Tuesday, November 27, 2007

รู้ฟัง

ลูกแม่ ..

อีกน่ะแหละ หนูมีอะไรเปลี่ยนแปลงมาให้แม่ดูใหม่ๆทุกวัน

วันนี้ รีอันคึกคักเอาใจปะป๊ามากเป็นพิเศษ
ใครจะหัวใจไม่พอง พอเดินเข้าบ้านมาแล้วเจอลูกกรี๊ดกร๊าดดีอกดีใจ
รีอันหนอ .. หนูยังไม่เคยทำกับแม่อย่างนี้เลย

ก่อนปะป๊ากลับมา รีอันโบกมือบ๋ายบายมันตลอดทั้งวัน
พอแม่บอกหนูให้บ๋ายบาย รีอันก็ยกมือขึ้นโบกหยอยๆ

เอ้อ ลูกรับคำสั่งแล้วเว้ย ...
พอปะป๊ากลับมา แม่รีบโชว์ ปะป๊าหัวเราะชอบอกชอบใจ สั่งใหญ่
รีอันก็ทำตามมั่ง ไม่มีอารมณ์มั่ง .. อีกแล้ว

ตั้งแต่ก่อนหนูครบแปดเดือนมานี่ แม่สังเกตุว่า หนูเข้าใจสิ่งที่เราพูด
ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือด้วยสัมผัสอารมณ์ก็ตาม
วันนี้ หนูงอแงไม่ยอมอยู่บนคาร์ซีทอีกแล้ว
แต่พอแม่เอาหนูลงมา หนูก็เล่นควงพวงมาลัยรถอย่างสนุกสนาน
แม่เลยส่งเสียงดุเป็นภาษาเกาหลีว่า "ไม่ได้ๆ"
รีอันที่กำลังเล่น หันมามองแม่แล้วเบะปาก ร้องแง้ เฉยเลย

หนูน่ะ สอนอะไรก็สอนเข้าไปเถอะ รู้หมดนะเนี่ยะ
แต่ว่าจะปฎิบัติหรือไม่ นั่นอีกเรื่องนึง ..

แม่


*หลังๆมานี่ แม่ไม่สามารถไล่ได้แล้วว่า พัฒนาการของหนูควรจะเป็นยังไงบ้าง
แม่มึน

Monday, November 26, 2007

เรื่องดื่มๆ




ลูก..

ใครๆ(ที่นี่)ก็บอกว่า หลังจากเด็กหายป่วยแล้วจะโตขึ้น
"เช่นว่า จะกินเก่งขึ้น เขาได้เรียนรู้บางอย่างจากการป่วย .."

ไม่รู้ว่าเป็นคำปลอบใจ ไม่ให้แม่ๆทั้งหลาย กังวลมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่วันนี้รีอันกินเก่งขึ้นจริง
ข้าวต้มเม็ดพองๆนิ่มๆ แม่กวาดเทลงมาหมดกล่องเลย รู้ทั้งรู้ว่ามันมากไป
แต่มันนอนรอหนูมาหลายวันแล้ว ช่วงที่หนูป่วย แม่ไม่อยากเก็บมันนานมากกว่านี้อีก

และแล้ว ..หนูก็กินเอาๆ
กินไม่หมดก็จริง แต่กินได้เยอะมากที่สุด ตั้งแต่เริ่มกินอาหารเสริมมา

สิ่งที่ทำให้แม่ดีใจ ต้องหาทางบันทึกของวันให้ได้คือ

หนูยกถ้วยดื่มเอง คร้าบบบบ...บ

ไม่รู้ว่าจะหลอกแม่หรือเปล่า
เดาว่าหนูคงทำได้โดยการเรียนรู้กลไกตามสัญชาติญาณ ที่ต้องลดถ้วยลงเมื่อน้ำชักจะไหลมามากไป
แต่หนูคงไม่ทำอย่างนี้ได้ทุกครั้งหรอก .. แล้วแต่อารมณ์เด็กอีกน่ะแหละ - แม่ว่า ..

