Tuesday, May 29, 2007

ขับมอเตอร์ไซค์ชมสวน


รีอัน

ตั้งแต่ก่อนสองเดือนมาแล้ว ที่หนูให้เวลาแม่ในตอนกลางคืนมากขึ้น
แม่นอนได้มากขึ้น ..
เวลาเริ่มเดินเร็วขึ้นสำหรับแม่ เมื่อเริ่มหายเหนื่อยแล้ว ...



แม่ลืมเ่ล่าความเปลี่ยนแปลงของหนูมาตั้งนานแล้วสินะ
ก่อนสองเดือนได้ประมาณหนึ่งหรือสองสัปดาห์
หนูเริ่มชอบท่าใหม่ .. ท่าขี่มอเตอร์ไซค์บนที่นอน



กำลังจะเริ่มนะก๊าบบ


ขอเก๊กหล่ออีกแช๊บบ ก่อน


เอาหละ ไปกันเีรยยย


แหม อดไม่ไหว ขออีกรูปน่า อิอิ


ไปจริงๆละ ทีนี้


เอ้าา ยังอยู่กันไหมนี่?


เกาะตามเค้ามาให้แน่นน๊าา

เอาเีีรยย ปาดซ้าย ทางโค้งนะค๊าบ


แม่จะชอบใจทุกครั้งที่เห็นหนูขับมอเตอร์ไซค์
เพราะเอ็งหัวเราะสบายใจทุกที


หนูสบายดี แม่ก็สบายใจ จริงๆนะ
รักลูกเพิ่มอีกหลายลิตรแล้วนี่

แม่

Sunday, May 27, 2007

หัวใจแม่สับสนจัง

รีอัน

แม่กำลังต้องเตรียมตัวออกไปทำงานแล้ว ..
มีงานเรียกเข้ามาเยอะดีมาก-ในแง่การทำงาน
แต่ในแง่ของการเป็นแม่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่แม่ต้องการเลยลูก

วันก่อน แม่พาหนูไปฝากคุณย่า ลองงานหนึ่งครั้ง
ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน แม่แทบเลิกล้มความตั้งใจทำงานหมด
หนูเกือบไม่ให้ความร่วมมือเลย แม่ทำอะไรแทบไม่ได้ นอกจากวนเวียนรอบตัวหนู
กินนมและนอนสักครู่ ตื่นเล่นสักพัก หิวนมแล้วนอนแป๊บเดียว
กว่าแม่จะหาสาเหตุพบว่า เพราะอะไร ก็โน่น เมื่อเลิกงานพาหนูกลับจากบ้านคุณย่าแล้ว

สาเหตุคือ ผดเม็ดน้อยๆที่ขึ้นใบหน้า และที่สำคัญที่ซอกคอ
นี่ก็อีกเรื่องที่ทำแม่เครียดเหลือเกิน อยากย้ายไปไหนก็ได้ นั่งเลี้ยงลูกในที่ๆไ่ม่มีคุณย่าคุณยายหัวแข็งทั้งหลาย
(ขอแว่บเข้าซอยแป๊บนะ..) คุณย่าคนนึงบอกว่า หนูหนาว ทั้งๆที่แม่ก็แต่งตัวหนูรัดกุมพอประมาณ
ไม่หนาเกินไป เพราะร้อนจะตายชัก
แล้วจับหนูมาห่อ ๆๆๆๆ ที่ร้ายกว่านั้น ย่าหนูจะกุลีกุจอจัดแจงเปิดที่นอนทำความร้อน
แล้วเอาหนูนอนย่างบนนั้น ทับด้วยผ้าห่มอีกผืนหนา

กลับจากบ้านคุณย่าวันนั้น ผดขึ้นซอกคอหนูนับเม็ดไม่ถ้วน

ส่วนเจอคุณย่าอีกคน วันนี้ แกจัดแจงคว้าผ้าที่แ่ม่ห่มหนูโยนทิ้งหมด แล้วบอกว่า
เด็กๆต้องเลีั้ยงให้เย็นสบาย จะได้แข็งแรง

คนที่บ่นว่า แม่เลี้ยงหนูหนาว ก็จะพูดอย่างนั้นตลอด
แม่เครียดทุกครั้งที่เจอ
จนถึงชะตากรรมของหนูจะเป็นอย่างไร เมื่อลับหลังแม่ไป

วันนั้น หนูนอนมองแม่ตาโตวาว อย่างกับรู้ เมื่อแม่บอกว่า เดี๋ยวนะ เดี๋ยวแม่กลับมา
เมื่อกลับมา หนูนอนห่อในผ้าหลายชั้นเพลียหลับไปอ้อมแขนคุณย่า
เนื่องจากหนูปฎิเสธ ไม่ยอมกินนม และร้องไห้ตลอดเวลา


ไอ่หนูของแม่ แม่สงสารเอ็งแทบขาดใจ


แล้วนี่งานเข้ามาเยอะอย่างนี้ ปฎิเสธไม่ออก พยายามลดจำนวนก่อนเพื่อให้หนูโตกว่านี้อีกนิด
แต่ก็ยากนัก ..

อยากอยู่ใกลุ้คุณยายของหนูจัง ..


ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม แม่จะมองปัญหาให้เป็นโอกาสเสมอ
แล้วเป็นยังไง แม่จะมาบอกหนูอีกทีจ้ะ

รักหนู

แม่

Thursday, May 24, 2007

ความหวังในใจของผู้มีพลัง เสมอ

รีอัน.. ลูกหัวเหม่งที่ผมกำลังขึ้นนิดๆของแม่

แม่เขียนไดวันนี้ ณ เวลาตีสามอีกแล้ว
บอกทำไม .... เพราะสะใจตัวเองน่ะ หาเวลาไม่ได้ ต้องตาสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน
ไม่รู้ว่าพลังแบบนี้ปรากฎมาจากไหน แม่มีสติดีกับตัวได้เกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง (ก็ต้องมีแอบนอนมั่งแหละน่า)

แม่เพิ่งจัดการกับก้อนไตแข็งๆบนเต้านมแม่ไปอีกก้อนยักษ์
เจ็บจนคิดว่า คงหลับไม่ลง คงนมระเบิดไปแล้วแน่ๆ
สาเหตุเนื่องจากหนูไม่ยอมดูดนมข้างนี้ มาสองสามวัน
แค่ปั๊มออก ก็ไม่ใสสะอาด หรือแม่พลาดเอาตอนไหน ทำให้นมค้างสะสมอีกแล้ว
แม่หาสาเหตุไม่ได้ ว่าทำไมหนูไม่ชอบมัน
แม่เลยเรียกนมข้างนี้ว่า รสชอกโกแลต ส่วนอีกข้าง คือรสสตอเบอรี่

พ่อหนูเขาหัวเราะชอบใจ ว่ารีอันกำลังติดใจรสสตอเบอรี่

แล้วแม่ก็เพิ่งรู้ว่า เด็กสองเดือนเขาจำได้ด้วย ว่าแม่มีสองเต้า
เต้าหนึ่งอยู่ข้างซ้าย อีกเต้าอยู่ข้างขวา
ถ้าแม่จับหนูนอนหันไปด้านไหน คือนมรสที่หนูยังไม่อยากดื่ม
แม่รบกับหนูมาสองสามวันแล้วเรื่องนี้

แต่แม่ก็แอบเวลาหนูหลงๆ เมาๆช่วงกลางดึก จับแอบให้กินรสชอกโกแลตไปหลายครั้ง

สาเหตุความงี่เง่าใหญ่ น่าจะอยู่ที่หลังจากหนูฉีดวัคซีน ดีพีทีและอะไรอีกตัวนึงเมื่อวันจันทร์
หนูตัวร้อน-ไม่จัด กระทันหันจนถึงรอบบริเวณที่ฉีด บวมแดง
หนูหัวเหม่งร้องไห้จ้า จนสะอึกสะอื้นบนบ่าแม่ เมื่อสงบสติได้แล้ว
(ฉากนี้หนูทั้งน่ารักและน่าสงสาร)
แม่ทำอะไรไม่ถูกในตอนแรก (แต่ตอนนี้แม่ทำถูกแล้ว)

วันต่อมา หนูควรจะได้พักอยู่กับบ้าน แต่แม่กลับหอบหนูไปอิมมิเกรชั่นด้วยกัน
ตกค่ำ แม่จับหนูอาบน้ำ หลังจากสังเกตุเห็นว่าหนูกำลังไม่สบายตัว

แล้วแม่ก็ต้องรับกรรม ต่อมา ..

วันนี้ อยู่ดีๆมีคนมารับแม่ไปโรงเรียนด้วยธุระส่วนตัวของเขา
มารับแบบจู๋โจม โดยมีพ่อหนูเห็นด้วย
พ่อพาหนูไปวางไว้บ้านย่าต่อ

หนูที่กำลังหลับโดนพ่อปลุกไป
กลับจากบ้านย่า .. เหลือแม่คนเดียวรับกรรมทั้งสิ้น


เจ็บนมก็เจ็บ(ชิ หา ย เรย ) รีอันก็ตัวรุมๆ ผ้าผ่อนของหนูยังไม่ได้ซัก
ข้าวก็ไม่ต้องกิน และอีกสารพัดยังไม่ได้ทำ
ทั้งหมดนี้แม่เลือกอุ้มโอบหนูไว้ก่อน เพราะหวังว่าเื่ผื่อหนูหลับแม่จะได้รีบกลับไปทำทุกอย่างต่อ


พอหนูหลับครั้งใด จะมีคนติดต่อเข้ามาทุกครั้ง
และหมดเวลากันตรงนั้น .. แม่ต้องวิ่งกลับไปเอาหนูต่อ
ปล่อยจนนมระบมแข็งเป้ก .. แม่คิดว่าแม่ตายแน่แล้วนะ ถ้าหลอกเด็กงี่เง่าเพราะไม่สบายให้ดูดไม่สำเร็จ
ต่อให้ีมีเครื่องปั๊มยี่ห้อไหนก็ตาม แต่แม่ว่าหนูคือเครื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

