ถ้าเราสองคนแม่ลูกกระเด็นไปเพราะแรงชนของรถ
ถ้าหนูเป็นอะไร ถ้า... โอย มันน่ากลัวที่สุด
ตั้งแต่วันที่หนูเหยียดขายาวๆนานๆในพุงแม่เป็นต้นมา หนูตัวหนักขึ้นมากเลยลูก
เวลาแม่เปลี่ยนอริยาบถเร็วๆนี่ มันเหมือนวูบอย่างหนักในพุง
ที่เรียกว่า อริยาบทของแม่นั้น คือ การพลิกตัวนอน หรือการลงนอนอย่างรวดเร็วจากท่ายืน
หนูเองก็คงมีพื้นที่น้อยลงใช่ไหมลูก เพราะหนูไม่ค่อยจะดิ้นโลดโผนเท่าไหร่แล้ว แต่ขยับตัวเรื่อยๆให้แม่สบายใจเท่านั้น
วันไหนนะ แม่จะได้จับเท้าหนู จับศอกหนูอีก
ความจริงแม่เองยังรู้สึก กระฉับกระเฉงคล่องตัวอยู่เลยนะลูก
วันนี้ แม่เดินเข้าซอยบ้านน้าอ้อย แม่ยังรู้สึกเหมือนวิ่งได้ และก็เดินเร็วอย่างกับคนตัวเปล่า ไม่ได้หอบลูกมาด้วยอย่างนั้นแหละ
นี่แม่จะทำยังไงดี กับเดือนหน้าอีกเดือนที่รับปากสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะทำงาน
มันขับรถลำบากแล้วหงะ ...
พรุ่งนี้เราคุยกันต่อนะลูก
2007/1/20
Friday, January 19, 2007
อยู่ดีๆ หนูก็เหมือนพองลม
ชอนซา ลูกรัก..
วันนี้แม่มาก่อนเวลาจ้ะ .. ปกติเวลาอย่างนี้ พ่อไปทำงานแล้ว จะเป็นเวลาสุขีของแม่เลย
นอนเท่านั้น ไม่สนใจอะไรอีก
แต่วันนี้มีเรื่องเต็มหัวไปหมด เลยอยากมาเขียนบันทึกให้หนูจัง
เรื่องแรกที่แม่ตื่นเต้น ..
เมื่อคืน หนูตัวโตอย่างรู้สึกได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว
หนูถีบพุงแม่่ผิดไปจากเมื่อวานและวันก่อน เท้าหนูใหญ่มากจริงๆ
หนูเคลื่อนตัวในพุงแม่ช้าลง แต่นานขึ้น ไม่รีบร้อนแก๊กๆ แล้วเงียบอย่างเมื่อก่อน
เหยียดขานานอยู่อย่างนั้น เหมือนโชว์แม่ว่าหนูเท้าใหญ่แค่ไหน
แม่เดาได้อีกแหละว่า หนูต้องเป็นเด็ก บิ๊กฟูต บิ๊กฟีต แน่ๆตามสายกรรมพันธ์
เหมือนหนูจะถีบให้เท้ามันทะลุพุงแม่ออกมาเลยนะลูก
แม่รู้สึกว่าแม่อยากจะจับเท้าลูกยึดเอาไว ้เหมือนเวลาเล่นกับเด็กสักคนจริงๆ
แม่เคยเล่นอย่างนี้กับเด็กบางคน เช่น เวลาแกกำลังคลาน แม่จะยึดข้อเ้ท้าไว้สักข้างจากด้านหลัง
แล้วอีหนู หรือไอ่หนูคนนั้นก็จะคลานไม่ไป จนกว่าจะเลิกสนใจเป้าหมาย แล้วหันมาหาสาเหตุก่อนว่า
ทำไมคลานไม่ไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แต่แม่กำลังสลึมสลือใกล้หลับแล้วลูก เลยเอาแค่คลำเอาพอ
โอว ... นี่เท้าหนูเหรอ ใหญ่หวะ ... กรั่กๆๆ
แล้วแม่ก็ฝันภายในเวลาก่อนตื่นนี่แหละ
ฝันว่าสมุดจดบันทึกสารพัดเล่มหนึ่งของแม่ที่วางเอาไว้ มันหายไป
ด้วยความกังวลใจ แม่วนเวียนหาสมุดแต่ก็ไม่เจอเสียที
ในที่สุด แม่ได้ืคืนมาโดย ยายคนหนึ่ง หน้าตาไม่รู้จักเลย แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด ที่แม่เข้าไปใกล้ชิดกับแก
แกคืนสมุดคืนให้ ทำให้แม่เห็นว่า มีเงินอยู่ในสมุดบันทึกนั้น ทั้งเงินไทยและดอลลาร์
เงินไทยนั้น เป็นเงินที่แม่สะสมไว้เมื่อสมัยอยู่ไทย
ส่วนดอลลาร์นั้น เ็ป็นเงินขวัญถุง 2 เหรียญที่พ่อตั้งใจทำเป็นของขวัญแจก ตอนหนูเกิด
ฝันว่าได้เงินคืน ฝันว่าได้ของรักคืน มันดีไม่น้อยใช่ไหมล่ะลูก แม้ว่าแม่จะไม่ค่อยเชื่อความฝันก็ตาม
(หรืออีกความหมายหนึ่งคือ แม่ชอบเชื่อฝันดี แต่ไม่เชื่อฝันร้ายไงลูก ฮ่า ฮ่า )
เพราะวันก่อน พ่อเพิ่งบอกว่าพ่อฝันไม่ดี ให้แม่ระวังตัว
เอาีอีกแล้วเจ้าความฝันทั้งหลาย แต่เนื่องจากเคยเกิดเหตุขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว
ยังไงแม่ก็ต้องฟังเอาไว้หน่อยแหละนะ
อีกสิ่งหนึ่ง คือ พ่อกำลังจะแอบเดินทางไปพูซาน เพื่อหาทางทำเรื่องขอlicenceอะไรสักอย่าง
อันว่า เจ้ากระดาษแผ่นนี้ พ่อบอกว่าที่บ้านเรายังไม่มีใครที่มี ซึ่งถ้าพ่อมี เรือทั้งหมดจะมาหาพ่อ
แม่เดาไม่ถูกหรอกว่า ที่พ่อกำลังคิดทำน่ะ ใหญ่หรือเล็ก
แต่ที่แน่ๆ หัวพ่อคงหมุนหมกมุ่นคิดโน่นคิดนี่อยู่เสมอน่ะนะ
เขียนหมดแล้วลูก ..
พ่อเอาซีดีที่เราไปรพ.ครั้งที่แล้วไปที่ทำงานด้วย เดี๋ยวคงมีชอติสั้นๆของหนูมาให้แม่อัพแน่ๆ
แม่นี่นะ มีหลายอย่างที่ยังทำไม่ได้ดั่งใจเสียทีเลยลูก
โดยเฉพาะเรื่องสำหรับลูกนี่แหละ แม่บ่นได้ทุกวันเลยใช่ไหม.. :)
รักจ้ะ
2007/1/19
วันนี้แม่มาก่อนเวลาจ้ะ .. ปกติเวลาอย่างนี้ พ่อไปทำงานแล้ว จะเป็นเวลาสุขีของแม่เลย
นอนเท่านั้น ไม่สนใจอะไรอีก
แต่วันนี้มีเรื่องเต็มหัวไปหมด เลยอยากมาเขียนบันทึกให้หนูจัง
เรื่องแรกที่แม่ตื่นเต้น ..
เมื่อคืน หนูตัวโตอย่างรู้สึกได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว
หนูถีบพุงแม่่ผิดไปจากเมื่อวานและวันก่อน เท้าหนูใหญ่มากจริงๆ
หนูเคลื่อนตัวในพุงแม่ช้าลง แต่นานขึ้น ไม่รีบร้อนแก๊กๆ แล้วเงียบอย่างเมื่อก่อน
เหยียดขานานอยู่อย่างนั้น เหมือนโชว์แม่ว่าหนูเท้าใหญ่แค่ไหน
แม่เดาได้อีกแหละว่า หนูต้องเป็นเด็ก บิ๊กฟูต บิ๊กฟีต แน่ๆตามสายกรรมพันธ์
เหมือนหนูจะถีบให้เท้ามันทะลุพุงแม่ออกมาเลยนะลูก
แม่รู้สึกว่าแม่อยากจะจับเท้าลูกยึดเอาไว ้เหมือนเวลาเล่นกับเด็กสักคนจริงๆ
แม่เคยเล่นอย่างนี้กับเด็กบางคน เช่น เวลาแกกำลังคลาน แม่จะยึดข้อเ้ท้าไว้สักข้างจากด้านหลัง
แล้วอีหนู หรือไอ่หนูคนนั้นก็จะคลานไม่ไป จนกว่าจะเลิกสนใจเป้าหมาย แล้วหันมาหาสาเหตุก่อนว่า
ทำไมคลานไม่ไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แต่แม่กำลังสลึมสลือใกล้หลับแล้วลูก เลยเอาแค่คลำเอาพอ
โอว ... นี่เท้าหนูเหรอ ใหญ่หวะ ... กรั่กๆๆ
แล้วแม่ก็ฝันภายในเวลาก่อนตื่นนี่แหละ
ฝันว่าสมุดจดบันทึกสารพัดเล่มหนึ่งของแม่ที่วางเอาไว้ มันหายไป
ด้วยความกังวลใจ แม่วนเวียนหาสมุดแต่ก็ไม่เจอเสียที
ในที่สุด แม่ได้ืคืนมาโดย ยายคนหนึ่ง หน้าตาไม่รู้จักเลย แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด ที่แม่เข้าไปใกล้ชิดกับแก
แกคืนสมุดคืนให้ ทำให้แม่เห็นว่า มีเงินอยู่ในสมุดบันทึกนั้น ทั้งเงินไทยและดอลลาร์
เงินไทยนั้น เป็นเงินที่แม่สะสมไว้เมื่อสมัยอยู่ไทย
ส่วนดอลลาร์นั้น เ็ป็นเงินขวัญถุง 2 เหรียญที่พ่อตั้งใจทำเป็นของขวัญแจก ตอนหนูเกิด
ฝันว่าได้เงินคืน ฝันว่าได้ของรักคืน มันดีไม่น้อยใช่ไหมล่ะลูก แม้ว่าแม่จะไม่ค่อยเชื่อความฝันก็ตาม
(หรืออีกความหมายหนึ่งคือ แม่ชอบเชื่อฝันดี แต่ไม่เชื่อฝันร้ายไงลูก ฮ่า ฮ่า )
เพราะวันก่อน พ่อเพิ่งบอกว่าพ่อฝันไม่ดี ให้แม่ระวังตัว
เอาีอีกแล้วเจ้าความฝันทั้งหลาย แต่เนื่องจากเคยเกิดเหตุขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว
ยังไงแม่ก็ต้องฟังเอาไว้หน่อยแหละนะ
อีกสิ่งหนึ่ง คือ พ่อกำลังจะแอบเดินทางไปพูซาน เพื่อหาทางทำเรื่องขอlicenceอะไรสักอย่าง
อันว่า เจ้ากระดาษแผ่นนี้ พ่อบอกว่าที่บ้านเรายังไม่มีใครที่มี ซึ่งถ้าพ่อมี เรือทั้งหมดจะมาหาพ่อ
แม่เดาไม่ถูกหรอกว่า ที่พ่อกำลังคิดทำน่ะ ใหญ่หรือเล็ก
แต่ที่แน่ๆ หัวพ่อคงหมุนหมกมุ่นคิดโน่นคิดนี่อยู่เสมอน่ะนะ
เขียนหมดแล้วลูก ..
พ่อเอาซีดีที่เราไปรพ.ครั้งที่แล้วไปที่ทำงานด้วย เดี๋ยวคงมีชอติสั้นๆของหนูมาให้แม่อัพแน่ๆ
แม่นี่นะ มีหลายอย่างที่ยังทำไม่ได้ดั่งใจเสียทีเลยลูก
โดยเฉพาะเรื่องสำหรับลูกนี่แหละ แม่บ่นได้ทุกวันเลยใช่ไหม.. :)
รักจ้ะ
2007/1/19
Thursday, January 18, 2007
ปลอดโปร่ง สบายใจ
หนูจ๊ะ ..
รู้ไหมว่า เราสองคนคุยกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น หนูรับรู้และตอบสนองแม่อย่างสม่ำเสมอ
มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก จนแม่อยากพูดคำว่า "มันวิเศษไปเลย" จริงๆ
แต่รู้สึกมันจะเป็นหนังสือแปลมากไปหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แม่นอนเก่งมาก จนแปลกใจตัวเอง เน้นช่วงเช้าเท่านั้น ที่นอนได้นาน
แต่ต้องหลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้วนะ
แล้วจะนอนต่อได้อีกเกือบครึ่งวันเลยเชียว ..
อ้อ เช้านี้บนโต๊ะอาหาร อยู่ดีๆ พ่อก็นั่งยิ้มน้อยๆคนเดียว
แม่หละ ต้องรีบถามว่า คิดอะไรถึงนั่งยิ้มอย่างนั้น
พ่อกำลังจินตนาการถึงหนูจ้ะ ว่า ถ้าหนูออกมาแล้ว พ่อคงอุ้ม เห่อย่างนี้
ว่าแล้วก็ทำท่าให้ดู ..
เรารอหนูกันมานานมากจริงๆเลยนะ
แต่ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ยากอะไร แม่เชื่อเสมอว่า มีคนทุกข์ยากกว่าเราอีกมาก
ที่เราว่านาน ของเรา ยังมีอีกมากมายที่เขารอลูกนานเป็นสิบๆปี
หนูมาพร้อมกับความแข็งแรงสมบูรณ์ อย่างนี้ มันเป็นเรื่องน่าสุขใจจริงๆ
แม่คิดหนักมาหลายวัน เรื่องว่าจะหยุดพักดี หรือทำงานต่อดี
คิดแล้วก็เที่ยวถามความเห็นใครๆไปทั่ว
พ่อเป็นคนแรก .. พ่อบอกว่า ก็ไม่ต้องทำเต็มเดือนสิ ครึ่งเดือนไม่ได้เหรอ
ว่าแล้วก็สนับสนุนให้แม่หยุดไปเลย
ใจแม่ทั้งอยากหยุดและอยากทำ
ที่ว่าอยากทำ คืออยากทำบางอันเท่านั้น ถ้าทำน้อยแม่จะไม่เกี่ยงเลย
ในที่สุด วันนี้แม่ก็ตัดสินใจได้
ไม่้ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผล ที่ตัวเองขนออกมานั่งเรียงสู้กัน
แต่ตัดสินใจด้วย ..ความรู้สึก ..
