Thursday, May 22, 2008

หนูไม่ใช่เบบี้แล้วลูก

รีอันครับ
หนังสือเขาบอกไว้ว่า ไม่ว่าเด็กจะเดินได้เร็วหรือช้า
ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ก็จะเดินได้ดีพอๆกัน

หนูเดินได้เก่งขึ้นมาก เดินกันทั้งวันเชียว
เมื่อวาน ม่งมาพักบ้านเราหนึ่งคืน
แม่เลยได้พาหนูกับม่งไปเดินเล่นกันตอนเย็น
นับเป็นเดินเล่นด้วยกัน (จริงๆ) นอกบ้านครั้งแรกของเรา
เป็นวันแรกที่พยากรณ์อากาศ บอกว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป
อากาศจะเริ่มร้อนขึ้นด้วย
รีอัน ก็เริ่มจะหายไอและน้ำมูกลดแล้ว

ปรากฎว่า มือแม่นี่หนูไม่อยากจะจับเป็นพักๆเลยลูก
ยื้อมือตัวเองออก จะเดินเอง
แล้วที่ๆชอบเดินลงไปมากที่สุดคือ กลางถนนเลย
แม่รู้สึกดี๊ดี ที่ได้เดินจูงมือกับลูกอย่างนี้
(แต่จะทำได้นานแค่ไหนนะ อีกไม่นานคงต้องวิ่งไล่จับกันแล้วสิ)

ม่งกับรีอัน เล่นกันได้ดีมาก
รีอันจะเป็นฝ่าย ลูบหัวแล้วตบหลังม่งมากกว่า
อันนี้ม่งไ่ม่โกรธ แต่ถ้ารีอันจะแย่งของกินหละก็
ม่งงั่งใส่เลย หนูก็ไม่รู้จักกลัวแฮะ
โดนงั่งเบาๆไปสองที พอม่งเผลอก็ยังยื่นมือออกไปอีก
เห็นชัดๆว่า จงใจแกล้งหมา
พอแม่เผลออีกที ชามข้าวชามน้ำ นมของม่ง โดนรีอันตะลุยกระจายอีกแล้ว

เราเดินเล่นกันพอสมควรแล้ว แม่อยากจะขึ้นบ้าน
แต่ทั้งเด็กทั้งหมายังไม่อยากไป แม่ปล่อยรีอันให้เดินยงโย่ยงหยก ตรงขอบประตู
เลยทิ้งโอกาสให้ม่ง ที่เดินเพลินอยู่ฟากโน้น เห็นรีอันแล้วตามกลับมา

อยากพาหนูไปเล่นกับม่งอีกเรื่อยๆจริง
กลัวอยู่อย่างว่า หนูจะเป็นมิตรหมามากเกิน แถเข้าไปเ่ล่นด้วยเรื่อยอย่างนี้
เกิดเจอหมาไม่มิตรแล้วมันง่ำหนูจริงๆแม่จะทำไงเนี่ยะ

เดินทั้งวันเลยลูก เตะบอลมั่ง เตะทุกอย่างทีเ่ป็นลูกกลมๆหมด
รัก
แม่

Monday, May 05, 2008

วันเด็กแรก เดินทั่วบ้านวันแรก


รีอัน..
แม่ต้องรีบแจ้นมาเปิดบันทึกให้ลูกก่อนนาฬิกาตีสิบสองที
อย่างกับซินเดอเรลล่าเลยฮ่ะ

เดือนห้า วันที่ห้า ซึ่งเป็นวันเด็ก(เกาหลี)ปีสองพันแปดร้อย
รีอันลุกขึ้นมาเดินเต็มตัว วันแรก
ไม่ใช่สี่ก้าวแล้วล้มอีกต่อไปแล้ว
เหมือนฤกษ์งามยามดี รีอันเดินเอาเดินเอา จากผนังด้านหนึ่ง ออกสู่ระเบียง
พักทีระเบียง แล้วหมุนตัวกลับเข้าบ้าน
ยึกยักสะดุดตรงขอบประตูระเบียง เสียการทรงตัวแล้วลุกมาใหม่
เดินวนไปวนมาอยู่นั่นแหละ

ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร เห็นเดินนานเข้า เดินอยู่นั่นแหละ เลยเริ่มเอะใจ
ไปหยิบกล้องมาถ่ายวิดีโอ (ทีตอนนี้หละเดินไม่เก่งเท่า)

นึกถึงรายของอั๊ตจังที่ลุกมาก็เดินรอบบ้าน
เด็กๆคงมีัวันของเขานะ เช่นว่า วันนี้แหละ
แล้วเขาก็ทำได้เอง

แม่เพิ่งอ่านหนังสือพบพอดีว่า สำหรับเด็กแล้วการทรงตัวสำคัญกว่าการเดิน
ที่ยึกยักๆอยู่น่ะ คือกำลังฝึกการทรงตัว
แต่สำหรับผู้ใหญ่(โง่ๆ-อ่านแล้วคิดอย่างนั้นจริงๆ-ว่าตัวเอง)
มักคิดว่า เดิน สำคัญกว่าการยืนให้มั่นคง
ถ้าเดิ็กยืนได้มั่นคง ก็จะเดินเอง

เราจับมือรีอันจูงเดินมาได้สองหรือเกือบสามอาทิตย์ได้มั๊ง
แล้วก็มีวันนี้ --
หลังจากแม่อ่านหนังสือ แม่ก็ไปยืนเชียร์ให้หนูยืนให้มั่น แทนลากหนูเดิน
เชียร์ได้วันเดียว ลูกก็เริ่มเดิน
(ไม่ได้หมายความว่า เดินได้เพราะแม่เปลี่ยนทัศนคตินะ เรื่องบังเอิญมากกว่า)

วันนี้วันเด็กแห่งเกาหลี ลูก
แม่อ่านพบในหนังสือพิมพ์ว่า มีเด็กที่แม่เป็นคนฟิลิปปินส์ เขามีภาษาเกาหลีแย่มาก
เรื่องจริง สำหรับเด็กนักเรียนเกาหลีทุกคน คือ วิชาภาษาเกาหลียากที่สุดในวิชาทั้งหมดครับ
แม่ตัดสินใจว่า แม่ต้องเริ่มจัดตารางอ่านหนังสือภาษาเกาหลีให้ลูกฟังแล้วหละ
หลังจากที่อ่านภาษาอังกฤษอยู่นั่นแหละ
อ่อ .. ดังนี้แล้ว เห็นทีต้องอ่านภาษาไทยด้วยหละ ฮ่าฮ่าฮ่า
ใครจะรู้ คิดสนุกๆเอาเองว่า อยากสอนภาษาไทยให้ลูกครับ
(ทำได้เปล่าไม่รู้ ตอนนี้ดองจานชามไว้ในอ่าง ล้างกันสามวันครั้งแล้วเนี่ยะ)

แม่เหนื่อยจนลิ้นพองแล้วลูก แต่รักหนูสุดใจเลย
ผลงานของวันเด็กแรกของลูก คือรูปถ่ายเซ็ทนี้ครับ

รักหนูมาก
แม่และพ่อ

Friday, May 02, 2008

เรื่องโกหก..

ลูก..

เด็กวัยนี้คงจะโตเร็วกระมัง แต่ละวันๆจะมีเรื่องใหม่ๆให้ชื่นใจได้เรื่อยๆ
สองสามวันก่อน ลูกเล่นอยู่ดีๆ เผลอๆก็ลุกมายืนแล้วเดินเอง ล้มแล้วลุกใหม่ สองรอบ
แม่บอกพ่อ พ่อพูดว่า "คนเป็นแม่นี่โกหกวันละสามรอบ"
หมายความว่าอะไร ก็เพิ่งเข้าใจวันนี้แหละ

คุณยาย(ของม่ง) บอกว่า หมายถึงว่า เด็กโตเร็วเปลี่ยนตลอดเวลา คนเกาหลีเลยมีคำพูดเปรียบดังนี้
(อิพ่อนะ พูดแล้วเฉยไม่อธิบายต่อเลย ปล่อยให้เราเสียใจ ทำไมมาว่าเราโกหก)

วันต่อมา คือวานนี้ ลูกอยากเดินไปหาเครื่องเสียง ลุกยืนแล้วง่อนแง่น ล้มแล้วลุกเตาะแตะจนไปถึงจนได้

