Monday, June 30, 2008

เพิ่งเห็น

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ได้ยินหมะม๊าอั๊ตจังแอบวิ๊ดๆว่า "มาแ้ร้ว ฟันกรามอั๊ตมาแร้ว"
ฟังแล้วนั่งนึกว่า หูย ฟันกรามเลยเร้อ มันจะมาสภาพไหนกันน๊า

วันนี้ พ่อบิลลี่ ยกรีอันหัวทิ่มให้แม่เห็นฟันกรามเผยอกรอบคมๆ ซี่ในสุด
ยังโผล่ไม่เต็มตัว แค่แพลมๆส่วนปลายแหลมๆรอบกรามออกมา
น่าจะออกมาหลายวันแล้ว เลยอยากบ่นเหมือนหมะม๊าอั๊ตเหมือนกันว่า
มิน่า ..ไม่ค่อยกินข้าว

จริงๆแล้ว แม่อ้างฟันไปงั้นแหละ ยังไม่พึงพอใจกับการทำอาหารให้ลูกเลย
อยากให้ลูกกินได้กินดี (เพราะว่าอร่อย) มากกว่านี้จังเลย ...

ดีใจที่เห็นฟันลูกเพิ่มขึ้นมา
คนเป็นพ่อแม่นี่นะ ฟันขึ้นซี่นึง เดินได้ก้าวนึง ก็ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุขไปได้ซะหมดเลยเชียว

แม่กลับมาค้นหา แปรงสีฟันแบบแปรงฟันกราม ที่ไม่เคยคิิดว่าจะได้ใช้ เลยเอาไปซุกซ่อนไว้
เดินยิ้มเอามันมาเตรียมไว้ในห้องน้ำ
เตรียมแปรงสีฟันแบบหัวใจบานๆ ฮี่ๆ

แล้วจับลูกหงายบนตัก เอาแปรงขัดๆๆๆ (เพราะพ่อบอกว่าเหมือนกับมีเศษคราบติดในร่องนะ- ก็ไม่เห็นอ่ะ ทีผ่่านมาเลยแปรงไม่ถึง)
แปรงคมฟันซี่นิดนึง ซี่เดียว รีอันเลยโดนแปรงเหงือกซะส่วนใหญ่ บานไปเลยลูก

Thursday, June 26, 2008

นอนไม่หลับ แอบหอมลูก

นั่งใช้คอมพ์หลังจากลูกหลับ จนเลยเที่ยงคืน
เสียงลูกร้องหาแม่ เลยปิดว่าจะเข้าไปนอน

นอนยังไงก็ไม่หลับ ในขณะที่ลูกหลับแบบสนิทต่อไปแล้ว
เลยลุกมามองดูเด็กตัวป้อมๆนุ่มๆ อุ๊นอุ่น มีเหงื่อเปียกๆ

อดไม่ได้ กอดซะเลย
กอดไม่พอ หอม กวนลูกซะงั้น

เฮ้อ มีให้กอดคนนึงแล้ว ต่อไปจะยังไงก็ได้

นอนต่อไ่ม่ได้จริงๆ ลุกมาเขียนว่า ...
ข้าพเจ้า แยกแยะไม่ได้แล้วว่า เดือนนี้ของลูกต่างจากเดือนที่แล้วยังไง

ต่างจากตอนแรก ขยั๊น ขยัน อัพเดทไดอารี่

สิ่งใหม่
1.ตอนนี้ รีอันเดินขึ้นบันไดคนเดียวเองด้วยการจับราวบันได
ไปช้าๆ แต่ก็ถึงบ้านเหมือนกัน .. ไม่หนักแม่ด้วย อิอิ
(4ชั้นนะฮ๊า)

2.รีอัน อินซา(ทักทายร่ำลา ปพณ.เกาหลี) ได้มากกว่ายกมือโบก อันยอง แล้ว
โดยใช้วิธีคว่ำหน้าลงพื้น ปล่อยให้ก้นโด่ง ดูคล้ายกับการโค้งของผู้ใหญ่
โค้งมากไปหน่อย ก็คว่ำ บางวันเอามือเข้าซอกขาหน้า โค้งแล้วนั่งลงไปเลย
มันน่ารักอ่ะ ลูก
แม่กำลังสอนให้หนู ยกสองมือโค้งที่หัว ให้เป็นรูปหัวใจ แล้วบอกซารังแฮ -ตลกดี คนเกาหลีชอบทำ แล้วคนต่างชาติก็ทำตาม กันทั่วโลก มันขำๆ

