Friday, February 26, 2010

english in your life

กำลังนั่งเล่นคอมพ์อยู่ ได้ยินเสียงครืดๆข้างหลัง หันไปเห็น..
รีอันกำลังลงสีเทียนบนโต๊ะอย่างเมามัน มันคงเพราะมีรอยบนพื้นโต๊ะด้วย ทำให้เกิดความมันส์เวลาขีด
เลยสนุกใหญ่

ต่อมา ได้ยินลูกร้องว่า โอ้ มายก้อดชช ร้องเพลงinchy winchy spider อย่างต่อเนื่อง
แม่นั่งฟังนิ่งๆ .. ชื่นใจ ภูมิใจ ดีใจ แต่ขำไม่ออก เมื่อเห็นโต๊ะตัวเล็กมันดำไปหมด ลามไปถึงหน้าอกเสื้อคนวาดแล้วด้วย

ร้องแต่ โอ้ มายก้อดชชช ลูกชั้น เธอจะฝรั่งจ๋าไปไหนกัน
วันๆเดี๋ยวนี้ ก็จะ มัมมี๊ มามา สลับกับออมม่า ซึ่งหายไปไหนแล้วไม่รู้

พูดภาษาอังกฤษแบบปนกับภาษาเกาหลีสนุกสนานมาก

เอามือมาให้แม่ดูว่า มีตุ่มแดงๆอันดูเหมือนโดนตัวอะไรต่อยมา
แม่ทำท่าตกใจ ลูกรีบฟ้องว่า พ่อตี แม่เลยส่งเสียงขำว่าพ่อตี
กลัวแม่ไม่เื่ชื่อเลยพูดเองต่อว่า คุณครูตี แม่ตี เลยบ่นไปเป็นภาษาไทยว่า
โห ชีวิตเธออะไรมันจะขนาดนั้น

มันตอบว่า อื้อ everyone ! พร้อมทำหน้า ฮึ!

โอยย ทนไม่ไหว หัวเราะก๊าากกกกๆๆ ลั่นบ้านเลย


วันนี้ได้รับแบบฟอร์ม พร้อมชุดkinder kidsมาแล้ว
ความหวังว่าเราจะคุยภาษาอังกฤษกันมันส์มากขึ้น อยู่ที่นี่คร๊าบ

Thursday, February 18, 2010

สร้างกันใหม่อีกรอบ.. นิสัยที่ดี

เด็กมันโตขึ้นอะไรๆมันก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสิเนอะ..

ไม่มีอะไรน่ารำคาญใจแม่เท่ากับเรื่องกิน-นอน ของรีอัน

แน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับความสูง ขนาดร่างกาย

ไอ่กินไม่ได้ นอนไม่พอเนี่ยะ

แต่เกิดว่าวันนี้รีอันกินไม่หยุดขึ้นมา แม่ช็อค..


ถ้าคิดย้อนหลังก็มีอีกเหตุผลหนึ่งคือ วันที่ไปหาหมอฮันอียซา (Oriental Doctor)
นั่งคุยๆอยู่ตอนท้าย หมอหยิบแผ่นเหมือนพลาสเตอร์ยาสี่เหลี่ยมจตุรัสแผ่นเล็กๆประมาณ ไม่เกิน2ซม.
มาแปะให้พุงแผ่นนึง แปะให้ที่คอแผ่นนึง
หมอบอกว่า เป็นฝังเข็มของเด็ก ถ้าทำได้ให้ปล่อยไว้24ชม.ค่อยแกะออก

วันนี้ทุ่มนึง ครบ24ชมแล้ว ตอนเย็นอาบน้ำให้ แม่ก็เลยขอรีอันว่าจะแกะออก
(มีอิดออดนิดนึง แต่คงไม่ชอบด้วยอยู่แล้วเลยยอมให้แม่แกะ)

แทรกนิดว่า รีอันอดทนมาก ท่องตลอดเวลา ว่า"แกะไม่ได้ๆ"(때면 안되 때면안되) "รีอันไปหาหมอมา หมอฉีดยาให้"(리안이 주사맞았어 아야!)
ไปถึงรร.ก็บอกครูทันทีว่าตัวโดนฉีดยามา

เพราะเมื่อแกะออกมา แม่อึ้ง ที่จริงก็อยากรู้แหละว่าหน้าตามันเป็นยังไง

พอเห็นแล้ว กึ่ยยย มันเป็นเข็มจริงๆน่ะแหละ เข็มเล็กๆ แต่ถ้ามีเข็มนี้จิ้มอยู่ที่เนื้อเรา24ชม.คงรำคาญพิลึก
มันคงคันๆเจ็บๆด้วย แต่นี่ลูกอยู่กับมันมา24ชม.แล้วหวะ ทึ่ง..

