แม่ติดหวัดลูกจนได้ ..น่าจะคิดระวัง แต่ไม่ได้คิดเลยไม่ได้ระวัง
จำไว้สำหรับครั้งหน้า ..
ลูกป่วยแม่ยังมีแรงดูได้ทั้งคืน พอแม่ป่วยตาม ตายเลย ตอนนั้นคิดได้อย่างเีดียวว่า ตายแน่กรู
จะเอาลูกไปฝากใครเลี้ยงหนอ
ใครจะช่วยพากันไปรพ. หรือเราไปรพ.จะเอาลูกไว้ที่ไหน
ใครจะทำอาหารร้อนๆอร่อยชื่นใจให้กิน แค่ลากสังขารลุกขึ้นมาก็มึนๆแล้ว อย่าหวังว่าจะมาทำอะไรให้
ผลคือ
อ่างล้างจานสุมไว้กองโต
แกงต้มสองหม้อ เผ็ดกับไม่เผ็ด เรียงรายไว้งั้นแหละ กินกันคนละสองสามคำ
ห้องรกไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่สุมไว้ก่อน นอน นอน และนอน เท่านั้นที่ต้องการ
เอาลูกไปฝากออรินนีจิ๊บ ก่อน
(กว่าจะไปได้ ใช้เวลาบิวต์กันเป็นชั่วโมงอยู่ แม่ไม่เร่งจนลูกค่อยๆตัดสินใจเอง)
ตอนจากลา มีบทเศร้าและน้ำตาเล็กน้อย
ก็แหม อยู่ด้วยกันมาหลายวัน อยู่ดีๆเอาเค้ามาฝากคนอื่นอีกละ
แล้วแม่ก็รีบเผ่นไปหาหมอ
หมอถามว่า จะเทสต์หวัดหมูไหม
หมอคงถามไปงั้น ไม่ได้เ้ค้นเอาคำตอบ
แม่นั่งเงียบ เพราะอยากให้หมอใช้กึ๋นหมอคิดเอาเอง ว่าแค่นี้ควรส่งตรวจไหม
หมอย้ำอีกว่า ถ้ากินยาแล้วเกิดอาการไม่ดีขึ้นมา ให้รีบมาเลยนะ
แล้วแม่ก็นอน นอน นอน ตอนค่ำมีพ่อมาช่วยเอารีอันนอน
พอเช้าขึ้นมา ไข้สูง สูงปริ๊ดเลย
ทำยังไงก็เอาไม่ลง ตายแล้ว นี่เราจะชักไหมนี่
แอบตลกหรอก จริงๆแล้วใจมันคิดว่า ตายแล้ว นี่เราเป็นหวัดหมูหรือเปล่านี่ ..
ร้ายกว่านั้น รีอันตื่นขึ้นมา ร้องหายาูคูลท์ ทันใด
แม่ไม่ได้คิดอะไร โบ้ยว่าอยู่ในตู้เย็น
พอกินยาคูลท์ยังไม่หมดขวดเลย ไอแคร่กทันที ทั้งๆที่นอนเงียบไม่มีไอมาทั้งคืน
ไอแคร่ก เลือดกำเดาพุ่งกระฉูด ... ครั้งแรกในชีวิตรีอัน
ครั้งแรกที่แม่ไม่ดีใจเลย
มีครั้งแรกแล้วจะมีครั้งต่อไปอีกไหม
จะเหมือนแม่หรือเปล่า ตอนเด็กๆเลือดกำเดานี่เลย โรคเรื้อรังของแม่
ตอนนั้น เหมือนน้ำท่วมโลกแล้วตามด้วยแผ่นดินแยกน่ะแหละ
มันจะซ้ำกรรมซัดกันไปถึงไหน
วันนี้กรูจะอยู่ยังไงดี
น้าไ่ก่บอกว่า วันนี้ให้รีอันอยู่บ้านเถอะ
แต่แม่ตอบอย่างมั่นใจเลยว่า ไม่ได้
แม่จะต้องเก็บแรงไว้รับมือกับลูกวันสุดสัปดาห์ คือพรุ่งนี้
วันนี้ต้องเอาตัวเองให้หายก่อน ลูกอยู่บ้าน-แม่ไม่ได้นอนแน่
แล้วก็เพิ่งพบว่า ตัวเองมัวแต่มึนยาจนลืมติด patch กับให้ยาเคี้ยวก่อนนอน กับลูก
เจริญแท้ๆ
ชีวิตมึนได้ขนาดนี้เลย
พอค่ำลง รู้สึกตัวเลยว่า อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว
ไม่ใช่สิ พอได้ไปรพ. รู้สึกเลยว่ากำลังจะดีขึ้น
มาดูหน้าหมอให้ชื่นใจหรือไงนี่เรา
รีอันก็ดีขึ้นเหมือนกัน เริ่มเล่นซนได้มากเหมือนเดิมแล้ว
Saturday, November 14, 2009
Monday, November 09, 2009
เรืิ่องไข้ ไม่ได้เป็นกันมานาน
วันนี้มีเด็กหนึ่งคนเสียชีวิตด้วยหวัดหมู swine flu หรือหวัด2009 นี่แหละ
เพราะว่าพ่อเด็กเป็นนักแสดงมีชื่อเสียง ข่าวเสนอกันหลายรอบ
สะเืทือนใจมาก ..