ก่อนหน้านี้ไม่นาน แม่เพิ่งคิดไปไกลถึงเรื่องหย่านมของหนู
ว่าเราจะทำยังไงกันดี ในเมื่อรีอันดูดขวดนมไม่เป็น
ดื่มจากแก้วจะกล่อมตัวเองนอนได้ไงหนอ ..
ครั้น จะดื่มจากแก้ว ก็ยังดื่มไม่เป็น จะเป็นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

วันนี้หนูคว้าหูจับข้างถ้วย อีกมือนึงยกก้น นั่งกับเก้าอี้ทานข้าว
หนูอาศัยโต๊ะข้างหน้าช่วยพยุงถ้วย มีมือประคอง

แม่หัวใจพองอยากร้องกรี๊ดเลยลูก ..

ดีใจจัง

รักลูกครับ ..
แม่


*ความคิดเห็นส่วนตัว - เด็กน่ะ มันนึกอยากจะทำมันก็ทำ จริงๆแล้ว น่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดอยู่อีกน๊า..





*รูปในหมวกนี้เพิ่งเจอก่อนปะป๊ากลับมา หยิบมาใส่ให้ปะป๊าดูขำๆ เพราะรีอันหัวโต และ .. เป็นเด็กหญิงก็คงน่ารักดีเหมือนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า
*รูปนี้เพิ่งถ่ายหลังจากนี้ ไม่ตรงตามวันที่เกิดเหตุการณ์ในบันทึก

Sunday, November 25, 2007

รีอันเอ๋ย...
แม่หาเวลามานั่งบันทึกยากมากเลย หนูต้องการคลอเคลียแม่เกือบตลอดเวลา
นอกจากเวลาแม่พาหนูไปส่งไว้กับย่า หนูก็จะเล่นดีๆให้ย่าดีใจ หัวใจพองๆได้หลายชั่วโมง
ดูเหมือนเก่งมาก แต่พอเห็นแม่ปุ๊บ หนูจะสติเด็กดีแตก กลายเป็นหนุ่มอ้อนแม่ได้ทันที

เมื่อสักครู่แม่เอาหนูวางนอนบนกองขยุ้มผ้าห่ม แล้วแอบย่องมาตากผ้าที่สะสมไว้เป็นสัปดาห์ กว่าจะได้ซัก
ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่า จะบันทึกเรื่องหนูป่วยให้เสร็จ เพราะตอนนี้หนูหายแล้ว(แม่คิดว่า) เดี๋ยวคงต้องย้อนหน้าไปบันทึก เพราะมีเรืองที่แม่ดีใจที่สุดในโลกตั้งแต่เลี้ยงหนูด้วยนมแม่มา


(และเช่นกัน จะกลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อค่ะ)

Thursday, November 22, 2007

รีอันครับ ..
แม่มานั่งที่นี่ในเวลาไม่ปกติอีกแล้ว ตอนนี้ทุกคนกำัลังนอน
แม่ให้นมเพื่อให้รีอันหลับต่อ แล้วรอเวลาป้อนยา .. บวกอาการเซ็งๆในหัวใจ

ใช่แล้วลูก หนูต้องเจอกับยาสุดขมอีกแล้ว
เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา แม่ป้อนหนูไปทีนึงแล้ว ร้องลั่นแถมอึของท้องเสียระเบิดออกมาหมดเลย
ยังไม่พอ หนูโก่งตัวเอาทั้งหมดที่แม่เพิ่งยัดเข้าไป พุ่งออกมาหมดด้วย

พ่อบ่นออกมาว่า แม่ให้หนูกินยาอีกแล้วเหรอ
ถ้าย่าอยู่แถวๆนี้ ย่าคงผสมโรงว่าแม่ด้วยคน
เฮ้อ ... แม่เซ็ง