มันจะมีผลอะไรไม่รู้..
แต่เช้านี้รีอันกินข้าวได้อย่างไม่น่าเืชื่อ ..หมอให้แผนบันทึกการกินอาหารมาด้วย
กำหนดปริมาณและประเภทอาหาร คาร์โบไฮเดรต(ข้าว-ขนมปัง กุกซู) โปรตีน(เนื้อนม) วิตามิน(ผัก) ว่าควรกินได้ปริมาณเท่าไร
เช่น ปริมาณข้าว ปกติ รีอันกินอยู่ที่แผ่ก้นถ้วยเลย หมอถามว่า1/3ใช่ไหม ควรเิพิ่มให้เป็นครึ่งถ้วย1/2ได้แล้ว

จริงๆไม่กล้าบอกความจริงกับหมอด้วยว่า หมอคะ แค่ตูดถ้วยประมาณ1/4ได้มั้ง มันน่าสังเวชเกินไป
หมอบอกว่าให้ค่อยๆเพิ่มทีละนิดๆจนเด็กเริ่มชิน

ต่อมา โปรตีน เนื้อสัตว์หมูหรือเนื้อหรือไก่ ขนาดเท่าหนึ่งลูกปิงปอง - อันนี้เมื่อก่อนเครียดแน่ สมัยก่อนไม่ค่อยยอมเคี้ยวเนื้อ ส่งให้คายออกประจำ แต่ตั้งแต่พบร้านเจ้าประจำ เจอหมูนุ่มมากรีอันกินได้กินดี แต่พ่อค้าเสนอว่า เนื้อวัวนุ่มก็ราคาเดียวกัน เอาเนื้อวัวไปเถอะ - แน่นอน คนเกาหลีเชื่อว่าเนื้อวัวดีกว่าเนื้อหมู ก็น่าจะเ็ป็นเช่นนั้น ถ้าไม่เจอวัวบ้านะ (หมูก็เจอหวัดหมูเหมือนกัน โลกเดี๋ยวนี้ อยู่ยากขึ้น)

ปลาหนึ่งชิ้น(อันนี้ง่ายมาก)
ไข่1ฟอง
เต้าหู้1/3ก้อน (ก้อนเกาหลีก้อนใหญ่ เรียกว่าขนาดนี้คือก้อนเล็กหนึ่งก้อนแล้วกัน)

ไม่มีคำว่า หรือ แต่มีเครื่องหมายจุลภาคคั่นอยู่เท่านั้น

คิดเอาเองว่าจะให้กินหมดหรือกะปริมาณเอา

ผัก (หมวดวิตามิน)
ผักสุกทั้งหลาย ปริมาณ1ถ้วย หรือ แปดคำ(ช้อน)

มื้อกลางวันหมอไม่พูดถึงเลย แต่ถ้าดูเอาเอง ปริมาณมันมากกว่ามื้อเช้านิดนึง
เช่นมื้อเช้าข้าวครึ่งถ้วยก็ต้องเพิ่มเป็นเกือบถ้วย ผักก็เพิ่มเป็นสิบคำ

กินให้ได้เท่านี้ ผู้ใหญ่ยังกินไม่ได้เลยคู๊น..

ผลไม้ไม่ต้อง ถ้าไปโรงเรียน เพราะจะได้กินอยู่ที่โรงเรียนอยู่แล้ว
เรื่องผลไม้นี่ หมอบอกว่าให้กินวันละครั้งพอ.. และไม่ต้องมาก
เช่น กล้วยครึ่งลูก (ไม่กล้าบอกหมอว่า วันนั้นรีอันกินไป2ลูกติดๆกัน)

