Wednesday, February 28, 2007

แม่อยากนอนกลิ้งเร็วๆจัง

ลูกแม่

เกือบหมดเวลาที่แม่จะได้มานั่งคุยกับหนูแบบนี้แล้วสินะ

เวลาที่แม่หมายถึง คือ อีกไม่นานนักแม่คงจะได้เห็นหน้าหนูแล้ว คงมานั่งคิดถึงวันที่มีหนูห้อยอยู่หน้าท้องอย่างนี้แน่ๆ

ตอนนี้สัปดาห์ที่38แล้ว วันเสาร์นี้หนูก็จะครบกำหนดพอดิบพอดี ช่วงนั้นแหละ แม่คงต้องไปนอนให้ลุงหมอที่คลีนิคตรวจดูว่า หนูพร้อมที่จะออกมาแค่ไหนแล้ว

สามสี่วันมานี่ แม่กับพ่อ วุ่นเรื่องย้ายบ้านกันทั้งคู่เลย
พ่อนั้นเล่า ..ด้วยความที่เราไม่มีเงินให้ย้ายกันได้แบบสบายๆ เลยลงมือปูพื้นบ้านใหม่เองค่ะ
แม่ไปแอบดูมาแล้ว มีตะปุ่มตะป่ำไม่เท่ากันอยู่บ้าง ขอบก็ยังเก็บไม่เรียบตลอดงาน
แต่ก็นับว่าดีแล้วสำหรับการลงมือครั้งแรก

แม่นั้นก็ไม่ต้องให้พูดกันให้มากความ เราสำนึกรู้ว่าตัวต้องทำอะไร ทำกันเอาเองเลยทั้งสองคน
พ่อไปปูพื้นบ้าน แม่เก็บของทางนี้ พอพ่อไปทำงานแม่ก็แอบแว่บไปทำความสะอาดด้วย

คนอื่นเขาย้ายบ้านกันที่นี่ เขามีบริการย้ายแบบโพจัง แปลว่าห่อให้หมดเลยเสร็จสรรพ
เจ้าของบ้านไม่ต้องทำอะไร แค่ย้ายตูดจากบ้านหนึ่งไปนั่งอีกบ้านหนึ่งก็ได้แล้ว
เพราะบริการเขาจะเคลื่อนย้ายแบบ ราวกับยกของในบ้านไปให้ในสภาพเดิม ทั้งหลัง เหมือนกับแค่ลอกเปลือกบ้านหลังเก่าออก แล้วสวมเปลือกบ้านหลังใหม่เข้าไปแทน
ค่าบริการแบบโพจังนี่ ถ้าเ้ป็นที่อื่นอาจจะไม่แพงเท่าไหร่จ้ะ แต่เกาะบ้านเราโดนราคาแพงทุกอย่าง
สมน้ำหน้าเศรษฐกิจระดับแนวหน้าประเทศ ก็อย่างนี้นะ แพงหูดับไปทุกอย่างเลย

ปกติ การย้ายบ้านนอกจากย้ายกันแบบโพจังแล้ว ยังมีบริการอาจุมมาทำความสะอาดด้วย
เราก็ไม่ใช้อีกน่ะแหละ แม่เอานิ้วจิ้มพุงตัวเองแล้วบอกว่า นี่ไง อาจุมมาทำความสะิิอาด
ใครๆเห็นก็เวทนา พุงโตมากระดิ๊บๆปัดโน่นเช็ดนี่ แค่ก้มก็ยังไม่อยากจะแตะพื้นให้เลย 555

แต่โชคดี ที่เจ้าของบ้านเก่าเขาค่อนข้างสะอาดมาก ห้องน้ำแม้่จะเก่าแล้ว แต่สะอาดเอี่ยมอ่องราวกับไม่เคยใช้อย่างนั้นแหละ
แม่เลยไม่ได้ทำความสะิอาดหนักหนาอะไร แค่เก็บของที่บ้าน โพจังแบบช่วยเหลือตัวเองก็จะแย่แล้ว

แต่การที่เราไม่ได้ใช้บริการสมบูรณ์แบบอย่างนั้นก็ดีค่ะ เราได้มีโอกาสเก็บขยะทิ้งเยอะแยะเลย
แม่เพิ่งเคยตัดใจทิ้งของเก่าๆได้มากที่สุดก็ครั้งนี้แหละ ต่อไป แม่คงเป็นแม่ช่างทิ้งมากขึ้น
เมื่อก่อน แม่ช่างเก็บค่ะ ไม่รู้จะเก็บทำไมเป็นอารมณ์อาวรณ์ความหลังไง พ่อก็เหมือนกัน
แม่เริ่ม ด้วยการแอบทิ้งของพ่อก่อนหลังจากที่เก็บจนราขึ้น ต่อมาค่อยทิ้งของตัวเองลง ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เราเกือบจะพร้อมย้ายแล้วค่ะ กำหนดรถและคนที่เราว่าจ้างไว้ จะมารับของในวันพรุ่งนี้
เราต้องเช่ารถแบบยกของลงทางหน้าต่างชั้นเจ็ดด้วย นับเป็นการย้ายที่อลังการณ์ที่สุด ตั้งแต่แม่อยู่กับพ่อมาเลยนะนี่
เราอยู่กันแบบประหยัด แต่เติบโตตามสเด็ปทีละขั้น น่าสนุกจัง เอาไปเป็นเรื่องเล่าให้ลูกๆฟังตอนโตได้นะนี่