เด็กคนนั้นอายุ 7 ขวบแล้ว
หน้าตาน่ารักมากกก
และตามธรรมดาของเด็กชายเกาหลี อันเป็นความหวังของสายเลือด ตระกูล
ย่อมเป็นดวงใจแก้วตาของพ่อแม่แน่นอน
จะพ่อถีบสามล้อหรือพ่อดารา ก็คงโก่งตัวร้องไห้กันเหมือนกันแบบนี้แหละ
ข่าวแจ้งว่า ป่วยแค่3วันเท่านั้น
โหดสุดๆ
เริ่มด้วย ไอเจ็บคอ หวัดลงคอปกติ
แทรกซ้อนด้วย ปอดอักเสบ
แล้วจบลงที่swine flu
(ไม่ค่อยอยากเชื่อข่าวเลย สามวันมันเร็วไป)
แม่ฟังแล้วอยากล้วงข่าวลงไป ว่ามันพลาดกันตอนไหน ถึงมือหมอช้าไป
หรือว่าเด็กสุขภาพไม่ดีอยู่ก่อนแล้ว
ข่าวนี้ คงทำคนเกาหลีตื่น(ตูม)เรื่องหวัดหมูนี่กันอีกระลอกใหญ่แน่ๆ
แม่เพิ่งพารีอันไปรพ.กันมารอบสาม ตามลำดับดังนี้
1.เราจะไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กัน สามคนพ่อแม่ลูก
แต่ลูกไม่ได้ฉีดเนื่องจากวันนั้น ดูเหมือนอาการคนเริ่มไม่สบายพอดี
หมอพบว่า คอแดง เลยไม่ผ่าน แต่สั่งยามาให้
กินยาแล้ว ลูกไอมาก ตัวร้อนจัดทั้งคืน
แม่แทบคลาน เพราะง่วงนอนมาก ผวาลุกมาตรวจอุณหภูมิลูกทั้งคืน
วันนั้น ถ้าตัวเลขลดลงเป็น 38 แม่จะทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจครึ่งนึงเลย
เพราะเอ็ง แตะ39ทั้งคืน แม่นอนไม่หลับเลย
ยาลดไข้แทบจะเอาไม่อยู่
2.รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ไม่ได้การ แม่ไม่รอตายคนเดียว ในวันอาทิตย์หรอก
ขอเหาะไปรพ.ก่อน ตัดสินใจเข้าพบหมอคนเดิม แม้ว่าจะไม่ใช่หมอประจำคนเดิม แต่ก็เป็นคนที่เห็นอาการ ตั้งแต่ ณ วันแรก
วันนี้หมอเพิ่มยาให้ แล้วบอกว่าวันจันทร์ให้มาดูอาการอีกครั้ง ถ้ายังไงอาจจะต้องตรวจไข้หวัดใหญ่
ทำแม่ใจหายกับคำนี้ ไม่กล้าบอกใครเก็บเอาไว้คนเดียว
ตกเย็น ตัวเริ่มร้อน ยาเอาไม่อยู่เหมือนเดิม ..ต้องคอยเช็ดตัว ลูกก็ดิ้นไม่ให้เช็ด พอเช้ามืดกรอกยาได้นั่นแหละ จึงได้นอนกันได้วูบนึง
อยู่ไม่ได้แล้วฉัน นั่งเสิร์ชหาข้อมูลความแตกต่างระหว่างหวัดใหญ่กับหวัดหมู
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการในเด็ก
ทบทวนความจำตัวเองได้ว่า วัคซีนหวัดใหญ่เข็มแรกของเด็กต้องฉีด 2เข็มห่างกัน1เดือน
อะจ๊า ปีที่แล้วเราฉีดกันที่ไทย ตอนนั้นพ่อโทรเร่งให้กลับทุกวัน ยังคิดอยู่เลยว่าจะได้อยู่ฉีดวัคซีนเข็มสองหรือเปล่า เพราะเข็มแรกว่าจะฉีดก็อยู่กันเกือบเดือนแล้วถึงนึกขึ้นได้
ถ้าอย่างนั้น เข็มสองก็ต้องฉีดเมื่อปลายเดือนพย. ทบทวนความจำได้แล้วสบายใจขึ้น
อย่างน้อย ก็ยังอยู่ในพีเรียด 1ปีของวัคซีนหละวะ จะป้องกันได้ไม่100เปอร์เซ็นต์ก็ยังสบายใจหน่อย
ต่อมา อาการต่างๆที่เกี่ยวพันกับลูก นอกจากไอกับมีไข้แล้วไม่มีอย่างอื่นอีก
คืนเสาร์ ลูกไอน้อยลงแล้วก็เพิ่มขึ้นมาอีกในวันอาทิตย์
3.วันจันทร์ ฝากลูกไว้กับพี่หนุ่ย ในสภาพ นอนหลับตัวล้อนจ้อน เนื่องจากไข้ไม่ลด
แล้วแม่วิ่งไปลงชื่อก่อน พยายามเลีื่ยงไม่ให้รีอันต้องวิ่งอยู่บรรยากาศรพ.ให้น้อยที่สุด