ขนมหวานบรรดาลูกอม ช็อคโกแล็ตนี่ แน่นอนว่า งดเด็ดๆ

วกมาเล่าเรื่องช็อคโกแล็ตก่อน
รีอันลูบๆึคลำๆกระเ๋ป๋าที่ครูให้มาตั้งแต่วันซอลนัล แกเก็บแช่ตู้เย็นไว้ตลอด
กลับมาจากรร.ก็มาเปิด มาแกะ อยากกิน หยิบช็อคโกแล็ตออกมาหนึ่งตูม (ก้อนที่เป็นลูกสามเหลี่ยมเหมือนเตนท์ที่มียอดแหลมน่ะ) ขอให้แม่แกะ แม่ไม่แกะให้เสียที เช้านี้ตื่นมา ลุกมาหยิบเองอีก คราวนี้แกะเองเลย
แม่้ร้องเสียงเครียด รีอันถามแม่ว่า "ทิ้งไหมแม่"(버려?) แม่ก็อยากลองใจ-(แอบเสียดายของเหมือนกัน)
พยักหน้า รีอันเดินไปหย่อนลงถัง ตุ้บ

โอ้ โห เก่งมากหวะ ลูกแม่ หัดตัดใจแต่เด็ก สรุปว่าหักดิบชอคโกแลตไปหนึ่ง

จริงๆแล้วเมื่อคืนรีอันอาจจะหิวมาก ก็เป็นได้
แม่ทำคัมจา ซูเจบีให้ แล้วให้กินแค่ถ้วยเดียว ส่วนใหญ่คือน้ำ -- กับผักต้ม อันนั้นแม่ก็ว่ามันเยอะแล้ว
แต่รีอันนอนไม่หลับเสียที จับนอนกันตั้งแต่สามทุ่ม กินนมหมด นอนลืมตา-ต้องเรียกว่าพยายามไม่หลับตาจนสี่ทุ่มครึ่ง กว่าจะได้หลับลงเอาเมื่อห้าทุ่ม โดนแม่ดุยกใหญ่ไปอีกที ..

เช้านี้ ตอนก่อนหกโมงเช้านอนกระสับกระส่าย
พอแม่ถามว่านมไหม รีอันตอบทันที ..
ดื่มนมหมดแล้วไม่นอนต่อ ตื่นแล้ว

แม่เลยลุกมาำทำโน่นนี่

อีกเรื่องหมอสั่งให้อาหาร ณ เวลาเดียวกัน
ปกติเรากินอาหารกันที่ ประมาณ8โมงเช้า
วันนี้ดันตื่นเช้า แม่เลยต้องพยายามถ่วงเวลา ได้มากที่สุด7โมงครึ่ง เพราะรีอันงี่เง่างิ๊ดง๊าดไปหมดทุกเรื่อง
เดาว่าคงผสมง่วงและหิว

แม่ทำโดยไม่ได้คิดว่าลูกจะกินหมด ทำแบบ ทำไปงั้นๆตามเมนู
ไข่ต้ม1ฟอง (ไข่ใหญ่เสียด้วย ปกติกินฟองเดียวก็จอดแล้วไม่ต้องกินอย่างอื่นอีก)
ซูเจบีของเมืือคืนเอามาเป็นซุป
เต้าหู้สี่แผ่น เอามาทำเนื้อสับคลุกราดหน้าเต้าหู้

แล้วเลยลุกไปตักข้าวมาอีกหน่อย เอาแค่ปริมาณเดิมน่ะแหละ ตูดถ้วย

ในกรณีเช่นนี้ ข้าวตูดถ้วยจะไม่หมดเพราะมีไข่1ฟองและเต้าหู้เนื้ออีก มีซุปด้วย แต่วันนี้ไม่ใช่
แม่อึ้งไป..

ไข่หมดฟองเลย จากที่คิดว่าไม่ .. เต้าหู้หมดสามแผ่น เนื้อที่ราดมา หมดเกลี้ยง ซูเจบีเลี่ยงไม่กินคัมจา ต้องลุกไปเติมผักอีกสองรอบ ข้าวก็หมด

แม่งงมาก นี่มันไม่ใช่ลูกคนเดิมแล้วหวะ ... กินจนพุงยื่นเกินหน้าเกินตาไปเลย

ถ้ากินได้อย่างนี้ทุกวัน รวมกับที่หมอบอกว่า ยาบำรุงที่จะให้มา เป็นยาเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของกระเพาะด้วยหละก็

ค่อยน่าไว้วางใจหน่อย ..

เห็นกินแบบนี้แล้ว นึกขึ้นได้ว่า หรือว่าเมื่อคืนนอนกระสับกระส่ายเพราะหิว ..
โถลูก.. แม่มันเบ๊อะเอง ไม่เข้าใจวิถีการเจริญเติบโตของลูก

กินอิ่มท้องตึง หนังตาคงอยากหย่อน รีอันออกอาการง่วงงอแง ไม่อยากจากแม่ไปรร.

