Wednesday, January 27, 2010

purmi bedtime story






มาแล้วจ้า หนังสือชุดแรกที่พ่อซื้อให้ ชุดที่สองตั้งแต่เป็นรีอันมา
ชุดแรก แม่ซื้อภาษาเกาหลีให้ แพงกว่านี้สองเท่า หนังสือเอามากองกันเป็นป่าต้นไม้หนังสือได้เลย
จน ณ วันนี้ก็ยังอ่านไม่หมดสักที ...

หนังสือมาส่ง จะมีใครสุขเท่าแม่อีกไหมหนอ
ไม่รู้ว่า ซื้อให้ใครกันแน่ ของลูก แต่แม่ตื่นเต้นกว่าอีก

แงะหนังสือมาอ่านทีละเล่ม มาตรวจสอบเนื้อหา เพื่อจัดหมวดหมู่
โอ หนังสือสวยมาก อบอุ่นมากด้วย อ่านแล้วซาบซึ้งดื่มด่ำหลงไหลในความรักของคนเป็นแม่ได้
อยู่นานกว่าี้นี้จะโงหัวไม่ขึ้นด้วยอีกต่างหาก

ไม่สามารถไปจิ๊กกล้องมาได้ รอวันต่อไป ต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้หน่อย
เพราะหนังสือสวยมาก อยากเก็บวันแรกของหนังสือเอาไว้ดู ^^

Monday, January 25, 2010

ใกล้สามขวบเข้าไปทุกที

ภูมิใจแรกของแม่ ในความเป็นแม่ เป็นลูก เป็นภาษาไทย

เรานั่งกินข้าวกลางวันร่วมโต๊ะกับครอบครัวอื่น ที่เด็กๆวัยเดียวกัน
แม่เตรียมแก้วน้ำของรีอัน แบบธรรมดา เปิดฝา เปิดจุกแล้วรินน้ำลงฝา ดื่มเอาเอง
ส่วนเด็กข้างๆ มีแก้วโปโรโรมีหลอดดูด เย้ายวนใจเด็กทุกคน

รีอันชอบมาก อนุญาติให้จับ ให้สัมผัส
แต่ถึงตอนที่อยากจะครอบครองเป็นของตัวนี่สิ
แม่พูดยังไงก็ไม่ฟังแล้ว .. ขอบอกว่า ปกติรีอันไม่ใช่เด็กที่อยากได้ของคนอื่น แบบนี้

เจ้าของเขาเด็กกว่ารีอัน หกเดือน ยังพูดไม่ได้มาก
ร้องอื้อๆ รีอันก็ยืนยันว่าของตัว .. ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนทำอะไรได้

แม่สิ นั่งบ่นว่าลูกเป็นภาษาไทย "น่าอายมากเลยรีอัน แม่ไม่ชอบเลย นี่ไม่ใช่ของๆเรา ทำอย่างนี้ได้อย่างไร" สองรอบ
รีอันยื่นแก้วคืนให้เขาอย่างกล้าหาญ

หัวใจแม่พอง ปลื้ม อยากอวดทุกคนที่เห็นตรงนั้นเลย

หนึ่ง แม่ดีใจที่ลูกเข้าใจที่แม่พูด
คงไม่ใช่เข้าใจความหมายของประโยคอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเป็นครั้งแรกที่แม่บ่นว่ารีอันแบบนี้
แต่ลูกคงเข้าใจว่าแม่ไม่ชอบจริงๆ

สอง แม่ภูมิใจในความกล้าหาญของลูกวัยนี้

แม่หัวใจพองได้ทั้งวัน ^^





ช่วงนี้รู้สึกรีอันจะโตเร็วขึ้น
เสื้อผ้าหน้าร้อนที่ผ่านมา ลองหยิบมาสะบัดดู รู้สึกอย่างชัดเจนว่า ตัวเล็กไปแล้ว