แต่ก็ไม่รอด คนเยอะเหมือนกับว่ามีสงครามอยู่ข้างนอก ยืนรอจ่ายเงินด้วยคิวที่ต้องรอถึง27คน เป็นจำนวนสองรอบ เตียงในห้องฉีดยาไม่พอ คนให้น้ำเกลือนั่งพิงเสาหลับแบบเพลียไข้ พยาบาลวิ่งกันวุ่นวาย แม่เห็นแล้วอ้าปากหวอ
หมอได้ยินว่ารีอันไข้ยังไม่ลด แสดงอาการตกใจมาก ส่งตัวให้ไปตรวจไข้หวัดใหญ่ กับเอกซเรย์ปอดเผื่อเป็นปอดอักเสบ โรคฮิตของรีอัน
ไม่รู้ทำไม แม่กำลังใจดีมาก มันนิ่งแบบแน่นอนจัง หรือว่านิ่งแบบ นี่นะ จะเกิดอะไรขึ้นกรูทำใจเตรียมพร้อมยอมรับแล้ว
พอหมอบอกว่า โชคดีจัง ไม่มีปัญหาทั้งคู่เลย ไม่เป็นไข้หวัดใหญ่และปอดก็ยังไม่เป็นอะไร
แม่โล่งอกแบบ โล่งไปถึงทวารหนักเลยลูก
เราเหนื่อยกันอยู่รพ.ครึ่งวันเลย
วันนี้แหละ ที่ข่าวออกมาเรื่อง อีสอกกี หนูน้อยแสนน่ารัก เสียชีวิตในระยะป่วยแค่สามวัน
เพราะพ่อแวะมาดูรีอันแล้วบอกให้พารีอันไปเช็ค หวัดหมู
แม่ก็ว่าจะบ้าเหรอ ถ้ามันใกล้เคียงหมอก็คงสั่งเทสต์ไปแล้ว
้น้าไก่ก็บอกอีกคนเรื่องนี้ เพราะข่าวออกทั้งวัน
แม่ฟังแล้วจิตตก วิ่งเข้าอินเตอร์เนตอีกรอบ
ไม่ใช่หาข้อมูล แต่หาดูข่าว ..พอเห็นหน้าตาแล้วใจหายเลย

ถ้าเอารูปความโศกสลดของพ่อแม่มาลงด้วย มีหวังเขียนไดอารี่วันนี้ไม่จบแน่
ต่อ..
4. หลังจากหมอเปลี่ยนยาให้ คืนนั้นรีอันไม่มีไข้
คืนต่อมาก็ไม่มี พาไปหาหมอวันนี้ หมอดีใจ (คงโล่งใจว่ากรูมั่วถูกหรือเปล่า หมอก็เดาของหมอ ให้เรามารพ.กันตั้งหลายรอบ จะไม่หายติดหวัดหมูก็ตรงนี้แหละ)
แต่คืนนี้ รีอันกลับเริ่มมีไข้นิดๆ แม่นั่งแปะผ้าให้ นั่งเฝ้าดูอยู่ ยังเงียบไม่ไออะไรมากมาย
รอดูคืนนี้อีกคืน ..
ต่อ ..
อัพเดท
ลูกหลับไปตั้งแต่ทุ่มครึ่ง เป็นเวลาที่แม่ใฝ่หาเลยทีเดียว อยากพาลูกนอนเร็วแบบนี้
แต่ไม่เคยได้สักที วันนี้เพราะไม่ได้นอนกลางวันมาหลายวัน แล้วยัีงตืนเวลาเดิมทุกวัน
เริ่มนอนด้วยอาการตัวร้อน จนแม่ต้องโทรสั่งให้พ่อแวะซื้อยาลดไ้ข้แบบสวนมาไว้อุ่นใจก่อน
แม่เอาผ้าแปะหน้าผากแล้ววัดไข้ตลอด มันเพิ่มๆลดๆ อยู่สูงสุดที่37.9 แล้วค่อยๆลด
สุดท้าย เหลือ36.3 อุ๊ย เหงื่อเปียกหัวด้วย ทั้งที่ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงในขาสั้น
คงจะรอดแล้วเราคืนนี้ ดีที่มียันตร์กันไข้ ฮ่าฮ่า อย่างนี้แหละ ถ้าเตรียมจะไม่ได้ใช้ แต่จะกลายร่างเป็นยันตร์แทน
*วันนี้แม่พาลูกวิ่งออกจากลานจอดรถ แล้วปล่อยให้เดิน จนถึงห้องตรวจ
ลูกไอเป็นชุด .. ณ ตอนนั้น นึกถึงตัวเองตอนชั่วโมงพละที่วิ่งแล้วแสบคอ มีอาการอยากไอ
ตัดสินใจ หายรอบนี้ จะพารีอันให้คุ้นกีฬา เริ่มออกกำลังกันทุกวันแน่นอน
นี่แหละ จุดเริ่มต้นของนักกีฬายอดเยี่ยมของแม่ เพราะป่วยมาก่อน ฮี่ๆๆ
*แม่นี่แหละ รู้จักลูกดีที่สุด .. ชักอยากใช้เวลาอยู่กับลูกเอง อยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน
เพราะว่าพ่อเด็กเป็นนักแสดงมีชื่อเสียง ข่าวเสนอกันหลายรอบ
สะเืทือนใจมาก ..