3.รีอันคิส เก่งแล้ว
แรกๆ ขอโป๊ะโปะ แบบอินโคเรียน ตอนหลัง แม่เผลอขอคิส หนูก็หันขวับมาคิสให้อย่างดี แม่ก็เพิ่งนึกออกว่า ตัวพูดผิดไปจากเดิม สงสัยว่ารีอันจะฟังออกในอีกภาษาด้วย
หมายเหตุ ยังไม่เคยลองภาษาไทย

เรืื่องคิสนี่ มันทำให้แม่หัวใจละลายได้
แม่เซ็งรีอันงี่เง่า เลยนั่งเจ่าตรงนั้นซะเลย อยู่ดีๆ ลูกตัวกลมๆก็วิ่งมาเอียงหน้าคิส
กรี๊ด จะบ้าตาย หัวใจละลายหายโกรธหมดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า


แม่วางแผนทำอาหารให้ลูกดีขึ้นอีกแล้ว
รอบนี้ไม่รู้จะดีแตกเื่มื่อไหร่อีกสิ
รู้แต่ว่า ให้เลยสองสามขวบแรกของลูกไปก่อน ค่อยมุงานมากกว่านี้

ณ วันนี้ ลูกอายุสิบห้าเดือนกัีบอีกไม่กี่วันครับ

Wednesday, June 18, 2008

เด็กโตวันโตคืน

เมื่อสักครู่ พ่อเขาพยายามจะแก้ไขให้โปรแกรมวิดีโอ ในคอมพ์ให้ใช้ให้ได้
คือมันมีแต่เสียง ไม่มีภาพ พอได้ยินเสียงแม่ก็จะหันไปดู อยากดู๊อยากดู แต่ภาพไม่ขึ้นเสียที
ในที่สุด พ่อเอาแผ่นดีวีดีที่ไรท์เสร็จแล้ว มาตรวจสอบในคอมพ์อีกตัวที่แม่นั่งใช้อยู่
เลยได้ดู ..

โอ้โห เืมื่อไม่กี่เดือนก่อนนี่เอง ทำไมรีอันตัวยืดไปเยอะอย่างนี้หละ
พูดได้ทั้งสองอย่าง ว่าสูงขึ้นและผอมลง ตอนนั้นตุ้ยนุ้ยจริงๆ
น่าหม่ำไปทุกส่วนสัด โดยเฉพาะแก้ม ..
พอเห็นฟันสองซี่ล่าง แม่หัวเราะกร๊ากกเลย ตลกจริงๆ
แต่ทำไมตอนนั้นไม่รู้สึกตลกแฮะ

ถ่ายวิดีโอเก็บเอาไว้มันดีอย่างนี้นี่เอง เวลามันเดินผ่านเราไปยังไง จะได้ย้อนดูกันได้
ช่วงหลังมานี่ แม่วุ่นวายกับอะไรก็นึกไม่ออก ไม่ค่อยได้ถ่ายเก็บไว้เลย
บันทึกก็ไม่ค่อยได้เขียน (ตอนใหม่ๆนี่ตั้งใจว่าต้องเขียนสรุปให้ได้ทุกเืิดือน อีกหน่อยคงขอยืดเป็นสามเดือนครั้ง หรือปีละครั้งแล้วมั้ยเนี่ยะ)

ช่วงนี้มีแต่ลุ้นเรื่องพูด
วันก่อน แม่ยื่นกล่องนมให้ ลูกก็เบือนหน้าหนีตามฟอร์ม
แม่ตื๊อก่อน ลูกเบือนหนีอีกด้าน พร้อมกับพูดว่า "จิ๊ยอ"
อันฟังคล้ายกับคำว่า "ชิรอ" ที่เด็กๆชอบใช้ในการปฎิเสธอะไรก็ตามที่ตัวไม่อยากทำ

แม่ขำกรั๊กๆๆ แต่ยังตอบกลับไปว่า ชิรอก็ต้องกิน
สรุปว่า ลูกชนะ แม่ขี้เกียจตื๊อ
นมกองเต็มตู้เย็นแล้ว
เวลาจะกินนี่ ต้องบิวด์อารมณ์กันเต็มที่ กว่าจะกินได้แต่ละจิบ เฮ้อ ..