แม่นั่งแอบมองเอา :P เดินได้เยอะขึ้นแล้วลูก

ที่ผ่านมา รีอันมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อง ยอมนั่งกระโถนกับฟังแม่เข้าใจ
แม่จับลูกนั่งกระโถนเวลาทำท่าเบ่งอึมาตั้งแต่หนูอายุหกเดือน
พอมาใกล้ขวบ ลูกก็เบื่อกระโถนขึ้นมา จับนั่งเมื่อไหร่ ร้องอย่างกับแม่ัจับนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า
อึหดหายหมดทุกครั้ง
เลยต้องยอมปล่อยๆบ้าง บางทีลุกออกมาจากกระโถนปุ๊บ ถ่ายกองกันตรงข้างๆนั่นเลย

มาวันก่อน แม่ค่อยๆจับหนูนั่งเบาๆอย่างนุ่มนวล ไม่ให้ตกใจ
กลายเป็นหนูเอนจอยนั่งกระโถน
หนักยิ่งกว่านั้น
วันนี้พอจะพาไปนั่ง หนูชี้หนังสือพิมพ์เล่มเล็กที่วางอยู่
ไม่ยอมนั่งกระโถน เหมือนจะเอาหนังสือพิมพ์
พอหยิบให้ก็ยอมตามมานั่ง
อายโก... อิลูกแม่นี่สงสัยเห็นพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโถทุกวัน
เห็นลูกนั่งกระโถนแล้วถือหนังสือพิมพ์นี่ ขำจริง
เล่าให้ใครฟัง คงว่าแม่โกหกอีก :(
(นั่งได้ไม่เกินสิบวิก็ลุกอีกแระ)


รีอันทำแม่เซอร์ไพรซ์ ..
ทุกวันแม่ต้องตื่นมาตอนเช้ามืด มาทำงานต่างๆที่ทำไม่ได้เวลาลูกอยู่ด้วย (หน้าคอมพ์)
ทำไม่เคยได้นาน ลูกจะตื่นมาร้องหาอีก เช้านี้ก็เหมือนเดิม ได้ยินเสียงแอ๊
ในใจคิดว่า เดี๋ยวนะทำตรงนี้ก่อนแล้วจะไป
พอลุกออกมา กลับได้ยินเสียงลูกชัดกว่าเดิมเหมือนออกมาจากห้องแล้ว
โอ้ว.. รีอันกำลังแงะประตูให้เปิด เดินออกมาแล้ว ไม่้ร้องงอแงทำตัวเหมือนเด็กโต

แม่ชื่นใจชะมัดเลยลูก ..

(สองวันก่อนพาไปฝากย่า สงสัยมีอะไรแน่ๆ รีอันร้องไห้ตามแม่
ชักทรมานใจ ตอนกลางวันเลยกระซิบบอกลูกว่า หนูโตกว่านี้ แล้วแม่จะพาไปด้วยกันนะ
ตอนนี้หนูยังร้องไห้งอแงอยู่เลยลูก ..หรือว่ารีอันฟังออก จากตามไปด้วยเร็วๆ แฮ่~)


รักลูก
แม่

*แม่เล่าไปหรือยังว่า เห็นลูกหยิบปากกาขีดผนังต่อหน้าต่อตา มาเห็นตอนที่ผนังลายหมดแล้ว
คุณยายย้ำว่า ต้องสอนไม่ให้ลูกทำอย่างนั้น โดยการตีผนัง(ไม่ใช่ตีลูก) สอนให้เด็กเข้าใจว่าสิ่งนี้ห้ามทำ
ทันไหมเนี่ยะ ทำไปแล้วสองรอบ(รอบแรกแม่ไม่เห็น)
ส่วนอิพ่อบอกว่า ไม่เป็นไร -เซ็งหวะ

พ่อกับแม่ตรงข้ามกันหมด ลูกกินอะไรหกเลอะเทอะ แม่ยอม แต่ให้ลูกได้ลองเองกินเอง
พ่อกรี๊ดทันที ว่าเลอะเทอะหมดแล้ว
ส่วนผนังแม่เดือดร้อน พ่อยิ้มใจเย็น --- เฮ่อ