บอกตัวเองว่า ทำต่อ แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจทำต่ออีกเดือนหนึ่ง
หลังจากตัดสินใจได้ แม่สบายใจมาก ...
แต่เป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยลูก แม่มีความรู้สึกว่าฮอร์โมนด้านบวกในตัวมันหลั่งไหลทั่วร่างกาย
มันสบายใจมากๆๆๆๆๆ รู้สึกดีด้วยที่อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆ
ได้เคลื่อนไหวตัวตลอดเวลา นั่นคงเป็นสิ่งดีสำหรับลูกด้วยเช่นกัน .. เนาะ
แม่ให้เหตุผลเดียว สำหรับการอยากหยุด คือ อยากมีเวลาเตรียมตัวให้ลูก
แต่ก็นะ ต่อให้หยุด แม่ก็เถลไถลของแม่ได้ทั้งวันอีกน่ะแหละ
แต่ถ้าตัดสินใจไปแล้ว เกิดทำไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ ทุกคนพร้อมจะเข้าใจจ้ะ
เมื่อคืน พื้นห้องน้ำลื่นเหมือนเดินบนน้ำแข็งเลย
พอเช้า่ขึ้นมา พื้นห้องน้ำมีครีมสีขาวๆฝิดๆ เต็มไปหมด พ่อคงเอาอะไรมาละเลงแน่
แต่น่าสงสัยว่า มันคืออะไรนี่สิ ?
พ่อก็ตั้งใจดูแลแม่ดีนะลูก แกพลาดไปวันเดียวเท่านั้นเองแหละ ...
บันทึกเสร็จแม่จะไปนั่งเย็บกระเป๋าต่อจ้ะ กระเป๋าปลาย่างใกล้เสร็จสมบูรณฺ์แล้ว
รักลูกมากขึ้นอีกแล้ว
2007/1/18
รู้ไหมว่า เราสองคนคุยกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น หนูรับรู้และตอบสนองแม่อย่างสม่ำเสมอ
มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก จนแม่อยากพูดคำว่า "มันวิเศษไปเลย" จริงๆ
แต่รู้สึกมันจะเป็นหนังสือแปลมากไปหน่อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แม่นอนเก่งมาก จนแปลกใจตัวเอง เน้นช่วงเช้าเท่านั้น ที่นอนได้นาน
แต่ต้องหลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้วนะ
แล้วจะนอนต่อได้อีกเกือบครึ่งวันเลยเชียว ..
อ้อ เช้านี้บนโต๊ะอาหาร อยู่ดีๆ พ่อก็นั่งยิ้มน้อยๆคนเดียว
แม่หละ ต้องรีบถามว่า คิดอะไรถึงนั่งยิ้มอย่างนั้น
พ่อกำลังจินตนาการถึงหนูจ้ะ ว่า ถ้าหนูออกมาแล้ว พ่อคงอุ้ม เห่อย่างนี้
ว่าแล้วก็ทำท่าให้ดู ..
เรารอหนูกันมานานมากจริงๆเลยนะ
แต่ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ยากอะไร แม่เชื่อเสมอว่า มีคนทุกข์ยากกว่าเราอีกมาก
ที่เราว่านาน ของเรา ยังมีอีกมากมายที่เขารอลูกนานเป็นสิบๆปี
หนูมาพร้อมกับความแข็งแรงสมบูรณ์ อย่างนี้ มันเป็นเรื่องน่าสุขใจจริงๆ
แม่คิดหนักมาหลายวัน เรื่องว่าจะหยุดพักดี หรือทำงานต่อดี
คิดแล้วก็เที่ยวถามความเห็นใครๆไปทั่ว
พ่อเป็นคนแรก .. พ่อบอกว่า ก็ไม่ต้องทำเต็มเดือนสิ ครึ่งเดือนไม่ได้เหรอ
ว่าแล้วก็สนับสนุนให้แม่หยุดไปเลย
ใจแม่ทั้งอยากหยุดและอยากทำ
ที่ว่าอยากทำ คืออยากทำบางอันเท่านั้น ถ้าทำน้อยแม่จะไม่เกี่ยงเลย
ในที่สุด วันนี้แม่ก็ตัดสินใจได้
ไม่้ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผล ที่ตัวเองขนออกมานั่งเรียงสู้กัน
แต่ตัดสินใจด้วย ..ความรู้สึก ..
บอกตัวเองว่า ทำต่อ แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจทำต่ออีกเดือนหนึ่ง
หลังจากตัดสินใจได้ แม่สบายใจมาก ...
แต่เป็นความรู้สึกที่ดีมากเลยลูก แม่มีความรู้สึกว่าฮอร์โมนด้านบวกในตัวมันหลั่งไหลทั่วร่างกาย
มันสบายใจมากๆๆๆๆๆ รู้สึกดีด้วยที่อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆ
ได้เคลื่อนไหวตัวตลอดเวลา นั่นคงเป็นสิ่งดีสำหรับลูกด้วยเช่นกัน .. เนาะ
แม่ให้เหตุผลเดียว สำหรับการอยากหยุด คือ อยากมีเวลาเตรียมตัวให้ลูก
แต่ก็นะ ต่อให้หยุด แม่ก็เถลไถลของแม่ได้ทั้งวันอีกน่ะแหละ
แต่ถ้าตัดสินใจไปแล้ว เกิดทำไม่ไหวขึ้นมาจริงๆ ทุกคนพร้อมจะเข้าใจจ้ะ
เมื่อคืน พื้นห้องน้ำลื่นเหมือนเดินบนน้ำแข็งเลย
พอเช้า่ขึ้นมา พื้นห้องน้ำมีครีมสีขาวๆฝิดๆ เต็มไปหมด พ่อคงเอาอะไรมาละเลงแน่
แต่น่าสงสัยว่า มันคืออะไรนี่สิ ?
พ่อก็ตั้งใจดูแลแม่ดีนะลูก แกพลาดไปวันเดียวเท่านั้นเองแหละ ...
บันทึกเสร็จแม่จะไปนั่งเย็บกระเป๋าต่อจ้ะ กระเป๋าปลาย่างใกล้เสร็จสมบูรณฺ์แล้ว
รักลูกมากขึ้นอีกแล้ว
2007/1/18
Wednesday, January 17, 2007
อีกสองเดือนเต็ม เราจะพบกัน
ชอนซา ลูกรัก..
ช่วงนี้คนเขียนบล๊อกบนเนตกำลังเกิดอาการระบาดอย่างหนึ่ง .. Blog Tag น่ะเอง
อาการบล๊อกแท็ก เกิดขึ้นได้ง่ายมากเลยลูก เหมือนกับการเล่นอะไรสักอย่าง สมัยแม่เด็กๆ
คนที่เป็น ไปแตะตัวผู้ใด คนนั้นต้องเป็นแทนหรือเป็นเชลยไป
ถ้าไม่อยากเป็น ทำง่ายๆคือ หนีให้พ้น อย่าให้เขาแตะตัวได้
ส่วนบล๊อกแท็ก เกิดกันได้ง่ายมาก แค่บอกว่า ชั้นแท็กเธอแล้วนะ คนที่ถูกเอ่ยชื่อก็จะต้องรีบทำการสารภาพเรื่องลับๆ ในชีวิต ทั้งสิ้น 5 อย่าง
แล้วคนเราก็ว่าง่ายจ้ะลูก .. เขาบอกให้พูดก็พูด :D
เรื่องนี้ มันมีต้นตอที่มา เกิดจากคนคนเดียวเท่านั้นเองลูก
แต่คนเขียนบล๊อกทั่วโลกพร้อมใจกันยอมระบาดโรคนี้กันเกลื่อนกลาด
แม่เขียนเรื่องบล๊อกแท็กวันนี้ เพราะไปอ่านบล๊อกไหนๆก็ โดนกันเต็มไปหมด
แม่เลยนั่งเงียบๆ ตั้งใจว่า เราไม่โดนแน่นอน ..
แต่วันนี้ เจอเข้าอย่างจังเสียแล้ว หมูทองของแม่
น้ากอล์ฟสปายเกิน มาส่งแท็กให้นิ่มๆเลย
เรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นวันนี้นี่เอง
แล้วนี่แม่จะไปขุดหาความลับที่ไหนมาคุยหละเนี่ยะ
ที่สำคัญ แม่ไม่รู้จะไปลงสารภาพต่อหน้า เครื่องหมายแท็กที่บล๊อกไหนดีน่ะลูก
... ข้างบนจัดว่าเป็นเรื่องเล่ารายทางแล้วกันจ้ะ ...
เผื่อว่า สักวันหนูกลับมาอ่าน จะได้รู้ว่า สมัยนั้นเขาเล่นอะไรกันอย่างนี้ด้วยอ่ะ
ส่วนเรื่องจริงๆ ในบ้านเรา แม่จะเล่าเรื่องพ่อกับแม่
ความจริง แม่ไปบ่นเรื่องพ่อ ที่หน้าไดอารี่โน้น
ทุกอย่างจบลงภายในหนึ่งวันสองคืน แต่แม่อัพหน้าโน้นไม่ขึ้น เลยตั้งใจว่าจะมาเล่ารวมกันให้หนูฟังแล้วกัน
แม่ก็ยังนึก ตะหงิดอยู่นะว่า นี่แม่เอาเรื่องไม่ดีไปประจานแล้วมาไขความดีในที่ลับหรือเปล่านี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เดี๋ยวแม่คงต้องมีภารกิจแ้ก้หน้าพ่อที่โน่นด้วยแหละ
แต่เพราะอยากเล่าให้หนูฟังน่ะจ้ะ
แม่ตกหลุมรักการสร้างสรรค์ของใช้จากผ้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้หละลูก
คงเริ่มจากควิลท์ แต่งานควิลท์ต้องเย็บด้วยมือ .. ทำให้แม่ได้แต่ฝันถึงจักรเย็บผ้า
ทั้งที่เย็บไม่เป็น .. อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องเย็บไม่เป็นเลยลูก
แม่ยังร้อยเส้นทางด้ายของจักรไม่ถูกเลย
แต่ความฝันแปลว่า สิ่งที่ยังทำไม่ได้ ได้แต่ฝันและพยายามจะทำให้ได้ หรอกลูก
อยู่ดีๆวันนี้ พ่อโทรเข้ามาถามว่าอยู่ไหน ?
แม่นึกว่ามีเรื่องด่วน .. พอเสร็จงานก็โทรกลับ พ่อก็ยังยืนยันว่าไม่มีอะไรหรอก
พอแม่กลับเข้าบ้านนี่สิ ..
ในความมืด มีแสงไฟดวงเล็กๆส่องอยู่ จักรเย็บผ้าตระหง่านด้วยไฟตัวเองในความมืด
พ่อเขาเข้าใจทำเซอร์ไพรซ์นะ อะไรที่เคืองๆอยู่ที่จริงได้หายไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
แต่มาเห็นเซอร์ไพรซ์แบบนี้ จากศูนย์กลายเป็นบวกขึ้นมาทันที
แม่ไม่แน่ใจว่า จักรตัวนี้จะได้อยู่จนหนูโตพอที่จะอ่านไดอารี่นี้ได้ไหม ?
แต่อย่างน้อยแม่ก็ดีใจว่า ถ้าคุณยายมาหาแม่ หลังจากคลอดหนูแล้ว คุณยายจะไม่เหงาแน่นอน
แม่จะให้คุณยายสอนเย็บผ้า แล้วจะทำให้ฝันแม่สมบูรณ์แบบด้วยการเย็บเสื้อผ้า เย็บของใช้ในบ้านเอง
แต่นะ ... จนถึงตอนนี้แล้ว แม่จะทำได้สักแค่ไหน แม่สงสัยตัวเองอยู่เสมอ
การเตรียมการให้หนู แม่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่สบายใจได้จ้ะ แม่คาดเดาว่า คงได้ซื้อของให้หนูได้น้อยชิ้นมากเลย
มีแต่คนจะให้ของใช้หลายอย่างที่ใช้ด้วยกันได้ เดี๋ยวรอให้ครบแล้วแม่ค่อยเก็บตกแล้วกันเนอะ ..
อ้อ .. อีกเรื่อง ..
ช่วงนี้แม่เป็นโรคนอนกลางคืนไม่หลับ แต่จะอุตุตอนช่วงเช้า หลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้ว
ก่อนพ่อจะตื่นวันนี้ แม่ลองพยายามนอนต่อ พ่อคงอยากช่วยให้แม่หลับด้วยมั้ง
แกเลยดึงแม่ไปเอาแขนก่ายไว้ เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน แต่หลับตา
พุงแม่ยื่นเพราะหนู มันเลยไปชนพุงพ่อ
หนูขยับตัวตุกตักตลอดเวลาเลยลูก ... ถามพ่อว่า รู้สึกว่าชอนซาดิ้นไหม
พ่อพยักหน้า ..
มันเป็นภาพสุดคลาสสิค พุงพ่อกับแม่ชนกันมีลูกดิ้นกะแด๊บๆอยู่ตรงกลาง
แม่ต้องบรรยายเก็บไว้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นโดยสถานการณ์พาไป
เรื่องแท็กน่ะ แม่ต้องไปนอนก่ายคิดอีกตลบว่า จะเอาอะไรมาเขียนดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
พ่อบอกว่าจักรเย็บผ้าเป็นของขวัญของชอนซาจ้ะ ..