แม่กดคั้น ประคบร้อน จนระบมยกกำลังสอง
นมไม่ไหลแล้วน่ะสิ มันเลยกำลังเป็นปัญหา
แม่หมดแรงไปนอน แล้วก็พบว่า นมไหลเปียกเสื้อ หนุตื่นพอดี
มาสลึมสลือดูดซวกๆ บนรสชอกโกแลตของแม่จนได้

ก้อนพระเอกเหลวลงไปแล้ว เหลือแต่แกนอีกนิดหน่อย แต่แม่ก็ดีใจเหลือหลาย

ถึงตอนนี้แม่ขอบคุณจริงๆที่โลกนี้มี ความหวังอยู่ในใจคนที่มีกำลัง
แม่เริ่มมีใจต่อสู้ได้อีกครั้ง หลังจากแทบสิ้นสติกับวันนี้

หวังว่า วันต่อไปจะไม่แย่อย่างนี้อีก
(ขณะเขียน บ้านเราหมดสภาพเลยลูก )

Tuesday, May 22, 2007

แม่อยากเชย

รีอัน ลูกแม่..

ขณะเขียนบันทึกหน้าวันนี้ หนูกำลังหลับคอพับอยู่บนหลังแม่แหละ
เป็นเรื่องธรรมดาของคนเกาหลี ที่จับเด็กผูกไว้กับตัวบนหลังแบบชาวเขาบ้านเรา
แม่ไม่เคยคิดว่า แม่จะทำได้เลยลูก รวมทั้งไม่เคยคิดว่าจะทำด้วย
ส่วนตัวบางครั้งเห็นว่า ไม่น่าดูเลย ถ้าผูกลูกอย่างนี้ แม่จะแต่งตัวสวยๆก็ไม่ได้
แต่สถานการณ์มันบังคับแม่คนดีทีหนึ่งของหนูให้ทำอย่างนี้
เพราะถ้าหนูต้องการอ้อมอุ้ม แม่ทำอะไรไม่ได้เลยลูก
แม่ไม่กลัวลูกติดมือ แต่แม่กลัวเสียงร้องไห้ลูกจัง

แม่วุ่นวายใจเรื่องหัดผูกผ้านี้หลายสัปดาห์มากเลย
เพราะมันไม่ผูกง่ายอย่างที่คิด มองๆแล้วกลัวทำหนูตก
แล้วแม่ผูกไม่ได้เสียที จะเลิกล้มไปเสียหลายครั้ง มันยากกว่าหัดขี่จักรยานเสียอีกลูก

วันนี้แม่คงผูกได้ดีที่สุด เพราะหนูหลับบนหลังแม่เลย
พอหนูหลับ จากที่แม่ยุ่งๆๆ เรื่องซักผ้าให้เสร็จทันเวลาออกไปข้างนอก
กลายเป็นแม่ไม่กล้าเคลื่อนไหวมาก กลัวหนูตื่น

มีคนชวนเชื่อให้แม่อยากผูกผ้านี้มากยิ่งขึ้น เขาเล่าว่า ผลการวิจัย(ที่ไหนไม่รู้)
ออกมาว่า การผูกผ้าแบบนี้มีผลกับเด็กด้วย เพราะเด็กจะรู้สึกอบอุ่นใกล้ชิดกับแม่
ผลวิจัยนี้ เขาคงไม่ได้ออกมาเพื่อโฆษณาขายผ้าผูกนี่หรอก
แต่เพราะพ่อแม่เกาหลีรุ่นใหม่ ไม่ชอบผูกแบบนี้เสียแล้ว เขาว่าเชย

แม่ยังผูกเดินในบ้านเท่านั้นแหละ เวลาทำงานบ้าน
ยังนึกสงสัยอยู่ว่า ถ้าเขาอนุญาติให้แม่เอาหนูผูกไปทำงานด้วยได้
แม่จะเอาไหม ...

แม่ว่าถึงตอนนั้น แม่ยอมเชย อิอิ

รักลูกตัวกลมๆของแม่มากขึ้นอีกแล้ว

หมายเหตุ - สำหรับผู้อ่านต่างบ้านต่างวัฒนธรรม
ผ้าผูกหลังนี่เปรียบเทียบกับกระเป๋าอุ้มเด็กไม่ได้ เพราะกระเป๋าส่วนใหญ่อุ้มเด็กไว้ข้างหน้า
ซึ่งคนอุ้มจะทำงานอะไรไม่สะดวก เช่นทำงานบ้าน กระเป๋าช่วยผ่อนแรงอุ้มเด็กอย่างเดียว
ส่วนกระเป๋าแบบสะพายเด็กทางด้านหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าหรือโครงเหล็ก แต่ผ้าผูกนี่ เด็กจะต้องถูกมัดติดกับหลังแม่ ยิ่งมัดแน่นเท่าไร ทั้งแม่และัทั้งเด็กจะยิ่งสบายเท่านั้น ผ้าผูกแบบนี้จึงต่างกัน

Sunday, May 20, 2007

สองเดือน

ลูกแม่..