ก็ถ้ารีอันไม่กินยาตามหลังตามกำหนด หนูจะถ่ายทิ้งออกมาหมดเลย ไ่ม่เหนื่อยเหรอลูก
ส่วนแม่นั่น เหนื่อยแบบไ่ม่รู้สึกตัวแล้ว
รีอันเริ่มอาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว มาตั้งแต่วานซืนตอนค่ำ
พอไปถึงบ้านย่า หนูก็อ้วกพุ่งหมดเลย
ระหว่างทางกลับบ้าน พ่อกำลังจะพาแม่ไปซื้อรองเท้าหนูก็อาเจียนอีก
กลับถึงบ้าน หนูอาเจียนทุกสามสิบนาทีก็ว่าได้
โดยที่แม่ยังไม่ได้ป้อนโจ๊กมื้อเย็นให้เลย
นมที่กินไปล่าสุดก็ออกมาหมดแล้ว ที่นี้พุงรีัอันจะเหลืออะไรล่ะ
แต่สามสิบนาทีครั้งนี่ น้ำสีเหลืองๆเขียวๆมันมาจากไหนกันนักมากมายอย่างนี้

เราสองคนพ่อแม่ ทนดูได้ชั่วโมงกว่าๆหลังจากนั้น (เบ็ดเสร็จสองชั่วโมงกว่าๆ) ตัดสินใจพารีอันไปโรงพยาบาล ห้องฉุกเฉิน
เจอหมอกร่าง วางท่า (พ่อบอกงั้น) วินิจฉัยว่ารีอันไม่อึ(วันนี้วันเดียวเท่านั้นน่ะนะ) แก๊สเลยดันเข้าไปอยู่ในลำไส้ คำตอบคือต้องสวนออก

เฮ่อ .. แม่จะมีหน้าไปเถียงหมอเหรอคะ
รีอันอึทุกวัน เพิ่งจะวันนี้แหละ เพราะแม่ไม่ว่างจัดๆ เอาหนูไปส่งย่าก่อนเวลาเป็นชั่วโมง
จัดการให้รีอันอึก่อนไม่ได้เลย
ไม่ได้อึหนึ่งวันนี่ ส่งผลขนาดนี้เหรอ ...

แต่แม่ก็ไม่กล้าว่าอะไร
ณ เวลานั้น ทุกอย่างอยู่ในมือคนนี้ มิฉะนั้นแล้ว พวกเราจะมายืนกันอยู่ที่นี่ทำไม ถ้ามาแล้วไม่ยอมเขา
นี่แหละ .. ตรงนี้แม่ก็เริ่มเซ็งแล้วลูก

แม่ทนมองหนูนอนร้องไป เบ่งอึไป หลังจากอัดยาเข้าไปสิบนาที
เรารออีกห้านาที หนูไม่มีอึออกมามากนัก แต่หยุดอาเจียนไปแล้ว
พ่อพาเรารอดูอาการรีอันต่อ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เลยกลับบ้าน

พบอึกองหนึ่งตุงในผ้าอ้อม ลักษณะปกติแบบที่รีอันผลิตทุกวัน

แต่หลังจากนั้น หนูอาเจียนต่ออีก สองครั้ง ดิ้นร้องตลอดคืน (คงเพราะปวดท้อง)
แม่เดาว่าหนูคงปวดท้องเพราะแก๊ส เลยเอาแอร์เอ๊กซ์ที่เพิ่งซื้อมาจากเมืองไทยมาหยดให้รีอัน
พ่ออุ้มหนูเดินวนไปวนมา แม่ชิงหลับต่อแล้ว รู้สึกตัวอีกที แปดโมงเช้า พ่อออกไปเมื่อไหร่ไม่รู้
เหลือเราสองคน แต่หนูคงหลับเลยหลังจากนั้น

