Tuesday, November 28, 2006

อย่าท้อถอยที่จะเป็นคนดี

ลูกรัก..

การมีลูกทำให้แม่หวนคิดถึงคำพูดของ ผู้มีประสบการณ์ ผู้หนึ่งเสมอ ว่า
"การมีลูกจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนแย่ลง"

เพราะแม่คิดตรงข้ามกับเธอคนนั้นเสมอ
หรือว่า เวลา ที่เธอหมายถึงนั่น มันยังมาไม่ถึงนะ
เธอคงหมายถึง เมื่อลูกน้อยออกมาเป็นตัวเป็นตน
เมื่อลูกร้องไห้งอแงตอนกลางคืน
เมื่อเราต้องลุกมาให้นมลูกทั้งๆที่เหนื่อยกันทั้งคู่
เมื่อใครคนหนึ่ง มีวิถีการเลี้ยงลูกไม่ถูกใจอีกคน
หรือ เมื่อใครคนหนึ่งในสองคน เปิดโอกาสให้ลูกเจ็บกาย ด้วยความเผลอเรอ

เราคงจะเถียงกันว่า "เธอก็มาเลี้ยงเองสิ"
"ทำไมเธอเป็นพ่อ(หรือแม่) ที่ใช้ไม่ได้อย่างนี้นะ"


แม่ยังไม่อยากคิดว่า คำกล่าวของผู้มีปสก.นั่นผิดเลย
แต่เท่าที่แม่พบทุกวันนี้ คือ เราสองคนกลับเติบโตหัวใจตัวเองมากขึ้น

อ้อ ... ในไดอารี่นี้ เคยมีตรงไหนหรือยังนะ ที่แม่บันทึกบอกลูกแล้วว่า
แม่ว๊ากพ่อบ้าง ..
เดาว่า คงยังไม่มีอ่ะ ..

เพราะแม่เคยดูหนังเรื่องนึง พ่อสอนลูกชายที่เพิ่งประสบปัญหาในชีวิตคู่ทั้งที่เพิ่งเริ่มว่า
เรื่องราวของสองคนมีทั้งดีและไม่ดี แต่ขอให้เราเลือกจำแต่สิ่งที่ดี คิดถึงสิ่งนั้น

แม่คงต้องวงเล็บเอาไว้ว่า (ถ้าสิ่งที่ไม่ดีที่ว่านั่นไม่เกินเลยไป)

แม่ว๊ากพ่อด้วยอารมณ์หงุดหงิดเป็นครั้งคราว
แต่ก็ด้วยเพื่อจะแสดงความเป็นใหญ่ของตัว เพื่อให้พ่อเงียบ หรือเพื่อให้พ่อไม่สู้
หรือจำเป็นต้องว๊าก ก่อนพ่อจะว๊ากแม่ไง

เวลาเราทำอะไรอันสามารถก่อให้ไม่สบายใจของอีกฝ่ายได้ เราเองก็ไม่สบายใจด้วยเช่นกัน

หลายครั้งที่พ่อส่งเมสเสจมาเคลียร์กับแม่
เช่นวันนี้ ..

수업열심히 해....
미안해, 여보 천사사랑해.
기분좋게 하루보내자.

พ่อเชียร์แม่ และบอกขอโทษ และเห็นไหมลูกว่า
ทุกครั้งระหว่างเรา มีคำบอกรักหนูอยู่ด้วยเสมอ

ความจริงแม่ต้องสารภาพว่า แม่และพ่อไม่ต่างกันเลย
เมื่อเราทำอีกคนบาดเจ็บ ต่างก็ไม่สบายใจ
ต่างก็อยากให้ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ระหว่างเรามีแต่คำว่า "เพื่อชอนซา"
"เพราะชอนซา" เต็มหัวใจ

ทำให้แม่แปลกใจว่า นี่นะหรือ ที่เขาบอกว่ามีลูกแล้วเราสองคนจะแย่ลง
สำหรับเรา มีแต่ทำให้เราใจเย็นได้
(วันนี้พ่อสามารถทำใจเย็น เปลี่ยนเป็นเรื่องตลกเมื่อได้ยินเสียงว๊ากของแม่ พ่อทำได้ถึงสองสามครั้งไม่ใช่แค่ครั้งเีดียว ... เท่าที่รู้จักกันมา พ่อยอมอดทนมากอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน)

แม่รู้ว่า เหตุผลในใจพ่อ ก็เพราะหนูยังนอนอยู่ในพุงแม่
รับฟังและรับรู้ทุกอารมณ์ของแม่นั่นเอง
นี่เอง .. แม่ก็รู้สึกผิดไปด้วย ทุกครั้งที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว

หนูจ๋า ... รักพ่อให้มากๆนะลูก
การที่คนเรายอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครอีกคนเช่น พ่อทำเพื่อหนูนี่
แม่นับถือและชื่นชมความกล้าหาญของบุคคลนั้นเสมอ
ดังนั้น เขาจึงควรได้รับรางวัลอันล้ำค่ำ เพื่อให้กำลังใจเขาทำสิ่งที่ดีนั้นต่อไป

เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเพราะลูกของเีรา
สักวันหนึ่ง เมื่อหนูมาอ่าน แม่ก็หวังว่าหนูจะเรียนรู้ที่จะเติบโตตัวเองด้วยความรัก เช่นกันจ้ะ

รักหนู ณ วันที่ยุ่งๆ
2006/11/28

Thursday, November 23, 2006

ทำไมหนูน่ารักอย่างนี้ ลูกแม่

แองจี้ที่รัก ..