หนูอายุครบสองเดือนอย่างเป็นทางการ เมื่อวานนี้จ้ะ (5/19)
ที่บอกว่า อย่างเป็นทางการ เพราะถ้านับกันตามจำนวนวันแล้ว หนูครบเอาเมื่อวันที่ 17 ที่ผ่านมา

เรื่องละเอียดๆอย่างนี้ คุณยายเป็นคนเริ่มก่อนแหละ .. แกใส่ใจกับวันเกิดของหนูนั่งนับวันเกิดของหนูมาเสมอ
ก่อนคุณยายต้องกลับ แกนั่งบ่นทุกวันว่า อีกหน่อยหนูก็จะจำยายไม่ได้
เห็นแต่หน้าย่ามากกว่า หน้ายาย .. แม่ก็ติงคุณยายว่า คิดมากไปแล้ว
แต่วันนี้แม่ดันคิดเห็นด้วยกับยายเสียแล้วลูก

เราไม่ได้อยู่ใกล้ๆกันแบบ เทียวไปมาหากันได้เรื่อยๆ
แม่เริ่มหวงหนูให้ยายแล้วเหมือนกันนะนี่ ..
ตระหนักถึงอย่างหนักแน่นมากขึ้นแล้วด้วยว่า ยายรักหนูมากจริงๆจ้ะ
แกอยากเฝ้ารอดูการเจริญเติบโตของหนูด้วยตัวเองด้วยเหมือนกัน

แม่เพิ่งโทรไปหาคุณยายมา ว่าวันนี้รีอันสองเดือนแล้วครับ
ความจริงเสียงคุณยายมาถึงแม่ก่อนหน้านี้แล้ว ว่ารีอันสองเดือนเปลี่ยนไปยังไงบ้าง
ปรากฎว่า หนูเลือกที่จะมีหน้าตาคล้ายทั้งทางฝั่งพ่อและแม่หมด
ต่างคนต่างกลับไปเหมากันเองว่า หนูเหมือนคนนั้นคนนี้

เราพาหนูออกข้างนอก พ่ออยากถ่ายรูปหนูแ่ต่ไม่สะดวกนัก
กระนั้น รูปที่ออกมาก็ทำให้เราเลือกแทบไม่ถูก
น่ารักไปทุกโหมดเลย ลูกแม่

แม่หมดปัญญาทำรูป เลยแฮ๊บที่พ่อทำเอามาปะแทนไปก่อนแล้วกันจ้ะ



หนูโตขึ้นทุกวันเลยจริงๆนะนี่
วันนี้แม่เพิ่งสังเกตุว่า คิ้วที่เคยเป็นสีอ่อนๆ เริ่มเข้มดำแล้ว
น่าเสียดาย คิ้วไม่โก่งเป็นคันศรเลยลูก เหมือนด้ามศรแทนซะนี่

Saturday, May 19, 2007

หายห่วง

รีอัน.. ผู้ชายที่เท่ห์ที่สุดในโลกของแม่ :)

เพราะหนูทำให้แม่ประหลาดใจ และตื่นเต้นดีใจไปพร้อมกัน แทบไม่อยากเชื่อตัวเอง
เรื่องนี้มีเหตุมาจากการฝึกหนูใช้ขวดนมน่ะเอง
ที่รพ. หนูกินนมจากขวดดีไม่มีปัญหาอะไรเลย
แต่เมื่อกลับบ้าน เราไม่เคยให้อีกเลย นอกจากฉุกเฉินนอกบ้านเป็นบางครั้งเท่านั้น
ส่วนใหญ่คุณยายเป็นคนให้ มีปัญหาอยู่บ้าง ดูเหมือนจุกนมจะแข็งไปหน่อย
มันดิ้นออกจาปากหนูเสมอเลย แต่แม่ก็ไม่แน่ใจว่าลิ้นหนูดุนจุกนมออก หรือมันดิ้นออกเมื่อหนูจะใช้ลิ้นทำงานตามปกติ
แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีทุกครั้งเสมอ ..

หนูเกือบครบสองเดือนในไม่กี่วันแล้ว .. คุณยายกลับไปแล้ว
แม่ระทึก แต่ก็ยังวุ่นวายกับชีวิตประจำวัน
ทำอะไรไม่ได้

ถ้าทำอะไรไม่ได้แม่คงปล่อยเลยตามเลย คิดหาทางแก้เอาข้างหน้า
บางวัน แม่ก็ลองเอาแก้วส่งนมให้้หนูเอาลิ้นเลียเอา
หาคนช่วยฝึกไม่ได้เสียที แม่ก็ทำเอง
ดูหนูสนุกสนานกับการแลบลิ้นเลียนมจากแก้ว
แต่ทำแบบนี้เมื่อไหร่จะอิ่มหละนี่ แล้วถ้าคนอื่นเป็นคนป้อน ใครจะมานั่งทำให้อีกหนอ
ว่าแล้วก็ต้องวางแก้วลง ..


วันนี้หนูครบสองเดือนอย่างเป็นทางการ
ช่วงเช้า เรามีธุระกันที่โรงเรียน หนูจำเป็นต้องติดรถเราไปด้วย
เพราะหาตัวคุณย่าไม่เจอ

พ่ออุ้มหนูอยู่ตลอดช่วงที่แม่เข้าไปติดต่อธุระ
เมื่อออกมา แม่ถามด้วยความเป็นห่วงว่า หนูร้องไห้หรือเปล่า
พ่อรายงานว่า หนูมองดูเด็กนักเรียนที่เล่นกันเต็มสนามอย่างสนใจเต็มที่
ไม่ได้ร้องไห้เลย ..