เด็กคนนั้นอายุ 7 ขวบแล้ว
หน้าตาน่ารักมากกก
และตามธรรมดาของเด็กชายเกาหลี อันเป็นความหวังของสายเลือด ตระกูล
ย่อมเป็นดวงใจแก้วตาของพ่อแม่แน่นอน
จะพ่อถีบสามล้อหรือพ่อดารา ก็คงโก่งตัวร้องไห้กันเหมือนกันแบบนี้แหละ
ข่าวแจ้งว่า ป่วยแค่3วันเท่านั้น
โหดสุดๆ
เริ่มด้วย ไอเจ็บคอ หวัดลงคอปกติ
แทรกซ้อนด้วย ปอดอักเสบ
แล้วจบลงที่swine flu
(ไม่ค่อยอยากเชื่อข่าวเลย สามวันมันเร็วไป)
แม่ฟังแล้วอยากล้วงข่าวลงไป ว่ามันพลาดกันตอนไหน ถึงมือหมอช้าไป
หรือว่าเด็กสุขภาพไม่ดีอยู่ก่อนแล้ว
ข่าวนี้ คงทำคนเกาหลีตื่น(ตูม)เรื่องหวัดหมูนี่กันอีกระลอกใหญ่แน่ๆ
แม่เพิ่งพารีอันไปรพ.กันมารอบสาม ตามลำดับดังนี้
1.เราจะไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กัน สามคนพ่อแม่ลูก
แต่ลูกไม่ได้ฉีดเนื่องจากวันนั้น ดูเหมือนอาการคนเริ่มไม่สบายพอดี
หมอพบว่า คอแดง เลยไม่ผ่าน แต่สั่งยามาให้
กินยาแล้ว ลูกไอมาก ตัวร้อนจัดทั้งคืน
แม่แทบคลาน เพราะง่วงนอนมาก ผวาลุกมาตรวจอุณหภูมิลูกทั้งคืน
วันนั้น ถ้าตัวเลขลดลงเป็น 38 แม่จะทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจครึ่งนึงเลย
เพราะเอ็ง แตะ39ทั้งคืน แม่นอนไม่หลับเลย
ยาลดไข้แทบจะเอาไม่อยู่
2.รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ไม่ได้การ แม่ไม่รอตายคนเดียว ในวันอาทิตย์หรอก
ขอเหาะไปรพ.ก่อน ตัดสินใจเข้าพบหมอคนเดิม แม้ว่าจะไม่ใช่หมอประจำคนเดิม แต่ก็เป็นคนที่เห็นอาการ ตั้งแต่ ณ วันแรก
วันนี้หมอเพิ่มยาให้ แล้วบอกว่าวันจันทร์ให้มาดูอาการอีกครั้ง ถ้ายังไงอาจจะต้องตรวจไข้หวัดใหญ่
ทำแม่ใจหายกับคำนี้ ไม่กล้าบอกใครเก็บเอาไว้คนเดียว
ตกเย็น ตัวเริ่มร้อน ยาเอาไม่อยู่เหมือนเดิม ..ต้องคอยเช็ดตัว ลูกก็ดิ้นไม่ให้เช็ด พอเช้ามืดกรอกยาได้นั่นแหละ จึงได้นอนกันได้วูบนึง
อยู่ไม่ได้แล้วฉัน นั่งเสิร์ชหาข้อมูลความแตกต่างระหว่างหวัดใหญ่กับหวัดหมู
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการในเด็ก
ทบทวนความจำตัวเองได้ว่า วัคซีนหวัดใหญ่เข็มแรกของเด็กต้องฉีด 2เข็มห่างกัน1เดือน
อะจ๊า ปีที่แล้วเราฉีดกันที่ไทย ตอนนั้นพ่อโทรเร่งให้กลับทุกวัน ยังคิดอยู่เลยว่าจะได้อยู่ฉีดวัคซีนเข็มสองหรือเปล่า เพราะเข็มแรกว่าจะฉีดก็อยู่กันเกือบเดือนแล้วถึงนึกขึ้นได้