แม่ไม่ได้คิดว่าวันนี้จะเขียนอะไรให้หนูได้เลยนะที่จริง
วันพรุ่งนี้จะเป็นวันศุกร์แล้ว ดีใจเหลือเกิน ท่องคำว่า TGI. Friday ไปกินข้าวไปคนเดียว
พ่อผิดนัดน่ะ ... แต่แม่ยอมให้ผิด อย่างสบายใจ เนื่องจากภาวะไม่พร้อมทำอาหารให้พ่อเลย
การไปบ้านคุณย่าก็ไม่น่าสนุกนัก ..

นั่งคนเดียวมักจะมีเวลาคิดอะไรไปด้วยเรื่อยเปื่อย
ก่อนกลับมาวันนี้ แม่เพิ่งจากบ้านของพี่ซูวานมา
พี่เขาโดนผิดนัดเหมือนกัน แต่เป็นนัดไปเรียนตามตารางเวลา
ปรากฎว่าเพื่อนร่วมกรุ๊ปที่มีอยู่คนเดียว ยังไม่ยอมกลับบ้าน เพราะเฟสติวัลที่โรงเรียน
แล้วเลื่อนนัดอาจารย์ให้ไปเรียนวันเสาร์แทน โดยที่ไม่ถามไถ่กันก่อน

ซูวานย้อนกลับเข้าบ้านด้วยอาการปกติ แต่พอพบหน้าแม่
พูดคุยกัน .. ได้รับความเห็นใจจากแม่
ซูวานเลยตกเพราะนัดเพื่อนเอาไว้แล้วสำหรับปาร์ตี้ในวันเสาร์

แม่เพิ่งจะมานั่งคิดนี่แหละ ว่าความเห็นใจที่แม่มีให้ลูกต่อสภาวะที่ลูกเลี่ยงไม่ได้ในสังคม
บางทีก็เหมือนบางอย่างที่ทำลายหัวใจอันกว้างใหญ่ของลูกด้วยเหมือนกัน

เข้าใจไหมนี่ลูกแม่ ..
แม่เริ่มเข้าใจว่า ตัวควรต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
แม่จะเลี้ยงหนูยังไง ให้หนูมีภูมิคุ้มกันเหล่านี้ด้วยตัวเอง
แม่อยากให้หนูทนทานพอสำหรับภาวะเลี่้ยงไม่ได้ของโลก
แม่อยากให้หนูเป็นคนที่พร้่อมรับได้กับทุกภาวะจากสังคมด้วยตัวหนูเอง

นั่นหมายถึงว่า หนูต้องใจกว้างพอ กล้าหาญพอที่จะยิ้มในทุกภาวะ เข้าใจคนทั้งหลายได้ด้วยถ้าไม่หนักหนาจนเกินไปนัก

แม่คงต้องบันทึกสิ่งที่แม่คิดเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีเวลาสรุปว่า
แม่จะสอนโลกให้หนูอย่างไรดี ....

พ่อกลับมาก็โผเข้าหาคอมพ์ก่อน เพราะแม่ติดสายอยู่
เมื่อตามมา แม่เห็นหน้าHomeใหม่ของเวบพ่อ เป็นรูปหนู กำลังนอนขยี้ตาด้วยสองกำปั้นอยู่
เอ๊ะ ... ทำไมแม่ไม่เห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนเลยนะ

พ่อเลยเล่นวีดีโอให้ดูว่า พ่อจับออกมาจากในวิีดีโอนี่แหละ
คลิปเล็กๆที่แม่ก็รับซีดีมากับมือ แต่ทำไมแม่ไม่เคยดูอีกครั้งเลย
แม่หนอ .. แล้วนี่จะไม่ให้หนูรักพ่อมากกว่าแม่ได้อย่างไรกันเล่า ..

(หนูตอบสนองเสียงพ่อมากกว่าแม่ จนพ่อได้ใจไปแล้วจ้ะ)
เลยได้ดูคลิปซ้ำอีกที ครั้งนี้หมอพาเราทัวร์อาณาจักรของหนูอย่างละเอียดมาก
มีพ่อคอยอธิบายให้ฟังว่า นี่คืออะไร นั่นคืออะไร
ภาพหนูนอนดูดนิ้วนี่สิลูก ทำแม่น้ำตาซึม แล้วไหลออกมาในที่สุด
ทำไมหนูน่ารักอย่างนี้วะลูกแม่

พ่อบอกว่าจะไปถ่าย 3D /4Dภาพหนูอีกไม่นานนี้แหละจ้ะ
ทำกับแม่อย่างนี้ แล้วแม่จะยังไม่นับวันรอลูกไหวเหรอนี่
แม่คงถลำลงหลุมรักหนูไปอีกขั้นแล้วหละ

2006/11/23

**คลิปวิดีโอ อยู่ในบล๊อก Don't think, feel it ข้างๆจ้ะ

Tuesday, November 21, 2006

ช่วงงานยุ่ง

ลูกจ๋า ...