แม่ส่งพ่อไปเอารถแล้วก็พาหนูกลับบ้าน
ทีนี้หละ หมดฤทธิ์นมที่กินกั๊กไปเมื่อก่อนหลับ (ก่อนออกจาำกบ้าน)
เอาหละสิ .. หนูเริ่มร้องจะกินนม แต่แม่ขับรถอยู่
แม่ได้แต่วางมือบนตัวหนู แต่ปลอบยังไง หนูก็ไม่ยอม
รถติดไฟแดง แม่ตัดสินใจคว้าขวดนมแม่ในกระเป๋าที่เตรียมไว้เสมอ ยัดปากหนูเลย

โอ้วว พระเจ้า อิทธิฤทธิ์ขวดนมใหม่เหรอลูก หนูดูดเอาดูดเอาอย่างไม่สนใจยี่ห้อ (ว่าของแท้แน่ๆของแม่หรือเปล่า)
แม่ตื่นเต้นมาก เพราะึิคิดห่วงใยมาตลอดเวลา
เนื่องจากไม่มีใครประสบความสำเร็จ ในการฝึกหนูดื่มนมจากตัวช่วยอื่นเลย
ทุกคนยอมแพ้ ภายในเวลาไม่นานนัก
แม่หละอยากจะกี๊ดกับบุคคลใจอ่อนๆเหล่านั้นเหลือเกิน (ซึ่งก็คือพ่อของหนูน่ะแหละ)

แม่เคยลองแหกกฎการฝึกลูกด้วยการ ทดลองฝึกเองนี่แหละ
ซึ่งก็ไม่ค่อยจะราบรืนเท่าไรนัก
แต่วันนี้สิ หนูทำได้แล้วลูก แม่ร้องวิ๊ดในรถชมหนูตลอดเวลา

ตื่นเต้นดีใจมาก หายห่วงสบายใจเป็นปลิดทิ้งเชียว
แม่คิดว่า ทฤษฎี "เมื่อรับรู้ว่าไม่ได้จริงๆ เด็กก็จะยอมรับเอง" ที่แม่เคยคิดมันเป็นจริงซะแล้ว

หนูเป็นผู้ชายที่เท่ห์มากสำหรับแม่ หนูทำได้ๆจริงๆนะ

Monday, May 14, 2007

รีอัน อยากรู้จักโลก

รีอัน ..

แม่ลุกมาเขียนตอนตีสามกว่า หลังจากงานประจำปั๊มนมออกแล้ว
หลังจากที่รู้สึกว่า เมื่อตอนตีสองแม่เมามาก ปล่อยให้หนูนอนร้องตะแง๊วๆ ดิ้นทุกท่าอยู่ข้างๆ
แต่หนูร้องไม่ค่อยดังมากน่ะสิ เมื่อแม่ไม่ได้ให้นม หนูก็หลับต่อไปเลย .. เมาพอกันเลยลูก

หนูหลับไปหกชั่วโมงแล้วนะ แม่ปลุกหนูมากินนมที่คัดจนจะระเบิดแล้ว หนูก็กินนิดเดียว
นี่ทำแม่เริ่มกังวลแล้ว ว่ารีอันจะกลายเป็นตัวสตั๊ฟจริงๆอย่างทีบ่นไปวันก่อน
ไม่เอาแล้ว แม่จะตั้งใจให้มีสติมากขึ้นในเวลากลางคืนนะจ๊ะ

แม่คิดว่า แม่เริ่มพบปัญหาใหม่แล้วหละ
ไม่กี่วันมานี่ ตาหนูเริ่มทำงานร่วมกับความอยากรู้อยากเห็นของหนู มากขึ้นอย่างเด่นชัดแล้วสินี่
หนูกำลังนอนยากขึ้น เพราะมัวแต่เฝ้ามองโน่นมองนี่ ดูบิ๊ซี่ตลอดเลยลูก
จนตัวเองง่วงแทบแย่ ก็ยังไม่อยากนอน (หนูนะไม่ใช่แม่)
แม่เข้าใจว่า หนูต้องต่อสู้กับร่างกายที่อยากนอน แต่ใจอยาก"ท่องเที่ยว"ต่อ

ตอนนี้เรื่องที่ไม่ง่ายคือ จะทำยังไงให้หนูเลิกสนใจสิ่งต่างๆรอบตัวแล้วยอมปล่อยตัวเอง"หลับ"เสียที
อาการนี้ เกิดในขณะกำลังปฎิบัติการ ม๊ำม๊ำด้วยนะ (ที่ปกติเป็นยานอนหลับของหนูอย่างดี)
หนูเคลิ้มตาปรือแล้ว หนังตาหย่อนปิดลงแล้ว แต่ฉับพลันก็กระเด้งขึ้น พร้อมกับสะบัดหัวออกจาก"ยานอนหลับ"ของแม่ทันที ..
อันนี้ ทำแม่หวาดเสียวมาหลายครั้งแล้ว ว่าหนูจะงับจุกนมแท้ๆของแม่คาติดปากออกมาสักวัน

หลังจากหนูสะับัดแล้ว ตาที่ปรือหลับไปแล้วก็เบิ่งออกมาได้
หนูจะร้อง ดิ้นรนจะเป็นอิสระจากความง่วงต่อ
โถ อีหนูเอ๋ย ..