เมื่อวันศุกร์ วันที่แม่รอคอย ..
เราไปงาน 국제어린이교육전 เป็นfair เกี่ยวกับการศึกษาเด็กวัย 3-10 ขวบ
แม่เคยเห็นในบล๊อกพ่อเกาหลีคนนึง ว่าเขาพาลูกไปพบกับ 자석가베 ของordaที่นี่
มันเป็นความฝันของแม่ อยากให้ลูกเล่น คาเบแม่เหล็กชุดนี้
ที่ออรินนีจิ๊บของรีอัน เขาก็มี เอาออกมาให้เด็กเล่นกันเป็นครั้งคราว

ก่อนไปงานนี้ สองวันรีอันได้รับคำชมจากวอนจังมาด้วย ว่าแปลกใจที่เห็นรีอันเล่นชุดนี้ได้ดี

แม่เดาว่า อาจจะเพราะแม่เคยซื้อชุดของเล่น gymboree
ตอนนี้ชุดนี้กระจัดกระจายจากการย้ายบ้าน ย้ายกันแล้วย้ายกันเล่า
เจอเป็นชิ้นๆ รีอันก็จะเอาแม่เหล็กไปติดโน่นติดนี่

ส่วนคาเบ อันนี้มันไม่น่าจะยาก ถ้าเด็กชอบแม่เหล็กกันอยู่แล้ว

เดี๋ยวมาเขียนต่อ ง่วงนอนฟร่ะ

Sunday, January 17, 2010

ต้นร้ายปลายจะดี

แม่ลุกไปเติมน้ำดื่มที่ร้าน แวะหาสาวๆเอายาสระย้อมผมกับสบู่ไปให้เขาดูด้วย
นานไปหน่อย พ่อมาตาม หน้าบูดบึ้ง ว่าปล่อยรีอันนอนอยู่คนเดียว ยังไม่กลับอีกหรือไง

แต่พอเปิดประตูเข้าห้อง เห็นแต่กองผ้าห่ม ร้องว่ารีอันได้คำเดียว แล้ววิ่งอ้าวกลับไปร้านอีก
เดาว่า พ่อต้องแอบอุ้มรีอันไปแล้วมาหลอกเราแน่ๆ เพื่อดัดหลังเราให้เข็ด
แต่พ่อหน้าตื่น ถามว่ามาทำไม พอถามว่า รีอันล่ะ เธออุ้มรีอันมาหรือเปล่า?

แค่นั้นแหละ พ่อแทบจะกระโดดกัดคอฟัด แล้ววิ่งแข่งกันลงบันได
แม่กดลิฟต์ พ่อเปลี่ยนไปใจขึ้นบันไดแทน
(ทำเหมือนกับสมัยตามหาม่งเลย)

แป๊บเดียว คนวิ่งขึ้นมาเจ็ดชั้นได้
พ่อเข้าห้องไปถล่มผ้าม่านทั้งหมด หวังเห็นลูกซุกอยู่ในห้อง
ส่วนแม่ โจนอ้าวลงลิฟต์อีกรอบ

เห็นตำรวจยืนหน้าสถานีพอดี เลยวิ่งข้ามถนนไปหาถามว่า เห็นเด็กหรือเปล่า
ตำรวจพยายามอธิบายแล้วบอกให้เราสงบสติอารมณ์ ว่าคนต่างชาติเห็นเลยอุ้มมา
แต่ไม่ได้ฟังอะไรแล้ว วิ่งทะลุเข้าไป ฝรั่งนั่งกอดรีอัน เด็กน้อยร้องไห้หน้าแดง

ได้แต่กอดลูกแล้วพร่ำขอบคุณๆๆๆ

ขอยืมโทรตำรวจกดแจ้งอาปา ทันใดเหมือนหายตัวแว๊บเข้ามาในสถานีทันที

ฝรั่งนายนั้น เล่าว่า เขากดลิฟต์ก็เห็นรีอันแล้ว ยืนงัวเงียอยู่ แต่พออุ้มมาก็ร้องไห้