ถ้าอย่างนั้น เข็มสองก็ต้องฉีดเมื่อปลายเดือนพย. ทบทวนความจำได้แล้วสบายใจขึ้น
อย่างน้อย ก็ยังอยู่ในพีเรียด 1ปีของวัคซีนหละวะ จะป้องกันได้ไม่100เปอร์เซ็นต์ก็ยังสบายใจหน่อย
ต่อมา อาการต่างๆที่เกี่ยวพันกับลูก นอกจากไอกับมีไข้แล้วไม่มีอย่างอื่นอีก
คืนเสาร์ ลูกไอน้อยลงแล้วก็เพิ่มขึ้นมาอีกในวันอาทิตย์
3.วันจันทร์ ฝากลูกไว้กับพี่หนุ่ย ในสภาพ นอนหลับตัวล้อนจ้อน เนื่องจากไข้ไม่ลด
แล้วแม่วิ่งไปลงชื่อก่อน พยายามเลีื่ยงไม่ให้รีอันต้องวิ่งอยู่บรรยากาศรพ.ให้น้อยที่สุด
แต่ก็ไม่รอด คนเยอะเหมือนกับว่ามีสงครามอยู่ข้างนอก ยืนรอจ่ายเงินด้วยคิวที่ต้องรอถึง27คน เป็นจำนวนสองรอบ เตียงในห้องฉีดยาไม่พอ คนให้น้ำเกลือนั่งพิงเสาหลับแบบเพลียไข้ พยาบาลวิ่งกันวุ่นวาย แม่เห็นแล้วอ้าปากหวอ
หมอได้ยินว่ารีอันไข้ยังไม่ลด แสดงอาการตกใจมาก ส่งตัวให้ไปตรวจไข้หวัดใหญ่ กับเอกซเรย์ปอดเผื่อเป็นปอดอักเสบ โรคฮิตของรีอัน
ไม่รู้ทำไม แม่กำลังใจดีมาก มันนิ่งแบบแน่นอนจัง หรือว่านิ่งแบบ นี่นะ จะเกิดอะไรขึ้นกรูทำใจเตรียมพร้อมยอมรับแล้ว
พอหมอบอกว่า โชคดีจัง ไม่มีปัญหาทั้งคู่เลย ไม่เป็นไข้หวัดใหญ่และปอดก็ยังไม่เป็นอะไร
แม่โล่งอกแบบ โล่งไปถึงทวารหนักเลยลูก
เราเหนื่อยกันอยู่รพ.ครึ่งวันเลย
วันนี้แหละ ที่ข่าวออกมาเรื่อง อีสอกกี หนูน้อยแสนน่ารัก เสียชีวิตในระยะป่วยแค่สามวัน
เพราะพ่อแวะมาดูรีอันแล้วบอกให้พารีอันไปเช็ค หวัดหมู
แม่ก็ว่าจะบ้าเหรอ ถ้ามันใกล้เคียงหมอก็คงสั่งเทสต์ไปแล้ว
้น้าไก่ก็บอกอีกคนเรื่องนี้ เพราะข่าวออกทั้งวัน
แม่ฟังแล้วจิตตก วิ่งเข้าอินเตอร์เนตอีกรอบ
ไม่ใช่หาข้อมูล แต่หาดูข่าว ..พอเห็นหน้าตาแล้วใจหายเลย

ถ้าเอารูปความโศกสลดของพ่อแม่มาลงด้วย มีหวังเขียนไดอารี่วันนี้ไม่จบแน่
ต่อ..
4. หลังจากหมอเปลี่ยนยาให้ คืนนั้นรีอันไม่มีไข้
คืนต่อมาก็ไม่มี พาไปหาหมอวันนี้ หมอดีใจ (คงโล่งใจว่ากรูมั่วถูกหรือเปล่า หมอก็เดาของหมอ ให้เรามารพ.กันตั้งหลายรอบ จะไม่หายติดหวัดหมูก็ตรงนี้แหละ)
แต่คืนนี้ รีอันกลับเริ่มมีไข้นิดๆ แม่นั่งแปะผ้าให้ นั่งเฝ้าดูอยู่ ยังเงียบไม่ไออะไรมากมาย
รอดูคืนนี้อีกคืน ..
ต่อ ..