รักลูก
2007/1/17
**วันที่ 17 เดือนมีค. เป็นกำหนดคลอดของหนู แสดงว่า ตอนนี้เหลือเวลาอีก 2เดือนเต็มๆ
เฮ้อ ไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี 2เดือนมันเร็วมากเลยลูก ตอนนี้แม่คิดอะไรไม่ออก
**คุณยายเริ่มตืนเต้นกับการมาหาหนูแล้วจ้ะ
ช่วงนี้คนเขียนบล๊อกบนเนตกำลังเกิดอาการระบาดอย่างหนึ่ง .. Blog Tag น่ะเอง
อาการบล๊อกแท็ก เกิดขึ้นได้ง่ายมากเลยลูก เหมือนกับการเล่นอะไรสักอย่าง สมัยแม่เด็กๆ
คนที่เป็น ไปแตะตัวผู้ใด คนนั้นต้องเป็นแทนหรือเป็นเชลยไป
ถ้าไม่อยากเป็น ทำง่ายๆคือ หนีให้พ้น อย่าให้เขาแตะตัวได้
ส่วนบล๊อกแท็ก เกิดกันได้ง่ายมาก แค่บอกว่า ชั้นแท็กเธอแล้วนะ คนที่ถูกเอ่ยชื่อก็จะต้องรีบทำการสารภาพเรื่องลับๆ ในชีวิต ทั้งสิ้น 5 อย่าง
แล้วคนเราก็ว่าง่ายจ้ะลูก .. เขาบอกให้พูดก็พูด :D
เรื่องนี้ มันมีต้นตอที่มา เกิดจากคนคนเดียวเท่านั้นเองลูก
แต่คนเขียนบล๊อกทั่วโลกพร้อมใจกันยอมระบาดโรคนี้กันเกลื่อนกลาด
แม่เขียนเรื่องบล๊อกแท็กวันนี้ เพราะไปอ่านบล๊อกไหนๆก็ โดนกันเต็มไปหมด
แม่เลยนั่งเงียบๆ ตั้งใจว่า เราไม่โดนแน่นอน ..
แต่วันนี้ เจอเข้าอย่างจังเสียแล้ว หมูทองของแม่
น้ากอล์ฟสปายเกิน มาส่งแท็กให้นิ่มๆเลย
เรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นวันนี้นี่เอง
แล้วนี่แม่จะไปขุดหาความลับที่ไหนมาคุยหละเนี่ยะ
ที่สำคัญ แม่ไม่รู้จะไปลงสารภาพต่อหน้า เครื่องหมายแท็กที่บล๊อกไหนดีน่ะลูก
... ข้างบนจัดว่าเป็นเรื่องเล่ารายทางแล้วกันจ้ะ ...
เผื่อว่า สักวันหนูกลับมาอ่าน จะได้รู้ว่า สมัยนั้นเขาเล่นอะไรกันอย่างนี้ด้วยอ่ะ
ส่วนเรื่องจริงๆ ในบ้านเรา แม่จะเล่าเรื่องพ่อกับแม่
ความจริง แม่ไปบ่นเรื่องพ่อ ที่หน้าไดอารี่โน้น
ทุกอย่างจบลงภายในหนึ่งวันสองคืน แต่แม่อัพหน้าโน้นไม่ขึ้น เลยตั้งใจว่าจะมาเล่ารวมกันให้หนูฟังแล้วกัน
แม่ก็ยังนึก ตะหงิดอยู่นะว่า นี่แม่เอาเรื่องไม่ดีไปประจานแล้วมาไขความดีในที่ลับหรือเปล่านี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เดี๋ยวแม่คงต้องมีภารกิจแ้ก้หน้าพ่อที่โน่นด้วยแหละ
แต่เพราะอยากเล่าให้หนูฟังน่ะจ้ะ
แม่ตกหลุมรักการสร้างสรรค์ของใช้จากผ้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้หละลูก
คงเริ่มจากควิลท์ แต่งานควิลท์ต้องเย็บด้วยมือ .. ทำให้แม่ได้แต่ฝันถึงจักรเย็บผ้า
ทั้งที่เย็บไม่เป็น .. อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องเย็บไม่เป็นเลยลูก
แม่ยังร้อยเส้นทางด้ายของจักรไม่ถูกเลย
แต่ความฝันแปลว่า สิ่งที่ยังทำไม่ได้ ได้แต่ฝันและพยายามจะทำให้ได้ หรอกลูก
อยู่ดีๆวันนี้ พ่อโทรเข้ามาถามว่าอยู่ไหน ?
แม่นึกว่ามีเรื่องด่วน .. พอเสร็จงานก็โทรกลับ พ่อก็ยังยืนยันว่าไม่มีอะไรหรอก
พอแม่กลับเข้าบ้านนี่สิ ..
ในความมืด มีแสงไฟดวงเล็กๆส่องอยู่ จักรเย็บผ้าตระหง่านด้วยไฟตัวเองในความมืด
พ่อเขาเข้าใจทำเซอร์ไพรซ์นะ อะไรที่เคืองๆอยู่ที่จริงได้หายไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
แต่มาเห็นเซอร์ไพรซ์แบบนี้ จากศูนย์กลายเป็นบวกขึ้นมาทันที
แม่ไม่แน่ใจว่า จักรตัวนี้จะได้อยู่จนหนูโตพอที่จะอ่านไดอารี่นี้ได้ไหม ?
แต่อย่างน้อยแม่ก็ดีใจว่า ถ้าคุณยายมาหาแม่ หลังจากคลอดหนูแล้ว คุณยายจะไม่เหงาแน่นอน
แม่จะให้คุณยายสอนเย็บผ้า แล้วจะทำให้ฝันแม่สมบูรณ์แบบด้วยการเย็บเสื้อผ้า เย็บของใช้ในบ้านเอง
แต่นะ ... จนถึงตอนนี้แล้ว แม่จะทำได้สักแค่ไหน แม่สงสัยตัวเองอยู่เสมอ
การเตรียมการให้หนู แม่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่สบายใจได้จ้ะ แม่คาดเดาว่า คงได้ซื้อของให้หนูได้น้อยชิ้นมากเลย
มีแต่คนจะให้ของใช้หลายอย่างที่ใช้ด้วยกันได้ เดี๋ยวรอให้ครบแล้วแม่ค่อยเก็บตกแล้วกันเนอะ ..
อ้อ .. อีกเรื่อง ..
ช่วงนี้แม่เป็นโรคนอนกลางคืนไม่หลับ แต่จะอุตุตอนช่วงเช้า หลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้ว
ก่อนพ่อจะตื่นวันนี้ แม่ลองพยายามนอนต่อ พ่อคงอยากช่วยให้แม่หลับด้วยมั้ง
แกเลยดึงแม่ไปเอาแขนก่ายไว้ เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน แต่หลับตา
พุงแม่ยื่นเพราะหนู มันเลยไปชนพุงพ่อ
หนูขยับตัวตุกตักตลอดเวลาเลยลูก ... ถามพ่อว่า รู้สึกว่าชอนซาดิ้นไหม
พ่อพยักหน้า ..
มันเป็นภาพสุดคลาสสิค พุงพ่อกับแม่ชนกันมีลูกดิ้นกะแด๊บๆอยู่ตรงกลาง
แม่ต้องบรรยายเก็บไว้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นโดยสถานการณ์พาไป
เรื่องแท็กน่ะ แม่ต้องไปนอนก่ายคิดอีกตลบว่า จะเอาอะไรมาเขียนดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
พ่อบอกว่าจักรเย็บผ้าเป็นของขวัญของชอนซาจ้ะ ..
รักลูก
2007/1/17
**วันที่ 17 เดือนมีค. เป็นกำหนดคลอดของหนู แสดงว่า ตอนนี้เหลือเวลาอีก 2เดือนเต็มๆ
เฮ้อ ไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี 2เดือนมันเร็วมากเลยลูก ตอนนี้แม่คิดอะไรไม่ออก
**คุณยายเริ่มตืนเต้นกับการมาหาหนูแล้วจ้ะ
Saturday, January 13, 2007
เกินเลย 32 วีคไปนิดนะหนู
ชอนซา ลูกถีบเก่งของแม่ ..
เมื่อวานเป็นวันศุกร์ ไม่ใช่นัด แต่แม่จัดตารางไปพบคุณหมอเองจ้ะ
ที่ผ่านมา เรามัวแต่เวียนเทียนไปโน่นนี่ เลยไม่มีนัดที่แน่นอนสักครั้ง
ตอนนี้ เราพ่อกับแม่ตัดสินใจแล้วว่า เห็นทีต้องลงตัวเสียที แล้วก็ไป มิเร ..
คุณหมอ ดีอกดีใจมากมายที่เห็นเรากลับมาอีกครั้ง
แกกวาดตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างในตัวลูก ให้พ่อกับแม่เห็นรายละเอียดชัดๆ
หนูกลับหัวลงแล้ว ... น่าจะเป็นผลมาจากการชอบนอนคว่ำของแม่นั่นเอง
แม่หาท่านอนยากมากแล้วน่ะลูก แม่ไม่ชอบนอนตะแคง แต่นอนหงายก็กังวล
นอนคว่ำมันซะเลย เอาหมอนหนุนอกเอาไว้ โอวว เป็นท่านอนที่หลับได้สนิทดีมากจริงๆ
ลำตัวหนู ทอดมาทางซีกซ้ายของร่างกายแม่ นี่ก็คงผลจากการบังคับตัวเองนอนตะแคงซ้ายอีกด้วยเหมือนกัน
(หรือเปล่าคะ.. คุณหมอ)
ดังนั้น เจ้าซีกขวาที่ชอบโผล่ออกมาแข็งๆ นูนๆ นั่น ไม่ต้องสงสัยเลย
เป็น ศอก เข่า เท้า มือ ของหนูนั่นเอง .. บู๊จังนะ ลูกแม่
คุณหมอปล่อยให้เครื่องตรวจสอบ และวิเคราะห์สภาพความใหญ่โต ของหนูเอง
น้ำหนักหนู เป็นน้ำหนักของเด็กอายุ 32วีคค่ะ
เมื่อวาน หนูเพิ่งกำลังจะครบ 31วีคเท่านั้น เอาหละ แม่คิดว่าใกล้เคียงแหละนะ
คุณหมอไม่ได้แสดงความกังวลอะไร บอกว่า แค่ใหญ่หน่อยเท่านั้น
ส่วนคุณย่ากลัวขึ้นมาทันที จัดแจงสั่งว่า ถ้าหนูตัวใหญ่ก็อย่าคลอดเองเลย
คุณย่ายังไม่รู้ว่า ใจแม่จะสู้แค่ไหนที่จะคลอดหนูเองด้วยพลังของแม่
ความแข็งแรงของหนู กำลังแสดงออกมา ... ตอนกลางคืน แม่นอนยากมากขึ้นแล้วหละลูก
แม่ไม่แน่ใจว่า เพราะแม่ใช้พลังงานน้อยไปหรือเปล่า
ทำไมแม่ไม่ยอมนอน พอพ่อถามแม่ก็อ้างหนู เอามือพ่อมาวางบนพุง
แล้วพ่อจะรู้เอง หนูดิ้นจนพุงแม่โยกตะลุ้บตุ้บตั้บ อย่างนี้นอนไหวเร้อ
ความจริงไม่เกี่ยวกันเลยลูก แต่แม่ไม่รู้จะอธิบายพ่อยังไงดีต่างหาก
หนูดิ้นเล่นช่วงกลางคืน มากขึ้นอย่างชัดเจน ลูก ..
แล้วก็กำลังจะทำให้แม่ติดหนูตามไปแล้ว แม่อยากนั่งทำโน่นนี่ตอนกลางคืน
แล้วจะหมดพลังหลับอย่างสนิท ไม่อยากลุกในช่วงเช้า นอนอย่างเอร็ดอร่อย
ทุกๆวัน แม่กังวลกลัวหนูจะอยากออกมาก่อนเวลาเหลือเกิน
บางครั้งก็ไม่แน่ใจ ว่านี่หนูดิ้นหรือบิดตัวเลยทำให้ท้องแม่มันเหมือนกับแข็งๆ
หรือว่าเป็นอาการมดลูกรัดตัวกันแน่ แม่ทำได้แค่ลูบท้องบอกหนู
หนูคงชอบเสียงดนตรีเอามากๆเลยลูก
เลิกฟังเพลงพ่อ แต่ชอบดนตรีสนุกสนานแทน หรือว่าหนูอาจจะตอบสนองกับเสียงมากขึ้นก็ได้นะ
ดูจากกล้องอุลตร้าแมนคราวที่แล้ว
พ่อบอกว่า หนูอ้วนท้วนขึ้นมากเลย หน้ากลมป๊อก
พ่อมองออกหมดทุกอย่าง ตรงกันข้ามกับแม่ มองอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ว่าไปแล้ว แม่ไม่ได้เอาคลิปมาอัพเก็บไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วนี่นา ..
วันนี้แม่ชวนพ่อไปเดินที่โฮมพลัส แค่ชมสินค้าพวกเด็กแรกเกิดกัน
คนขายจับพ่อไปนั่งทำรายการ ส่วนแม่เดินชม
ชมไปชมมา ... แม่คิดว่า แม่คงได้ซื้อของให้หนูน้อยมากเลย
หนูจะไม่ได้ใช้มันนาน ของบางชิ้นแม่ทำให้ จะถูกกว่า
และของหลายชิ้น มีหลายคนส่งมาให้ แม้ว่าจะเป็นของมือสอง แต่แม่ยินดีมากเลย
ก่อนกลับบ้าน แวะหาคุณย่าทานข้าวด้วยกัน
มีโ์ฆษณาทีวีของเล่นจนถึงโถอึมีเสียงเพลงสำหรับเด็ก
แม่ก็ไม่คิดว่าแม่จะซื้ออีกนั่นแหละ ..