เมื่อวาน เราพากันออกไปข้างนอกสักครู่ พ่อกลับจากตจว.
แม่เพิ่งเข้าใจหนูเมือพบว่า ตัวเอง "หิวและง่วงพร้ิิิอมๆกัน"

โอว เป็นเด็กเล็กนี่ำลำบากเพียงไร ที่ต้องหิวหลายครั้งในแต่ละวัน
แล้วยิ่งถ้าง่วงด้วย หิวด้วย จะน่ารำคาญเพียงไรหนอ มิน่าพวกหล่อนถึงได้ตะบี้ตะบันร้องกันจัง

แม่สังเกตุเวลาคุณย่าคุณยายอุ้มหนู ทำไมหนูอยู่มือพวกเขาง่ายนัก
ไม่นานหลังจากโดนกอดและเขย่าไปด้วย หนูหลับง๊ายง่าย
พอแม่จะทำบ้าง หนูกลับทำท่าอึดอัดดิ้นรนเป็นอิสระแทน
หรือว่า พวกเขาเ็ป็นมือระดับเซียน ซึ่งแม่ยังต้องใช้เวลาอีก กว่าจะเทียบเท่าพวกเขาได้

ยังไงก็ตาม แม่พบว่า แม่ใจเย็นกว่าที่คิด เมื่อต้องรบกับหนูที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้

เมื่อวาน..
ขณะที่แม่กอดหนูกล่อมนอนนั้น หัวใจเราสองคนมาแนบติดกันช่วงขณะหนึ่ง
ทำให้แม่ระลึกถึงวันที่ได้ยินเสียงหัวใจหนูผ่านทางอุปกรณ์ของหมอ
ตอนนั้น เสียงนี้มีความหมายมากเพียงไรกับเรา
ทำเรายิ้มได้ ทำให้เรามีความสุข ความหวังจะเห็นหนูตัวเป็นๆ
อย่างนี้แล้ว จะให้แม่สิ้นสติและความอดทนกับหนูตัวเล็กๆของแม่ได้อย่างไร

แม่เคยช่วยชาวบ้านเลี้ยงลูกเล็กประมาณนี้
เวลาที่พวกหล่อนจะนอนแต่ไม่ยอมนอนแบบนี้ เป็น ณ เวลาที่น่าเบื่อและยาวนานมากสำหรับแม่

พ่อบิลี่ชิงแม่หลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปอย่างไร้สมรรถภาพ((เลี้ยงลูก)ไปก่อนแล้ว

พอคิดว่า เข้าใจหนูว่ารู้สึกยังไง ผสมกับสัมผัสตุ้บๆหัวใจเต้นของหนู
ความอดทนแล้วทำตัวสบายๆ ใจเย็นๆมันไหลมาจากไหนไม่รู้เลย


โฮ่ๆๆๆ แต่อย่าเป็นอย่างนี้นานนะลูก แม่กำลังโทรมลงเรื่อยๆทุกวันแล้ว

Saturday, May 12, 2007

บอกรักทางสายตา

ลูกรัก

ณ ปัจจุบันนี้ แม่ถูกล้อมรอบด้วยสายตาหนูเสมอ
หนูจ้องมองแม่นิ่งและนานมากขึ้น
อันแปลว่า หนูมองเห็นแม่ และมองหาแม่เสมอ

มันช่างอบอุ่น และรู้สึกดีอะไรอย่างนี้นะ
เมื่อเรามีความหมายกับใครสักคน โดยเฉพาะคนที่มีความหมายสำหรับใครมากมายอย่างหนู

ถ้าหนูเห็นแม่เคลื่อนไหวไปมาในสายตา
หนูจะมองแม่แบบจับจ้องด้วยตากลมๆเต็มๆ
เพราะนั่นแปลว่า หนูกำลังอยู่ในมือคนอื่น ไม่ใช่แม่

เรื่องตาของหนูนี่ แม่คงจะไม่ลืมดวงตาเหลือกๆ เมื่อวานไม่ลงแน่
มันคาดไม่ถึงว่า หนูจะเข้าใจอะไรมากขนาดนี้