แม่เดาว่า ลูกจำมาจากโฮ ..
การเล่นกับเด็กโต ดีอย่างนี้
แต่ไม่ดีอย่าง เืมื่อลูกแม่มันสู้เด็กโตเอาเสียจริง
ส่วนเด็กตัวเท่ากันไม่มีอะไร
หรือเด็กโตกว่านิดนี่ ปล่อยให้เขาผลักอกก้นกระแทกได้เฉยๆ

ส่วนใหญ่ลูกสู้แล้วก็เป็นฝ่ายร้องไห้แงๆ ทุกที แม้จะสู้คืนเขาได้ก็ตาม
เขาตัวโตกว่าถ้าแย่งของกัน ก็แย่งเขาไม่ได้หรอก

อากาศร้อนมากวันนี้ แม่ไปรับที่บ้านย่า เห็นหวีผมเป๋ นึกว่าย่าอาบน้ำให้
ปรากฎว่าเป็นเหงื่อเธอเอง ทำไมขี้ร้อนอย่างนี้หนอ

Tuesday, June 03, 2008

หัวใจเต้นแร๊บ

อยู่ดีๆ วันนี้เห็นอาการที่ไม่เคยเห็นในลูก
เขาชะงักเมื่อทำอะไรบางอย่างเสียหาย ..
ชิ้นแรก ของตกจากเก้าอี้ รีอันเงียบปิ๊บ คงใจระทึกว่า แม่จะทำอะไรกับตูไหมวะ
นึกไม่ทัน เลยไม่ได้รับมุข ไม่ได้ดุอะไร แค่พูดหน้าตาเฉยว่า ใครทำตกนี่
รีอันเหรอ แล้วอุ้มเขาขึ้นมา ..

ชิ้นที่สอง เขายื้อกระดาษชีทจากซังยอง แล้วมันขาดตรงมุม
รีอันเงียบปิ๊บอีกเหมือนกัน เงียบแล้วนิ่ง หน้าตาตกใจ
อันนี้เกิดขึ้นต่อหน้าแม่ เลยต้องวางท่าดุเสียหน่อย
ถือโอกาสหรือเปล่านี่ แต่นะ บอกเลยว่า
ทำเสียงดุ แต่ใจมันเต้นแร็บลิงโลดเลยแหละ

"เฮ้ย เว้ย ลูกรู้ด้วยเฟ้ย ว่าอะไรผิด"

เก๊กดุไม่นานหรอก รีอันสลดจริงๆ แม่จับมานั่งนิ่งๆ เป็นการลงโทษ ก็ยอมทุกอย่าง
แต่ย้ำว่าไม่นาน .. สำหรับเด็กมันคงนานแล้วมั๊ง

อีกครั้ง ลูกรื้อเทปเก่าออกมา แล้วดึงสายเทปยาวออกมา แม่หันมาเห็นพอดี
แค่ส่งเสียงเรียกชื่อเท่านั้น รีอันสะดุ้งโย๋ง แล้วโยนเทปในมือลง เงยหน้ามาร้องไห้แว๊ก
สงสัยตกใจมากกว่าอันนี้
เห็นแล้วก็ำขำด้วยแหละ ..

เรื่องรู้สึกผิดนี่ สอนกันไม่ได้เนอะ ใช่มั้ย ?
เขารู้ได้ไง แม่ไม่ได้ดุบ่อยด้วยนะ แต่เริ่มใช้ไม้พายทำกับข้าวตีก้นแล้ว ถ้ารีอันดื่มนมได้สองอึกแล้วเทออกมาเล่นครึ่งกล่องอย่างนี้
(หาอุปกรณ์ที่เรียกว่า ไม้อบรมนิสัยไม่ได้หงะ )


และสุดท้าย แม่ชมรีอันตะบันแหละว่า "เก่งมาก" เป็นคำภาษาไทยที่พูดกับลูกบ่อยที่สุด
ลูกพูดตามออกมา ได้ยินชัดเจนว่า เก่งมาก แม้สำเนียงไม่ชัดเปร๊ะ แต่แน่ใจว่าเสียง ก นำตามด้วยเสียง ม แน่นอน

จะบอกใครเขาก็คงว่า แม่โกหก ในเมื่อหนูไม่พูดให้ตลอดอย่างนี้

จดเอาไว้ ปลื้มคนเดียวดีฝ่า แหะๆ

* ณ วันนี้ 14เดือน 15วัน พอดิบพอดี

Monday, June 02, 2008

เลี้ยงลูกสนุกกว่ากันแยะ

เคยถามตัวเองมาก่อนหน้านี้แล้ว
ว่าใจคอจะให้ลูกรู้จักแต่ตัวเอง ณ ช่วงเวลานั้นเท่านั้นหรือไง ?