การนั่งเย็บกระเป๋าปลาย่างให้หนู ตอนนี้เป็นเรื่องลำบากเสียแล้ว
วันหนึ่งๆ แม่ไม่สามารถเย็บได้เกินสองตัวเลย ทำท่าจะคลานลงที่นอนแล้ว
แต่งานจะยุ่งเฉพาะแค่เดือนเดียวเท่านั้นแหละ หลังจากนี้แม่หวังว่าจะมีเวลาทำอะไรที่ค้างๆอยู่ให้หนูได้จ้ะ

แม่หมดความใส่ใจเรื่องอาหารการกินไปด้วยแหละ
เอาแค่พอคร่าวๆพอว่าไม่ขาดสารอาหารจนเกินไปอย่างแน่นอน
แต่ใส่ใจว่าวันหนึ่งๆ จะเดินได้มากเท่าไหร่แทน
งานทำให้แม่เดินได้เยอะขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขึ้นบันได
ขึ้นบันไดที แม่หอบแฮ่กๆอยู่นานเลยเหมือนกัน
แต่อยากแน่ใจว่าแม่ได้ออกกำลังมากพอ เดินมากพอที่จะพร้อมคลอดหนูได้

เพลงที่แม่ฟังในรถเพลงหนึ่ง ร้องว่า "วันที่เราจะได้พบกับลูกน้อย อีกไม่นานเท่าไหร่แล้ว"
ฟังจนติดหู พอตอนค่ำวานนี้ พ่อถามให้แน่ใจว่าแม่กำลังจะครบยี่สิบสี่สัปดาห์แล้วเหรอ
แม่เลยร้องเพลงท่อนนี้ให้ฟัง พ่อยิ้มหน้าบานเชียว
แต่แม่คงเหมือนเดิมจ้ะ ไม่เคยนับวันรอหนูเลย ยังอีกตั้งเกือบครึ่งทางแน่ะ
จะว่าพ่อหนูเวอร์ดีไหม (อีกแล้วหรือ ?)
พ่อขยันแอบฟังเสียงหนูในพุงแม่เรื่อยเลย แต่ก็คงได้ยินแต่เสียงน้ำเสียงลมมั้ง
เพิ่งมาเมื่อวานนี้ แกทำตาโตแบ่งหูให้แม่ฟัง แล้วบอกว่า" เจอแล้วๆ "

พ่อเจออะไรน่ะเหรอ ... เจอเสียงหัวใจหนูแหละ แต้มระดับเสียงที่ตัวฟังวิ่งขึ้นลงเป็นจังหวะเหมือนหัวใจเต้นจริงๆ
พ่อดีใจอย่างกับพบขุมสมบัติ ..
แต่สำหรับแม่ หนูอยู่กับแม่คลอดเวลา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน บางทีแม่ก็รู้สึกบางทีก็ไม่รู้สึก
ก็ไม่มีอะไรให้ต้องคลางแคลงใจต้องค้นหาให้เจออย่างพ่อเขาหละมัง
เลยเฉยๆ มองพ่อเขาตื่นเต้นหน้าบานแล้วสนุกกว่า

แม่จะเหนื่อยยังไงหนูไม่เป็นไรใช่ไหมจ๊ะ
รักลูกแม่
2006/11/21

Thursday, November 16, 2006

หัวใจเราฝากไว้กับใครอีกสองคน

ลูกที่รักของแม่ ..

เรากำลังเดินเข้าสัปดาห์ที่ 24 กันแล้ว นั่นเองหรือ ที่ทำให้แม่เริ่มรู้สึกอึดอัดมากขึ้น
เวลานั่ง พุงมันค้ำเต็มตัก ถ้านั่งตัวงอหน่อยจะหายใจไม่สะดวกเลยเชียว
หนูโต หรือพุงแม่โตเท่านั้นกันนี่ .... สงสัยอยู่ทุกวัน
บ่นเข้าๆ พ่อก็บอกว่า ไม่หรอก ..ในเวบบอร์ดที่พ่อเอารูปแม่ไปแปะ
ใครๆก็บอกว่าไม่โตเกินไป

แต่รูปนั้นมันเชยเสียแล้วหละ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
แม่รู้สึกว่าพุงตัวเองขยายออก แต่พอไปเอาสายวัดรอบพุงดู
เอ ... มันก็93ซม.เท่าเดิมหนินา

รึแม่คิดไปเองลูก ? ..
แต่ที่แน่ๆ ตัวหนูน้ำหนักเพิ่มขึ้นแน่นอนจ้ะ
เมื่อวันจันทร์ ที่เราไปหาหมอกัน หนูนน.ขึ้นมาเป็น 500กว่า กรัมแล้วลูก
สองสัปดาห์ก่อน หนูยังเพิ่งแค่ 346 กรัมเอง


แน่นอนว่า สัปดาห์ที่จะถึงนี้เป็นสัปดาห์ ที่พ่อแม่รอคอยมาตั้งแต่ตอนรู้ว่ามีหนูอยู่
ทำไมรู้ไหม ..
เพราะหนูจะเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอก รวมทั้งเราจะแอบฟังเสียงหนูได้ชัดเจนขึ้น
เมื่อวาน พ่อเขาติดบอล .. เลยแกล้งเถลเถไถ ทำท่าจะนอนดูทีวีแล้วหลับเลย

แต่หนูสิ คงได้เวลา เลยเตะุพุงแม่เ็ป็นระยะๆ
แม่อดไม่ได้หรอก ในที่สุดก็บอกพ่อ .. เอาเหอะน่า ช่วยร้องเพลงให้หนูฟังก่อนหลับสักนิดก็ยังดี
พ่อใช้ลูกเล่นเบี่ยงให้ขวดนมเสียงนกร้องก่อน
ต้องใช้เวลาสักพักจริงๆกว่าหนูจะตอบสนองเสียงนี้ หรือว่าหนูรู้แล้วว่ามันเป็นเสียงอัดในขวดนมลูก
พ่อวิ่งไปซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนให้แล้ว หนูก็ยังไม่สนใจมันมาก
แต่พอพ่อมาร้องเพลงแบบไร้ไมค์ ให้หนูฟัง หนูก็ส่งลูกถีบออกมาทันที
แม่รีบสวมรอยว่า หนูตอบสนองเสียงพ่อมากที่สุดแล้ว
ได้เห็นรอยตีนกาข้างๆรอยยิ้มพ่อเลยลูก ..