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ

พอสักพักเราิเริ่มสั่นแล้ว จะร้องไห้แล้ว เพิ่งรู้ัตัวว่าตกใจหวะ ก่อนหน้านี้ เหมือนมีพลังจะวิ่งรอบเมืองได้เจ็ดรอบเลยนะ



ปรากฎว่าอยู่ชั้นเดียวกันด้วย ห้อง707



อาปาตามเข้ามาอีกรอบ .. พูดๆๆๆ โน่นนี่ตามฟอร์ม เราเลยร้องโฮซะเลย
ถ้าลูกหายไปจริงๆ คงตายแน่เลยกรู
คงตายจริงๆ


ลึกๆในใจ เราว่าเหตุการณ์นี้มันมีความหมาย
เพื่อให้แกรู้ค่าและใส่ใจในครอบครัว ส่วนเราอย่าประมาทเลินเล่อ

อยากทำสร้อยให้รีอันใส่ หรือไม่ก็เอาสร้อยข้อมือกลับมาใส่ให้ติดตัวเหมือนเดิม

ปู่คุ้มครองนะลูกนะ ..


(เหตุการณ์แบบนี้ ปกติจะมีอะไรสะกิดเตือนแต่ทำไมวันนี้ไม่มีอะไรเลย? )

Friday, January 15, 2010

ลิตเติ้ลโมสาร์ท ชื่อฟังดูดี

ก้มลงไปอ่านบล๊อกอันที่แล้ว "อยู่ดีๆก็มีพลังใจขึ้นมา"
อ่านแล้วก้มหน้าหลบสายตาประชาชน (ไม่มีใครมาอ่านหรอกเธอ อายตัวเองหละสิ กรั่กๆ)

ใช่แล้ว พลังใจยังมี แต่หลบหลังชีวิตปจว.ที่วุ่นวายอยู่คร่า...

หากแต่วันนี้ต้องบันทึก ต้องขอบันทึกหน่อย

เมื่อวาน เป็นวันที่แม่นั่งนับวันเฝ้ารอให้มาถึงเร็วๆ
เนื่องจาก พ่อที่กระตือรือล้นเรื่องดนตรีของลูก ไปเห็นป้ายโฆษณา little mozart เข้า
แล้วรีบโทรไปสมัครโดยด่วน

วันนี้ เป็นวันแรก
มีนักเรียนมา สามคน เท่านั้น
ครูสอนได้ไม่น่าสนใจ แม่พากันเข้าไปในห้องด้วย

โดนครูไล่ออกมา เพราะเด็กๆไม่ยอมมีสมาธิกัน
พอไม่เห็นแม่ รีอันกลั้นสะอื้นอย่างน่าสงสาร
คงกลัวมาก จากโรคแม่หาย แม่ชอบหายตัวประจำ

จนแม่ทนแอบดูไม่ไหว ไปยืนจ่อรอ แต่นั่นลูกก็กลั้นสะอื้นอี้กๆตั้งนานแล้ว

คลาสพังหมด เพราะครูเอาเด็กไม่อยู่ เด็กอีกคนกรี๊ดๆขึ้นมา เพราะครูจะเก็บอุปกรณ์การเรียนในมือเขาไป