พ่อบอกว่า บ่ายวันนี้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตจะถูกโอนสายไปบ้านใหม่ เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันหยุดราชการเกาหลี
เลยต้องทำกันซะวันนี้ แม่รีบถลามาหาคอมพ์ มาบันทึกให้หนูก่อน ด้วยเหตุผลหลายอย่าง

เพราะ...ย้ายแล้ว แม่จะว่างลงนั่งเขียนให้หนูได้ไหม ไม่รู้
หนูจะออกมาตอนไหน ... ไม่รู้
แม่ต้องพร้อมว่าหนูจะออกมาได้ทุกสถานการณ์ ขนาดว่าสั่งพ่อไว้เลยนะว่าถ้าย้ายแล้วอะไรบ้างที่เอาออกมา
อะไรบ้างที่ไม่ต้องเอาออก แถมท้ายว่า ที่สั่งเพราะถ้าเผื่อกรณีแม่ไปรพ.ซะก่อนนะ

เมื่อวาน แม่เหนื่อยมากเลย ทั้งที่เก็บของไม่ได้เยอะ หนูก็ดิ้นจัง ถีบแม่เจ็บจังลูก
ทำให้แม่สงสัยว่า ทำไมหนูยังดิ้นจังอยู่ ไหนเขาบอกว่าเดือนสุดท้ายหนูๆจะไม่ค่อยดิ้นกันแล้ว
แล้วก็เริ่มพบว่า พุงแม่มันเริ่มย้อยลง อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่า ท้องลด
แปลว่าหนูขยับตัวเลื่อนลงล่างเหรอ ลูกแม่

แม่เลยมีพุงห้อย ย้วยๆ ถ่วงๆเหมือนตัวการ์ตูนลุงหมีอ้วนๆเลยลูก
ดูแปลกว่าลุงหมีหน่อยที่ แม่แห้งๆแต่พุงใหญ่มากย้วยๆ ดูแปลกตาดี
ท่าทางว่าแม่จะมีเนื้อที่พุงเยอะนะนี่ เมื่อวานมีคนถามว่า แม่มีอาการกลั้นฉี่ไม่ไหวในบางครั้ง
ปล่อยกระปริบกระปรอยมั่งมั้ย .. แม่ไม่มีเลยลูก
กลางคืนก็นอนได้นาน ยาว ลุกมาเข้าห้องน้ำครั้งเดียวตอนเช้าๆ แค่นั้น

ยังไงก็ตาม แม่อยากให้หนูออกมาเร็วๆแล้วจ้ะ หนูกำลังจะืลืมตามาพบกับพ่อและแม่ที่บ้านใหม่ของเรา
แม้ว่าจะมันจะยังดูกะล้งกะเล้งไปหน่อย (บ้านน่ะจ้ะ แล้วก็คำนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไร แต่แม่หมายความว่า มันขาดๆเกินๆน่ะ)
แต่อีกหน่อย คงจะค่อยๆดีขึ้น

แม่คุยกับคุณยายเมื่อวาน ราคาตั๋วเครื่องบินลงจากที่เคยสอบถามเอาไว้ คุณยายเลยอาจจะมาอยู่กับเราด้วยตั๋วสามเดือนแล้วหละ ส่วนเรื่องว่าจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ ใช้ตั๋วคุ้มมั้ยก็ขึ้นอยู่กับคุณยายแล้วค่ะ

งานเก็บของให้เสร็จยังมีอีกเยอะเลย แม่ไปก่อนนะจ๊ะ พรุ่งนี้เราจะได้พบกันที่คลีนิคแล้วจ้ะ
ศุกร์ที่ผ่านมา หนูนน. 3000กรัมแล้ว หมอบอกว่าเป็นนน.ที่กำลังดี ยังไงก็ตามแม่ยืนยันเหมือนเดิมว่า
แม่อยากให้หนูออกมาด้วยน้ำหนักที่ไม่มากไปนัก แต่สมบูรณ์พอที่จะโตต่ออย่างแข็งแรงสมบูรณ์เอาข้างนอกดีกว่านะลูกนะ

รักจ้ะ

2007/2/28

**แม่อยากนอนกลิ้งแล้วลูก :)

Tuesday, February 20, 2007

เริ่มต้นใหม่

ชอนซาของแม่ ..

ตอนนี้เราเริ่มปีใหม่ของฟ้าทางฝั่งนี้แล้วหละ ไม่นานมานี้แม่เคยถามคนเกาหลีคนนึงว่า ทำไมคนเกาหลีจึงให้ความสำคัญกับวันเดือนปีทางจันทรคติมาก เขาบอกตามความเห็นตัวเองว่า
ในแง่ส่วนตัวแล้ว วันเดือนทางจันทรคติ มีอิทธิพลกับฤดูกาล อากาศสารพัดแม่นยำกว่าของสากลมาก
เช่น ในวันของปฎิทินนี้ จะมีกำหนดวันเริ่มฤดูต่างๆไว้ด้วย ซึ่งก็จะแน่นอนทุกครั้ง
เช่นเคยที่ผ่านมา เขาบอกว่า หากเลยวันซอลนัลมาแล้ว อากาศจะอบอุ่นเตรียมเข้าฤดูใบไม้ผลิเลย
ซึ่งจากที่แม่ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ (เพราะมีหนู) ก็ยังไม่ค่อยหนาวเหมือนเดิม
ที่เจจู ดอกไม้บานสะพรั่งบรรยากาศสปริงเต็มตัวแล้วด้วยซ้ำ