สิ่งที่พ่อชอบที่สุดในเวลาของหนูก่อนนอน ไม่ใช่ร้องเพลงให้หนูฟังแล้วรอดูลูกถีบหรอก
แต่เป็นการแอบฟังเสียงหนูในพุงแม่มากกว่า
แม่สะกิดให้พ่อ แอบฟังไป ลองส่งเสียงเรียกลูกไปด้วยสิ
มันได้ผลจริงหรือบังเอิญกันนะ หนูส่งลูกถีบทักทายพ่อออกมาทุกครั้ง
เล่นเอาพ่อได้ใจ มีพลังใจยิ่งใหญ่ เชียว
แต่พอแม่ขยับตัว หรือพูด พ่อจะดุแม่อย่างไม่ยั้งเลย

ฮือๆ แม่รู้แล้วหละ หากชอนซาคลานออกมาจากพุงแม่เมื่อไหร่หละก็
แม่หมดความหมายทันที แน่นอน .... กระซิกๆ

พ่อคงได้ยินเสียงหนูชัดเจนมาก แกพยักหน้าไปด้วย บางครั้ง
แกถามแม่อะไรสักอย่างเกี่ยวกับหนู ที่แม่จนปัญญาจะตอบได้จริงๆ
พ่อเลยบอกว่า "เราซื้อเครื่องอุลตราซาวด์กันเถอะ"
บ้าไหมนี่ ...


อาการไอและน้ำมูกแบบเริ่มหวัดของแม่ หายสนิทแล้วหละ
ภายในเวลาสองคืน นับจากวันที่ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ
ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับการรักษาอุณหภูมิและความชื้น
ดื่มน้ำบ่อยๆ .. แต่ทำไมคำพูดของหมอจึงได้มีอิทธิพลกับเราอย่างนี้นะ

แม่ดื่มชาผิวส้มหมดไปครึ่งโหลภายในเวลาสองวันน่ะแหละ
ชงใส่กระบอกน้ำร้อนไว้เลย แต่ที่วันนี้อาการมันสนิทมาก
คงเพราะแม่งดออกไปร้านควิลท์มาวันนึงแหละจ้ะ

แม่อยากเร่งมือทำให้หนู แต่หลายอย่างมากมายประดังเข้ามา
งานอย่างอื่นเยอะมากเลย ต้องค่อยๆคิดว่า
แม่ตั้งใจทำควิลท์ให้หนูเพื่อเป็นการผ่อนคลาย ต่างหาก
ไม่ได้เอามาำทำให้เครียดมากขึ้น
ทำได้เท่าไหร่คงเท่านั้น ...

ตอนช่วงรอคลอดหนู ซึ่งอีกไม่นาน คงมีเวลาทำให้หนูอย่างเพียงพอแน่จ้ะ
แต่ทำไมไม่รู้ แม่ค่อนข้างแน่ใจว่า ถึงตอนนั้น หนูจะมีของใช้ตูมๆแน่
พ่อขี้เห่อของหนูหรือ ที่เขาจะปล่อยให้หนูขาดอะไรสักอย่างได้

หนูจะขาดอะไรคงไม่เป็นปัญหา เพราะสิ่งที่สำคัญสุดของความเป็นชีวิต
หนูจะไม่ขาดมันแน่นอน

หนูเกิดมาเติมเต็มชีวิตของเราสองคน
เราสามคนเหมือน ชีวิตจิตใจของกันและกัน
เราทั้งสามคงฝากหัวใจไว้ที่ใึครอีกสองคนในสามคนนี่แหละ

หัวใจแม่และพ่อกำลังเบ่งบานและเติบโตมากขึ้น ในทุกขณะที่หนูโตขึ้น
ครอบครัว ช่างวิเศษเช่นนี้หนอ ..

รักลูกและพ่อมากค่ะ

2006/11/16

Monday, November 13, 2006

สัปดาห์ที่ 23

ลูกน้อยที่รักของแม่ ..
หนูึคงไม่รู้อะไรหรอก เพราะเห็นหนูวันนี้ทางอุลตร้าแมน หนูนอนนิ่งเชียวไม่เตะไม่ถีบให้เห็นเลย
ถ้าไม่รู้ฤทธิ์เดช ลูกถีบหนูมาก่อน แม่คงกลับมานั่งวิตกอีก
แต่วันนี้ไม่รู้ไม่ชี้ ..

จริงๆแล้ว วันนี้ยังไม่ใช่กำหนด ไปหาหมอของหนูหรอก เพราัะยังไม่ครบเดือนเลย
หนูเป็นเด็กที่อุลตราแมนเดือนละสองครั้งมา เดือนสลับเดือนสามครั้งแล้วเชื่อไหม
(ไม่นับช่วงแรกที่หมอนัดถี่หน่อย)

เหตุเพราะพ่อของหนูน่ะแหละ
เรื่องเพราะอาการไอของแม่ .. แม่เปรยว่า แม่ต้องไปหาหมอแน่นอน
แต่ไม่ได้ชวนพ่อเลยสักคำ โดยตั้งใจเอาเองว่าจะไปหาหมอแผนกเนกวาเอาเอง
พ่อสิ ... ยัดเยียดตัวเองเข้ามาใน ตารางเวลาของแม่
จัดการนัดเวลาและจัีบจองเรื่องสถานที่เรียบร้อย
แต่สถานที่ๆพ่่อจะไปนั้นไม่ใช่ เนกวา ตรวจสุขภาพปกติที่แม่อยากไปเลย
กลายเป็น แผนกสูติฯ ของคลีนิคใหม่ที่ลุงหมอแกฝากจดหมายมา