แม่ให้เครดิตแอร์เอกซ์ ... (ใช่หรือเปล่าไม่รู้ แต่หนูหายน่ะ)

ตื่นเช้าขึ้นมา รีอันคว่ำเล่นอยู่ก่อนแม่แล้ว
พอเห็นแม่ตื่น หนูเลยลุกขึ้นนั่ง
แล้วทันทีทันใด หนูทำหน้าเหมือนปวดอึ
แม่รีบหันไปคว้ากระโถน ขณะถอดผ้าอ้อม ..แม่เห็นลิ่มเลือดออกมาจากก้นหนู
โอ เหมือนวันที่แม่จะคลอดหนูเลย ไอ่ลิ่มแบบนี้มันออกมาก่อนเราจะไปรพ.กัน

แล้วหนูก็เบ่งปู้ดป้าด อย่างลั่นบ้านลงกระโถนกองมหึมา แบบปนกันทั้งเหลวและนิ่ม
มีเส้นใยคล้ายโยเกิร์ตผสมในทุกส่วน

ไม่ต้องคิดแล้ว แม่เตรียมตัวไปรพ.เลย
พ่อโทรมาพอดี เลยได้ไปด้วยกัน
หมอคนเดิม เห็นผลการวินิจฉัยเมื่อคืน แล้วนั่งพิจารณารีอันละเอียดกว่าคนอื่นเป็นสามเท่า
ทำหน้ามึนตึ้บแล้วส่งรีอันไปอุลตราซาวด์
ตอนนั้นหนูง่วงแล้ว และสิ่งที่จำเป็นคือ ท้องต้องอิ่มจึงจะหลับได้
แต่หมอไม่อนุญาติเราป้อนอะไรลูกหมาไส้กิ่ว ที่อดนมอดข้าวมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นเลย

แม่ทำใจทนอุ้มหนูที่กำลังเริ่มงี่เง่าเพราะง่วงจัดและหิวสุดๆ
จนหนูเหนื่อยหลับคาบ่าแม่
อิคนป่วยที่มาคิวก่อนเรา ก็ตรวจละเอียดอย่างนานมาก
กว่าจะถึงคิวหนู เด็กที่หลับไปแบบหิวๆ จะมีอารมณ์ดีๆให้ตรวจง่ายๆเรอะ
แม่ต้องทนจับหนูขึงพืดให้หมอทำใจเย็นๆทาเจลไปด้วย
มองหาตัวเชื้ออย่างใจเย็นๆที่จะยืนยันว่าหนูเป็นอะไรกันแน่
เราตะโกนโต้ตอบคำถามกันแข่งกับเสียงกรีดร้องของหนู
ตอนนั้นสติที่เหลือของแม่คือ ทำอะำำไรก็ทำไปเหอะหวะค่ะ ให้มันเสร็จเร็วๆแล้วกัน
จะได้พาลูกชั้นกินนม แล้วกลับบ้านนอน

หมอคนนี้ไม่กล้าระบุเพราะรีอันนอนดิ้นเป็นไส้เดือนหิวแม่
ดิ้นทีพุงกระเพื่อมที ภาพในจอก็ดิ้นไปด้วย

นับถือเราสองคนมากที่บ้าทำกันได้ขนาดนั้น .. อันนี้แม่เซ็งสะสมแล้ว

หมออีกคนถูกตามตัวมา ดูมีสมาธิดีกว่าคนเมื่อกี้และอาวุโสกว่ามาก
ดูได้ไม่นานก็ระบุแน่นอนเลย ว่าหนูเป็นจังยอม 장염 - ลำไส้อักเสบ - enteritis

เสียค่าซาวด์ไปเจ็ดหมื่นแบบเบิกประกันไม่ได้
ได้ความสบายใจของหมอในการระบุโรคให้ลูก ให้พ่อกับแม่แน่ใจแล้วพากันรักษาให้ถูกทางต่อไป
พ่อโยนความผิดให้หมอกร่างเมื่อคืน ที่ทำหมอเก่งของเราสับสน