หนูน้อยใจไหม เป็นลูกแม่ที่ซื้อของให้ลูกยากเย็นอย่างนี้น่ะ
มีอีกหลายอย่างที่แม่ควรต้องทำ แต่ไม่ได้ทำเสียที เช่นการจัดที่เตรียมสำหรับหนู
ของใช้ข้าวของ จนถึงการเตรียมการเพราะตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป
แม่ต้องพร้อมว่า หนูจะมาเมื่อไหร่ก็ได้
เห็นแม่ๆบางคนว่า ประมาณสัปดาห์ที่ 38 ส่วนบางคนก็ว่า ท้องแรกอาจจะช้าก็เป็นได้
แม่อยากให้ช้าหน่อยลูก ให้เวลาแม่เตรียมตัวสักนิดนะ
**พ่อพาแม่แวะไปดูอพาร์ทเมนต์ที่้จ้องเอาไว้นานแล้ว แต่ไม่ตัดสินใจเสียที
ปรากฎว่า เมื่อเราไปพร้อมกัน ครั้งนี้ บ้านขนาดที่เราต้องการหมดเกลี้ยงเสียแล้ว
ที่เหลือก็มีแต่ชั้นหนึ่ง ..
พ่อทำท่าผิดหวังเล็กน้อย แต่แม่ไม่สนใจเลย เสียดายแค่ว่าทำเลดีมากเท่านั้น
แม่คิดว่า ชีวิตเรามีจังหวะ เมื่อโครงการบ้านมา เราไม่มีเงิน พอจะมีเงินโครงการก็จบเสียแล้ว
จังหวะไม่ตรงกันก็แค่นั้นเอง ไม่ต้องเสียใจ อาจจะมีอะไรที่ดีกว่านั้นรอเราอยู่ก็ได้นะ ...
เมื่อวานเป็นวันศุกร์ ไม่ใช่นัด แต่แม่จัดตารางไปพบคุณหมอเองจ้ะ
ที่ผ่านมา เรามัวแต่เวียนเทียนไปโน่นนี่ เลยไม่มีนัดที่แน่นอนสักครั้ง
ตอนนี้ เราพ่อกับแม่ตัดสินใจแล้วว่า เห็นทีต้องลงตัวเสียที แล้วก็ไป มิเร ..
คุณหมอ ดีอกดีใจมากมายที่เห็นเรากลับมาอีกครั้ง
แกกวาดตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างในตัวลูก ให้พ่อกับแม่เห็นรายละเอียดชัดๆ
หนูกลับหัวลงแล้ว ... น่าจะเป็นผลมาจากการชอบนอนคว่ำของแม่นั่นเอง
แม่หาท่านอนยากมากแล้วน่ะลูก แม่ไม่ชอบนอนตะแคง แต่นอนหงายก็กังวล
นอนคว่ำมันซะเลย เอาหมอนหนุนอกเอาไว้ โอวว เป็นท่านอนที่หลับได้สนิทดีมากจริงๆ
ลำตัวหนู ทอดมาทางซีกซ้ายของร่างกายแม่ นี่ก็คงผลจากการบังคับตัวเองนอนตะแคงซ้ายอีกด้วยเหมือนกัน
(หรือเปล่าคะ.. คุณหมอ)
ดังนั้น เจ้าซีกขวาที่ชอบโผล่ออกมาแข็งๆ นูนๆ นั่น ไม่ต้องสงสัยเลย
เป็น ศอก เข่า เท้า มือ ของหนูนั่นเอง .. บู๊จังนะ ลูกแม่
คุณหมอปล่อยให้เครื่องตรวจสอบ และวิเคราะห์สภาพความใหญ่โต ของหนูเอง
น้ำหนักหนู เป็นน้ำหนักของเด็กอายุ 32วีคค่ะ
เมื่อวาน หนูเพิ่งกำลังจะครบ 31วีคเท่านั้น เอาหละ แม่คิดว่าใกล้เคียงแหละนะ
คุณหมอไม่ได้แสดงความกังวลอะไร บอกว่า แค่ใหญ่หน่อยเท่านั้น
ส่วนคุณย่ากลัวขึ้นมาทันที จัดแจงสั่งว่า ถ้าหนูตัวใหญ่ก็อย่าคลอดเองเลย
คุณย่ายังไม่รู้ว่า ใจแม่จะสู้แค่ไหนที่จะคลอดหนูเองด้วยพลังของแม่
ความแข็งแรงของหนู กำลังแสดงออกมา ... ตอนกลางคืน แม่นอนยากมากขึ้นแล้วหละลูก
แม่ไม่แน่ใจว่า เพราะแม่ใช้พลังงานน้อยไปหรือเปล่า
ทำไมแม่ไม่ยอมนอน พอพ่อถามแม่ก็อ้างหนู เอามือพ่อมาวางบนพุง
แล้วพ่อจะรู้เอง หนูดิ้นจนพุงแม่โยกตะลุ้บตุ้บตั้บ อย่างนี้นอนไหวเร้อ
ความจริงไม่เกี่ยวกันเลยลูก แต่แม่ไม่รู้จะอธิบายพ่อยังไงดีต่างหาก
หนูดิ้นเล่นช่วงกลางคืน มากขึ้นอย่างชัดเจน ลูก ..
แล้วก็กำลังจะทำให้แม่ติดหนูตามไปแล้ว แม่อยากนั่งทำโน่นนี่ตอนกลางคืน
แล้วจะหมดพลังหลับอย่างสนิท ไม่อยากลุกในช่วงเช้า นอนอย่างเอร็ดอร่อย
ทุกๆวัน แม่กังวลกลัวหนูจะอยากออกมาก่อนเวลาเหลือเกิน
บางครั้งก็ไม่แน่ใจ ว่านี่หนูดิ้นหรือบิดตัวเลยทำให้ท้องแม่มันเหมือนกับแข็งๆ
หรือว่าเป็นอาการมดลูกรัดตัวกันแน่ แม่ทำได้แค่ลูบท้องบอกหนู
หนูคงชอบเสียงดนตรีเอามากๆเลยลูก
เลิกฟังเพลงพ่อ แต่ชอบดนตรีสนุกสนานแทน หรือว่าหนูอาจจะตอบสนองกับเสียงมากขึ้นก็ได้นะ
ดูจากกล้องอุลตร้าแมนคราวที่แล้ว
พ่อบอกว่า หนูอ้วนท้วนขึ้นมากเลย หน้ากลมป๊อก
พ่อมองออกหมดทุกอย่าง ตรงกันข้ามกับแม่ มองอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ว่าไปแล้ว แม่ไม่ได้เอาคลิปมาอัพเก็บไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วนี่นา ..
วันนี้แม่ชวนพ่อไปเดินที่โฮมพลัส แค่ชมสินค้าพวกเด็กแรกเกิดกัน
คนขายจับพ่อไปนั่งทำรายการ ส่วนแม่เดินชม
ชมไปชมมา ... แม่คิดว่า แม่คงได้ซื้อของให้หนูน้อยมากเลย
หนูจะไม่ได้ใช้มันนาน ของบางชิ้นแม่ทำให้ จะถูกกว่า
และของหลายชิ้น มีหลายคนส่งมาให้ แม้ว่าจะเป็นของมือสอง แต่แม่ยินดีมากเลย
ก่อนกลับบ้าน แวะหาคุณย่าทานข้าวด้วยกัน
มีโ์ฆษณาทีวีของเล่นจนถึงโถอึมีเสียงเพลงสำหรับเด็ก
แม่ก็ไม่คิดว่าแม่จะซื้ออีกนั่นแหละ ..
หนูน้อยใจไหม เป็นลูกแม่ที่ซื้อของให้ลูกยากเย็นอย่างนี้น่ะ
มีอีกหลายอย่างที่แม่ควรต้องทำ แต่ไม่ได้ทำเสียที เช่นการจัดที่เตรียมสำหรับหนู
ของใช้ข้าวของ จนถึงการเตรียมการเพราะตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป
แม่ต้องพร้อมว่า หนูจะมาเมื่อไหร่ก็ได้
เห็นแม่ๆบางคนว่า ประมาณสัปดาห์ที่ 38 ส่วนบางคนก็ว่า ท้องแรกอาจจะช้าก็เป็นได้
แม่อยากให้ช้าหน่อยลูก ให้เวลาแม่เตรียมตัวสักนิดนะ
**พ่อพาแม่แวะไปดูอพาร์ทเมนต์ที่้จ้องเอาไว้นานแล้ว แต่ไม่ตัดสินใจเสียที
ปรากฎว่า เมื่อเราไปพร้อมกัน ครั้งนี้ บ้านขนาดที่เราต้องการหมดเกลี้ยงเสียแล้ว
ที่เหลือก็มีแต่ชั้นหนึ่ง ..
พ่อทำท่าผิดหวังเล็กน้อย แต่แม่ไม่สนใจเลย เสียดายแค่ว่าทำเลดีมากเท่านั้น
แม่คิดว่า ชีวิตเรามีจังหวะ เมื่อโครงการบ้านมา เราไม่มีเงิน พอจะมีเงินโครงการก็จบเสียแล้ว
จังหวะไม่ตรงกันก็แค่นั้นเอง ไม่ต้องเสียใจ อาจจะมีอะไรที่ดีกว่านั้นรอเราอยู่ก็ได้นะ ...
Thursday, January 11, 2007
หมูทองนำโชค
ลูกหมูทองของแม่..
แม่ชอบนึกอยากเห็นอภินิหารหนู ก็เลยชอบบอกหนูเล่นๆอย่างโน้นอย่างนี้
เช่นวันก่อน แม่นึกอยากเพิ่มน้ำหนักที่สาปสูญไปกลับมา เลยกระซิบบอกหนูระหว่างทางที่ขับรถไป
ไม่ได้เจาะจงอะไร แค่ว่า วันนี้ให้โชคแม่หน่อยแล้วกันลูก
เขินจังเลยหละนี่ ... แม่ทำอย่างกับหนูเป็น (จุดจุด จุด ) แน่ะ
แต่วันนั้นทั้งวัน จนถึงวันต่อมา หนูจ๋า แม่แบกหนูไปทางไหนก็มีแต่ของกินวางรอ
กินจนสะดือแทบปลิ้นออกมาเลยลูก
ตาชั่งที่บ้านสถิติกระจุยสมใจแม่อย่างได้ผล ...
แม่บอกคุณย่าว่า หนูเป็นเด็กแห่งโชคลาภ ไปทางไหนก็มีแต่ของกิน
คุณย่าเห็นด้วยหละลูก ...
ตั้งแต่ปีใหม่มานี่ แม่สังเกตุได้ว่า หนูขยับตัวตอบสนองแสงเสียงได้ทั้งวัน
แต่สิ่งที่หนูเคยตอบสนองมาตลอด กลับเปลี่ยนไป .. เสียงพ่อไงจ๊ะ
หนูเคยแสดงตัวทุกครั้งที่มีเสียงพ่อเข้ามา แต่ปีใหม่มานี่หนูทำพ่อใจแป้วไปหลายครั้งแล้วลูก
แม่เลยสมน้ำหน้าพ่อ ที่ชอบขอวันหยุดหนู ทำอะไรก็ไม่ทำให้ต่อเนื่อง มีวันหย่งวันหยุด
แล้วเป็นไง ชอนซางอนแล้ว ตามง้อกันเอาเองแล้วกัน ...
ไม่เป็นไรนะลูก หนูยังนอนขดในพุงแม่ งอนยังไงก็ยังไม่บาดใจเราหรอก
ลองออกมาเดินได้ ยิ้มได้ พูดได้แล้วมางอนตุ๊บป่องๆหละก็
อ้อ .. ตอนเด็กๆยังไม่ว่า ถ้าโตมาแล้วทำงิ๊ ตาแก่ยายแ่ก่ได้นั่งกอดคอกันร้องไห้แน่ๆเลย
วันนี้แม่หยิบไฟฉายที่บ้านน้าอ้อย มาลองส่องที่พุงดู
ว๊าย ๆๆๆ พอส่องถูกจุดปุ๊บ หนูขยุกขยิกทันที แม่ชักสนุก
แต่พอเล่าให้พ่อฟัง พ่อไม่เห็นด้วยอ่ะ แค่พ่อคิดเอาเองว่า จะรบกวนดวงตาอันอ่อนเยาว์และยังต้องการการทนุถนอมของหนู
แม่ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่า บ้านเราไม่มีไฟฉาย ยังไงก็ไม่ได้เล่นอย่างนี้บ่อยๆหรอก
ตั้งแต่ท้องหนูมา ก็เพิ่งได้ลองส่องวันนี้นี่แหละ แหะๆ
พ่อเวิร์คให้หนูมากกว่าแม่เหมือนกันนะ
วันนี้แกคงทำการบ้านหน้าคอมพ์เยอะ แกบอกว่าซื้อผ้าอ้อมไม่แพงให้หนูแล้ว
เจอโน่นนี่ ที่ไม่แพงเยอะแยะอีกด้วย
เราเน้นไม่แพงจริงๆจ้ะลูก ... เพราะหนูคงเปลี่ยนเร็วมาก
ของบางอย่างเท่านั้นที่แม่คิดจะทำให้ แม้ว่าหนูจะได้ใช้ไม่กี่ครั้ง อีกหน่อยเอาไว้ให้น้องใช้ก็ได้ ไม่ต้องหาอีก
แม่มีหลายอย่าง ที่นึกจะคุย แต่พอนั่งตรงหน้าอย่างนี้ ลืมหมดอีกแล้ว ...
พรุ่งนี้ เราจะไปรพ.กันอีกแล้ว หลังจากร่อนเร่ไปโน่นนี่มาหลายที่ จนแม่พลาดการตรวจเบาหวานไป
รอดูผลพรุ่งนี้จ้ะ ...
2007/01/11
แม่ชอบนึกอยากเห็นอภินิหารหนู ก็เลยชอบบอกหนูเล่นๆอย่างโน้นอย่างนี้
เช่นวันก่อน แม่นึกอยากเพิ่มน้ำหนักที่สาปสูญไปกลับมา เลยกระซิบบอกหนูระหว่างทางที่ขับรถไป
ไม่ได้เจาะจงอะไร แค่ว่า วันนี้ให้โชคแม่หน่อยแล้วกันลูก
เขินจังเลยหละนี่ ... แม่ทำอย่างกับหนูเป็น (จุดจุด จุด ) แน่ะ
แต่วันนั้นทั้งวัน จนถึงวันต่อมา หนูจ๋า แม่แบกหนูไปทางไหนก็มีแต่ของกินวางรอ
กินจนสะดือแทบปลิ้นออกมาเลยลูก
ตาชั่งที่บ้านสถิติกระจุยสมใจแม่อย่างได้ผล ...