แม่นะ ไม่อยากขัดใจพ่อชวนทะเลาะ
แค่ให้เหตุผลว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูกเลยนะ การไปแผนกสูติฯ คือการไปทำอะไรเกี่ยวกับหนู
แต่จริงๆแล้วแม่จะไปจัดการกับอาการไอของตัวเองต่างหาก
พ่อน่ะนะ ตั้งแต่แม่เอ่ยว่าจะไปหาหมอแล้ว แกหมุนตัวเข้าหาคอมพ์ทันที
จัดการหาข้อมูล โน่นนี่ ก๊อกแก๊กๆ
แม่ไม่รู้ว่าพ่อได้อะไรมา แต่ก็คงไม่พ้นเครื่องดื่มแก้ไอสูตรต้มเองที่บ้านแหละ

พ่อลุกมาเทน้ำลูกแพร์ตักยูจาชากับทุบขิงใส่ลงไปอีกหัวเล็กๆ
แล้วมีหรือที่พ่อจะไม่ดื่มด้วย
แกดื่มเอง แล้วชื่นใจเอง ทำหน้าประหลาดใจเองที่ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้น
โดยไม่ถามแม่สักคำว่า แม่รู้สึกอย่างไร
แกสรุปเอาเองอย่างกับหนูนอนอยู่ในพุงแกแน่ะ

ความจริงแม่ไม่รู้สึก ดีขึ้นเลยจากสูตรยาจั๊มป๊งของพ่อน่ะ
พ่อก็ค้านว่า เพราะแม่ "คิดไปเอง"

เอาหละนะ แต่เรื่องแทนที่ไปหาหมอหวัด กลับไปหาหมอสูติฯนี่สิ
แม่ก็ชี้แจงกับพ่อแล้ว แต่พ่อเขาก็ยืนยัน
สิ่งที่เขากลัวจัดกลัวนักกลัวหนา คือ เขากลัววิทยาศาสตร์ที่จัดออกมาเป็นเม็ดและขวด ลูก
เขาต้องขอความช่วยเหลือเรื่องนี้จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
วันนี้เลยกลายเป็นวันพบหนู โดยไม่ตั้งใจทั้งที่หนูยังไม่ครบเดือนไปเลย

พ่อมารับแม่แบบตื่นเต้นออกนอกหน้า
แกรู้สึกเป็นเจ้าของหนูเต็มที่เลยนะ .. แกหน้าบานปากกว้างไปครึ่งหน้าเลย
ขณะที่พูดว่า "ดีใจๆนี่เรากำลังจะไปพบชอนซาหรือนี่ "

แม่คิดว่า เพราะหนูมักมีปฎิกริยาถีบออกมาจากพุงแม่เสมอเวลาฟังเสียงพ่อก่อนนอน
เสียงนกร้องที่หนูเคยตื่นเต้น กลับเบาบาง
หนูเลือกตอบสนองเสียงพ่อแทน แล้วจะไม่ให้พ่อคลั่งหนูได้อย่างไรล่ะลูก

ผลออกมาว่า คุณหมอไม่สั่งยาให้ สมใจพ่อและแม่
(แล้วไปหาหมอกันทำไมนี่นะ)
คุณหมออธิบายยืดยาวเรื่องหวัด และพูดเรื่องธรรมดา เช่นเปิดเครื่องทำความชื้นและดื่มน้ำมากๆแทน

พ่อเขาก็ทำให้แม่นะลูก ..
แม่ซาบซึ่้งมาก ที่เห็นพ่อกุลีกุจอลุกไปจัดการเรื่องความชื้นในห้องนอน ทันทีที่แม่เอ่ยว่า รู้สึกแห้ง
พ่อไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน
แม่เลยต้องกล่าวชมพ่อด้วยความจริงใจว่า
ถ้าหนูออกมา พ่อต้องดูแลหนูได้ดีแน่ๆ ต้องเป็นคุณพ่อนัมเบอร์วันแน่นอน

วันนี้คุณหมอให้ซีดีด้วยนะลูก
เรื่องราวของหนูก็ไม่มีอะไรมาก หัวหนูอยู่ตรงด้านซีกซ้ายใกล้หัวใจแม่เลย
หัวใจเราคงเต้นส่งเสียงสะท้อนถึงกันและกันตลอดเวลาเลยใช่ไหมลูก
มิน่าล่ะ บางครั้งแม่รู้สึกว่า ตัวแม่มีหัวใจสองดวงเต้นอยู่
บางวันแม่รู้สึกว่าหัวใจหนูเต้นแรงเสียด้วย

นับวัน ตารางเวลาของแม่ก็รีบเร่งขึ้นเรื่อยๆ ลูก
ทำไมแม่ไม่รู้สึกนับวันรอคอยหนูเหมือนคนอื่นนะ
กลัวแต่ว่าจะมีเวลาไม่พอทำอะไรให้หนูไม่ทันเสมอ

แม่เร่งมืองานเย็บกระเ่ป๋าหนู ตอนนี้มีงานเพิ่มเข้ามาในช่วงกลางวันอีก
เวลาเย็บกระเป๋าให้หนูลดลง แม่วิ่งโน่นนี่จนยุ่ง
ได้แต่หวังทุกวันว่า แม่จะแข็งแรงพอที่จะคลอดหนูได้เองตามธรรมชาติ
ดังนั้นการเคลื่อนไหวมากๆเป็นสิ่งดีเสมอ

แม่เหนื่อยอย่างสุขใจมากเลยจ้ะ
2006/11/13

Sunday, November 12, 2006

ไอ..