อัพเดท
ลูกหลับไปตั้งแต่ทุ่มครึ่ง เป็นเวลาที่แม่ใฝ่หาเลยทีเดียว อยากพาลูกนอนเร็วแบบนี้
แต่ไม่เคยได้สักที วันนี้เพราะไม่ได้นอนกลางวันมาหลายวัน แล้วยัีงตืนเวลาเดิมทุกวัน
เริ่มนอนด้วยอาการตัวร้อน จนแม่ต้องโทรสั่งให้พ่อแวะซื้อยาลดไ้ข้แบบสวนมาไว้อุ่นใจก่อน
แม่เอาผ้าแปะหน้าผากแล้ววัดไข้ตลอด มันเพิ่มๆลดๆ อยู่สูงสุดที่37.9 แล้วค่อยๆลด
สุดท้าย เหลือ36.3 อุ๊ย เหงื่อเปียกหัวด้วย ทั้งที่ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงในขาสั้น
คงจะรอดแล้วเราคืนนี้ ดีที่มียันตร์กันไข้ ฮ่าฮ่า อย่างนี้แหละ ถ้าเตรียมจะไม่ได้ใช้ แต่จะกลายร่างเป็นยันตร์แทน
*วันนี้แม่พาลูกวิ่งออกจากลานจอดรถ แล้วปล่อยให้เดิน จนถึงห้องตรวจ
ลูกไอเป็นชุด .. ณ ตอนนั้น นึกถึงตัวเองตอนชั่วโมงพละที่วิ่งแล้วแสบคอ มีอาการอยากไอ
ตัดสินใจ หายรอบนี้ จะพารีอันให้คุ้นกีฬา เริ่มออกกำลังกันทุกวันแน่นอน
นี่แหละ จุดเริ่มต้นของนักกีฬายอดเยี่ยมของแม่ เพราะป่วยมาก่อน ฮี่ๆๆ
*แม่นี่แหละ รู้จักลูกดีที่สุด .. ชักอยากใช้เวลาอยู่กับลูกเอง อยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน
บทสนทนาืทางโทรศัพท์ของเราครั้งแรก
แม่เอารีอันไปฝากไว้บ้านย่า โทรสั่งให้ร้านเอาข้าวต้มเด็กมาส่งที่บ้านย่า
นึกห่วงว่า ร้านเอามาส่งให้ถูกที่หรือเปล่า
เลยโทรกลับไปถาม เจอรีอันรับสาย ขาน"ยอโบเซโย" อย่างชัดเจน
แม่ "รีอัน ออมม่าน๊า"
รีอัน "ออมม่า รีอันบับมอกกอดส่อโย - (รีอันกินข้าวแล้วครับ)"
แม่ "เหรอ กินจุกเหรอ" (จุก-ข้าวต้มเด็ก)
รีอัน "เน"
แล้ววางสาย โครม
แม่นั่งมองโทรศัพท์ตาลอยเลยลูก
ลูกเราโตแล้ว ขนาดนี้แล้วเหรอ
นับเป็น Real First ของบทสนทนาทางโทรศัพท์เลย
ที่เรียกว่าเป็นประโยคสนทนานะ ไม่ใช่แบบรีอันพูดมั่วอยู่คนเดียว
หัวใจแม่มันอึ้ง รวมกับเรื่องของวันนี้ทั้งวันด้วย (บล๊อกไว้ต่างหาก)
ทำให้ตระหนักอย่างแท้จริงใจว่า "ลูกเราโตแล้วนะ"
ส่วนอีกเสียงนึงดังตามมาในใจอย่างละอายว่า "แม่ตามเอ็งไม่ทันเลย"
อันนี้แปลว่า ลูกโตเร็วกว่าที่แม่คิด..
นึกห่วงว่า ร้านเอามาส่งให้ถูกที่หรือเปล่า
เลยโทรกลับไปถาม เจอรีอันรับสาย ขาน"ยอโบเซโย" อย่างชัดเจน
แม่ "รีอัน ออมม่าน๊า"
รีอัน "ออมม่า รีอันบับมอกกอดส่อโย - (รีอันกินข้าวแล้วครับ)"
แม่ "เหรอ กินจุกเหรอ" (จุก-ข้าวต้มเด็ก)
รีอัน "เน"
แล้ววางสาย โครม
แม่นั่งมองโทรศัพท์ตาลอยเลยลูก
ลูกเราโตแล้ว ขนาดนี้แล้วเหรอ
นับเป็น Real First ของบทสนทนาทางโทรศัพท์เลย
ที่เรียกว่าเป็นประโยคสนทนานะ ไม่ใช่แบบรีอันพูดมั่วอยู่คนเดียว
หัวใจแม่มันอึ้ง รวมกับเรื่องของวันนี้ทั้งวันด้วย (บล๊อกไว้ต่างหาก)
ทำให้ตระหนักอย่างแท้จริงใจว่า "ลูกเราโตแล้วนะ"
ส่วนอีกเสียงนึงดังตามมาในใจอย่างละอายว่า "แม่ตามเอ็งไม่ทันเลย"
อันนี้แปลว่า ลูกโตเร็วกว่าที่แม่คิด..
Friday, November 06, 2009
your first twinkle little star song on my BD.