จริงๆแล้วเมื่อคืนพ่อกับแม่ยุ่งที่ร้าน เลยต้องกระเตงลูกไปด้วย พานอนดึกไปหน่อยสามทุ่ม
กว่าจะหลับลงได้ห้าทุ่ม ถ้าต้องเผื่อสองชัวโมงกว่าจะหลับอย่างนี้ แ่ม่ต้องพาเอ็งนอนตั้งแต่ทุ่มนึงเพื่อจะให้หลับตอนสามทุ่มไหมนี่

วันนีจะดูท่าทีเรื่องนอนอีกครั้งหนึ่ง


เรืองสุขภาพด้วย .. ไอมีเสลดไม่หายเสียที แต่พอเห็นกินได้อย่างนี้ แม่ว่าน่าจะหายได้เร็วแน่
วันนี้จะลองปรึกษาหมอดูอีกที

แก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ให้ได้ก่อนจะสายเิกินไป
นิสัยการกิน การนอน (จริงๆแล้วทุกอย่าง) ต้องปลูกฝังกันเสียแต่เล็กๆใ่ช่ไหม..

Wednesday, February 17, 2010

ไม่ทำให้ไม่ได้น่ะสิ

ชีวิตของลูกน่าจะขึ้นอยู่กับ"การเล่น"เป็นส่วนใหญ่แล้วตอนนี้
หากว่าหยุดหลายวัน รีอันจะยอมไปรร.โดยดี
เวลาบอกว่าวันนี้ไปออรินนีจิ๊บ ..จะพยักหน้าหงึกหงัก
แล้วเล่นต่อ อย่างอารมณ์ดีเป็นส่วนใหญ่


อารมณ์ดีเป็นส่วนใหญ่ ขี้น้อยใจโผล่มาแล้ว
เมื่อคืน นอนแบบพยายามไม่นอนอยู่นาน จนแม่เกือบหลับคาที่ไปหลายรอบแล้ว
ลูกยังบังคับตัวเองนอนลืมตาอยู่
แม่เลยลุกมาดุเสียเลย

สักพักมีเสียงร้องไห้กระซิกๆ ไอ่หมาน่อยนอนร้องไห้กระซิกๆแบบน้อยใจลับๆ

เฮ๊อะ..

ณ เวลานี้ ส่งไปโรงเรียนแล้ว โบกมือหยอยๆแบบยิ้มแย้ม
จะอยู่ที่นี่อีกสัปดาห์เีดียวเท่านั้น(아리체) แล้วก็จะย้ายไปkinderkidsแล้ว
หวังว่าจะยิ้มแย้มแบบนี้ต่อไปนะลูก..
ถึงตอนนั้นแม่ก็คงต้องปรับตัวเหมือนกัน

นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องเตรียมตัวรับมือกับการปรับตัวเพื่อปรับความสูงลูก..

พ่อบ่นว่า รีอันเอ๋ย ใช้เงินเก่งจังเลยลูก
จริงๆแล้วพ่อแม่มันใช้ให้ทั้งนั้นเลย เพื่อลูก คำเดียวเท่านั้น ..

ต้นเดือนแม่จูงพ่อไปจ่ายค่า คาเบ 자석가베/orda โดนรูดไป165มันวอน
ยังมีต่อมาอีกนะพ่อนะ ..

แต่รักลูกจัง เราทำให้ได้เท่ากำลังของเราแหละ
ไม่ทำไม่ไหวจริงๆ

must do at 3

รีอันจะครบสามขวบเต็มแล้ว
เหมือนสัญญาณจุดเริ่มต้นของหลายเรื่องที่แม่ต้องรีบทำ

(และต้องค้นคว้าว่าต้องรีบทำอะไรอีกบ้าง)

วันนี้แม่ให้พ่อโทรนัด 한의원
เพราะรู้สึกว่าลูกสูงไม่ได้ตามเกณฑ์ แต่นน.ใช้ได้
(อีกความหมายหนึ่งคือ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ได้อ้วนเตี้ยแน่)

สังเกตุมานานแล้ว เคยพาไป 한의원 แต่ได้หมอหัวเราะเยาะกลับมาแทน

ตอนนั้นพยายามทำใจไป หมอให้ยามาซองนึง แต่รีอันไม่กิน แม่เลยทำใจ

หมอนี้ดี เป็นคลีนิคเด็กเฉพาะ พอเข้าไปยืนในคลีนิึค เห็นราคาแพ็คเกจของคอร์สแล้วใจหายวูบ
ราคา6เดือนลดพิเศษเหลือ120มันวอน แปลว่าล้านสอง