ลูกจ๊ะ ..
อากาศแห้งๆอย่างนี้ เดือนพย.อย่างนี้ ..
อาการของแม่เริ่มอีกแล้วหละ
ไม่สามารถโทษใครได้ แม่ต้องทำโทษตัวเองด้วยการไม่สบายใจอย่างนี้แหละ
แม่รู้มานานแล้ว ว่าหลอดลมของแม่ทานอากาศแห้งเย็นจัดอย่างนี้ไม่ค่อยได้
แต่แม่ก็ไม่เคยสนใจรักษาให้หายขาดสักที
หากแม่ตัวคนเดียว .. แม่คงจัดสภาพอาการตอนนี้ว่า "สบายมาก"
เพราะความถี่ในการไอ ไม่มากเลย
แต่แม่รู้ว่า นี่คืออาการเริ่มต้น และหากยังไม่ทำอะไรให้ดีกว่านี้ แม่มีสิทธิ์หนัก

ที่สำคัญ ไอแต่ละครั้ง มันสะเทือนหนูแน่นอน
หนูดิ้นด๊อกแด๊ก หลังอาการไอและจามของแม่ทุกครั้งเลย
แม่ต้องรีบไปหาหมอแล้ว พรุ่งนี้ ...เพื่อไม่ให้มันหนักกว่านี้

พูดถึงการไปหาหมอวันพรุ่งนี้
แต่ละวันช่วงนี้ ตารางเวลาแม่แน่นมากเลยเชียว
จนทำให้แม่ชักไม่แน่ใจแล้วว่า จะสามารถผลิตของใช้หนูด้วยมือแม่ได้สักกี่ชิ้น
ตอนนี้ แม่จึงเร่งเย็บกระเป๋าเป็นการใหญ่

เมื่อวันศุกร์ แม่ไปเยี่ยมน้าคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนแรกที่แนะนำและกระตุ้นแม่ เมื่อตอนที่แม่ยังรู้สึกเฉยๆกับการมีหนู
แกฝ่าฟันตั้งแต่ เป็นเนื้องอกในมดลูก จนกระทั่งปัจจุบันลูกชายคนเดียวของแกโตห้าขวบแล้ว
เราห่างกันไปนานมาก แต่ทุกครั้งที่แกโทรมาหา แกห่วงเรื่องแม่เสมอ
แกดีใจจนน้ำตาซึมที่เห็นหนูติดพุงแม่ไปพบวันนั้น
เราคุยกันอย่างอบอุ่น และตลอดเวลา แม่รู้สึกหัวใจเธอที่อ่อนไหว และอบอุ่นจริงๆ
เธอบอกแม่ว่า แม้จนปัจจุบันนี้แกยังต้องขอบใจลูกน้อยของแกอยู่ทุกวัน
ขอบใจที่ทำให้ชีวิตเธอมีความหมายและมีความสุขขึ้น

แม่ฟังแล้วน้ำตาคลอขึ้นจมูกเลย ..
เพราะคิดว่า ตัวเองคงไม่ต่างจากเธอหรอก
เมื่อได้เจอหนู แม่คงต้องรู้สึกอย่างนั้นอย่างแน่นอน
หนูเป็นสิ่งที่มีค่าเหลือเกินของชีวิตพวกเราที่นี่ ทั้งพ่อ คุณย่า และแม่

รักหนูมากจ้ะ ...
2006/11/12

Wednesday, November 08, 2006

บอกรักแฮปปี้เบิร์ธเดย์ แบบหนู

ที่รักของแม่ ..

ก่อนอื่นคงต้องรายงานหนูก่อนว่า ที่แม่고민ลำบากใจคิดทบทวนเรื่องลงคอร์สทำของขวัญให้ลูกแล้วผลเป็นยังไง
ผลก็คงเป็นว่า แม่ยอมแพ้สิ ... แม่ขี้เหนียว แต่ใจป้ำให้ลูกนี่ น่ากลัวเหมือนกัน
วันนี้เราเริ่มต้นด้วยกระเป๋าผ้าอ้อม ปลาย่างแสนสวย ของหนู ที่แม่ก็ไม่รู้จะไปหาวิธีทำที่ไหนยังไงดี
เฉพาะราคาเศษผ้าชิ้นต่างๆ แม่จ่ายไป 45,000วอนเลยลูก แพงน้ำตาไหลจริงๆ
จ่ายค่าเรียนไป 30,000 รวมกันแล้วเกือบแสนนึง ..

ความจริงแม่ไปแต่เช้า ไปนั่งต่อราคาคุณครูเขาก่อนลูก
แม่สามารถหน้าด้านได้ เวลาเสียดายตังค์ขึ้นมาอย่างนี้แหละ
แต่ก็แค่ขอต่อให้แกจัดราคาคอร์สพิเศษรวมสองคอร์สเข้ามาด้วยกัน แต่รวมไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง
คอร์สเทดดี้แบร์นี่ แม่ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้สักกี่ตัวเชียว
รู้สึกว่า เวลามันช่างผ่านไปเร็วมากๆ ผ้าห่มหนูก็ยังดูยากอีกด้วย
(เฉพาะแพทเทิร์นของอาจารย์ ที่แสนน่ารักที่แม่ชอบนะ)
กระเป๋าปลา แม่ก็ต้องนั่งเย็บปลาย่างทีละตัวๆ เป็นจำนวนถึง 25 ตัวเลยลูก
ตัดเศษผ้ามาปะกันอีก 25 ชิ้น เป็น 50ชิ้น
ทำปลาที่หูหิ้วอีก 10 ตัว ทั้งหมดต้องปั้นปลาอ้วนให้หนู สามสิบห้าตัวจ้ะ