ดังนั้น วันที่เราจะได้พบกันมันใกล้เข้ามามากแล้วนะลูก ..
หนูถีบด้วยเท้าแข็งๆมาถึงซี่โครงทางซีกขวามือแม่ บ่อยมากขึ้น ดิ้นได้สม่ำเสมอมาก แสดงว่ายังมีพื้นที่พอเพียงให้หนูเยอะเลยละสิ
ท้องแม่ใหญ่มากลูก แม่ใจใหญ่โตเตรียมไว้ให้หนูอย่างเพียงพอเห็นไหม ฮ่า ๆๆ

เช้่านี้ แม่ไปหาหมอฟันมา ที่หน้าเคาเตอร์ เห็นพุงแม่ก็ขยับจะเอ่ยตั้งแต่เปิดประตูเข้าไปเลย
แล้วเธอก็เอ่ยจริงๆว่า อาจจะทำอะไรไม่ได้ก็ได้นะ
อาการแม่มีเพียง เหงือกที่บวมปวดตุ้บๆน่ารำคาญ เพราะข้างๆตรงนั้นมีฟันผุแตกทิ้งเอาไว้นั่นเอง
แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ หมอแค่ให้ไปพบคุณหมอที่คลีนิคแม่่เพื่อให้ทางโน้นรับผิดชอบ สั่งยาที่ไม่มีอันตรายต่อหนูให้แทน หมอแนะนำน้ำยาฆ่าเชื้อให้เท่านั้น
เราไม่ได้เสียหายทางการเงินเลยแม้สักสิบวอน
แล้วแม่ก็เพิ่งรู้มาด้วย ว่าจะขูดหินปูนหรือทำอะไร เขาจะสะดวกเอาตอนช่วงหนูอายุ 4-7 เดือนมากกว่า
ช่วงนั้น แม่ยุ่งกับเรื่องการเดินทางไปโน่นนี่มากเลยลูก สี่เดือนแม่ยังไม่ซ่าส์เท่าไหร่นัก
ห้า-หก-เจ็ด เวลาผ่านไปเร็วมากๆ ตอนนั้นแม่ไม่ปวด เลยไม่นึกถึงอะไรเลย

พ่อเป็นคนมารับมาส่ง พยาบาลส่งซองรายงานให้ไปขอยาจากคลีนิคแม่
พ่อโทรกลับมาปรึกษาแม่อีกครั้ง "เพื่อเห็นแก่ชอนซา เราอย่ากินยากันเลยดีไหม?"
พ่อพูดเหมือน พ่อต้องกินเองงั้นแหละเนาะลูก
แม่เองก็ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว ถามพ่อกลับไปว่า "จำได้ไหม เมื่อตอนท้องใหม่ๆ ฉันท้องอืด เธอขวนขวายไปหาซื้อยาแก้ท้องอืดสำหรับญ มีครรภ์มา เธอยังเห็นมันวางอยู่ในตู้เย็นใช่ไหม"
แม่แค่พูดวนๆเวียนๆให้พ่อรู้เหมือนกัน ว่าแม่ก็รักหนูไม่น้อยกว่าพ่อหรอก ดังนั้นไม่ต้องมาทำเสียงถามเครียดๆ
แม่เข้าใจความรู้สึกอย่างนี้ดี

ฟันแม่อ่อนแอมากจ้ะลูก ในช่องปากแม่ เป็นสิ่งที่ไม่อยากจะอ้าให้ใครเห็นมากที่สุด
แม่เดาว่า คุณยายท้องแม่โดยยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก อาหารการกินช่วงนั้นก็ไม่รู้ว่า แคลเซี่ยมพอหรือเปล่า
แต่อย่างน้อย ตอนแม่อยู่ในท้องคุณยาย แม่ก็คงดูดเอาแคลเซี่ยมจำนวนมากของคุณยายมาด้วยเหมือนกัน
ผลคือ ทั้งแม่และคุณยาย กระดูกไม่ค่อยจะแข็งแรงทั้งคู่

เขียนถึงตรงนี้ แม่เข้าใจความลำบากของคุณยายในเวลานั้นจริงๆ
ตอนนั้น ไม่มีสินค้าเสริมแคลเซี่ยมมากมายอย่างทุกวันนี้ หน้าที่การงานอีกต่างหาก
สมัยนั้น คุณยายก็คงคล้ายๆแม่อย่างนี้ ชีวิตการงานคือช่่วยแบ่งเบาำภาระรับผิดชอบของคุณตาด้วย
อย่างนี้ไหมนะ ที่เราจะรู้จักบุญคุญพ่อแม่ก็เมื่อเรามี ไอ่ลูกหมาตัวน้อยของเราเอง อย่างนี้

พ่อกับแม่กำลังค่อยๆแพ็คข้าวของเตรียมย้ายในสัปดาห์หน้านี้แหละจ้ะ ตอนนั้นหนูจะอยู่ในสัปดาห์ที่ 38แล้ว
ในทุกระยะของหนูนี่ มีสิ่งที่ต้องระแวดระวังเต็มไปหมด วันนี้แม่ไม่ได้ทำอะไรกับฟันเลย เพราะหนูโตแล้ว
ตอนหนูยังเล็ก แม่ก็กลั๊ว กลัวเหลือเกิน ว่า หนูยังบอบบาง ไม่อยากทำอะไรกระทบกระเทือน
ที่ไหนได้ โตเป็นตัวแล้ว ยิ่งต้องระวังให้มากขึ้นอีก