แม่บอกคุณย่าว่า หนูเป็นเด็กแห่งโชคลาภ ไปทางไหนก็มีแต่ของกิน
คุณย่าเห็นด้วยหละลูก ...
ตั้งแต่ปีใหม่มานี่ แม่สังเกตุได้ว่า หนูขยับตัวตอบสนองแสงเสียงได้ทั้งวัน
แต่สิ่งที่หนูเคยตอบสนองมาตลอด กลับเปลี่ยนไป .. เสียงพ่อไงจ๊ะ
หนูเคยแสดงตัวทุกครั้งที่มีเสียงพ่อเข้ามา แต่ปีใหม่มานี่หนูทำพ่อใจแป้วไปหลายครั้งแล้วลูก
แม่เลยสมน้ำหน้าพ่อ ที่ชอบขอวันหยุดหนู ทำอะไรก็ไม่ทำให้ต่อเนื่อง มีวันหย่งวันหยุด
แล้วเป็นไง ชอนซางอนแล้ว ตามง้อกันเอาเองแล้วกัน ...
ไม่เป็นไรนะลูก หนูยังนอนขดในพุงแม่ งอนยังไงก็ยังไม่บาดใจเราหรอก
ลองออกมาเดินได้ ยิ้มได้ พูดได้แล้วมางอนตุ๊บป่องๆหละก็
อ้อ .. ตอนเด็กๆยังไม่ว่า ถ้าโตมาแล้วทำงิ๊ ตาแก่ยายแ่ก่ได้นั่งกอดคอกันร้องไห้แน่ๆเลย
วันนี้แม่หยิบไฟฉายที่บ้านน้าอ้อย มาลองส่องที่พุงดู
ว๊าย ๆๆๆ พอส่องถูกจุดปุ๊บ หนูขยุกขยิกทันที แม่ชักสนุก
แต่พอเล่าให้พ่อฟัง พ่อไม่เห็นด้วยอ่ะ แค่พ่อคิดเอาเองว่า จะรบกวนดวงตาอันอ่อนเยาว์และยังต้องการการทนุถนอมของหนู
แม่ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่า บ้านเราไม่มีไฟฉาย ยังไงก็ไม่ได้เล่นอย่างนี้บ่อยๆหรอก
ตั้งแต่ท้องหนูมา ก็เพิ่งได้ลองส่องวันนี้นี่แหละ แหะๆ
พ่อเวิร์คให้หนูมากกว่าแม่เหมือนกันนะ
วันนี้แกคงทำการบ้านหน้าคอมพ์เยอะ แกบอกว่าซื้อผ้าอ้อมไม่แพงให้หนูแล้ว
เจอโน่นนี่ ที่ไม่แพงเยอะแยะอีกด้วย
เราเน้นไม่แพงจริงๆจ้ะลูก ... เพราะหนูคงเปลี่ยนเร็วมาก
ของบางอย่างเท่านั้นที่แม่คิดจะทำให้ แม้ว่าหนูจะได้ใช้ไม่กี่ครั้ง อีกหน่อยเอาไว้ให้น้องใช้ก็ได้ ไม่ต้องหาอีก
แม่มีหลายอย่าง ที่นึกจะคุย แต่พอนั่งตรงหน้าอย่างนี้ ลืมหมดอีกแล้ว ...
พรุ่งนี้ เราจะไปรพ.กันอีกแล้ว หลังจากร่อนเร่ไปโน่นนี่มาหลายที่ จนแม่พลาดการตรวจเบาหวานไป
รอดูผลพรุ่งนี้จ้ะ ...
2007/01/11
Monday, January 08, 2007
โลกสีคลายเครียด
ลูกจ๋า ..
แม่มีเรื่องบันทึกไว้ให้ลูกหลายเรื่องเลยวันนี้
แค่หลายเรื่องในใจ แต่พอถึงเวลาจริงจะเขียนได้เท่าไหร่ ..มาดูกัน
แม่เริ่มสังเกตุตัวเองมาหลายวันแล้ว อยากให้เป็นเพียงแค่เรารู้ึสึุกไปเองอยู่คนเดียว
แต่รอมาสองสามวันแล้ว ชักแน่ใจว่า รู้สึกไปเองคนเดียวไม่ออกซะหละมั้ง
เพราะพบความจริงว่า ..
แม่น้ำหนักลด !!
แม่เองเป็นคนกำกับให้พ่อซื้อเครื่องชั่งแบบดิจิตอล อันซึ่งจะสามารถดูรายละเอียดถึงจุดทศนิยมได้ด้วย
แล้วตั้งแต่มีเครื่องชั่ง ก็พบว่า แต่ละเวลานั้น น้ำหนักจะขึ้นๆลงๆ ตามระดับความอิ่ม ..
แม่เลยต้องมีเวลามาตรฐานที่น่าเชื่อถือได้ที่สุด เช่นเวลาเช้า ก่อนกินอะไรทั้งสิ้น
แล้วก็จดบันทึกเอาไว้ ..
ปลายเดือนที่แล้ว แม่น้ำหนักตีขึ้นไปสูงสุดที่ 66.3
แต่เกือบสัปดาห์มาแล้วที่แม่ชั่งได้แค่ 64.5 หรือ 64.7 สูงสุดคือเช้านี้ 65
ที่จริงวันนี้แม่ขึ้นตาชั่งอย่างมั่นใจเลยนะ
เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าเย็นที่ผ่านมาออกไปกินนอกบ้านจะมีสะสมไว้ในร่างกายเยอะ
กระนั้น น้ำหนักก็ัยังไม่ขึ้น ..
จึงต้องเริ่มยอมรับกับตัวเอง และบอกพ่อในที่สุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องอาหารการกินเลย
นอกจากนั้น แม่ยังกังวลเรื่องความเครียดในตัว
อันที่ซึ่ง ไม่มีความสามารถในการแยกแยะอีกว่า "เราเครียดหรือเปล่า?"
เช่น งาน. พ่อ และสารพัด ...
หรือว่า ตัวเองทำอะไรผิดพลาดลงไปหรือเปล่า ?
ไม่สังเกตุเห็นว่า ท้องโตขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่
ดีอย่างเดียว ที่หนูยังดิ้นดีปกติ
ทำให้แมต้อง่หยิบหนังสือตำรา คู่มือ ผู้มีครรภ์ทั้งหลาย ออกมาเปิดอ่าน ทุกขณะที่ว่างเลย
มีเล่มหนึ่ง วิธีการรักษาอย่างธรรมชาติ พูดถึงสี มีอิทธิพลกับความเครียด
ผู้หญิงมีครรภ์ควรใส่เสื้อผ้าสีฟ้าบ่อยๆ แล้วก็สีอะไร ให้เข้าทางไหนๆ
(อย่างกับเล่นของเลยนะเนี่ยะ- หนังสือเล่มนี้ลุงนพซื้อให้จ้ะ)
ว่าแล้ว วันนี้แม่ก็เริ่มคุยกับลูก
หยิบเสื้อนิตตัวใหม่ที่น้าฝนซื้อให้ ทับด้วยโคทสีฟ้า อีกตัว (เอาแบบฟ้าสุดๆเลยไง 55)
แล้วก็สดชื่นรื่นเริงออกจากบ้าน
ลูกจ๋า แม่เพิ่งสังเกตุว่า ธรรมชาติมีศิลปะอย่างฉลาดยิ่งในตัวมันเอง
ถ้าสีฟ้าทำให้คนผ่อนคลายได้จริง อย่างที่หนังสือว่า
ธรรมชาติก็เตรียมเครื่องมือคลายเครียด ให้มนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันอยู่แล้ว
ฟ้าวันนี้ใสมากเลยลูกจ๋า ..
ท้องฟ้าครอบคลุมทุกคนอย่างยุติธรรม
มิน่า ... ใครๆหลายคนถึงได้ชอบมองท้องฟ้ากันจัง
ออกจากบ้าน เราก็เห็นทะเลกันไปตลอดระยะกิโลเมตรนั่นเลย
ทะเลวันนี้ ก็สวยสุดใจ ฟ้าประกายแจ่มมาก
มิน่า คนเครียดๆ เศร้า อกหัก อะไรก็ไปทะเล (ลองไปถามน้าเจดูนะ)
แล้วทะเลวันนี้ ก็ใส สวยแจ่ม แดดระยิบระยับ ลมพัดเป็นระลอกๆ
งามจนแม่อยากแบ่งใหัใครๆที่ไทยมาดูจริงๆเลยลูก
สรุปว่า สีฟ้ารอบตัวแม่ทำให้แม่มั่นใจว่า วันนี้แม่อารมณ์ดีให้ลูกได้แน่นอน
แล้วหนูก็น่ารักเหลือเกินวันนี้ .. ไม่ว่าแม่คุยอะไรกับหนู หนูชกพุงแม่ตอบกลับมาแทนคำตอบหมด
ทำให้แม่ไม่รู้สึกว่า คุยอยู่คนเดียวเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม พ่อต่างหากที่เครียด ..
แม่ปลดปล่อยความเครียดไปหมดแล้ว ด้วยสีฟ้า
พอเจอกับพ่อ เมื่อเวลาเลิกงานที่บ้าน พ่อห่วงชอนซาอย่างเดียว
กลัวหนูจะเครียด แม่บอกพ่อให้ลองคุยกับหนูอย่างมั่นใจ
แต่ปรากฎว่า หนูไม่ชกกลับตอบเสียงพ่อเลย
เดี๋ยวแม่จะให้โอกาสพ่ออีกครั้ง หนูให้กำลังใจพ่อเขาหน่อยนะลูก ..
ที่โต๊ะอาหารเย็น เราขัดแย้งกันต่อหน้าคุณย่า
พ่อสั่งห้ามในสิ่งที่ยังอยู่อีกไกล แม่โต้พ่อด้วยจุดอ่อนที่พ่อพูดไม่ออก
คุณย่าเลย ห้ามทัพด้วยการบอกแม่ว่า พ่อเขาดูแลแม่ดีมากใช่ไหม ?
เข้ามาทำนองนี้ก็แสดงว่า คุณย่ากำลังจะบอกให้แม่ยอมหละ
แต่แม่พลิกมุขเป็นว่า ทีหลังก็คุยกันอย่างนี้ดีกว่า ว่า เราสองคนต่างดูแลซึ่งกันและกันดี ..
พ่อยิ้มจนมุม แม่รอดตัวไป คุณย่าถอนหายใจผ่านไปที่เราสองคนไม่ทะเลาะกันในสิ่งที่แกลำบากใจ
ช่วงเครียดกระมัง แม่นึกถึงหนูได้น้อยมากเลยลูก ขอโทษด้วยนะ
มันทำให้แม่ต้องทบทวนตัวเอง จนกระทั่งตอนนี้ จึงตระหนักแก่ใจ
คนเรานี่ กว่าจะเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "รัก" เราต้องทดสอบ ทบทวนมันหลายรอบเหมือนกันนะลูก กว่าจะแน่ใจ
แม่อยากพบตัวเองเติบโตขึ้นในหัวใจที่เปี่ยมไปด้วย ความเป็นแม่ เร็วๆจริงๆเลยลูก
เราเติมเต็มซึ่งกันและักันใช่ไหมจ๊ะ ..
2007/1/8
**ลืมเล่าไปว่า แม่ขอหนูให้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับแม่วันนี้
แล้วความตั้งใจจะเพิ่มน้ำหนักของแม่ก็ใกล้ความจริง .. ทุกที่ที่ไป มีแต่คนเตรียมอาหารการกิน อุดมสารพัดประโยชน์ไว้ให้แม่ตลอดทาง เยี่ยมจริงๆเลยลูก ...
แม่มีเรื่องบันทึกไว้ให้ลูกหลายเรื่องเลยวันนี้
แค่หลายเรื่องในใจ แต่พอถึงเวลาจริงจะเขียนได้เท่าไหร่ ..มาดูกัน
แม่เริ่มสังเกตุตัวเองมาหลายวันแล้ว อยากให้เป็นเพียงแค่เรารู้ึสึุกไปเองอยู่คนเดียว
แต่รอมาสองสามวันแล้ว ชักแน่ใจว่า รู้สึกไปเองคนเดียวไม่ออกซะหละมั้ง
เพราะพบความจริงว่า ..
แม่น้ำหนักลด !!
แม่เองเป็นคนกำกับให้พ่อซื้อเครื่องชั่งแบบดิจิตอล อันซึ่งจะสามารถดูรายละเอียดถึงจุดทศนิยมได้ด้วย
แล้วตั้งแต่มีเครื่องชั่ง ก็พบว่า แต่ละเวลานั้น น้ำหนักจะขึ้นๆลงๆ ตามระดับความอิ่ม ..
แม่เลยต้องมีเวลามาตรฐานที่น่าเชื่อถือได้ที่สุด เช่นเวลาเช้า ก่อนกินอะไรทั้งสิ้น
แล้วก็จดบันทึกเอาไว้ ..
ปลายเดือนที่แล้ว แม่น้ำหนักตีขึ้นไปสูงสุดที่ 66.3
แต่เกือบสัปดาห์มาแล้วที่แม่ชั่งได้แค่ 64.5 หรือ 64.7 สูงสุดคือเช้านี้ 65
ที่จริงวันนี้แม่ขึ้นตาชั่งอย่างมั่นใจเลยนะ
เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าเย็นที่ผ่านมาออกไปกินนอกบ้านจะมีสะสมไว้ในร่างกายเยอะ
กระนั้น น้ำหนักก็ัยังไม่ขึ้น ..
จึงต้องเริ่มยอมรับกับตัวเอง และบอกพ่อในที่สุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องอาหารการกินเลย
นอกจากนั้น แม่ยังกังวลเรื่องความเครียดในตัว
อันที่ซึ่ง ไม่มีความสามารถในการแยกแยะอีกว่า "เราเครียดหรือเปล่า?"
เช่น งาน. พ่อ และสารพัด ...
หรือว่า ตัวเองทำอะไรผิดพลาดลงไปหรือเปล่า ?