แต่แม่ก็เริ่มวันแรกของคอร์สด้วยใจที่กระตือรือล้น
อยากจัง อยากจริง อยากทำให้หนู ให้เสร็จเร็วๆ ให้มีเวลาเหลือทำอย่างอื่นได้อีก

เมื่อวาน เกิดเหตุการณ์ที่แม่ คงลืมไม่ลงจ้ะ
แม่กลับมาจากควิลท์ เลยลงนอนด้วยความเหนื่อยแบบอยากขาดใจ
ต้องเอาขวดนมเปิดเสียงนกร้องมาวางบนพุงให้หนูฟังด้วย
จะได้นอนด้วยกัน ...
แม่วางขวดนมบนพุงได้นาทีเดียว ก็เกิด แรงขับดัน ปุ้งง เหมือนระเบิดในท้อง
แม่ตกใจมากเลย ..
ลมระเบิดในท้องแบบนี้ รู้สึกมานานแล้ว แต่ไม่เคยแรงเท่านี้

ณ วินาทีนั้น แม่เริ่มตระหนักได้ว่า ที่เราคิดว่าเป็นลมในท้องธรรมดาๆที่ผ่านมานั่นไม่น่าใช่เลยนะ
ตกบ่าย ขณะขับรถ มันเกิดอีกปุ๊งนึง โอยย ชัดแล้วฉัน ..
แล้วแม่ก็นั่งลูบพุงที่เพิ่งโดนหนูถีบไปสองปุ๊งด้วยหน้าบานๆ

ตอนเย็นแม่รีบเสนอหน้าบอกพ่ออย่างสราญใจ
แล้วก็อีกตามเคย ... พ่อไม่เชื่อแม่อีกแล้วลูก พ่อกล่าวหาว่าแม่คิดไปเอง
พอเข้านอนตอนค่ำ แม่เลยเสนอให้เอาขวดนมเสียงนกร้องมาวางพุงแล้วพ่อเอามือมาวางรอดู

แล้วก็มีอีกหลายปุ๊งเลย เอาเข้าแล้วมั้ยล่ะ มือพ่อที่วางบนพุงแม่ก็โดนหนูถีบไปด้วย
พ่อเริ่มสนุก เอาใหญ่เลย ทั้งนั่งร้องเพลงให้หนูฟังทั้งแอบเอาหูฟังเสียงหนูเวลาดิ้นในท้องแม่
และไม่ว่าจะทำอะไร ก็เอามือมาวางรอให้หนูถีบปุ๊งตลอด

เราเล่นกันนานจนดึกเลยหละ
หนูคงถีบพุงแม่จนเมื่อยไปเลยสิ
วันนี้แม่รีบถามคุณครูควิลท์ลูกหนึ่งที่มีท้องพอๆกันกับแม่ทันที
แกบอกว่า หลังจากนี้จะแรงกว่านี้อีก
โอ ลูกจ๋า ยังไงก็ตาม แม่คงไม่มีวันลืมลูกระเบิดลงในพุงแม่เมื่อตอนบ่ายได้แน่นอน

และที่แม่ลืมไม่ลงคือ ...
หนูเริ่มถีบพุงแม่ถี่และชัด เอาเมื่อวันเกิดของแม่ 6พย.
ราวกับจะอยากกล่าวแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ให้แม่คนดีของหนูเลยใช่ไหม ...


บอกรักแม่หละสิ ... รู้น่า
2006/11/7

Sunday, November 05, 2006

มีอะไรที่กว้างใหญ่ กล่าวแทนใจแม่ได้บ้างหนอ..

ลูกเอ๋ย...

แม่ตกลงไปในหลุมแห่งกิเลสเรียบร้อยแล้วหละ ..
หลุมนี้หาใช่อื่นใด .... แม่กำลังคลุ้มคลั่งในใจเงียบๆ ที่จะหาทางผลิตของใช้เพื่อหนูจากมือแม่เอง

เรื่องที่รบกวนจิตใจแม่คือ .. ทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับแม่
ภาษาคือ ตัวปัญหา แม่เปิดหนังสือที่ซื้อมาทุกวัน
พยายามศึกษาลักษณะผ้าต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาใช้คำทับศัพท์
อันซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับแม่เชียว

เราไม่สามารถค้นหาจากดิคชันนารี่ได้ แต่ต้องสอบถามจากผู้รู้
การเข้าไปใช้เวบบอร์ดของเกาหลีในอินเตอร์เนต
แม่คงต้องปลอมตัวเป็นแม่บ้านเกาหลีตัวจริง ซึ่งแม่ทำไม่ได้เสียที

อ้อ .. หนูรู้มั้ย เวบบอร์ดนี้น่ะ พ่อเขาปลอมตัวเป็นแม่ไปเล่นมานานแล้ว
วันดีคืนดีก็เอารูปแม่ที่ถ่ายกับพุงที่มีหนูไปลง
แกบอกว่า สนุกดี .. แต่ไม่เห็นพ่อแกจะมาสอนอะไรแม่เลย
นอกจากทำให้แกมีข้อมูลมาเถียงกับแม่
หรือถ้าแม่ขอร้องให้พ่อช่วยสอบถามเรื่องบางเรื่องให้ เวบบอร์ดนี้แหละคือที่พึ่งของแก

อย่างน้อย แม่คิดว่า ก็ดีอยู่อย่าง การนั่งฟังผู้หญิงคนอื่นเขาคุยกัน จะทำให้พ่อเข้าใจผู้หญิงมีครรภ์ในบ้านมากขึ้น

วกกลับมาเรื่องเดิม ..
งานควิลท์ของแม่ .. ยังไม่จบชั้นเรียนเบสิค แต่หากแม่อยากผลิตของใช้สำหรับลูก
อันได้แก่ กระเป๋าผ้าอ้อมใบใหญ่ ผ้าห่มสวยจังของหนู และอีกหลายชิ้นเหล่านี้
แม่ต้องจ่ายค่าเรียนเพิ่ม ... อีกคอร์สหนึ่ง
ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างหาก ....
แม่นะแม่ ทำไมขี้เหนียวอย่างนี้ ..