แม่พาหนูไปหาน้า้อ้อย ที่เพิ่งคลอดแต่บ่นเรื่องน้ำนมยังมีน้อย
เอานมแช่แข็งของแม่ไปให้ด้วย
พอไปเห็นลูกตัวเล็กๆของน้าอ้อย เลยนึกอยากเป็นแม่นมขึ้นมา
ตอนนั้น ยายอุ้มหนูอยู่
หนูมองแม่ที่กำลังอุ้มน้องตัวเล็กแบบ ระทึก ว่าแม่จะทำอะไร
อย่างน้อยที่สุด หนูกำลังน่าจะโวยอยู่ในใจว่า "ลูกแม่อยู่นี่ต่างหาก"
แล้วแม่ก็ทำสิ่งที่หนูคาดไว้ หรือคาดไม่ถึงไม่รู้ คือ ป้อนนมน้องเล็กๆคนนั้นด้วยเต้าที่หนูดูดอยู่ประจำ
แม่เห็นหนูฮึดฮัด จนคุณยายเริ่มจะจับไม่อยู่เสียแล้ว
ตาหนูเหลือก รวมกับท่าดิ้นรนจะกระโจนมาหาแม่ ทำให้แม่ขำก๊าก
แล้วต้องวางน้องตัวเล็กคนนั้นลง

ถ้าหนูกระโดดได้ หนูคงกระโดดมาชิงเต้าออกจากปากน้องแน่ๆ
คุณยายส่งหนูให้แม่ ทันใด หนูก็เริ่มกระบวนการร้องหา ม๊ำม๊ำของหนูทันที
แต่หนูต้องอม อมยิ้มต่อจากน้องที่อมก่อนหน้านี้ ..
มีอาการอมไม่อยากเข้า แล้วสะบัดตัวออกมาโวยวาย

นึกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ขำมากเมื่อนั้น
แม่รู้สึกว่าเป็นหญิงสาวผู้มีค่ามากขึ้น เพราะได้รับรักจากหนุ่มรีอันด้วยสายตาทั้งวัน
อดไม่ได้้ต้องคิดต่อว่า ระหว่างพ่อกับหนู ใครรักแม่มากกว่ากัน

พ่อเองก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้ แต่แ้ก้ตัวว่า ก็เพราะพ่อไม่มีม๊ำม๊ำให้หนูนะ่สิ
เกี่ยวกันไหมนะ ?

หนูจะรักแม่ไปอีกนานแค่ไหน .. แต่แม่น่ะต้องอยู่กับพ่อตลอดไปอยู่แน่ๆอยู่แล้ว

รักหนูจัง
2007/5/12

Tuesday, May 08, 2007

ความขัดแย้ง ที่ไม่สามารถหาที่ลงตัวได้

รีอัน ..

แม่อยากเขียนก็อยากเขียน แต่เวลานั่งลงเขียนทีไร ใจระทึกทุกทีเลยหวะลูกรัก
ถ้าอยู่ไกลลูกนิด จะมีอาการผวาหูแว่วเข้าโสตเป็นเสียงหนูร้อง อีกต่างหาก
ตอนนี้แม่เอาหนูมานอนใกล้ๆ ก็กริ่งเกรงอีกว่า เสียงแป้นพิมพ์ก้อกแก้กๆ จะปลุกเอ็งตื่น
(ขอเปลี่ยนสรรพนามเรื่อยๆตามใจแม่นะลูก 55)

แม่รู้สึกอเมซิ่งมากยิ่งขึ้นกับ การเจริญเติบโตของเด็กเล็กๆอย่างหนู

แม่ถามหนูว่า "ม๊ำ ม๊ำ อีกมั้ย" (นี่เป็นศัพท์ระหว่างเราจ้ะ ม๊ำคือมิ๊ลแม่เองรูกก)
หนูสะบัดตัวบิดไปมาประสา เด็กขี้เมื่อย แล้วขณะที่ฝาครอบเสื้อชั้นในแบบให้นมลูกมันงับลงมานั้น
แม่ไม่อยากเชื่อว่า หนูทำเองจริง คิดว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า

หนูจับฝาครอบทรงแม่เปิดออก ... หงี๋ย ..

แล้วแม่ก็เพิ่งอ่านพบว่า นั่นคือพัฒนาการของเด็กวัย 7สัปดาห์อย่างหนู
ไม่ใช่ความสามารถในการคว้าเปิดเสื้อชั้นในแม่ดื่มนมเองได้นะ
แต่เป็นเรื่องมือหนู ที่เริ่ิมเปิดอ้าออกแล้ว เริ่มหยิบจับอะไรได้แล้ว

แม่อ่านต่ออีก .. ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งคิดมากอย่างห้ามไม่อยู่
รู้ไหม แม่บังเกิดความกลัว ว่าหนูจะตัวเล็กๆให้แม่กอดเหมาะๆอย่างนี้ได้อีกไม่นาน
เกิดอยากสตั๊ฟตัวเล็กๆขึ้นมา เหมือนหมะม๊าน้องอั๊ตเขามั่ง

วันก่อน แม่ดูรูปวันที่หนูอายุ 1สัปดาห์ แล้วเกิดความเอ็นดูปนเสียดายไซส์เล็กๆอันนั้นนิดหน่อย
ขณะเดียวกัน เดี๋ยวนี้แม่ก็เพลิดเพลิน กับการฟัดเนื้อก้อนๆตัวชั๊บบิ้ๆอย่างนี้มากขึ้น
ทำไมสเน่ห์แรงอย่างนี้ลูกจ๋า เห็นทีไร ใจละลายฟัดทีไร ก็มันส์เมื่อนั้น เหอๆ แม่หรือเปล่านี่เรา :P