2007 ปีนี้ เราทั้งสามคนกำลังจะเริ่มต้นชีวิตกันใหม่อีกครั้งพร้อมกัน ลูก

รักจ้ะ
2007/2/20

Wednesday, February 14, 2007

แม่รักหนูนะคะ

ลูกจ๊ะ ..ลูกรักของแม่

ทุกครั้งที่อยู่ในช่วงต่อของอายุที่สำคัญๆของหนู แม่จะรู้สึกได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลง

ครั้งนี้แม่ตกใจมาก .. เพราะกางเกงที่ซื้อมาสำหรับใส่ตลอดช่วงตั้งครรภ์ เกิดดึงไม่ขึ้นเสียแล้ว
แม่มองจากกระจกในห้องน้ำ พุงใหญ่เหลือเกิน ได้แต่บ่นกับหนูว่า ทำยังไงดีหนูแม่ใส่กางเกงไม่ได้แล้วหรือนี่

คุณย่าพูดจนเบื่อ ให้แม่ใส่กระโปรง
เพื่อนคุณย่าทำหน้าบี้ ถ้าแม่เป็นลูกสะใภ้แกหละก็ คงเสร็จไปแล้ว โดนบังคับใส่กระโปรงไปเรียบร้อยแล้ว
แม่แก้ตัวได้ด้วยประโยคเดียว "ไม่มีกระโปรงค่ะ"

ความจริงที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทยบ้านเรา ที่ร้อนตลอด
เสื้อผ้าที่ได้รับจากลูกพี่ของพ่อเขา เป็นกระโปรงสีแดงแปร๊ดสำหรับสปริงหรือหน้าร้อน
ใส่ออกไปตอนนี้ ท่อนขาเป็นน้ำแข็งกันพอดี ..

ตกใจว่าใ่ส่กางเกงตัวที่ต้องการไม่ได้ ก็เลือกตัวที่ยืดได้ดีกว่า ออกไป
ตอนค่ำ แม่ไปแวะจัดการเรื่องคอมพ์ ให้น้าอ้อย จึ่งรู้ตัวอย่างชัดเจนว่าพุงแม่ทั้งใหญ่ทั้งหนัก
เวลานั่งกับพื้น มันแทบจะย้อยลงมาจิ้มพื้นแล้ว
แน่นเอามากๆเลยเชียว ได้แต่นึกในใจว่า ไม่ได้การงานนี้

เพราะสองสามวันมานี่ แม่ลดการออกกำลัง แต่กินจุเกินปริมาณไปมากทีเดียว
ต้องฟิตอย่างสุดๆเสียแล้ว คงไม่มีอะไรสายเกินไปสิน่า ..

กลับถึงบ้าน แม่กดเรียกลิฟต์ลงมาแล้ว แต่หันไปมองบันไดแล้วชั่งใจว่า "เดินขึ้นชั้นเจ็ดกันดีไหม"

เอาก็เอา ..
การตัดสินใจแน่วแน่ มีผลให้พลังบ้าหลั่งอย่างท่วมท้นเสมอสำหรับแม่
โอ้ โห เจ็ดชั้นนี่เรื่องเล็กแค่นี้เองเหรอ

ไม่เมื่อย ไม่เหนื่อย ไม่เวียนหัว ไม่ล้าหมดแรง
แต่หายใจไม่ทันแล้ว
แ่ม่อ้าปากหายใจสั้นๆ เร็วๆ เปิดประตูเข้าบ้านแล้วพุ่งเข้าห้องหาพ่อที่ดูทีวีอยู่เลย

เขาว่าผู้ชายไม่ค่อยมีเซนส์นะ ถ้าเป็นแม่คงตกอกตกใจว่า ทำอะไรมา ทำไมทำท่าเหมือนจะขาดใจ
แต่พ่อหนูนี่มัวแต่ทำท่าล้อเลียนแม่ อย่างทะลึ่งทะเล้นตามแบบพ่อตั้งนาน
แม่ก็หอบแทบตายอยู่นานมากเหมือนกัน
กว่าพ่อจะถามว่า แม่เป็นอะไรทำไมต้องเหนื่อยขนาดนั้น

แม่จัดแจงตัวเอง เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วขึ้นเครื่องออกกำลังอีกหนึ่งหอบ
ไม่แน่ใจว่า เครื่องออกกำลังนี้จะมีผลดีมากแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็ทำให้หัวใจเราเต้นตุ้บตั้บแรงๆได้สักพักแหละน่า
เมื่อหัวใจเต้นตุ้บตั้บแรงๆ มันก็จะเผาผลาญเกิดพลังความร้อน และผลแห่งการออกกำลัง แม้น้อยนิดก็คงดีกว่านั่งเฉยๆแหละ

ความตั้งใจจนปั่นให้มันออกมาเช่นนี้ มันเคลื่อนไหวหัวใจแม่จังเลยลูก
ความรัก ไม่ได้นั่งเฉยๆแล้วสามารถรู้สึกรักได้อย่างนี้เองหนอ
เมื่อเราตั้งใจและทุ่มเทลงไปอย่างอัตโนมัติแล้ว หัวใจเรามันเต็มปริ่ม
น้ำตามันคลอตา แม่ถลามาหาคอมพ์จะมาบอกรักลูกทันที

วันนี้แม่รู้สึกพิเศษกว่าวันไหนๆที่ผ่านมา โดยไม่เกี่ยวว่ามันเป็น 14กพ. อย่างเต็มที่จริงๆจ้ะ