ไม่สังเกตุเห็นว่า ท้องโตขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่
ดีอย่างเดียว ที่หนูยังดิ้นดีปกติ
ทำให้แมต้อง่หยิบหนังสือตำรา คู่มือ ผู้มีครรภ์ทั้งหลาย ออกมาเปิดอ่าน ทุกขณะที่ว่างเลย
มีเล่มหนึ่ง วิธีการรักษาอย่างธรรมชาติ พูดถึงสี มีอิทธิพลกับความเครียด
ผู้หญิงมีครรภ์ควรใส่เสื้อผ้าสีฟ้าบ่อยๆ แล้วก็สีอะไร ให้เข้าทางไหนๆ
(อย่างกับเล่นของเลยนะเนี่ยะ- หนังสือเล่มนี้ลุงนพซื้อให้จ้ะ)
ว่าแล้ว วันนี้แม่ก็เริ่มคุยกับลูก
หยิบเสื้อนิตตัวใหม่ที่น้าฝนซื้อให้ ทับด้วยโคทสีฟ้า อีกตัว (เอาแบบฟ้าสุดๆเลยไง 55)
แล้วก็สดชื่นรื่นเริงออกจากบ้าน
ลูกจ๋า แม่เพิ่งสังเกตุว่า ธรรมชาติมีศิลปะอย่างฉลาดยิ่งในตัวมันเอง
ถ้าสีฟ้าทำให้คนผ่อนคลายได้จริง อย่างที่หนังสือว่า
ธรรมชาติก็เตรียมเครื่องมือคลายเครียด ให้มนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันอยู่แล้ว
ฟ้าวันนี้ใสมากเลยลูกจ๋า ..
ท้องฟ้าครอบคลุมทุกคนอย่างยุติธรรม
มิน่า ... ใครๆหลายคนถึงได้ชอบมองท้องฟ้ากันจัง
ออกจากบ้าน เราก็เห็นทะเลกันไปตลอดระยะกิโลเมตรนั่นเลย
ทะเลวันนี้ ก็สวยสุดใจ ฟ้าประกายแจ่มมาก
มิน่า คนเครียดๆ เศร้า อกหัก อะไรก็ไปทะเล (ลองไปถามน้าเจดูนะ)
แล้วทะเลวันนี้ ก็ใส สวยแจ่ม แดดระยิบระยับ ลมพัดเป็นระลอกๆ
งามจนแม่อยากแบ่งใหัใครๆที่ไทยมาดูจริงๆเลยลูก
สรุปว่า สีฟ้ารอบตัวแม่ทำให้แม่มั่นใจว่า วันนี้แม่อารมณ์ดีให้ลูกได้แน่นอน
แล้วหนูก็น่ารักเหลือเกินวันนี้ .. ไม่ว่าแม่คุยอะไรกับหนู หนูชกพุงแม่ตอบกลับมาแทนคำตอบหมด
ทำให้แม่ไม่รู้สึกว่า คุยอยู่คนเดียวเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม พ่อต่างหากที่เครียด ..
แม่ปลดปล่อยความเครียดไปหมดแล้ว ด้วยสีฟ้า
พอเจอกับพ่อ เมื่อเวลาเลิกงานที่บ้าน พ่อห่วงชอนซาอย่างเดียว
กลัวหนูจะเครียด แม่บอกพ่อให้ลองคุยกับหนูอย่างมั่นใจ
แต่ปรากฎว่า หนูไม่ชกกลับตอบเสียงพ่อเลย
เดี๋ยวแม่จะให้โอกาสพ่ออีกครั้ง หนูให้กำลังใจพ่อเขาหน่อยนะลูก ..
ที่โต๊ะอาหารเย็น เราขัดแย้งกันต่อหน้าคุณย่า
พ่อสั่งห้ามในสิ่งที่ยังอยู่อีกไกล แม่โต้พ่อด้วยจุดอ่อนที่พ่อพูดไม่ออก
คุณย่าเลย ห้ามทัพด้วยการบอกแม่ว่า พ่อเขาดูแลแม่ดีมากใช่ไหม ?
เข้ามาทำนองนี้ก็แสดงว่า คุณย่ากำลังจะบอกให้แม่ยอมหละ
แต่แม่พลิกมุขเป็นว่า ทีหลังก็คุยกันอย่างนี้ดีกว่า ว่า เราสองคนต่างดูแลซึ่งกันและกันดี ..
พ่อยิ้มจนมุม แม่รอดตัวไป คุณย่าถอนหายใจผ่านไปที่เราสองคนไม่ทะเลาะกันในสิ่งที่แกลำบากใจ
ช่วงเครียดกระมัง แม่นึกถึงหนูได้น้อยมากเลยลูก ขอโทษด้วยนะ
มันทำให้แม่ต้องทบทวนตัวเอง จนกระทั่งตอนนี้ จึงตระหนักแก่ใจ
คนเรานี่ กว่าจะเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "รัก" เราต้องทดสอบ ทบทวนมันหลายรอบเหมือนกันนะลูก กว่าจะแน่ใจ
แม่อยากพบตัวเองเติบโตขึ้นในหัวใจที่เปี่ยมไปด้วย ความเป็นแม่ เร็วๆจริงๆเลยลูก
เราเติมเต็มซึ่งกันและักันใช่ไหมจ๊ะ ..
2007/1/8
**ลืมเล่าไปว่า แม่ขอหนูให้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับแม่วันนี้
แล้วความตั้งใจจะเพิ่มน้ำหนักของแม่ก็ใกล้ความจริง .. ทุกที่ที่ไป มีแต่คนเตรียมอาหารการกิน อุดมสารพัดประโยชน์ไว้ให้แม่ตลอดทาง เยี่ยมจริงๆเลยลูก ...
Thursday, January 04, 2007
หมูทองต้องเตรียม
ลูกจ๋า ..
ก่อนที่แม่จะคุยโม้โอ้อวดอะไรนี่นะ แม่ต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้ดีเสียก่อน
ไม่ได้เหลียวระวังใครหรอก แต่ระวังว่าโชคชะตามันจะเล่นตลก ตลบหลังให้น่ะสิ ..
แม่ไม่แน่ใจว่าได้คุยโม้ไปบ้างหรือเปล่า ว่าพุงไม่หนัก สบายมาก
เพราะตั้งแต่แม่ปิของ กั๊ตจัง มาเตือนเรื่องนอนหงายแล้ว
ทั้งที่ก็รู้สึกว่านอนสบายดี แต่ก็อดห่วงตามหลักการตั้งครรภ์ไม่ได้
เดี๋ยวเราจะกลายเป็นคนท้องที่แหวกแนว ทะลึ่งไปหน่อย ที่นอนหงายอะล่าซ่าจนคลอด
ไม่ได้การ รีบฝึกตัวเองนอนตะแคงซ้ายตามตำราเป๊ะ ..
นอนลำบากมากเลยลูกจ๋า ..
แม่รู้สึกตัวกลางดึก
เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในพุงแม่มันลงไปกองอยู่ที่สีข้างหมด รวมทั้งหนูด้วย
กองจนสีข้างแม่มันห้อยออกมา แล้วก็หนัก และเจ็บใช้ได้
รีบพลิิกตะแคงอีกข้างด้วยความลำบาก จนอยากจะแก้ผ้านอนให้รู้รอดไป
ฤดูนี้ใครๆก็หนาวกัน บ้านเราก็เปิดความร้อนแบบต่ำสุด
ประมาณแค่รักษาความร้อนเวลาออกนอกบ้านเท่านั้น (외출)
แต่แม่จะตื่นมาโวยวายกลางดึกเสมอเลย โอ๊ยย ร้อนๆๆๆ
ผ้าห่มผ้านวมเขาจะได้ห่มแม่แค่ก่อนหลับไปเท่านั้น (พอตื่นมาพ่อแย่งไปหมดด้วยความเต็มใจของแม่)
หัวไหล่ก็ยังไม่หายปวดเคล็ด น่องที่เป็นตะคริววันก่อนก็เหมือนยังแข็งๆปวดๆอยู่เลย
โอย สารพัดมีเรื่องจะบ่นได้
เมื่อกี้แม่แวะไปหาคุณย่าแป๊บนึง แกได้ทีพูดว่า มันง่ายเสียที่ไหนนะ มีลูกแต่ละคนนี่น่ะ
แม่ไม่ได้เึถียงคุณย่าสักคำ
แค่ย้อนในใจว่า "แต่มีความสุขมากจังจ้ะ แปลว่า แม่ยินดีลำบากอย่างนี้แหละลูก ~ ^^)
วันนี้เป็นวันแรกที่ึครูควิลท์แกจะเริ่ม แกโทรมาเมื่อวาน แล้วก็ขออาศัยติดรถแม่ โดยนัดไปรับที่นั่นที่นี่
จริงๆแล้วแม่ไม่ค่อยรู้สึกชอบเท่าไหร่ เพราะขอความช่วยเหลืออย่างนี้ยังใช้น้ำเสียงไม่น่ารัก
แต่พอทำๆไปแล้วแม่ก็สบายใจดี อย่างน้อยการได้ปฎิบัติืดี ปฎิบัติชอบกับทุกคน
เราน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าเสียนะ ลูก
แกเชียร์ให้แม่จับจ่ายผ้าทำผ้าห่มหนูเสียที
แม่ไม่อยากทำแล้วอ่ะ หาเซ็ตผ้าสวยๆไม่ได้เสียที พูดง่ายๆ แม่เปลี่ยนใจแล้วอ่ะ
ผ้าก็แพง แพ๊งแพง
แม่พยายามบ่ายเบี่ยง เพราะต้องทำถุงของขวัญให้หนูด้วย
ในที่สุด แกงัดกระเป๋าออกมาทำใบหนึ่ง แม่เห็นเข้าก็ตาโตเลย
มันช่างน่ารักกุ๊กกิ๊กเสียนี่กระไร บอกแกเลยว่า ทำอันนี้แหละ ๆ
ในที่สุดก็มีงานทำ แสนจะรื่นเริง
เสร็จแล้วแม่ยังตั้งใจว่าจะหยิบชิ้นนี้แหละ ออกมาเผื่อให้พี่ซูวานเขาทำด้วย
เดี๋ยวซื้อผ้าเผื่อให้ ...
เลยแฮปปี้กันไปหมด ครอบครัวพี่ซูวานก็ดีอกดีใจ ตัวพี่ซูวานเองก็แทบจะทนรอผ้าไม่ไหวเีชียว
เดี๋ยวสิ เรื่องสำคัญที่สุดที่แม่ต้องการเล่าวันนี้ก็คือเรื่อง ถุงของขวัญของหนู
อะไรรู้ไหม ? ...
พ่อเขาก็ไม่เคยบอกแม่มาก่อน แต่หอบกล่องใบใหญ่ๆกลับมาใบหนึ่ง
มีหมูทองอยู่สิบตัว กับ ซองสีแดงในธนบัตรในละ 2 ยูเอสมาสิบซอง
แม่ .. งง.. มาก
แล้วพ่อก็เฉลยว่า หลังจากนี้ให้แม่ทำห่อของขวัญหมูทองสิบตัวนี้
พ่อจะเอาหมูทอง(ออมสิน)กับซอง 2ยูเอส
แจกเป็นของขวัญแก่คนที่มาเยี่ยมเมื่อหนูคลอด
ทำไม 2 ยูเอส แม่ไม่เข้าใจหรอก
พ่อบอกว่า มันผลิตจำนวนจำกัด ในเกาหลีธนบัตร 2 ยูเอส หายาก (จริงหรือ ? ยังไม่วายสงสัยอีกนะ)
แต่ก็นับว่าพ่อมีไอเดียน่ารักใช้ได้ทีเดียว
ตอนนี้แม่อยากละเรื่องผ้าห่มหนูเอาไว้ก่อน เรื่องตรงหน้าคือ
ถุงของขวัญที่แม่จะเย็บด้วยงานมือและปักของแม่ (โอเว่อร์ไปหน่อยเปล่าไม่รู้เหมือนกัน)
กระเป๋าปลาย่าง ทำให้เสร็จเสียที
แล้วสอนพี่ซูวานทำกระเป๋าต้อนรับสปริง
ดีจังเลย วันนี้แม่สุ๊ก สุขหละลูกจ๋า
จ๊วบ ทีนะ อิอิ ..
2007/1/4
ก่อนที่แม่จะคุยโม้โอ้อวดอะไรนี่นะ แม่ต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้ดีเสียก่อน
ไม่ได้เหลียวระวังใครหรอก แต่ระวังว่าโชคชะตามันจะเล่นตลก ตลบหลังให้น่ะสิ ..
แม่ไม่แน่ใจว่าได้คุยโม้ไปบ้างหรือเปล่า ว่าพุงไม่หนัก สบายมาก
เพราะตั้งแต่แม่ปิของ กั๊ตจัง มาเตือนเรื่องนอนหงายแล้ว
ทั้งที่ก็รู้สึกว่านอนสบายดี แต่ก็อดห่วงตามหลักการตั้งครรภ์ไม่ได้
เดี๋ยวเราจะกลายเป็นคนท้องที่แหวกแนว ทะลึ่งไปหน่อย ที่นอนหงายอะล่าซ่าจนคลอด
ไม่ได้การ รีบฝึกตัวเองนอนตะแคงซ้ายตามตำราเป๊ะ ..
นอนลำบากมากเลยลูกจ๋า ..