หมายความว่า เกิดคิดว่า ลูกน่าจะได้รู้ความเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์รอบๆตัว ณ ช่วงอายุของตัวด้วยเหมือนกัน
นอกจากบล๊อกนี้ ไม่มีที่ไหนให้เขียนอีกแล้ว แยกเขียนก็จะมองภาพรวมไม่ออก

เช่นว่า รู้ไหม ตอนรีอันอายุได้ขวบครึ่ง เกิดเหตุการณ์สลดในเกาหลี
ที่มันคล้ายกับ พฤษภาทมิฬที่เมืองไทย




ภาพอย่างนี้หาดูได้ไม่ยาก ในเนต อันซึ่งเป็นสื่อของประชาชน
ส่วนใหญ่เป็นภาพประเภทนี้ ว่า ตำรวจทำร้ายประชาชน

จริงแล้ว ยังมีอีกเยอะ มีวิดีโอด้วย
มีถ่ายทอดสดทางเนตด้วย พี่แกหอบโนตบุคที่ต่อสายกับกล้อง
วิ่งเข้าไปถ่ายภาพในเหตุการณ์กันเลย







เพิ่งมีภาพตำรวจขัดรถบัสตัวเองที่ถูกปชช. รุมขีดเขียนด่า
ไม่รู้จะมีใครเห็นใจหรือเปล่า
แต่หัวข้อภาพคือ "ตำรวจก็เหน็ดหนื่อย"
แต่มันเข้าใจไม่ได้เวลาเห็นตำรวจกระทืบปชช.หวะ



ปีนขี้นบัสเหมือนกัน แต่เป็นรถตำรวจไม่ใช่ขสมก.
แล้วโดนตำรวจเอาน้ำฉีดร่วงลงมา
น่าหวาดเสียวอย่างมาก

ปกติแล้ว เราเห็นตำรวจเกาหลีหน้าใสๆ น่ารัก พูดจาสุภาพ
เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ที่มีการกระทำโหดอย่างนี้
เดาว่า มันเป็นคำสั่ง ไม่อย่างนั้นแล้วที่ผ่านมา เห็นแต่ตำรวจเกาหลีนิ่งให้ปชช.

เรื่องคืออย่างนี้ ..
คนเกาหลีค่อยๆลุกขึ้นมา ต่อต้านการนำเข้าวัวเมกา เนื่องด้วยโรควัวบ้า
จากกลุ่มไม่ใหญ่นัก กลายเป็นคลับคล้ายกับตอนเชียร์บอลโลกไป


ที่นี่เขานิยมชุมนุมประท้วง ด้วยการถือเทียนกันคนละเล่ม เป็นประเพณีการประท้วงแบบเกาหลี
ซึ่งจุดเทียนกันทุกเทศกาล จนรัฐออกกม.ใหม่ ห้ามชุมนุมประท้วงแบบนี้
ตอนนั้น ไม่ได้ติดตามรายละเอียด ไม่รู้เหตุผล แต่ใจก็นึกเหมือนกันว่า ห้ามกันไม่ได้หรอก

แล้วก็จริง ..หลังจากกม.นี้ออกมา คนเกาหลีก็ยังนิยมประท้่วงกันแบบนี้แหละ ใครจะทำไม
รอบนี้ ปธน.ใหม่ เมียงบัก ลี เพิ่งขึ้นมาได้ไม่นาน เพิ่งกลับจากบินไปจี๋จ๋อกับบุชมา
คนหมั่นไส้เปล่า เลยเขียนป้ายไล่กันคนละใบ ในงานนี้ด้วย
ไล่วัวบ้า แล้วเลยไล่ปธน.ต่อ
แปลก เลือกเขามา ไม่พอใจก็ลุกมาไล่เขา .. ผลงานยังไม่เห็นเลย เจองานแรกครับ

แต่เราไม่ถนัดคุยเรื่องการเมือง แค่เห็นภาพจลาจลในทีวี มีซีนตำรวจกระทืบปชช.ด้วยบูท
หนำซ้ำ คนๆนั้นเป็นผู้หญิงด้วย โดนหัวทีหน้าที เลยกลิ้งมุดเข้าใต้ท้องรถ(เดาว่าบัสตำรวจน่ะแหละ)ซะเลย
โหดหวะ ..

