2010 แม่ตื่นเต้นในใจกว่าใคร
ปีนี้ลูกแม่จะอายุสามขวบแล้ว
ณ วันที่1/1/2010

สิ่งที่โดดเด่นในวันนี้คือ ร้องเพลง
ชอบอ่านหนังสือมาก บ่อยๆที่แม่ขี้เกียจ ลูกก็นั่งอ่านเองเลย
พูดเรื่อยเจื้อยแจ้ว และ ณ ขณะนี้กำลังติดตามเรื่องภาษาได้เร็วมาก
ชอบให้แม่นวดได้ทุกวี่ทุกวัน อันนี้น่าจะเดือดร้อนเองแน่ตอนโต แล้วถ้าแม่ไม่อยู่นวดให้
เด็กอะไร ร้องว่าปวดไหล่ ปวดก้น สองคำนี้เป็นภาษาเกาหลีที่เด็กวัยเดียวกันคงไม่มีใครพูดได้เหมือน
แม่ ปวดไหล่ ปวดก้น ปวดขา ปวดเท้า
สองวันมานี่แถมปวดกะจู๋ให้อีก
แต่เ็ป็นเพราะแม่ต้องเรียนรู้ในการเลี้ยงลูกชาย
แม่กำลังงงนิดหน่อยว่า ต้องระวังกะจู๋ลูกระดับไหน
มันอ่อนบาง แต่แม่ไม่มี เลยไม่รู้
อันเจ็บกะจู๋ มาจากแม่ปล่อยให้มันเสียดสีกับตะเข็บกางเกงชั้นในหน้าหนาว
แม่ไม่รู้ ..จริงๆ
แม่ต้องจินตนาการว่าตัวเองเป็นซิงเกิลมัม จะได้เลี้ยงลูกชายให้ถนัดมือและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ส่วนพ่อ มีไว้เป็นตัวแถมเล่นกับลูกเท่านั้น
2010แล้ว เราก้าวขึ้นระดับสิบ ทั้งจบสมบูรณ์และจุดเริ่มต้น
ลมหายใจแรกของแม่ในเช้านี้ คือ การศึกษาของลูก
อยู่ดีๆก็มีพลังใจขึ้นมา เอาหละ ปีนี้เป็นต้นไปน่าจะเริ่มได้ดีขึ้น
แม่อยากให้ลูกเป็น
คนแห่งความสุขของโลก
อยากให้ลูก
อยู่เป็นกับผู้คนรอบข้าง และชีวิตของตัว
เป้าหมายของการเรียนของเราเพื่อสิ่งนี้
จะอยู่เป็นกับโลกและชีวิต การเรียนรู้จะให้เราเท่าทันพวกเขา
จะอยู่อย่างสุขใจได้ ต้องสุขในสิ่งที่ทำ คนเรามักมีความสุขเมื่อได้พบความสามารถของตัวเอง
ลงมือเริ่มเรียน แล้วลูกจะรู้จักตัวเอง
เมื่อต้องแข่งขันในโลกแห่งการเีรียน เราจะแข่งกับขอบเขตจำกัดเดิมของตัวเราเอง
ผู้คนรอบข้างทุกคน คือผู้ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายไม่ใช่ศัตรู
เราเรียนรู้ได้จากทุกคน ขอบคุณพวกเขาเสมอ
เมื่อจบปีนี้ ลูกจะมีพื้นฐานเพียงพอสำหรับเข้าอนุบาลในปีหน้า
เป้าหมายแม่ในปีนี้ คือ ศึกษาและปฎิบัติ
รักลูกมากขึ้นทุกวัน
แม่
2009/12/30
*พ่อพาเราไปเที่ยวเล่นหิมะ แม่ประทับใจมาก หิมะแรกของลูก ไม่ต้องสอนกันเลย เล่นดี๊ดี เล่นไม่อยากเลิก เล่นไม่หยุด เล่นจนนิ้วแดง ปีหน้าแม่จะเตรียมอุปกรณ์ให้ดีกว่านี้
ขอบคุณพ่อมาก พ่อทำงานทั้งคืน และตื่นเช้าเพื่อรักษาสัญญากับเรา
ขับรถและเล่นกับลูกทั้งวัน แล้วกลับมาทำงานต่ออีกทั้งคืน