รีบคว้าโทรจะส่งเมสเสจหาพ่อ (กระต่ายตื่นตูม-ประจำ)

แต่ถึงคิวพอดี .. วัดส่วนสูงชั่งนน. น้ำหนัก15.4 เป็นไปได้เพราะเพิ่งกินข้าวอิ่มมา
ส่วนสูง 92.6 เฮ่ยย วันก่อนครูบันทึกมาว่า 91.4ไง

เอาเป็นว่า เฉลี่ยอยู่ที่92แล้วกัน นั่นก็ยังไกลเกณฑ์อยู่5ซม. ไม่ไหวๆ

หมอพูดดี พูดเก่งมาก ..เริ่มเช็คทีละอย่าง รีอันไม่มีปัญหาอื่น พบปห.ที่ชัดเจนคือ ในตัวเด็กมีอุณหภูมิสูงไป เหงื่อออกมาก
แน่นอน หมอสั่งงดขนมหวานพวกบรรดาชอคโกแลต(วันนี้เพิ่งกระหน่ำกินไปเอ๊ง)
ลูกอม .. ไอศครีม ของหวานมีส่วนทำให้อุณหภูมิสูงด้วย

กินอาหารให้เป็นเวลา .. มื้อเช้า
และค่อยๆเพิ่มจำนวนทีละนิดๆ .. (อีกหน่อยต้องชั่งตวงวัดไหมนี่)

ผลไม้กินแทนขนม แต่วันละครั้งพอ .. ถ้าไปรร.เขาจะให้ขนมอยู่แล้วดังนั้นที่บ้านเลิกเลย

เวลานอนหลังจากหลับไปแล้วประมาณสามสิบนาที เหงื่อออกให้เช็ดเหงื่อ เพราะลูกไม่ชอบห่มผ้า-ร้อน จะได้ไม่เป็นหวัด

สิ่งที่ต้องแก้ไขคือ 1.ความร้อนในร่างกาย 2.ปริมาณอาหารที่กิน 3.ภาวะการดูดซึมของกระเพาะ
ให้กินยาบำรุง - กินแล้วจะดีขึ้น
หมอเอาฝังเข็มกดจุดของเด็กแปะให้ ที่คอกับสะดือ สั่งให้เก็บไว้24ชม. ถ้าัคันหรือไม่ยอมค่อยแกะออก

รีอันนอนท่องว่า ห้ามแกะ ห้ามแกะ .. ลูกน่ารักมาก

(เรื่องน่ารักผุดออกมาให้บันทึกลัดคิวว่า เดี๋ยวนี้หยิบของเล่นมาเล่นเสร็จต้องเก็บก่อน จึงจะทำอย่างอื่นได้)

ยาึครึ่งเดือน 139000วอน แสนสี่น่ะแหละ

Sunday, February 14, 2010

รัก เป็นอย่างนี้เอง

วันที่หนึ่งเดือนหนึ่ง ปี2510 ตามปฎิทินจันทรคติ ที่คนเกาหลีเชื่อมั่นว่ามันตรงมากกว่าปฎิทินสากล

รีอันไม่ยอมกลับมากับเรา ลุงบอกว่าจะเอามาส่งให้เอง
ทำให้แม่เพิ่งรู้ใจตัวเองอีกครั้ง คิดถึงลูกแค่ไหน ..
นึกห่วงตลอดเวลา ..จะหิวไหม ง่วงไหม ลุงจับให้ดูแต่ทีวีแล้วให้นั่งหน้าจออย่างเีดียวอีกหรือเปล่า
หนูง่วงแล้วจะงอแงไหม มีใครคอยเอาน้ำให้ดื่มหรือเปล่า

ภายในเวลาสามสิบนาทีสำหรับแม่ มันนานเหมือนหลายชั่วโมงแล้ว

อดทนไม่ได้ต้องโทรไปหาย่า ย่ารีบรายงานว่าหลับแล้ว เดี๋ยวตื่นจะมาส่งทันที

แม่จึงค่อยทำใจ แอบงีบหน่อยได้

พอหนูกลับมา พี่ลำไพเอามาส่ง ร้องไห้น้ำตาไหลมาเลย
งอแงเรื่องงี่เง่า .. แม่รีบกอดลูก