นี่มันทีวียุคเนตเร็วเป็นสายฟ้า คนมันลุกขึ้นมาแล้วให้สัมภาษณ์กันตรงนั้นเลย
ชายหนุ่มร่างท้วมคนหนึ่ง ทำเสียงเกือบร้องไห้แล้ว "นี่คือเกาหลีปี2008หรือ ไม่อยากเชื่อว่ายังมีอย่างนี้อยู่อีก "

งานนี้ หรืองานไหน หากมีการทำร้ายประชาชนเข้ามาหละก็ ไม่เลิกกันง่ายๆแน่ๆ
นี่ไม่ใช่ปีเหมือนหนีเข้าป่า บิดเบือนข่าวสาร
ที่แน่คือ ปชช.วิ่งออกไปทำข่าวลงเนตกันเอง อย่างเสรี ภาพโหดๆเลยออกมามากมาย

มีความคืบหน้าเรื่องตรวจสอบเนื้อนำเข้า หลังจากนี้ติดตามตอนต่อไป
ประเด็นคือ ตำรวจโหดล้ำเส้น แบบว่าห้ามอารมณ์ตัวเองไม่ไหว เลยใช้กำลัง
ประชาชน ตรงนั้นก็ต้องมีน่าหมั่นไส้บ้างหละ เราว่า

ข้าวของแพงเหลือหลาย ขึ้นราคากันพรวดพราดๆ
เนื่องจากน้ำมัน ทุกชนิด แพงหูดับ ดีเซลแพงล้ำหน้าเบนซิน
แก๊สก็แพงกระจุยตาม นี่มันอะไรกันหละนี่
ของทุกอย่างตบเท้าเพิ่มราคาตามกันเป็นแถว

เขียนข้างบนนี่แล้วเหนื่อยปนเวียนหัวนิดๆ

เลี้ยงลูกดีกว่า น่ารักเหมือนเดิม ฮ่าฮ่า

รีอันชอบเล่นกับพ่อมาก เห็นพ่อเป็นตัวฮา
ถ้ามองหน้ากันเมื่อไหร่ แกจะยิ้มย่นจมูกให้อย่างน่ารักชิบเป๋งเลย
นั่นคืิิอสิ่งที่เราเรียกกันว่า วิงค์่ ..
เห็นแล้วจะอยากฟัดสุดใจ

สองคนพ่อลูกหายไปในห้อง พ่ออุ้มลูกใส่แว่นกันแดดออกมา ตัวเองโพกผ้าปิดหน้าผากปิดปากเหลือแต่ตา
แบบสาวอาหรับ เห็นแล้ว แหม เขามันส์กันจริงเลยนะพ่อลูกนี่

ไปถ่ายรูปมา

ณ เนินเขาหนึ่ง ซึ่งมีอย่างนี้ด้วย มันสวยมากมาย
มีแต่ดอกไม้เหลืองสลับกับขาว แซมด้วยม่วงเป็นระยะ
สวยสุดใจเลย เดี๋ยวหารูปที่เห็นแบคกราวน์ชัดกว่านี้ อันนี้ก็อปมาจากเวบพ่อเขา



รูปล่างสุดนี่ เขาหัดฉีดปืนของเล่นแล้ว แต่ฉีดด้วยการหันปากปืนเข้าใส่ตัวเอง
นี่คือปืนฉีดฟองสบู่ กำลังอยู่ในวัยคลั่งไคล้ฟองสบู่ รูปกลางนั่น ร้องกรี๊ดวิ่งเข้าใส่เลย

Sunday, June 01, 2008

อาตี๋หมวกแดง



ช่วงนี้ขี้เกียจ(อัพเดทไดอารี่)ของจริง
ตั้งแต่เขียนมา ไม่เคยบ่นอย่างนี้สักครั้ง
เดี๋ยวนี้ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าจะบันทึกอะไร เกิดขี้เกียจซะงั้น ..