แม่ดันปากไวแย้งหมอที่คิดว่าหนูให้น้ำเกลือไปแล้ว - ว่ายังค่ะ
หนูเลยเสร็จ นอนให้น้ำเกลืออีกขวด

ก่อนมา แม่ก็บอกพ่อแล้วว่า ถ้าหนูต้องโดนให้น้ำเกลือ แม่คงทนมองไม่ได้แน่

แต่หนูโชคดี เราเจอพยาบาลที่ดูมาดแล้วว่า เธอค่อนข้างมั่นทีเดียว
คลำหาเส้นเลือดรีอันไม่นาน เสียบรีอันทีเดียว ..
แล้วรีอันก็ไม่มองหน้าเจ๊พยาบาลคนนั้นอีกเลย ทั้งที่ก่อนหน้าโดนเสียบหนูโปรยยิ้มหวานสเน่ห์ ฟันล่างกระต่าย พร้อมตาหยีๆสุดใจอยู่ดีๆ

เธอไม่ทำให้แม่หวาดเสียด้วยการ จิ้มเข็มน้ำเกลือที่หลังมือแบบปกติเหมือนผู้ใหญ่
แม่ได้ยินบางคนพูดว่า เด็กบางคนโดนจิ้มที่หัวบ้างที่เท้าบ้าง อิ๊ยยย


(จะมาเขียนต่อค่ะ)

Monday, November 19, 2007

รีอันครับ
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ลูก..


(เดี๋ยวมาเขียนต่อค่ะ เรืองนี้มีเรื่องเขียนยาวมากเลยด้วย)

Saturday, November 10, 2007

หนุ่มน้อย



รีอันครับ ..

อาปาบอกว่า หนูโตขึ้นมากเลย
ใครๆก็ต้องว่างั้นแหละ จากเสือยิ้มยากกลายเป็นเด็กขี้เล่นได้แล้ว
ชักชวนชาวบ้านเขาเล่นด้วยไปทั่ว บางทีกระโดดขึ้นเกาะแม่เพราะเข้าใจว่าคนที่เดินผ่านเขาเล่นด้วย
นั่นคือเกมที่รีอันเล่นเองได้ดีที่สุด - เล่นตะกายหนีคนที่ตัวเองคิดว่าเขามาวิ่งไล่เรา
บางทีเขาแค่เดินผ่าน เขาไม่ได้สนใจหนูเลยลูก หนูตะกายแม่ หัวเราะกิ๊กกั๊กอยู่คนเดียว ..

พ่อจองสถานที่จัดงาน วันเกิดแรกให้หนูแล้ว (ตามประเพณีเกาหลี วันเกิดแรกอันยิ่งใหญ่)
แม่ร้องจ๊าก .. แต่พ่อทำตามที่ย่าเตือน เนื่องจากเด็กเกิดปีนี้เยอะมาก หากจองช้ากว่านี้ เราจะไม่มีที่จัดงาน
อีกตั้ง ห้าเดือนแน่ะ ..

หนูกินอาหารเสริมเก่งขึ้นมากเลยครับ ทุกอย่างดูเป็นอัตโนมัติว่า หนูอยากกินสิ่งที่แม่ต้องนั่งป้อน ไม่ใช่นมมั๊มๆเท่านั้นอีกต่อไป แม่เลยเสริมหนูมันสามมื้อต่อวันเสียเลย
แต่นมยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนนอนและมื้อว่างทุกมื้อ

วันนี้แม่เพิ่งเริ่มสอนหนูเคลื่อนที่เจ้าตัวนี้แหละ หนูกำลังคุ้นกับมัน และอยากเล่นสิ่งที่เคลื่อนไหวได้คล้ายรถ แบบเด็กชาย
หนูชอบจับสิ่งที่มีล้อให้เคลื่อนไปมาข้างหน้าตัวเอง แต่เผลอเมื่อไหร่ ทุกอย่างที่จับได้จะโดนชิมตามปกติ

น้ำหนักหนูชะลอตัวอยู่ที่ระดับสิบกิโล ไม่วิ่งฉิวเหมือนเดือนที่ผ่านๆมา
ขืนพุ่งพรวดๆเหมือนตอนนั้น แม่แย่แน่ๆ

ทุกคนรักหนูจ้ะ
แม่
07/11/10

พ่อยาหยีของแม่



ลูกแม่..