แม่รู้สึกตัวกลางดึก
เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในพุงแม่มันลงไปกองอยู่ที่สีข้างหมด รวมทั้งหนูด้วย
กองจนสีข้างแม่มันห้อยออกมา แล้วก็หนัก และเจ็บใช้ได้
รีบพลิิกตะแคงอีกข้างด้วยความลำบาก จนอยากจะแก้ผ้านอนให้รู้รอดไป
ฤดูนี้ใครๆก็หนาวกัน บ้านเราก็เปิดความร้อนแบบต่ำสุด
ประมาณแค่รักษาความร้อนเวลาออกนอกบ้านเท่านั้น (외출)
แต่แม่จะตื่นมาโวยวายกลางดึกเสมอเลย โอ๊ยย ร้อนๆๆๆ
ผ้าห่มผ้านวมเขาจะได้ห่มแม่แค่ก่อนหลับไปเท่านั้น (พอตื่นมาพ่อแย่งไปหมดด้วยความเต็มใจของแม่)
หัวไหล่ก็ยังไม่หายปวดเคล็ด น่องที่เป็นตะคริววันก่อนก็เหมือนยังแข็งๆปวดๆอยู่เลย
โอย สารพัดมีเรื่องจะบ่นได้
เมื่อกี้แม่แวะไปหาคุณย่าแป๊บนึง แกได้ทีพูดว่า มันง่ายเสียที่ไหนนะ มีลูกแต่ละคนนี่น่ะ
แม่ไม่ได้เึถียงคุณย่าสักคำ
แค่ย้อนในใจว่า "แต่มีความสุขมากจังจ้ะ แปลว่า แม่ยินดีลำบากอย่างนี้แหละลูก ~ ^^)
วันนี้เป็นวันแรกที่ึครูควิลท์แกจะเริ่ม แกโทรมาเมื่อวาน แล้วก็ขออาศัยติดรถแม่ โดยนัดไปรับที่นั่นที่นี่
จริงๆแล้วแม่ไม่ค่อยรู้สึกชอบเท่าไหร่ เพราะขอความช่วยเหลืออย่างนี้ยังใช้น้ำเสียงไม่น่ารัก
แต่พอทำๆไปแล้วแม่ก็สบายใจดี อย่างน้อยการได้ปฎิบัติืดี ปฎิบัติชอบกับทุกคน
เราน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่าเสียนะ ลูก
แกเชียร์ให้แม่จับจ่ายผ้าทำผ้าห่มหนูเสียที
แม่ไม่อยากทำแล้วอ่ะ หาเซ็ตผ้าสวยๆไม่ได้เสียที พูดง่ายๆ แม่เปลี่ยนใจแล้วอ่ะ
ผ้าก็แพง แพ๊งแพง
แม่พยายามบ่ายเบี่ยง เพราะต้องทำถุงของขวัญให้หนูด้วย
ในที่สุด แกงัดกระเป๋าออกมาทำใบหนึ่ง แม่เห็นเข้าก็ตาโตเลย
มันช่างน่ารักกุ๊กกิ๊กเสียนี่กระไร บอกแกเลยว่า ทำอันนี้แหละ ๆ
ในที่สุดก็มีงานทำ แสนจะรื่นเริง
เสร็จแล้วแม่ยังตั้งใจว่าจะหยิบชิ้นนี้แหละ ออกมาเผื่อให้พี่ซูวานเขาทำด้วย
เดี๋ยวซื้อผ้าเผื่อให้ ...
เลยแฮปปี้กันไปหมด ครอบครัวพี่ซูวานก็ดีอกดีใจ ตัวพี่ซูวานเองก็แทบจะทนรอผ้าไม่ไหวเีชียว
เดี๋ยวสิ เรื่องสำคัญที่สุดที่แม่ต้องการเล่าวันนี้ก็คือเรื่อง ถุงของขวัญของหนู
อะไรรู้ไหม ? ...
พ่อเขาก็ไม่เคยบอกแม่มาก่อน แต่หอบกล่องใบใหญ่ๆกลับมาใบหนึ่ง
มีหมูทองอยู่สิบตัว กับ ซองสีแดงในธนบัตรในละ 2 ยูเอสมาสิบซอง
แม่ .. งง.. มาก
แล้วพ่อก็เฉลยว่า หลังจากนี้ให้แม่ทำห่อของขวัญหมูทองสิบตัวนี้
พ่อจะเอาหมูทอง(ออมสิน)กับซอง 2ยูเอส
แจกเป็นของขวัญแก่คนที่มาเยี่ยมเมื่อหนูคลอด
ทำไม 2 ยูเอส แม่ไม่เข้าใจหรอก
พ่อบอกว่า มันผลิตจำนวนจำกัด ในเกาหลีธนบัตร 2 ยูเอส หายาก (จริงหรือ ? ยังไม่วายสงสัยอีกนะ)
แต่ก็นับว่าพ่อมีไอเดียน่ารักใช้ได้ทีเดียว
ตอนนี้แม่อยากละเรื่องผ้าห่มหนูเอาไว้ก่อน เรื่องตรงหน้าคือ
ถุงของขวัญที่แม่จะเย็บด้วยงานมือและปักของแม่ (โอเว่อร์ไปหน่อยเปล่าไม่รู้เหมือนกัน)
กระเป๋าปลาย่าง ทำให้เสร็จเสียที
แล้วสอนพี่ซูวานทำกระเป๋าต้อนรับสปริง
ดีจังเลย วันนี้แม่สุ๊ก สุขหละลูกจ๋า
จ๊วบ ทีนะ อิอิ ..
2007/1/4
Wednesday, January 03, 2007
แผลงฤทธิ์
ลูกเอ๋ย ...
อาการคุณแม่สามเดือนสุดท้ายกำลังเบ่งบานในตัวแม่แล้วกระมัง
เช้านี้ตื่นมาเพราะปวดน่วงด้วยตะคริว
โอ๊ยยย ... ไม่ได้เป็นนาน เหยียดขาให้สุดๆเพื่อคลายกล้ามเนื้อแทบไม่ไหวเลย
เป็นครั้งแรกที่เป็นตะคริวแล้วร้องโอดโอย ปะป๊าต้องลุกมานวดให้ด้วยความเต็มใจ ..แฮ่ๆ
ความจริงไม่ต้องการให้คนนวดให้หรอกนะ อยากได้แรงเหยียดขาสุดๆมากกว่า
แต่นวดยาวให้จนคลายแล้วก็ยังนวดต่อนี่ก็สบายดีค่ะ อิอิ
ช่วงหลังมานี่ แม่ใช้จ่ายตารางเวลาจนสามารถหาเรื่องไม่ได้ เอ๊กเซอร์ไซร์ได้แทบทุกวันเลย
ด้วยหลายเหตุผลแหละ .. อยู่ดีๆก็ปวดบ่าขวา ปวดนานจนแทบใช้แขนขวาไม่ได้
เมื่อคืนเพิ่งเดาสาเหตุได้ ว่าอาจจะเพราะเปลี่ยนเอาหมอนต่ำมาหนุนได้หลายวันแล้ว
ส่วนพ่อยังใช้หมอนยางพาราอันเดิม ไม่รู้ว่าแม่พลาดไปเกยหมอนสูงร่วงลงมาหมอนต่ำกระมัง
เมื่อคืนเลยเปลี่ยนคืน แต่ก็ยังไม่หาย ..
เจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว
พุงก็ใหญ่โย้ .. ใครเห็นก็ตกใจกลัว แต่แม่ไม่เห็นจะกลัวเลย
แม่ว่าเดี๋ยวมีใหญ่กว่านี้อีก .. หรือเขาเห็นคนผอมแห้งแบกพุงโตแล้วหวาดเสียวกันนะ
คุณย่าก็พลอยกังวลไปด้วย ว่าพุงโตขนาดนี้จะทำยังไงดี
แม่ว่า คุณย่าเองก็ลืมไปแล้วว่า ตัวเองเวลาท้องสมัยก่อนเป็นยังไงเหมือนกัน กิกิ
เมื่อคืนมีเหตุการณ์หวาดเสียว ตกใจตื่นเต้นของพ่อกับแม่
เรานอนดูทีวีกันอยู่ดีๆ แม่นอนหงายเปิดพุงมาลูบเล่น แล้วก็รู้สึกว่าพุงล่างมันแข็งๆจัง
เลยเอามือพ่อมาจับดู พ่อต๊กกะใจลุกมานั่งทันที ร้องโวยวายว่า เห็นเป็นตัวชอนซาเลยทำไงดีๆ
แม่เลยมองพุงตัวเองเห็นว่า พุงด้านขวามือแม่มันปูดออกมาเป็นภูเขาสูงกว่าพุงอีกด้าน
เหมือนหนูกำลังพยายามลุก หรือพลิกตัวในพุงแม่จนดันพุงออกมาด้านหนึ่งน่ะแหละ
จับดูก็เหมือนเป็นหัวแข็งๆของหนู ปูดเป็นภูเขาลูกน้อยโผล่มากลางพุงเลย
(พ่อทำท่าประกอบด้วยว่า เหมือนกับหนูกำลังเหยียดตัวพลิกตัวยังไง)
โอ๊ยยย ตายแล้วๆๆ พ่อกับแม่โวยวายไปด้วยลูบพุงให้หนูนอนดีๆไปด้วย ตกใจมากด้วยน่ะแหละ
แล้วไม่นาน ทุกอย่างก็สงบลง พุงแม่ก็ราบเรียบเท่ากันเหมือนเดิมทั้งซ้ายและขวา
โห ฤทธิ์เยอะจังหนู ..
พูดถึงท่านอนนี่นะ แม่คิดว่าคนท้องทั่วไปเขานอนตะแคงเพราะหนักพุงกันนะ
แต่แม่รู้สึกตัวตื่นมาทีไร แม่กำลังนอนกางแขนอ้าซ่า มีพุงที่เปิดทิ้งเอาไว้ด้วย
เหมือนหมาม่งตอนอาบน้ำเสร็จแล้วสบายตัว นอนกางขาผึ่งพุงสีชมพูเลย
(พ่อบอกงั้นอ่ะ)
ถ้านึกย้อนก็จะพอจำได้ว่า มันร้อน ..
โชคดีไปนะ นี่ถ้าเราพุงโตตอนหน้าร้อนนี่มีหวัง ชอนซาได้แช่น้ำนอนถึงเช้าแน่ๆเลย
จึงนับว่าเป็นฤดูหนาวที่แม่อุ่นที่สุด สบายที่สุดในชีวิตแล้วกระมัง
เมื่อวาน แม่ได้เจอกับลูซี่น้อย เพิ่งกลับจากนิวซีแลนด์
โห เธอกลายเป็นสาว พูดภาษาอังกฤษกับแม่คล่องขึ้น ดูโตขึ้น
แม่เห็นแล้วมีแรงบันดาลใจ อีกหน่อยได้ส่งชอนซาไปอยู่ตปท.แน่ๆเลย
จะได้พูดภาษาเก่งๆมั่ง
เราคุยเรื่องนี้กันอย่างมีความสุข ว่าจะส่งไปที่ไหนดี บ้านป้าบ้านลุงคนไหนดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
จริงๆแล้วแม่มีเรื่องหงุดหงิดหัวใจจำนวนหนึ่ง
ตอนแรกว่าจะคุยกับหนู แต่เปลี่ยนใจแล้ว เพราะมีเรื่องหัวปูดกลางพุงขึ้นมาเสียก่อน
แม่เลยเลือกเล่าเรื่องนี้แทน
ส่วนเรื่องหงุดหงิดหัวใจของแม่ ขอแม่หลบไปเขียนที่มุมผู้ใหญ่ดีกว่านะลูกนะ
แม่เริ่มรู้สึกตื่นเต้นยินดี รอวันพบลูกอย่างมีความสุขมากขึ้นทุกทีค่ะ
2007/1/3
อาการคุณแม่สามเดือนสุดท้ายกำลังเบ่งบานในตัวแม่แล้วกระมัง
เช้านี้ตื่นมาเพราะปวดน่วงด้วยตะคริว
โอ๊ยยย ... ไม่ได้เป็นนาน เหยียดขาให้สุดๆเพื่อคลายกล้ามเนื้อแทบไม่ไหวเลย
เป็นครั้งแรกที่เป็นตะคริวแล้วร้องโอดโอย ปะป๊าต้องลุกมานวดให้ด้วยความเต็มใจ ..แฮ่ๆ
ความจริงไม่ต้องการให้คนนวดให้หรอกนะ อยากได้แรงเหยียดขาสุดๆมากกว่า
แต่นวดยาวให้จนคลายแล้วก็ยังนวดต่อนี่ก็สบายดีค่ะ อิอิ
ช่วงหลังมานี่ แม่ใช้จ่ายตารางเวลาจนสามารถหาเรื่องไม่ได้ เอ๊กเซอร์ไซร์ได้แทบทุกวันเลย
ด้วยหลายเหตุผลแหละ .. อยู่ดีๆก็ปวดบ่าขวา ปวดนานจนแทบใช้แขนขวาไม่ได้
เมื่อคืนเพิ่งเดาสาเหตุได้ ว่าอาจจะเพราะเปลี่ยนเอาหมอนต่ำมาหนุนได้หลายวันแล้ว
ส่วนพ่อยังใช้หมอนยางพาราอันเดิม ไม่รู้ว่าแม่พลาดไปเกยหมอนสูงร่วงลงมาหมอนต่ำกระมัง
เมื่อคืนเลยเปลี่ยนคืน แต่ก็ยังไม่หาย ..
เจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว
พุงก็ใหญ่โย้ .. ใครเห็นก็ตกใจกลัว แต่แม่ไม่เห็นจะกลัวเลย
แม่ว่าเดี๋ยวมีใหญ่กว่านี้อีก .. หรือเขาเห็นคนผอมแห้งแบกพุงโตแล้วหวาดเสียวกันนะ
คุณย่าก็พลอยกังวลไปด้วย ว่าพุงโตขนาดนี้จะทำยังไงดี
แม่ว่า คุณย่าเองก็ลืมไปแล้วว่า ตัวเองเวลาท้องสมัยก่อนเป็นยังไงเหมือนกัน กิกิ
เมื่อคืนมีเหตุการณ์หวาดเสียว ตกใจตื่นเต้นของพ่อกับแม่
เรานอนดูทีวีกันอยู่ดีๆ แม่นอนหงายเปิดพุงมาลูบเล่น แล้วก็รู้สึกว่าพุงล่างมันแข็งๆจัง
เลยเอามือพ่อมาจับดู พ่อต๊กกะใจลุกมานั่งทันที ร้องโวยวายว่า เห็นเป็นตัวชอนซาเลยทำไงดีๆ
แม่เลยมองพุงตัวเองเห็นว่า พุงด้านขวามือแม่มันปูดออกมาเป็นภูเขาสูงกว่าพุงอีกด้าน
เหมือนหนูกำลังพยายามลุก หรือพลิกตัวในพุงแม่จนดันพุงออกมาด้านหนึ่งน่ะแหละ
จับดูก็เหมือนเป็นหัวแข็งๆของหนู ปูดเป็นภูเขาลูกน้อยโผล่มากลางพุงเลย
(พ่อทำท่าประกอบด้วยว่า เหมือนกับหนูกำลังเหยียดตัวพลิกตัวยังไง)
โอ๊ยยย ตายแล้วๆๆ พ่อกับแม่โวยวายไปด้วยลูบพุงให้หนูนอนดีๆไปด้วย ตกใจมากด้วยน่ะแหละ
แล้วไม่นาน ทุกอย่างก็สงบลง พุงแม่ก็ราบเรียบเท่ากันเหมือนเดิมทั้งซ้ายและขวา
โห ฤทธิ์เยอะจังหนู ..