เด็กวัยขวบถึงสองขวบนี่ เราว่านับเป็นวัยที่ฉลาดที่สุดแล้วมั้ง
เราว่าเด็กไวมาก ตอนนี้รีอันเริ่มพูดตาม แต่เดาว่า มีแนวโน้มจะพูดภาษาเกาหลีก่อน
แน่หละ รอบตัวมีแต่คนพูดภาษาเกาหลี

เมื่อเห็นลูกเริ่มพูดตามฉะนี้ เราจะวางเฉยไม่ได้
ยิ่งไม่ยอมหยุดพูดภาษาไทยกับลูก อย่างน้อยลูกต้องเข้าใจภาษาแม่
น่าชื่นใจ ว่าลูกเข้าใจที่เราพูด
แม่ถามหาแก้วน้ำ แล้วชวนหา ชวนหยิบ ลูกก็ทำท่าตอบสนอง
ช่วยกันหา ทำท่าดีใจเมื่อเห็นแก้ว

เรามีคำที่พูดกับลูกซ้ำๆอยู่ไม่กี่คำ ล้วนเป็นภาษาเกาหลี ซึ่งเรานับว่าเป็น"คำจำเป็นต้องใช้"
เช่น สอนให้ลูกรู้จักขออย่างอ่อนน้อม แบสองมือซ้อนกัน แล้วพูดว่า จูเซโย
ลูกก็เอามือเล็กๆมาซ้อนกัน น่ารักมาก เขารู้จักทำได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน
เมื่อวาน ถึงขนาดพูดตามออกมา ได้เสียงว่า จูเซโย

ไอ้ที่เราเคยคิดว่า หูฝาด หรือคิดไปเองว่า ลูกพูดคำนั้นคำนี้ได้
ว่าจะเลิกคิดงั้นแล้ว เพราะเหมือนกับว่า เขาพูดตามนั้นได้จริงๆ
แต่เราไม่เชื่อสมรรถภาพเขาเอง
เราอุ้มลูกเดินเข้าบ้านก่อน อาปาตามมาทีหลัง
แต่พอนั่งลงบนเก้าอี้ในบ้าน ลูกมองหาอาปา
ปุ๊บ อาปาก็โผล่เข้ามา
แกชี้นิ้วแล้วส่งเสียงที่ฟังแล้วคล้ายกับพูดว่า
"ยอกี้ อิดเน" ซึ่งหมายถึง อยู่นี่เอง
เดาว่าจำมาจากพ่อ เพราะเป็นสำนวนที่พ่อพูดด้วยเรื่อย

ไอ้เสียงที่ฟังแล้วคล้ายกับว่าจะพูดอย่างนี้อย่างนั้นน่ะแหละ
ที่คิดว่า สงสัยคิดไปเอง แต่ชักจะพูดแบบเดียวกันซ้ำๆน่ะแหละ เลยว่าจะไม่คิดว่าบังเอิญแล้ว
ยกมือชี้นิ้วไปที่อะไรสักอย่าง แล้วพูดเหมือนจะคล้ายว่า "อิก้อ มอนยา" (นี่อะไร)
หลายคนฟังได้แบบเดียวกัน เลยคิดว่า สงสัยแกจะพูดงั้นจริงหวะ



เดี๋ยวนี้ อยากออกนอกบ้าน ลูกก็จะตะกุยตะกายชี้นิ้วไปข้างนอก แล้วบอกว่า
"-จา" ที่ต้องมีขีดข้างหน้าคือ ไม่มีเสียงออกมา แต่เป็นคำที่เราใช้พูดเสมอว่า
ไปกันเถอะ ว่า คาจา
คำนี้ไม่เคยใช้ด้วยภาษาอื่น นอกจากภาษาเกาหลี

เราพูดกับลูกมั่วไปเรื่อย แล้วแต่ว่าจะพูดอะไรก็พูด
ส่วนใหญ่ พูดกันสองภาษา ถ้าอยู่กันสองคน
แต่จะพูดด้วยในภาษาเกาหลี ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย - โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยู่กับย่า

ในความไวในการเรียนรู้ นี่เราว่าต้องระวังมากๆๆ
แกเห็นใครทำอะไร แป๊บเดียวเท่านั้น ตามทันที
อิตอนแก้นี่ ลำบาก ยังแก้เรื่องเป่าปากพ่นน้ำลายไม่ได้เลย

เวลาน่ารักก็น่ารักเหลือเกิน ไม่เคยหอมแก้มลูกแบบไม่รู้จักเบื่ออย่างนี้มาก่อนเลย

*รีอัน14เดือน13วัน
*เปลี่ยนแนวการเขียนใหม่ แบบอารมณ์ใหม่ ฮี่ๆ