วันก่อนซึ่งเป็นวันเกิดแม่ คุณยายโทรมาเตือน (กลัวเราลืม อันเป็นปกติ)
แม่เลยได้ประโยคเด็ดให้คุณยายชอบใจ ว่าวันเกิดเราคนที่ควรจะได้รับคือแม่ต่างหาก แม่อยากได้อะไรจ๊ะ
แล้วหันมาบอกหนูว่า ถึงวันเกิดหนู หนูก็ต้องคิดถึงแม่ล่ะ ..

คงแค่นั้นแหละนะ สำหรับคนเป็นแม่ คิดถึงแม่ในวันเกิดตัวเอง แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว

พ่อให้มือถือใหม่พร้อมปลอกสวยเก๋ เป็นของขวัญ
แต่เป็นของขวัญที่พ่อไม่ต้องลงทุนเลย เนื่องจากมือถืออันเก่านี่แม่ใช้อันเดิมมาถึงห้าปี
คนอื่นเขาเปลี่ยนกันตามแฟชั่นนิยมกันหมด แม่ก็ยังทนบ้างไม่ทนบ้างกับอันเดิม
อยากเปลี่ยนก็เคยอยาก แต่ไม่รู้จะเปลี่ยนไปทำไม
อยู่ดีๆ บริษัทเขาทนไม่ได้ขึ้นมา ว่าอิคุณนายนี่จะใช้ไปอีกนานแค่ไหน เลยเสนอพ่อยกให้ฟรีๆหนึ่งตัว
เป็นรุ่น show โทรศัพท์มองหน้าคุยกัน .. แต่มองหน้ากับคนที่ใช้รุ่นเดียวกันได้เท่านั้น

ดีเลย ที่บริษัทพ่อมีคนใช้รุ่นนี้อยู่คน พ่อใช้ของคนนั้นโทรมาขอดูหน้าหนู เป็นระยะตอนกลางวัน
ตื่นเต้นดีเหมือนกัน คิดถึงก็มองหน้ากันให้หายคิดถึง ไม่ต้องฟังเสียงอย่างเดียว

กล้องในโทรศัพท์ตัวนี้ ก็ดีกว่าตัวเก่าของแม่แบบสุดขอบฟ้า
แม่เลยถ่ายรูปหนูบ้าง ถ่ายคลิปสั้นๆ(มากๆ)บ้าง
รูปนี้แหละ โดนใจแม่ที่สุดวันนี้ แม่บอกรีอันให้มองกล้อง
แล้วรีอันก็ยิ้มตาปิดให้มือถือเฉยเลย

*พ่อเลยบอกว่าเดี๋ยวจะหากล้องตัวเล็กให้ตัว

รักลูกครับ
แม่
2007/11/10




ชีวิตประจำวัน รีอัน

ตื่นแบบ หนูกวาดไปทั่วห้อง วัดมาหมดแล้ว






ร้องไห้สุดลิ้นปี่ น้ำตาดาราเกาหลีั

อาการนี้จะเกิด ถ้าแม่เดินหายลับต่อหน้าต่อตา







นั่ง...



ทำไรเอ่ย รีอัน











เฉลยก๊าบบบ .. เบ่งประจำเช้า

Friday, November 02, 2007

กว่าจะเข้าที่เข้าทาง

ลูกแม่ ..