เรื่องที่สอง ..
แม่กับพ่อกำลังเก็บเกี่ยวของใช้ของหนู จากที่โน่นที่นี่
เราเป็นพ่อแม่ที่ไม่มีให้ทุ่ม(ด้วยเงิน)แล้วลูก พ่อเก่งเรื่องเสาะแสวงหาของถูก
พ่อทำได้ดีกว่าแม่จ้ะ แกกำลังสะสมโน่นนิดนี่หน่อย ไว้ให้ลูก
เมื่อวาน พ่อซื้อเสื้อเด็กอ่อน แพเนต จ็อกกอรี ให้หนูได้สามตัว ในราคาถูกมาก
แต่ไซส์ก็ได้มั่วมาประสาพ่อ ที่ไม่รู้เรื่องอีกนั่นแหละ
ได้มาสามตัว หนูคงได้ใส่แค่เดือนเดียวเท่านั้น

วันนี้ พ่อหาผ้าห่อหน้าหนาวของหนูมา ปกติแล้วเป็นชิ้นที่แพงมากโดยแม่ไม่เคยคิดจะซื้อเลย
คิดเอาเองว่า ถึงเราไม่มีผ้าชิ้นนี้ แม่คงเอาผ้าอื่นห่อๆหนูแล้วรีบขึ้นรถก็จบ
อีกอย่าง กำลังจะหมดหนาวแล้ว พ่อบ้าเห่ออยากได้นั่นนี่มากกว่าแม่อีก
พ่อยังหาเตียงเด็กอยู่ แม่อยากให้หนูนอนข้างๆแม่กับพ่อไปจนกว่าจะโต (โดยไม่กลัวว่าหนูจะโดนทับหรอก)
พ่ออยากจะทำอะไร แม่ก็ปล่อยให้พ่อทำไป มันไ่ม่เสียหายอะไรหรอก แค่ทำให้แม่มีความพยายามในการขวนขวายหาของให้หนูน้อยลงเท่านั้น

พ่อหนูเขาทำตัวสมกับที่เรียกตัวเองว่า เป็น เจบีอาปา เนาะ (พ่อนกนางแอ่น)
อีกไม่นาน เราคงจะได้พบกันแล้วลูก
แม่จะตั้งใจขยันหมั่นออกกำลัง ให้มากๆ เืพื่อให้ช่วงเวลาเครียดแห่งการคลอดของเราสองคนสั้นที่สุดที่จะเป็นไปได้

รักลูกจังจ้ะ

2007/2/14

*หัวข้อไดอารี่วันนี้ เลียนแบบมาจากน้าต่อ ที่อยู่ดีๆก็บอกแม่เฉยๆอย่างนี้ ก่อนจะลาจากกัน ทำแม่ตกใจจนน้ำตาไหลเลยลูก
แม่ว่ามันเป็นคำพูดที่ซึ้งใจแม่ที่สุดแห่งปี 2006 ถึง2007 ตอนนี้เลยจ้ะ

Friday, February 09, 2007

ฉี่ใส่หน้าพ่อแม่ มีที่ไหน



ลูกรัก..

ในท้องแม่นี่นะ ลูกช่างมีกิจกรรมบันเทิงมากมายเสียจริง
คำว่า "ดิ้น" คงไม่น่าใช้สำหรับเด็กวัยหนูแล้วหละ
จะเรียกว่าดิ้น ก็น่าจะเป็นเมื่อตอนหนูสามเดือนนั่นหละ
แม่เห็นกับตาว่าหนูดิ้นจนตัวลอยขึ้นไป แล้วค่อยๆตกลงมา

ภาษาเกาหลีเขาใช้คำว่า "เด็กเล่นดีไหม"

เนอะ แปลกดี

สำหรับภาษาแม่ ตอนนี้น่าจะเรียกว่าหนูขยับตัวอย่างแข็งแรงมากกว่า (เอาไว้แม่หาคำใหม่ที่เหมาะๆกว่านี้ก่อน แล้วจะมาแก้ไขละกัน)

หนูขยับตัวทีนึง แม่จับได้หมดเลย เท้าเป็นเท้่าก้นเป็นก้นกำปั้นก็มาด้วย แต่ไม่บ่อยค่ะ
เมื่อวานเอง จับอะไรได้อย่างนึงแข็งๆ ที่เหนือสะดือขึ้นมาอีก
วันนี้หมอเอากล้องจิ้มให้ดูแล้วบอกว่า ก้นหนูขึ้นมาเหนือสะดือแม่ถึงเจ็ดเซ็นต์แน่ะ
ตูดยาวจังลูก 555

สิ่งที่บ่อยอีกอย่างของกิจกรรมหนูคือ สะอึกหละมั้ง ท้องแม่จะกระตุกเป็นจังหวะๆ
อันนี้แม่ไม่ชอบเลย เพราะบางทีท้องไม่ได้กระตุกอย่างเดียว
มันกระตุกใปทั่วหมดตับไตไส้พุงแม่ แล้วแล่บออกมาทางประตูกลางเลยลูก


วันนี้เห็นหนูในท้องแม่ ทำท่ารำคาญกล้องคุณหมอแล้ว เดาว่า หนูใช้มือส่วนใหญ่วุ่นอยู่กับส่วนบนของร่างกาย
เช่น วันนี้ใช้ปัดหน้าไปมา หมอบอกเลยว่า หนูคงรำคาญ เพราะมีช่วงหนึ่ง หมอจะปรับเป็นภาพ4มิติอวดพ่อกับแม่ เลยเขย่าๆกล้องให้หนูขยับตัว เบี่ยงให้ดูหน่อย