ผลคือ รีอันอารมณ์กดดันจนถึงตอนนี้ งอแงเอาแต่ใจตัวมาก

ขอใช้เวลาประมวลผลและแก้ไขผลแห่งกรรมก่อน จะมาสรุปให้ฟังอีกครั้งค่ะ

*คลาสพังไปเลย เด็กๆคงหลอนไม่อยากไปกันอีกแล้ว

Friday, January 01, 2010

เป้าหมาย2010สำหรับลูก

2010 แม่ตื่นเต้นในใจกว่าใคร
ปีนี้ลูกแม่จะอายุสามขวบแล้ว

ณ วันที่1/1/2010



สิ่งที่โดดเด่นในวันนี้คือ ร้องเพลง
ชอบอ่านหนังสือมาก บ่อยๆที่แม่ขี้เกียจ ลูกก็นั่งอ่านเองเลย
พูดเรื่อยเจื้อยแจ้ว และ ณ ขณะนี้กำลังติดตามเรื่องภาษาได้เร็วมาก
ชอบให้แม่นวดได้ทุกวี่ทุกวัน อันนี้น่าจะเดือดร้อนเองแน่ตอนโต แล้วถ้าแม่ไม่อยู่นวดให้
เด็กอะไร ร้องว่าปวดไหล่ ปวดก้น สองคำนี้เป็นภาษาเกาหลีที่เด็กวัยเดียวกันคงไม่มีใครพูดได้เหมือน
แม่ ปวดไหล่ ปวดก้น ปวดขา ปวดเท้า

สองวันมานี่แถมปวดกะจู๋ให้อีก
แต่เ็ป็นเพราะแม่ต้องเรียนรู้ในการเลี้ยงลูกชาย

แม่กำลังงงนิดหน่อยว่า ต้องระวังกะจู๋ลูกระดับไหน
มันอ่อนบาง แต่แม่ไม่มี เลยไม่รู้
อันเจ็บกะจู๋ มาจากแม่ปล่อยให้มันเสียดสีกับตะเข็บกางเกงชั้นในหน้าหนาว

แม่ไม่รู้ ..จริงๆ

แม่ต้องจินตนาการว่าตัวเองเป็นซิงเกิลมัม จะได้เลี้ยงลูกชายให้ถนัดมือและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ส่วนพ่อ มีไว้เป็นตัวแถมเล่นกับลูกเท่านั้น

2010แล้ว เราก้าวขึ้นระดับสิบ ทั้งจบสมบูรณ์และจุดเริ่มต้น

ลมหายใจแรกของแม่ในเช้านี้ คือ การศึกษาของลูก
อยู่ดีๆก็มีพลังใจขึ้นมา เอาหละ ปีนี้เป็นต้นไปน่าจะเริ่มได้ดีขึ้น

แม่อยากให้ลูกเป็นคนแห่งความสุขของโลก
อยากให้ลูกอยู่เป็นกับผู้คนรอบข้าง และชีวิตของตัว
เป้าหมายของการเรียนของเราเพื่อสิ่งนี้

จะอยู่เป็นกับโลกและชีวิต การเรียนรู้จะให้เราเท่าทันพวกเขา
จะอยู่อย่างสุขใจได้ ต้องสุขในสิ่งที่ทำ คนเรามักมีความสุขเมื่อได้พบความสามารถของตัวเอง
ลงมือเริ่มเรียน แล้วลูกจะรู้จักตัวเอง

เมื่อต้องแข่งขันในโลกแห่งการเีรียน เราจะแข่งกับขอบเขตจำกัดเดิมของตัวเราเอง
ผู้คนรอบข้างทุกคน คือผู้ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายไม่ใช่ศัตรู
เราเรียนรู้ได้จากทุกคน ขอบคุณพวกเขาเสมอ


เมื่อจบปีนี้ ลูกจะมีพื้นฐานเพียงพอสำหรับเข้าอนุบาลในปีหน้า
เป้าหมายแม่ในปีนี้ คือ ศึกษาและปฎิบัติ

รักลูกมากขึ้นทุกวัน
แม่


2009/12/30
*พ่อพาเราไปเที่ยวเล่นหิมะ แม่ประทับใจมาก หิมะแรกของลูก ไม่ต้องสอนกันเลย เล่นดี๊ดี เล่นไม่อยากเลิก เล่นไม่หยุด เล่นจนนิ้วแดง ปีหน้าแม่จะเตรียมอุปกรณ์ให้ดีกว่านี้
ขอบคุณพ่อมาก พ่อทำงานทั้งคืน และตื่นเช้าเพื่อรักษาสัญญากับเรา
ขับรถและเล่นกับลูกทั้งวัน แล้วกลับมาทำงานต่ออีกทั้งคืน
พ่อคงเหนื่อยมากแต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงบ่นเลย