วันเกิดแม่
มีเรื่องให้นอนคิดตั้งแต่ตีสี่ รีอันนอนหลับไม่สนิทมาตั้งแต่ตีสาม
ร้องว่าจะอาบน้ำ ... พอแม่ลุกมาเข้าห้องน้ำ ก็เลยถามว่าจะอาบน้ำจริงหรือ
หรือว่าอยากฉี่ (เดาว่า น่าจะปวดฉี่มากกว่าที่นอนกระสับกระส่ายน่ะ)
พอฉี่เสร็จ ก็คอนเฟิร์มว่าจะอาบน้ำ .0... ตีสี่ เนี่ยนะลูก
พอเห็นทำท่าถอดเสื้อ แม่เลยสนองให้ ถอดเสื้อผ้าให้เลย
ส่งฝักบัวให้ ลูกก็เอาไปรดพุงหนึ่งจี้ก บอกว่าเสร็จแล้ว
ที่ร้องขอโน่นขอนี่ มานี่ ลองใจแม่ใช่ไหม?
ถ้าเอ็งโตกว่านี้หน่อย แล้วเกิดความเข้าใจตัวเองได้ ช่วยอธิบายให้แม่ฟังด้วยนะ
ว่าที่ทำอย่างนี้อย่างนั้นที่ผ่านมา เพราะอะไร
แม่ไม่อยากได้รับความพิเศษ ในวันที่เรียกว่า วันพิเศษ
แต่ขอให้รีอันร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้แม่ฟัง
อันนี้ ก็ร้องกันวันละหลายรอบอยู่แล้ว
พอขอ ลูกบอกว่า ไม่มีเค้กอ่ะ
แหม .. ทำสมจริงจังเลยลูก ปกติเวลาชวนร้องเพลงนี้ไม่เคยเห็นทวงเค้กเลยหนิ
เอ้่า เราไปซื้อโทสต์มาวางกัน
รอแม่จัดโต๊ะ .. รีอันเอาดาวแมกเนติกมาวางเรียงกันหกเจ็ดดวง
บอกแม่ว่า เบียล แต่ดัน ร้องเพลงภาษาอังกฤษ twinkle little star
อุ๊ย วันนี้ร้องได้ชัดถ้อยชัดคำด้วยเฟร้ย
ทำให้แม่ต้องหยุดฟังลูกร้องเพลงแบบหันหลังให้ ไม่กล้าัขัดจังหวะ
ไม่กล้าให้รู้ตัวว่าแม่ได้ยิน
(พวกนี้ชอบเป็นจีเนียสแบบลับๆ พอให้โชว์จะบอกว่าตัวเองทำไม่ได้ทันที)
twinkle twinkle little star ..
how I wonder what you are
up above the world so high
like a diamond in the sky
สี่ท่อนนี้ ร้องได้ตลอดอย่างจบและชัดทุกคำ
โอ้โห ฟังไปนี่ลุ้นไปอย่างตื่นเต้นจริงๆ
จะเรียกว่า your first song ก็ไม่ได้
your first twinkle little star song มากกว่า
เพราะเพลงนี้ เวอร์ชั่นเกาหลีมาแรงกว่าภาษาอังกฤษตั้งนานแล้ว
ไม่เคยหวังว่า รีอันจะร้องเวอร์ชั่นอังกฤษได้ เอ่อ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า
รีอันร้องเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้เร็วกว่าที่คิดไว้ ..
ไม่ิสิ ยังไม่เคยคิดเลยว่า น่าจะร้องได้เมื่อไหร่ แต่ไม่เคยคิดว่าจะร้องได้ตอนนี้อ่ะ
เฮ่อ เขียนให้ตรงกับความคิดตัวเองไม่ง่ายนะ
นับประสาอะไรกับการสื่อสารให้ผู้อื่นฟัง (ของมนุษย์ทั่วไป) มันก็ต้องมีการผิดพลาดกันบ้างสิ
มีเรื่องให้นอนคิดตั้งแต่ตีสี่ รีอันนอนหลับไม่สนิทมาตั้งแต่ตีสาม
ร้องว่าจะอาบน้ำ ... พอแม่ลุกมาเข้าห้องน้ำ ก็เลยถามว่าจะอาบน้ำจริงหรือ
หรือว่าอยากฉี่ (เดาว่า น่าจะปวดฉี่มากกว่าที่นอนกระสับกระส่ายน่ะ)
พอฉี่เสร็จ ก็คอนเฟิร์มว่าจะอาบน้ำ .0... ตีสี่ เนี่ยนะลูก
พอเห็นทำท่าถอดเสื้อ แม่เลยสนองให้ ถอดเสื้อผ้าให้เลย
ส่งฝักบัวให้ ลูกก็เอาไปรดพุงหนึ่งจี้ก บอกว่าเสร็จแล้ว
ที่ร้องขอโน่นขอนี่ มานี่ ลองใจแม่ใช่ไหม?