แม่고민คิดทวนไปทวนมาพร้อมกับ เสิร์ชหาในอินเตอร์เนตไปด้วย
นั่นไง แพคเกจต่างๆในอินเตอร์เนตมีเยอะแยะเลย ราคาก็พอๆกับที่อาจารย์ขายให้
คือแพงมหาโหด ...

คนเรานี่หากินกับความรักนะลูกนะ ... พวกบรรดาของใช้แม่และเด็กนี่แพงจัดแบบหูดับ ริดสีดวงระเบิดเลยลูก

แม่พยายามลองค้นหาวิธีหาซื้อผ้าเอาเอง ซึ่งถ้าเป็นผ้าคอตตอนธรรมดา ไม่ยากเลย
แต่นี่หนูกำลังจะเกิดมาในช่วงที่อากาศยังไม่อุ่นเต็มที่
ผ้าบางชนิด -ซึ่งแม้แต่ภาษาไทยเองแม่ก็ยังไม่รู้จักเลย-
จำเป็นสำหรับหนูเสมอ เช่นผ้าห่อตัว

แม่ชวนพ่อหาร้านตัดเย็บ หรือสอนตัดเย็บ แล้วเดินเข้าไปให้เจ้าของร้านเขางงๆ
ถามคำถามตะกุกตะกัก
สุดท้าย .... ทำให้แม่อยากได้จักรเย็บผ้าขึ้นมาอีก

พ่อเขาไม่เกี่ยงเลยนะลูก
ถ้าแม่บ่นอยากได้ พ่อจะทวนคำถามครั้งที่สามร้อยเจ็ดสิบห้าว่า
"ซื้อให้เอาไหม? "
พ่อลีลา ลองใจ(ขี้เหนียว)ของแม่ หรือเปล่าหนอ .. ไม่เห็นซื้อให้สักทีน่ะ

แต่นะหนู ... ลูกเอ๋ย แม่ยังใช้จักรไม่เป็นเลยสักนิด
กลัวโดนจักรเย็บผ้ากัดเอาจริงๆ
เห็นทีต้องไปขอลองใช้จากบ้านเพื่อนพ่อเขาแล้วหละ

ทุกครั้งที่ปิดคอมพ์ แม่ก็จะนึกอยากหาอยากค้นอยากดูบรรดางานฝีมือในทุกมุมเกาหลี
หรือค้นหาผ้าชนิดที่แม่ต้องการ - ซึ่งยังหาไม่ได้เสียที

ทำไมแม่ไม่ถามอาจารย์สอนควิลท์น่ะเหรอ .. ?
แม่กลัวอาจารย์แกสูบเลือดน่ะลูก
เลือดปูเลือดกุ้งอย่างแม่ เท่าที่ผ่านมา ที่บังอาจไปนั่งทำงานควิลท์ชั้นดีกับคุณๆเขาก็มากอยู่แล้ว
แม่ไม่กล้าคุยให้ใครฟังเลย กลัวเขาว่าแม่เวอร์จัง

เข้ามาบ่นให้หนูฟัง ว่าแม่กำลังอยู่ในขั้นตอนเดียวกับตอนช่วงอยากทำเค้กทำขนมใหม่ๆเลย
ตอนนั้นแม่ไม่รู้อีกน่ะแหละว่าจะไปหาซื้ออุปกรณ์ได้ที่ไหน
หลังจากมั่วหาตามมาร์ท ลองทำแบบขาดบางอย่าง
อร่อยบ้างไม่ได้ความบ้าง
ในที่สุด แม่กลั้นใจเดินเข้าร้านขนมปังแล้วถามว่า "อุปกรณ์วัตถุดิบการทำเค้กหาซื้อได้ทีไหนคะ"
ดีใจที่เขาบอกให้โดยไม่อิดเอื้อน ..
แต่งานนี้ กำลังเป็นงานยากกว่านั้นอีก เพราะคนขายผ้าน่ะมีอยู่หลายร้าน
เช่น ที่แม่กำลังนั่งเรียนควิลท์นี่แหละ
แต่ราคายุติธรรมที่เป็นเพื่อนกันนั่น มันอยู่ที่ไหนหนอ ...

แต่ไม่เป็นไรหรอกน่า ..
แม่ปลอบใจตัวเองและหนูด้วย ว่าทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี
แม่ของหนูจะทำได้ คอยดูนะ (ถ้าไม่ท้อเลิกทำเสียก่อนนะ 555)

พรุ่งนี้ ครบรอบวันเกิดแม่ และหนูครบ21สัปดาห์แล้ววันนี้
พรุ่งนี้หนูจะเริ่มรอบสัปดาห์ใหม่ พร้อมกับแม่ที่แก่ลง แต่มีความสุขมากขึ้น ...
แม่มีเรื่องอยากคุยให้หนูฟังอีก ครั้งต่อไปนะจ๊ะ ..

รัก

แม่ผู้ที่กำลังคุ้นเคยกับการนั่งคุยกับพุงตัวเอง ทุกวัน