พ่อคงเหนื่อยมากแต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงบ่นเลย
พ่อซื้อซุมซัททังให้ลูกเพิ่มแล้วเพิ่มอีก ซุมซัททัง(สายไหม)ของลูก สัญลักษณ์ความเบิกบานวัยเด็ก
แต่กลับไม่ยอมนั่งลงซดราเมียนร้อนในเต็นท์เลย เพราะมันราคาแพงกว่าปกตินิดนึงเท่านั้น
พ่อยอมให้เราเล่นบับเบิลมหัศจรรย์นานแสนนาน รีอันเล่นไม่ยอมเลิก
เพราะทุกอย่าง มันคือความสุขของพ่อที่เห็นลูกได้เรียนรู้สิ่งบันเทิงวัยเด็กของลูก
พ่อพาลูกเล่น นุนซอลเม สามรอบ ปีหน้าลูกคงเล่นได้เก่งกว่านี้
รีอันเล่นจรวดเหาะกับแม่ แบบไม่อยากลง หมดรอบแล้วอยากขึ้นอีก หารู้ไม่ว่าแม่กลัวแทบขี้แตก
ไม่ได้เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวมานาน ลืมวัยเด็กตัวเองหมดเกลี้ยงเลย
เราพากันไปกรี๊ดบนไวกิ้ง ลูกกรี๊ดเก่งมาก แค่นั้น ..เราเล่นกันแค่สองอย่าง นอกจากนุนซอลเมกับบับเบิ้ลแล้ว
*2009/12/31
พาลูกไปตรวจฟันรอบที่สาม เึคลือบฟลูออไรด์ มากันวันสิ้นปีอย่างนี้ นับรอบหน้าง่ายหน่อย
ก่อนไปแม่พูดว่า we're going to the dentist พร้อมชี้หนังสือให้ดูว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้
รีอันอวดแม่ก่อนเข้าร้านหมอฟันว่า ไม่ต้องร้องไห้ แต่แค่ต้องเดินเข้าห้องก็ร้องแงเสียแล้ว แถมร้องสนั่นห้องเลย เพราะเขาพันตัวลูกแล้วกดทับจับให้แน่นไม่ให้ดิ้น ถ้ามีคลีนิคฟันสำหรับเด็กที่อื่นแม่อาจจะลองไปดูใหม่ ที่ที่เขาจะให้เวลาเด็กปรับตัวมากกว่านี้หน่อย แต่พอกลับมา ลูกดันภาคภูมิใจกับเรื่องการไปหาหมอฟันของตัว พูดได้ตลอดวัน ว่า we go to the dentist แบบไม่ชัด -- แม่คาดว่ารอบหน้าลูกจะเก่งกว่านี้
พาไปห้องสมุดครั้งแรกตั้งแต่ลูกเกิดมา ทั้งที่ห้องสมุดอยู่ปลายเท้าหน้าบ้านเราแท้ๆ แต่แม่กลับพามาเอาเมื่อนี้ .. เขามีเครื่องให้ยืมหนังสืออัตโนมัติกันแล้ว ง่ายมาก รอบหน้าเขาแนะนำให้มาทำบัตรครอบครัวจะได้ยืมได้จำนวนเล่มเยอะขึ้น
แม่มาหา ซูฮักดงฮวา นิทานคณิตศาสตร์
แม่ต้องศีกษาหาเล่มที่เหมาะกับแม่ (ไม่ใช่เหมาะกับลูก) ก่อนลงทุนซื้อ
เพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ .. มีเพื่อนๆวัยเดียวกันมาหลายคน
ลูกชอบยกมือโบกทักทายคนด้วยคำว่า "อันยอง" .. ใช้กระทั่งกับแม่
น่ารักปนน่าถีบมากลูก ทุกคนเป็นเพื่อนเอ็งหมดเลยสิ
*เดี๋ยวจะรอไฟล์วันเที่ยวหิมะจากพ่อแล้วจะเอารูปมาลงนะ