ถ้าเอ็งโตกว่านี้หน่อย แล้วเกิดความเข้าใจตัวเองได้ ช่วยอธิบายให้แม่ฟังด้วยนะ
ว่าที่ทำอย่างนี้อย่างนั้นที่ผ่านมา เพราะอะไร
แม่ไม่อยากได้รับความพิเศษ ในวันที่เรียกว่า วันพิเศษ
แต่ขอให้รีอันร้องเพลง แฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้แม่ฟัง
อันนี้ ก็ร้องกันวันละหลายรอบอยู่แล้ว
พอขอ ลูกบอกว่า ไม่มีเค้กอ่ะ
แหม .. ทำสมจริงจังเลยลูก ปกติเวลาชวนร้องเพลงนี้ไม่เคยเห็นทวงเค้กเลยหนิ
เอ้่า เราไปซื้อโทสต์มาวางกัน
รอแม่จัดโต๊ะ .. รีอันเอาดาวแมกเนติกมาวางเรียงกันหกเจ็ดดวง
บอกแม่ว่า เบียล แต่ดัน ร้องเพลงภาษาอังกฤษ twinkle little star
อุ๊ย วันนี้ร้องได้ชัดถ้อยชัดคำด้วยเฟร้ย
ทำให้แม่ต้องหยุดฟังลูกร้องเพลงแบบหันหลังให้ ไม่กล้าัขัดจังหวะ
ไม่กล้าให้รู้ตัวว่าแม่ได้ยิน
(พวกนี้ชอบเป็นจีเนียสแบบลับๆ พอให้โชว์จะบอกว่าตัวเองทำไม่ได้ทันที)
twinkle twinkle little star ..
how I wonder what you are
up above the world so high
like a diamond in the sky
สี่ท่อนนี้ ร้องได้ตลอดอย่างจบและชัดทุกคำ
โอ้โห ฟังไปนี่ลุ้นไปอย่างตื่นเต้นจริงๆ
จะเรียกว่า your first song ก็ไม่ได้
your first twinkle little star song มากกว่า
เพราะเพลงนี้ เวอร์ชั่นเกาหลีมาแรงกว่าภาษาอังกฤษตั้งนานแล้ว
ไม่เคยหวังว่า รีอันจะร้องเวอร์ชั่นอังกฤษได้ เอ่อ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า
รีอันร้องเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้เร็วกว่าที่คิดไว้ ..
ไม่ิสิ ยังไม่เคยคิดเลยว่า น่าจะร้องได้เมื่อไหร่ แต่ไม่เคยคิดว่าจะร้องได้ตอนนี้อ่ะ
เฮ่อ เขียนให้ตรงกับความคิดตัวเองไม่ง่ายนะ
นับประสาอะไรกับการสื่อสารให้ผู้อื่นฟัง (ของมนุษย์ทั่วไป) มันก็ต้องมีการผิดพลาดกันบ้างสิ
Thursday, November 05, 2009
นิคุน รีอัน
ดูคลิปนิชคุน หรือ นิคุน แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้
รีอันกำัลังบ้าเต้นอย่างมาก ล่าสุดนี่ ชอบคลิป papa pen gu in รอบเดียวแล้วทำท่าทุบอก
แมไม่เข้าใจว่า เอ็งเป็นอะไร ..
สักพักมีรีเควสขอดูอีกรอบ
แล้วพยายามจะเต้นตามฝูงเพนกวิน ... เอิ๊กๆๆ อย่างน่ารัก
เห็นคลิปนิคุนแล้วนึกได้ว่า วันก่อนโน้น อยู่ดีๆพยายามจะเต้นแบบแหกขาสลับขา แม่เห็นเข้าพยายามจะช่วย แต่แม่ก็ทำไม่ด้ายหวะ เิอิ๊กๆๆ รักการเต้นสมกับเป็นเด็กเกาหลีก็ดีเหมือนกันนะลูก บันเทิงดี
รักเต้นของเกาหลีีนี่มันสืบทอดกันตรงส่วนไหน ของเนื้อเยื่อ ของเม็ดเลือด ของประเทศชาตินี้คะลูก
แม่กับพ่อเอ็ง เต้นไม่เป็นทั้งคู่เล้ย
รีอันกำัลังบ้าเต้นอย่างมาก ล่าสุดนี่ ชอบคลิป papa pen gu in รอบเดียวแล้วทำท่าทุบอก
แมไม่เข้าใจว่า เอ็งเป็นอะไร ..
สักพักมีรีเควสขอดูอีกรอบ
แล้วพยายามจะเต้นตามฝูงเพนกวิน ... เอิ๊กๆๆ อย่างน่ารัก
เห็นคลิปนิคุนแล้วนึกได้ว่า วันก่อนโน้น อยู่ดีๆพยายามจะเต้นแบบแหกขาสลับขา แม่เห็นเข้าพยายามจะช่วย แต่แม่ก็ทำไม่ด้ายหวะ เิอิ๊กๆๆ รักการเต้นสมกับเป็นเด็กเกาหลีก็ดีเหมือนกันนะลูก บันเทิงดี
รักเต้นของเกาหลีีนี่มันสืบทอดกันตรงส่วนไหน ของเนื้อเยื่อ ของเม็ดเลือด ของประเทศชาตินี้คะลูก
แม่กับพ่อเอ็ง เต้นไม่เป็นทั้งคู่เล้ย
Subscribe to:
Posts (Atom)