บางทีหนูก็เอาแขนไขว้ใบหน้าเอาไว้ เหมือนกับเอาหลังมือแทนหมอนหนุนนอนอยู่
แหม นอนท่าเดียวกับพ่อเอ็งเลยหวะ 5555

เราเห็นช็อตเด็ดที่ ไม่รู้ว่าจะมีพ่อแม่สักกี่คนที่จะได้เห็นลูกในพุงตัวเอง ฉี่
ณ วินาทีที่สี่สิบเท่านั้นเอง ฟองอากาศพุ่งออกมาเป็นกลุ่มพรวดนึง
คุณหมอตกใจ บอกว่าโอ๊ะ เมื่อกี้หนูฉี่

แม่หัวเราะ ฮ่า ฮ่าฮ่า บอกว่าแม่ก็เห็น แต่ถ้าหมอไม่บอกเราก็ไม่รู้หรอก
พ่ออวดว่า พ่อเห็นด้วย แต่แม่ว่าพ่อโม้นะ

สะใจจริงลูกแม่ แทนที่จะยิ้มอวดพ่อแม่ นี่มาฉี่ใส่หน้ากันเหรอนี่





พ่อเป็นคนจำได้ว่า วันนี้เป็นวันนัด
ส่วนแม่ ไม่ใช่ลืม แต่นึกได้ช้ากว่าพ่อเท่านั้นเอง
พ่อเตรียมกล่องซีดีวางรอไว้เลย แต่พอได้เวลาเช้าเท่านั้น พ่อก็รับโทรศัพท์วุ่นวาย
ดูพ่อสิ้นสติไปเลย กับงานที่ถาเข้ามาในตอนเช้า จนแม่ต้องโทรไปตามหลายรอบ
เนื่องจากพ่อเป็นคนนัดเองว่า 11 โมงเ้ช้าจะมารับ

แม่ไม่เดือดร้อนในการไปพบหน้าหนู เห็นพ่อยุ่งก็เอ่ยว่า ที่จริงแม่จะไปเองก็ได้นะ
แต่เกรงว่าพ่อจะอยากเห็นหนูไง
จนเย็น พ่อโทรมาบอกว่ามีเวลาแล้ว ไปกันเถอะ

การไปเย็นผิดเวล่ำเวลาชาวบ้านเช่นนี้ ทำให้คุณหมอคุยกับเราอย่างใจเย็น อธิบายให้ฟังหลายอย่าง
เวลาเข้าไปดูหนู ก็ค่อยๆไล่รายละเอียดให้เราดูทุกตอน

พรุ่งนี้หนูก็ครบ 35สัปดาห์แล้วค่ะ
หมอบอกว่า ตอนนี้ไซส์หนูได้มาตรฐานแล้ว (ที่ผ่านมาใหญ่เกินมาตรฐานวัย)
ดูเขาโล่งใจ สบายใจกันมากกว่าจะให้หนูตัวใหญ่นะ
แม่เดาว่า คงเพื่อการคลอดที่ง่ายดายนั่นเอง
น้ำหนักหนู คงอยู่ในขนาดพอดีๆ เดี๋ยวค่อยมาโตเอาข้างนอกแล้วกันลูก

มีแม่บางคนเล่าให้ฟังว่า ตอนลูกเขาเกิดมา เกิดด้วยน้ำหนักตั้งสี่พันกรัม
แต่ปัจจุบัน ตัวเล็กแบบบางมาก เพราะไม่ค่อยกินนั่นเอง
ส่วนสาเหตุที่ตัวใหญ่เมื่อแรกเกิด เนื่องจากคุณแม่ไม่ค่อยได้ออกกำลังเท่านั้น

สิ่งที่แม่กังวลอีกอย่างคือ กลัวหนูจะรีบคลอดออกมาช่วยแม่ย้ายบ้าน
หมอเช็คขนาดหนูวันนี้แล้ว คิดว่า ไม่น่าจะรีบคลอดสักเท่าไหร่
แม่มาแอบดูในคลิปเองแล้ว เหมือนเครื่องเขาจะคำนวณให้ว่า ประมาณ วันที่3/15
นั่นคือ ก่อนกำหนดแค่สองวันเท่านั้น

แต่ใครจะรู้เล่าเนาะ
แม่ยังคงอยากเคลื่อนไหว เดินเหินอย่างคล่องแคล่วอยู่เสมอทุกเมื่อ เพื่อทุกอย่างที่เหมาะสมของลูก

ใกล้วันซอลนัลแล้ว (ปีใหม่เกาหลี) คุณหมอเตือนว่า ให้ระวังอย่าทำอะไรที่เสี่ยงหรือหักโหมเกินไป
โชคดี ที่งานที่บ้านคุณย่าจะไม่เคยมากเกินไปเลย เพราะเรามีญาติน้อย ทำกันเองเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

แม่แวะเข้ามาอัพโหลดคลิปวิดีโอให้หนูจ้ะ สแกนรูปด้วย

แล้วก็คงจะไปนั่งเย็บผ้าห่อตัวหนูต่อ เย็บได้เกือบครึ่งนึงแล้ว วันนี้พี่ม่งมานอนกับเรา เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าไปรับคุณตาแล้วก็ส่งพี่ม่งกลับไปด้วยเลย
พี่ม่งเหมือนเดิมทุกอย่าง พรุ่งนี้แล้วกัน หรือเมื่อไหร่ ก็ได้ แม่จะแวะเข้ามาเล่าให้ฟังจ้ะ

รักหนูเหมือนเดิม
2007/2/9

Wednesday, February 07, 2007

งานของพ่อ

หนูจ๋า ..