พ่อซื้อซุมซัททังให้ลูกเพิ่มแล้วเพิ่มอีก ซุมซัททัง(สายไหม)ของลูก สัญลักษณ์ความเบิกบานวัยเด็ก

แต่กลับไม่ยอมนั่งลงซดราเมียนร้อนในเต็นท์เลย เพราะมันราคาแพงกว่าปกตินิดนึงเท่านั้น

พ่อยอมให้เราเล่นบับเบิลมหัศจรรย์นานแสนนาน รีอันเล่นไม่ยอมเลิก

เพราะทุกอย่าง มันคือความสุขของพ่อที่เห็นลูกได้เรียนรู้สิ่งบันเทิงวัยเด็กของลูก

พ่อพาลูกเล่น นุนซอลเม สามรอบ ปีหน้าลูกคงเล่นได้เก่งกว่านี้

รีอันเล่นจรวดเหาะกับแม่ แบบไม่อยากลง หมดรอบแล้วอยากขึ้นอีก หารู้ไม่ว่าแม่กลัวแทบขี้แตก
ไม่ได้เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวมานาน ลืมวัยเด็กตัวเองหมดเกลี้ยงเลย

เราพากันไปกรี๊ดบนไวกิ้ง ลูกกรี๊ดเก่งมาก แค่นั้น ..เราเล่นกันแค่สองอย่าง นอกจากนุนซอลเมกับบับเบิ้ลแล้ว

*2009/12/31

พาลูกไปตรวจฟันรอบที่สาม เึคลือบฟลูออไรด์ มากันวันสิ้นปีอย่างนี้ นับรอบหน้าง่ายหน่อย
ก่อนไปแม่พูดว่า we're going to the dentist พร้อมชี้หนังสือให้ดูว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้
รีอันอวดแม่ก่อนเข้าร้านหมอฟันว่า ไม่ต้องร้องไห้ แต่แค่ต้องเดินเข้าห้องก็ร้องแงเสียแล้ว แถมร้องสนั่นห้องเลย เพราะเขาพันตัวลูกแล้วกดทับจับให้แน่นไม่ให้ดิ้น ถ้ามีคลีนิคฟันสำหรับเด็กที่อื่นแม่อาจจะลองไปดูใหม่ ที่ที่เขาจะให้เวลาเด็กปรับตัวมากกว่านี้หน่อย แต่พอกลับมา ลูกดันภาคภูมิใจกับเรื่องการไปหาหมอฟันของตัว พูดได้ตลอดวัน ว่า we go to the dentist แบบไม่ชัด -- แม่คาดว่ารอบหน้าลูกจะเก่งกว่านี้

พาไปห้องสมุดครั้งแรกตั้งแต่ลูกเกิดมา ทั้งที่ห้องสมุดอยู่ปลายเท้าหน้าบ้านเราแท้ๆ แต่แม่กลับพามาเอาเมื่อนี้ .. เขามีเครื่องให้ยืมหนังสืออัตโนมัติกันแล้ว ง่ายมาก รอบหน้าเขาแนะนำให้มาทำบัตรครอบครัวจะได้ยืมได้จำนวนเล่มเยอะขึ้น

แม่มาหา ซูฮักดงฮวา นิทานคณิตศาสตร์
แม่ต้องศีกษาหาเล่มที่เหมาะกับแม่ (ไม่ใช่เหมาะกับลูก) ก่อนลงทุนซื้อ

เพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ .. มีเพื่อนๆวัยเดียวกันมาหลายคน
ลูกชอบยกมือโบกทักทายคนด้วยคำว่า "อันยอง" .. ใช้กระทั่งกับแม่

น่ารักปนน่าถีบมากลูก ทุกคนเป็นเพื่อนเอ็งหมดเลยสิ


*เดี๋ยวจะรอไฟล์วันเที่ยวหิมะจากพ่อแล้วจะเอารูปมาลงนะ