พูดถึงท่านอนนี่นะ แม่คิดว่าคนท้องทั่วไปเขานอนตะแคงเพราะหนักพุงกันนะ
แต่แม่รู้สึกตัวตื่นมาทีไร แม่กำลังนอนกางแขนอ้าซ่า มีพุงที่เปิดทิ้งเอาไว้ด้วย
เหมือนหมาม่งตอนอาบน้ำเสร็จแล้วสบายตัว นอนกางขาผึ่งพุงสีชมพูเลย
(พ่อบอกงั้นอ่ะ)
ถ้านึกย้อนก็จะพอจำได้ว่า มันร้อน ..
โชคดีไปนะ นี่ถ้าเราพุงโตตอนหน้าร้อนนี่มีหวัง ชอนซาได้แช่น้ำนอนถึงเช้าแน่ๆเลย
จึงนับว่าเป็นฤดูหนาวที่แม่อุ่นที่สุด สบายที่สุดในชีวิตแล้วกระมัง
เมื่อวาน แม่ได้เจอกับลูซี่น้อย เพิ่งกลับจากนิวซีแลนด์
โห เธอกลายเป็นสาว พูดภาษาอังกฤษกับแม่คล่องขึ้น ดูโตขึ้น
แม่เห็นแล้วมีแรงบันดาลใจ อีกหน่อยได้ส่งชอนซาไปอยู่ตปท.แน่ๆเลย
จะได้พูดภาษาเก่งๆมั่ง
เราคุยเรื่องนี้กันอย่างมีความสุข ว่าจะส่งไปที่ไหนดี บ้านป้าบ้านลุงคนไหนดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
จริงๆแล้วแม่มีเรื่องหงุดหงิดหัวใจจำนวนหนึ่ง
ตอนแรกว่าจะคุยกับหนู แต่เปลี่ยนใจแล้ว เพราะมีเรื่องหัวปูดกลางพุงขึ้นมาเสียก่อน
แม่เลยเลือกเล่าเรื่องนี้แทน
ส่วนเรื่องหงุดหงิดหัวใจของแม่ ขอแม่หลบไปเขียนที่มุมผู้ใหญ่ดีกว่านะลูกนะ
แม่เริ่มรู้สึกตื่นเต้นยินดี รอวันพบลูกอย่างมีความสุขมากขึ้นทุกทีค่ะ
2007/1/3
Tuesday, January 02, 2007
เวลาขายาว
ลูกรัก..
แม่นั่งนับปฎิทินไล่นับอายุสัปดาห์ของลูกเรื่อย เวลาเกิดความไม่แน่ใจ
ทำไมมันจะเร็วอย่างนี้หนอ ตอนนี้อายุพุงแม่คือ สัปดาห์ที่30แล้ว
โอ้วววว ... เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนเต็มๆที่สามารถสบายใจได้
ที่เหลือจากนั้น คงเป็นเวลาระทึกแห่งการระวังว่า หนูเกิดอยากจะออกมาวันไหนก็ได้แล้วสิ
ปีใหม่แล้วจ้ะ 2007 แม่มีความสุขดีกับการนั่งเรียบเรียง บรรดาสมุดบันทึกทั้งหลาย
ส่วนใหญ่แล้วเป็นสมุดบันทึกเรื่องงานการ มากกว่า บันทึกแบบไดอารี่ค่ะ
เรียบเรียงแล้วก็เคลียร์งานบ้าง (แกล้ง)ทำตัวยุ่งๆเหมือนสาวออฟฟิศบ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แล้วก็กดมือถือด้วยความพยายามจะหาวิธีคุ้นเคยกับมันให้ได้
กดไปกดมา แม่เจอเบอร์โทรเพื่อนเก่าจากอัลบาเนีย ลุงเกกัม
นึกเกิดอยากกดไปเช็คดูว่า ยังใช้เบอร์นี้อยู่หรือเปล่า หรือจากโคเีรียกลับบ้านเกิดไปแล้ว
กดแล้วก็เปลี่ยนใจ ให้เขาต้องโทรกลับมา พอถามปรากฎว่าใช่
โอ้วว แม่ดีใจมากมาย ยกความดีความชอบให้หนูทันที
ความยินดีอันเกิดจากการที่เราได้พบกันอีกครั้ง ช่างอารมณ์ดีอย่างนี้เองนะลูก
ดีใจราวกับของขวัญปีใหม่เลย ทั้งที่ก็ไ่ม่รู้จะดีใจไปทำไม ฮ่า ฮ่า
เมื่อวาน พ่อก็ต้องทำงานจ้ะ
ขณะที่ยังกลับไม่ถึงบ้าน พ่อก็ส่งเมสเสจมา ดังนี้ ..
"여보, 희망찬 새해가 시작되었네 ^^
올해 이쁜천사랑
당신이랑 더 행복한 가족만들자"
นี่ถ้าไม่ได้ออกไปทำงาน แม่ก็คงไม่ได้รับเมสเสจอย่างนี้หรอก
เราจะนึกถึงกันได้เมื่อตัวต้องห่างกันเท่านั้นเอง
คงเป็นข้อดีของการห่างกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นกระัมัง
คือ มันช่วยให้เรารู้จัก "คิดถึงกัน"
แฮ่ๆ แม่โรกะติกอีกแล้วใช่ไหม..
นับตั้งแต่วันที่ 1 หรือเริ่มก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สามสิบของหนูเป็นต้นมา
หนูดิ้นเก่งมากจ้ะ
แต่มีำำำพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป .. หนูไม่ตื่นเต้นกับเสียงพ่อเท่าไหร่แล้ว
ไม่ดิ้นทันใดเมื่อพ่อร้องเพลงเดิมๆ แต่ดิ้นร๊อคเวลาได้ยินเสียงเพลงอื่นๆมากกว่า
เราขำกับเรื่องนี้มาก ว่าชอนซาคงเบื่อเสียงพ่อ เบื่อเพลงเดิมแล้วหละ
รสนิยมของชอนซาออกไปทาง ขาร๊อคมากกว่าซะแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เราดูปฎิทินด้วยใจประหวั่นพรั่นพรึงกันทั้งสองคน
เนื่องจากตระหนักดีว่า เวลาที่เหลือ จะเดินด้วยขาที่ยาวมาก
แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้เตรียมตัวพร้อมเลย
แม่ตั้งใจว่า เดือนนี้เราคงต้องเริ่มจัดบ้าน รอรับหนูแล้ว
ส่วนพ่อต้องบรรลุ "งานไม้ให้ลูก" ให้ได้
หรือจะเป็นแค่ราคาคุย แม่ก็ยังสงสัยอยู่
แม่คิดอะไรไม่ออกสำหรับเวลาที่เกินสองเดือนหลังจากนี้
แม่จะตั้งสติไม่อยู่ แล้วทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่านะ
จะเหมือนกับเวลาก่อนขึ้นเวที ที่เราฝึกซ้อมเตรียมการพูดไปอย่างดี
พอขึ้นไปแล้ว ยืนขาสั่นทุกอย่างที่จำได้ ลืมหมด สมองว่างเปล่า
แล้วทำต่อไปตามบทบาทด้วยสัญชาติญาณแทน
กว่าจะมีสติได้ ก็สายไปแล้วเสียหลายอย่าง
หวังว่า คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ
ตอนนี้ แม่คิดว่า แม่จะเหลือเวลาทำงานอีกเท่าไหร่
แล้วจากนั้นจะเป็นยังไง ?
แม่หวังว่า หนูคงเก่งพอจ้ะ
ดูสิ ตอนนี้แม่ก็ลืมเสียแล้ว ว่าตั้งใจจะเขียนอะไรของไดอารี่อัพเดทวันนี้
รู้แต่ว่า มีหลายอย่างที่แม่ผัดผ่อนทำทีหลังหลายอย่างเลยเชียว (ทำให้หนู)
เอาใจช่วยแม่และพ่อด้วยนะลูก
2007/1/2
แม่นั่งนับปฎิทินไล่นับอายุสัปดาห์ของลูกเรื่อย เวลาเกิดความไม่แน่ใจ
ทำไมมันจะเร็วอย่างนี้หนอ ตอนนี้อายุพุงแม่คือ สัปดาห์ที่30แล้ว
โอ้วววว ... เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนเต็มๆที่สามารถสบายใจได้
ที่เหลือจากนั้น คงเป็นเวลาระทึกแห่งการระวังว่า หนูเกิดอยากจะออกมาวันไหนก็ได้แล้วสิ
ปีใหม่แล้วจ้ะ 2007 แม่มีความสุขดีกับการนั่งเรียบเรียง บรรดาสมุดบันทึกทั้งหลาย
ส่วนใหญ่แล้วเป็นสมุดบันทึกเรื่องงานการ มากกว่า บันทึกแบบไดอารี่ค่ะ
เรียบเรียงแล้วก็เคลียร์งานบ้าง (แกล้ง)ทำตัวยุ่งๆเหมือนสาวออฟฟิศบ้าง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แล้วก็กดมือถือด้วยความพยายามจะหาวิธีคุ้นเคยกับมันให้ได้
กดไปกดมา แม่เจอเบอร์โทรเพื่อนเก่าจากอัลบาเนีย ลุงเกกัม
นึกเกิดอยากกดไปเช็คดูว่า ยังใช้เบอร์นี้อยู่หรือเปล่า หรือจากโคเีรียกลับบ้านเกิดไปแล้ว
กดแล้วก็เปลี่ยนใจ ให้เขาต้องโทรกลับมา พอถามปรากฎว่าใช่
โอ้วว แม่ดีใจมากมาย ยกความดีความชอบให้หนูทันที
ความยินดีอันเกิดจากการที่เราได้พบกันอีกครั้ง ช่างอารมณ์ดีอย่างนี้เองนะลูก
ดีใจราวกับของขวัญปีใหม่เลย ทั้งที่ก็ไ่ม่รู้จะดีใจไปทำไม ฮ่า ฮ่า
เมื่อวาน พ่อก็ต้องทำงานจ้ะ
ขณะที่ยังกลับไม่ถึงบ้าน พ่อก็ส่งเมสเสจมา ดังนี้ ..
"여보, 희망찬 새해가 시작되었네 ^^
올해 이쁜천사랑
당신이랑 더 행복한 가족만들자"
นี่ถ้าไม่ได้ออกไปทำงาน แม่ก็คงไม่ได้รับเมสเสจอย่างนี้หรอก
เราจะนึกถึงกันได้เมื่อตัวต้องห่างกันเท่านั้นเอง
คงเป็นข้อดีของการห่างกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นกระัมัง
คือ มันช่วยให้เรารู้จัก "คิดถึงกัน"
แฮ่ๆ แม่โรกะติกอีกแล้วใช่ไหม..
นับตั้งแต่วันที่ 1 หรือเริ่มก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สามสิบของหนูเป็นต้นมา
หนูดิ้นเก่งมากจ้ะ
แต่มีำำำพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป .. หนูไม่ตื่นเต้นกับเสียงพ่อเท่าไหร่แล้ว
ไม่ดิ้นทันใดเมื่อพ่อร้องเพลงเดิมๆ แต่ดิ้นร๊อคเวลาได้ยินเสียงเพลงอื่นๆมากกว่า
เราขำกับเรื่องนี้มาก ว่าชอนซาคงเบื่อเสียงพ่อ เบื่อเพลงเดิมแล้วหละ
รสนิยมของชอนซาออกไปทาง ขาร๊อคมากกว่าซะแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เราดูปฎิทินด้วยใจประหวั่นพรั่นพรึงกันทั้งสองคน
เนื่องจากตระหนักดีว่า เวลาที่เหลือ จะเดินด้วยขาที่ยาวมาก
แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้เตรียมตัวพร้อมเลย
แม่ตั้งใจว่า เดือนนี้เราคงต้องเริ่มจัดบ้าน รอรับหนูแล้ว
ส่วนพ่อต้องบรรลุ "งานไม้ให้ลูก" ให้ได้
หรือจะเป็นแค่ราคาคุย แม่ก็ยังสงสัยอยู่
แม่คิดอะไรไม่ออกสำหรับเวลาที่เกินสองเดือนหลังจากนี้
แม่จะตั้งสติไม่อยู่ แล้วทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่านะ
จะเหมือนกับเวลาก่อนขึ้นเวที ที่เราฝึกซ้อมเตรียมการพูดไปอย่างดี
พอขึ้นไปแล้ว ยืนขาสั่นทุกอย่างที่จำได้ ลืมหมด สมองว่างเปล่า
แล้วทำต่อไปตามบทบาทด้วยสัญชาติญาณแทน
กว่าจะมีสติได้ ก็สายไปแล้วเสียหลายอย่าง
หวังว่า คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ
ตอนนี้ แม่คิดว่า แม่จะเหลือเวลาทำงานอีกเท่าไหร่
แล้วจากนั้นจะเป็นยังไง ?
แม่หวังว่า หนูคงเก่งพอจ้ะ
ดูสิ ตอนนี้แม่ก็ลืมเสียแล้ว ว่าตั้งใจจะเขียนอะไรของไดอารี่อัพเดทวันนี้
รู้แต่ว่า มีหลายอย่างที่แม่ผัดผ่อนทำทีหลังหลายอย่างเลยเชียว (ทำให้หนู)
เอาใจช่วยแม่และพ่อด้วยนะลูก
2007/1/2
Subscribe to:
Posts (Atom)