แม่รู้ว่าหนูมีเหตุผลเสมอ
แม่เรียนรู้สิ่งนี้มานานแล้ว เวลารบกับหนูเมื่อหนูร้องไห้ หลังจากที่แม่ปราบหนูลง(หรือหนูร้องจนเพลียแล้วหลับไปเองไม่รู้)
แม่จะมาพบสาเหตุเสมอว่า ทำไมหนูถึงได้ร้องไห้งอแงอย่างนั้น
แล้วแม่ก็อยากจะเขกหัวตัวเอง สักโขกใหญ่ๆเสมอ ..

เช่น พบว่าผ้าอ้อมเปื้อนบ้างหละ
พบว่าหนูเจ็บอะไรสักอย่างบ้างหละ
แม่ขอโทษหนูในใจทุกครั้ง

ตั้งแต่หนูกลับมา พ่อบอกว่า แม่ไม่จำเป็นต้องอุ้มรีอัน ทุกครั้งที่หนูร้องไห้ตื่นมากลางดึกก็ได้
แต่แม่ก็ยังยืนยัน ว่าเพราะหนูไม่สบายต่างหาก จึงได้ติดแม่เป็นตังเมอย่างนั้น
ใครจะกล้าเถียงแม่หละเนาะ ก็หนูอยู่ในกำมือแม่ทั้งวัน อย่างนี้ แม่คนเดียวเป็นคนที่ตัดสินใจดีที่สุดอยู่แล้ว

เราวุ่นวายกันกับเรื่องป่วยของหนูมาเกือบอาทิตย์เลยหรือนี่ แม่เพิ่งรู้
โงหัวมาอีกที นี่วันศุกร์เสียแล้ว .. เรากลับมาถึงเมื่อค่ำวันอาทิตย์
หนูเริ่มน้ำมูกย้อยวันจันทร์-อังคาีร
แม่ยุ่งกับการพาหนูไปหาหมอ และจัดการกับหนูระหว่างวัน โดยไม่สามารถแตะต้องอะไรได้เลย
หนูเกาะแม่เป็นปลิง ทำเอาใครๆใจเสียไปหมด ว่าหนูไม่รักพวกเค้ากันแล้ว (พ่อกับย่าไง)
แต่แม่ก็ยืนยันว่า เพราะรีอันไม่สบายตัวต่างหาก

แม่เคยคิดว่า พวกเราเสียเปรียบหมอ .. เขาสรุปมาว่ายังไง เราก็ไม่มีอะไรไปเถียงเขาได้
หมอเลี้ยงดูไข้หนูอย่างดี หรือโชคร้ายของหมอไม่รู้ ทีรีอันทั้งอาเจียนหมดไส้หมดพุง จนถึงท้องเสียหลังจากกินยาที่หมอสั่ง
หนูอาเจียนน่าสงสารมาก เห็นอย่างนั้นแล้วแม่โกรธหมอเลย
บอกพ่อว่า เปลี่ยนๆ ไม่ไปแล้วคลีนิคนี้ .. แล้วก็นั่งนึกถึงคุณน้าแม่ของมุกฮยอน
นึกถึงใคร คนนั้นก็โทรมา เหตุการณ์อย่างนี้เกิดกับแม่หลายครั้งแล้ว
(ดีจังเลยประหยัดค่าโทรศัพท์ ฮ่า ฮ่า ล้อเล่นน่า )

เพราะนึกจะถามเขาเรื่อง กุมารแพทย์ที่เก่งและเชื่อใจได้
เขาแนะนำให้ไปรพ.ใหญ่ดีกว่าคลีนิึค ยาไม่เหมือนกัน
ว่าแล้วก็โทรไปอธิบายพ่อรีอันให้ .. (ซึ่งดีมาก พ่อมักเชื่อคนอื่นมากกว่าแม่)