หนูอยู่กับแม่ดีกว่านะลูกนะ
แม่นี่แหละดูแลหนูได้ดีที่สุดแล้ว

แล้วเราก็เล่นบล๊อกทิปท็อปด้วยกันอย่างเพลิดเพลินที่สุด ตั้งแต่ซื้อมันมา

แม่มีความสุขถ้ามีหนูอยู่ด้วยกัน
อีกหน่อยลูกก็จะดิ้นรนอยากออกไปหาคนอื่น อยากไปข้างนอก
อีกหน่อย หนูจะนึกถึงแม่ทีคอยอยู่ที่บ้านสักแค่ไหน

วันนี้ขอกอดลูก หอมลูกให้พอ ให้เต็มที่ในแต่ละวันให้มากที่สุด ดีกว่า

แม่รู้สึก รักลูกมากกว่าพ่อของลูกอีก ทำไงดีเนี่ยะ

Thursday, February 11, 2010

ดีใจดีไหม



รีอันใกล้สามขวบเข้าไปทุกวัน ..
นอกจากสองขวบแล้ว สามขวบเป็นอีกจุดเปลี่ยนหนึ่งเหมือนกัน

(ทั้งที่ความจริงเปลี่ยนกันทุกวัน ถ้าแม่เผลอ..)

การทำให้ความฝันเป็นความจริง มันมีขั้นตอนอยู่ และ..
โอกาสเท่านั้นที่จะพามันเข้ามาหา คนที่มีความปรารถนา

เอ๊อ ว่าไปโน่น 55

แม่เริ่มเรียนรู้คำว่า orda มาจากแม่บ้าอบรมลูกอีกคน เตียงข้างๆตอนรีอันแอดมิท
เขาแนะนำให้รู้จัก แม่กลับมาเสิร์ชหา ..
ลองพยายาม แล้วในที่สุด แม่ก็ติดกับของในเวบนี้

แต่ราคา... มันไม่น่าจะย่อมเยา
อิเราจะซื้อได้ฉันใด ไม่มีทาง ..ถ้าแสนสองแสน แม่ยังพอสู้

เหลือคนเดียวที่จะเป็นเทพเจ้าในเรื่องนี้ papa..

รีอันได้บัตรเข้างาน international kids education fair มา
จากที่แม่เคยเสิร์ชพบ งานนี้แหละ ที่ทำให้เด็กหลายคนพบกับ 자석가베 ของ orda

ไปกันนะ เราไปกันนะพ่อนะ แม่จะพาพ่อไปรู้จักกับตัวนี้แหละ
แค่อยากให้พ่อไปนั่งคุยกับคนขาย ให้เขาเล่าให้ฟัง
จนกลับ ความคิดที่จะซื้อแบบของมือสองให้ลูกก็ยังอยู่ในพ่อ

จนกระทั่งที่เราลงชื่อเอาไว้ เขาโทรมาหา พ่อตกลงรับนัด
แม่รู้ทุกอย่าง กระทั่งว่า สนง.เขาอยู่ที่ไหน
พ่อแอบยิ้มเมื่อได้ยินว่า มันเป็นความฝันของแม่ แม่ก็ต้องรู้สิ ..

แล้วพ่อก็รูดการ์ดจ่ายราคาสินค้า ตัวที่แม่เก็งเอาไว้ 1ล้าน6แสน5หมื่นใบ เฉียดห้าหมื่นบาทไทย
โอวว ..ใจหายเหมือนกัน แต่พ่อก็ยืนยันว่า พ่อตัดสินใจดีแล้ว ..

หากพ่อยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ ไม่มีวัน ไม่มีวันแน่ๆ นั่นคือเงินเดือนหนึ่งเดือนทีเดียว
สำหรับบางครอบครัว

ผ่อนจ่ายหกเดือน ..

ไม่รู้จะวิ๊ดดีหรือเปล่า

แต่เจ้านี่มันเป็นของเราแล้ว ... แม่ดีใจมากกว่าลูก งานนี้



รอการรายงานขั้นต่อไป.. คงต้องหลังจากลูกเข้า kinder kids ให้เรียบร้อยก่อนแน่ๆ

ทำไมโชคดีอย่างนี้ลูก รีอัน ของแพ๊งแพงอย่างนี้ แม่ไม่กล้าบอกใครเลยว่า พ่อซื้อให้ลูก
กลัวโดนแนะแหน ข้อหาสปอยล์ลูก