เมื่อวาน แม่เริ่มเคลียร์ข้าวของเพื่อแพ็คเตรียมย้าย โดยเริ่มจากบรรดาของใช้ต่างๆของหนูก่อน
ของเหล่านี้ เกือบทั้งหมดเป็นของที่เราได้รับจากใครๆรอบตัว มีของที่พ่อซื้อให้หนูอยู่สองสามชิ้นเท่านั้น(ถ้าแม่จำไม่ผิดนะ)

พ่อเห่อหนูมากกว่าใคร แม่จะรอดูว่าพ่อจะเห่อได้นานแค่ไหน
ความเห่อ ทำให้พ่อหาซื้อของบางชิ้นที่น่ารักเกินห้ามใจให้หนูมา
ที่นี่นะลูก ของใช้เด็กล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งยั่วกิเลสชั้นดี ..
น่าแปลก ที่แม่ไม่ตกหลุมกิเลสสักที แค่กรี๊ดเล็กๆเวลาเดินเข้าไปสัมผัสนิ๊ดดดด นึงตามร้าน
แม่ตกหลุมบรรดาแพ็คเกจ แม่ทำให้หนู มากกว่า (DIY)

ให้แม่เล่าให้ฟังก่อนว่า พ่อซื้ออะไรมาบ้าง
แหม การเล่าให้น่าสนใจนี่ น่าจะมีรูปประกอบด้วยนะ แต่โทษที ตอนนี้บ้านเรามีแต่กล่อง ๆๆๆ เต็มบ้านไปหมด หาพื้นที่ว่างมาถ่ายให้หนูไม่ได้เลย เดี๋ยวรอพ่อกลับมา แม่จะรวบรวมของอยากถ่ายมา แล้วค่อยแปะรูปให้หนูดูเนอะ

เวลาของที่พ่อสั่งมาส่ง (ทุกอย่างส่งที่ทำงานหมด) พ่อจะหอบมันเหาะกลับมาบ้านทันที
ค่อยๆแง้มแกล้งแม่ที่อยากรู้ อันแรก พ่อแงะโมบายล์ออกมาก่อน
แม่ทำไม่สนใจ แล้วบอกว่า สำหรับเด็กเล็กน่ะ ต้องเริ่มจากโมบายล์ขาวดำย่ะ
พ่อเลยแงะออกมาอีกกล่อง .. ทำแม่ร้องอู้วว์ พ่อก็สนใจรู้กับเขาด้วยเหรอ
ตกลง พ่อซื้อโมบายล์สองชุดให้หนูเลย
ส่วนแม่ ตัดใจเลิกดูแพ็คเกจทำโมบายล์ได้เสียที เพราะพ่อซื้อได้ถูกกว่า ...

โฮ้วว แม่ขี้เหนียวจังเนาะ

ต่อมา สองวันก่อน พ่อหอบกล่องยักษ์ใหญ่เบ้อเริ่ม เข้ามาระหว่างวัน ซึ่งหมายความว่า รับของแล้วหอบเข้ามาบ้านเลย
ปรากฎว่าเป็นแผ่นหนาประมาณ2นิ้วครึ่งหรือ3นิ้วนี่หละ สี่เหลี่ยมผืนผ้า สีหวาน
สภาพคล้ายเรือขุดที่เว้าเข้าไปตรงกลางเป็นแอ่ง ที่ขอบด้านหนึ่ง มีตุ๊กตาหัววัว ติดกระดิ่งเล็กๆเสียงกรุ๋งกริ๋งอยู่

แม่ดูแล้วไม่เก็ทว่ามันคืออะไร พ่อเลยทำท่าประกอบแทนคำตอบว่า
"นี่ไง พอชอนซาอาบน้ำเสร็จ เราก็อุ้มมาตรงนี้ (ว่าแล้วก็ทำท่าอุ้มลูกวางลงในแอ่งนั้น)
แล้วแต่งตัวชอนซา "
"แต่มันดูเหมือนที่นอนเด็กเลยนะ" ๐0
"ก็ใช่ไง ใช้เป็นที่นอนก็ได้ เดี๋ยวพ่อจะทำเตียงให้นะ" ว่าแล้วก็ไปเปิดหนังสือ DIY เล่มที่สอนงานไม้คุณพ่อ

แม่นึกว่า รูปนั้นรูปนี้ .. ในที่สุดพ่อก็สารภาพว่า มันยาก เอาอันนี้แล้วกัน "เปลโยก" อันเล็กที่ง่ายที่สุดในเล่มแล้ว

ความจริงพ่อมีหลายอย่างที่ต้องทำมากมายเลยลูก
เรากำลังจะย้ายบ้าน วันก่อนพ่อเข้ามาบ้านวันละหลายรอบ พอผ่านไปทางจอนจาแลนด์ ก็จะหอบเอากล่องทีวี กล่องคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆ แข็งแรง กลับมาบ้าน
บินมาหลายรอบเข้า พ่อชักนึกว่าตัวเป็นพ่อนกนางแอ่นที่รีบสร้างรังให้แม่ออกไข่
ถ้าเรียกพ่อว่า "เจบีอาปา" หละก็ พ่อจะหน้าบานมีความสุขนักเชียว
พ่อก็มีอะไรโรแมนติคแบบเด็กๆดีเนาะ แม่สงสัยนิดว่า ตอนเด็กๆพ่อขาดสิ่งเหล่านี้ไปหรือเปล่านะ 555