หลังจากการอธิบายอย่างชัดเจนของหมอ เราแจ่มชัดว่าทำไมรีอันจึงอาเจียน (เพราะเสมหะมาก แต่เด็กเอาเสมหะออกเองไม่เป็น ทำให้ไอแล้วอาเจียนต่อมา - หนูมีเสมหะมาก)
ทำไมหนูถึงได้ ถ่ายท้อง (เพราะยารักษาหลอดลมอักเสบ บางชนิดมีผลกับเด็กบางคนทำให้ท้องเสียด้วย)

คนเราก็เหมือนตัวทดลองของหมอเลยลูก .. การรักษาของหมอ ส่วนใหญ่ก็คือลองผิดลองถุกน่ะแหละ
แม่คิดอย่างนั้น ดังนั้น แม่ไม่อยากหาหมอใหม่ๆแล้ว หาหมอเจ๋งๆที่ลองถูกลองผิดมาเยอะแล้วดีกว่า

แล้วหนูก็หลับสบายในช่วงบ่าย ถึงสามชั่วโมงครึ่ง เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยลูก
ครั้งแรกตั้งแต่หนูเกิดมา แม่งงจนต้องแอบไปดูรีอันเป็นระยะ ๆ
ขนาดว่า พ่อโทรมา(ด้วยกล้องมองหน้าคุยกัน - เดี๋ยวจะเล่าเรื่องนี้อีกที) ขอดูหนูตอนหลับ
แล้วพ่อก็ไม่รักษาสัญญา พูดเสียงดัง จนรีอันตื่นมามองจอในโทรศัพท์อย่างงงๆ
.. แม่คิดว่า หนูตื่นแน่ .. ที่ไหนได้ พลิกตัวหลับต่อ ต่ออีกนานเสียด้วย

หลังจากนั้น หนูเล่นอย่างเมามัน ที่บ้านน้าอ้อย
แม่พาหนูกลับมาเตรียมตัวรอพ่อมารับ ..หลังจากอาบน้ำเสร็จ (แม่อาบน้ำด้วยวิธีสำหรับเด็กเป็นหวัดด้วยนะ)
หนูสบายตัว หลับทันทีที่ขึ้นรถเลย

แม่ปลุกหนูก่อนออกจากบ้านคุณย่า แต่หนูหลับได้อีกก่อนถึงบ้าน หลับต่อจนถึงตอนนี้
จนกระทั่งพ่อก็ยังสงสัย ต้องไปแอบดูเพราะไม่แน่ใจว่า ทำไมรีอันหลับได้สนิทเงียบอย่างนี้

หรือบางที แม่ก็สงสัยว่า ฟันคู่ที่สองของหนูจะขึ้นอีกหรือเปล่า
เหมือนครั้งทีแล้ว หนูป่วยแล้วฟันก็โผล่ออกมาหลังจากนั้น

คุณยายมารับพี่ม่งเืมื่อวาน บอกแม่ว่า เด็กป่วยคือการเติบโตขั้นหนึ่งของเด็ก
แล้วก็ยกตัวอย่างมากมายว่า การเจริญเติบโตต้องผ่านความเจ็บปวด (เหมือนฟันที่จะงอกก็จะเจ็บเหงือก อะไรอย่างนี้)
แม่ฟังแล้วโอ้โห ทำไมคมคายอย่างนี้หนอ

ทุกอย่างในธรรมชาติ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยใช่ไหมลูก ถ้าเราเข้าใจมัน
รักลุกตัวโตของแม่ (จะแบกไหวได้อีกนานแค่ไหนหนอ แม่ผอมแห้งอย่างนี้)

2007/11/2

**หนูั้ทั้งอาเจียน ทั้งวัน -ทุกมื้อ กินอะไรไม่ค่อยลง ถ่ายตลอดอีกต่างหาก
แม่ว่าหนูน่าจะน้ำหนักลดนะ แต่ทำไมตัวใหญ๊ใหญ่อ่ะ *