ส่วนแม่นะ เดี๋ยวรอให้รูปเ่ล่าดีกว่า
เมื่อวานแพ็คเกจ หมอนหลุม บอลผ้า กับผ้าห่อตัว มาส่งแล้ว แม่ยังนั่งอ่านวิธีทำอยู่เลย
บอลผ้ากับผ้าห่อตัวนี่ท่าทางไม่ยาก แต่หมอนหลุมนี่นะ ไม่ง่ายแฮะ ...
ทั้งๆที่กระเป๋าอีกใบยังค้างอยู่เลยลูก ส่วนกระเป๋าปลาย่างนี่เสร็จแล้ว แม่ไม่ซักเสียที เอาผ้า้อ้อมกับผ้าสารพัดของหนูอัดลงไป เตรียมย้ายแล้วหละ ย้ายบ้านเสร็จแล้วจะซักเลย


แม่มีเรื่องเล่าอีกเรื่องนึง เกี่ยวกับงานของพ่อ
เราหมดเนื้อหมดตัวกันเลยนะลูก สำหรับการย้ายบ้านครั้งนี้
ไม่ใช่หมดตัวอย่างเดียว เราเป็นหนี้ที่ต้องช่วยกันผ่อนชำระด้วย แต่นะ .. ระดับอย่างเรานี่ มีใครบ้างที่ซื้อบ้านแล้วไม่ต้องกู้แบงค์ เรื่องธรรมดา .. พ่อกับแม่ไม่กลัวหรอก
ตรงกันข้ามด้วย มันผลักดันพ่อกับแม่ให้มีสาระในชีวิตมากขึ้น ดีออกนะ แม่ว่างั้น

เมื่อเราหมดตัว ความคิดที่จะตกแต่งบ้านหรือซื้อของจึงจำเป็นต้องย่อยมันให้ดี
เราต้องปูพื้นใหม่ พ่อกับแม่เกี่ยงกันนาน ว่าปูไม่ปู
ในที่สุด เราตัดสินใจปูก่อนย้ายเข้า แล้วเราก็ได้แบบพื้นที่จะปู จากบ้านของนูนา ช่างตัดผมประจำชั่วชีวิตพ่อ
แม่โดนบ้านนี้หลอกมานาน นึกว่าพื้นบ้านเป็นแผ่นไม้ ซึ่งมันเท่ห์มาก คิดงั้นมาตลอด
วันที่พ่อไปด้วย แม่จึงเจอรอยที่แงะได้ แอบแงะดูจึ่งรู้ว่า เป็นแผ่นพลาสติคอีกแล้ว
พ่อจะเอาอย่างนี้แหละ สวยดี

แล้วพ่อก็กลับมาบอกว่า ถ้าเราเรียกเขามาปูให้ จะต้องใช้เงินล้านนึง แต่ถ้าซื้อมาปูเองจะใช้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ประมาณ ห้าแสนห้า
พ่อบอกจะทำเอง .. งานนี้ แม่หวั่นๆในใจพิลึก แต่ก็ไม่ค้าน เพราะเราจะประหยัดเงินได้ตั้งครึ่งนึงแน่ะ

งานปูพื้นนี่นะ ไม่ใช่ซื้อแผ่นมาแล้วปูเหมือนปูเสื่อเลย แต่ต้องตัดแผ่นไม้(พลาสติค)นั่น แล้วต่อกันให้มีลวดลายด้วย ต่อดีๆก็จะดูเหมือนแผ่นไม้จริงๆเลย โปรเจ็คต์นี้ นับเป็นงานใหญ่ของพ่อนะแม่ว่า

เราจะประหยัดเงินไปซื้อเครื่องเรือนอีกนิดหน่อยน่ะลูก
นอกนั้นแล้ว เราจะค่อยๆต่อเติมไปเรื่อยๆ หลังจากบริหารเรื่องการเงินได้เรียบร้อยดีแล้ว
ทุกอย่างคงไปด้วยดีจ้ะ อย่างน้อยแม่คิดว่า การใช้ชีวิตแบบนี้ทำให้ชีวิตมีสีสันดีนะ
นูนาช่างตัดผมของพ่อน่ะ แกเป็นโสดสาวแก่ แต่ีมีเงินเหลือเฟือ ในบ้านแกมีทุกอย่างที่หรูที่สุด แพงที่สุดในกลุ่มสินค้านั้นๆ ทั้งๆที่แกใช้ไม่ค่อยจะเป็นเท่าไหร่ แต่ช่วยไม่ได้ เงินเยอะนี่นะ ซื้อเลยตามความพอใจ แม่ว่าไม่สนุกเท่าเราเนาะ ลูกเนาะ (การเข้าข้างตัวเองโดยไม่ได้เดือดร้อนคนอื่น นับว่ามันทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ ลูก )

จากประสบการณ์เมื่อวาน ที่แม่เริ่มเก็บของ พบว่า เรามีเวลาเหลือเฟือมาก ถ้าไม่เปิดคอมพ์
แต่แม่ไม่ได้เขียนไดอารี่ถึงหนูหลายวันแล้ว เลยต้องอดใจเสียหน่อย นี่ไง เวลาแม่เกือบหมดแล้ว
วันนี้คงพอแค่นี้นะหนู สงสัยอะไรเก็บคำถามไว้ครั้งต่อไปที่เราเจอกันแล้วกัน

สุดท้าย ...
พ่อพูดเกือบทุกวัน ว่าเราเกือบจะได้พบกันแล้ว
ส่วนแม่ยังไม่ชินกับการมีหนูดิ้นจนท้องเป็นคลื่นในท้องเสียที

รักหนูจ้ะ

2007/2/7