บางวันแม่รู้สึกเหมือน เส้นกราฟการเลี้ยงดูหนูพุ่งพัฒนาขึ้น เมื่อเราเข้าขากัน
เมื่อแม่เริ่มเข้าใจว่า จะต้องเอาหนูให้อยู่หมัดยังไง

แต่บางวัน ทำไมกราฟมันตก แม่หมดสติจนปัญญาจะเอาหนูให้ได้ดั่งใจแม่
วันนั้น แม่จะชินชากับการอุ้มหนู ปลอบหนู พยายามใจเย็นคุยกับหนู พยายามอดทนที่ต้องกินข้าวช้าไปสักสามสี่ชั่วโมง

แต่พอกลับมาเห็นหนูตัวเล็กๆ นอนรอแม่อยู่ตอนกลางคืน ก็นึกร๊ากกกจับใจอีกแล้ว

ตอนนี้แม่ชินกับไซส์ตัวเล็กอย่างหนู แล้วรู้สึกแปลกทุกครั้งเวลามองพ่อ
ทำไมตัวใหญ่เกินความจำเป็นอย่างนี้ เทอะทะไปหมด ไม่เห็นน่ารักตรงไหนเลย ... (อ้าว ..)

แม่แวะเข้ามาเขียนถึงความเสียดายตัวเล็กๆ และรักตัวจ้ำม่ำน่าฟัด ความขัดแย้งที่หาที่ลงตัวไม่ได้ เท่านั้นแหละจ้ะ จะส่องหาโอกาสมาเขียนเรื่อง ปสก.แม่รับมือ กับการปรับตัวเรื่องสุขภาพของหนูต่อตอนสอง วันต่อไป


หนูกับพ่อเอ็งที่ชอบแย่งแม่เป็นนายแบบหน้ากล้องทุกที
ถ่ายเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว อายุได้เกือบครบ6สัปดาห์
ผิวและผมยังเป็นสีอย่างนี้อยู่ .. นี่อีกที่อยากสตั๊ฟ อิอิ




พ่อบอกว่า ภาพนี้ดูตันดี 55
ถ้าซูมใกล้ๆจะเห็นเส้นขนตายาวกว่าพ่อกับแม่
เอาของใครมาอีกหละเนี่ยะ
อายุเมื่อสัปดาห์ที่ 6


อันนี้ให้เปรียบเทียบกับเมื่อตอนอายุ 2สัปดาห์
ตัวกะจิ๋มหลิม หยิบแล้วน่าหลุดมือเป็นที่สุด


วันเวลาช่วงนี้ทุกวัน จะมีค่ามากสำหรับแม่ในอีกไม่นาน
อย่ากระนั้นเลย พยายามแว๊บมาเขียนเก็บไว้จะดีทีุ่สุด
สู้ๆ

Saturday, May 05, 2007

เรื่องเล่า อย่าตกหล่น

ลูกรัก..

หนูโตขึ้นทุกวัน อย่างรวดเร็ว เรื่องราวของหนูในแต่ละวันไม่เหมือนกันเลย
แม่เคยบอกมั้ยว่า มันเหมือนกับการผจญภัยอย่างนั้น
ไม่รู้ว่าวันนี้จะพบกับอะไรบ้าง ..

แต่ที่แน่ๆ แม่ก็คงเหมือนแม่ลูกอ่อนคนอื่นๆ ที่หาเวลามาเขียนเรื่องของลูกยาก
ทั้งๆที่อยากเก็บบันทึกเรื่องสนุกๆเหล่าๆนี้เอาไว้ให้ทั้งหมด
จะลุกมาได้อีกที คงจะหลายเดือนผ่านไปแล้ว หรือหนูเกือบขวบ
ก็จะน่าเสียดาย ที่เรื่องราวเหล่านี้หายไป ไม่ได้เก็บเอาไว้เล่าให้หนูฟัง
แม่อยากเล่าให้หนูฟังเยอะๆจริงๆ
แต่เขียนไดอารี่ไม่จบสักวัน .. ส่วนใหญ่หนูจะตื่นซะก่อนน่ะแหละ
จะเก็บมาเขียนต่อ ก็มักต่อไม่ติดซะแล้ว

เอาทีละเรื่องละกันนะ

อาบน้ำ
ครั้งคุณยายอยู่กับเรา แม่ไม่เคยอาบน้ำให้หนูเองเลยสักครั้ง
ไม่มีเหตุผลหรอกจ้ะ แค่แม่อยากใหุ้คุณยายใกล้ชิดกับหนูอย่างเต็มที่เท่านั้น อิอิ
คุณยายติงแม่เหมือนกัน จนถึงจะปล่อยให้แม่ลองอาบดูสักครั้งด้วย
แต่ก็ไม่สำเร็จสักที
ในทีุ่สุด แม่ก็ได้อาบน้ำให้หนูเอง หลังจากคุณยายกลับไปแล้ว

แม่ไม่กลัวเลยลูกเอ๋ย ..
แต่เกร็งหวะ ปรากฎว่า เกร็งกันทั้งแม่ทั้งลูก
จำได้ว่ าหนูนอนแช่ในอ่างที่มีแขนแม่ประคองเอาไว้อย่างเกร็งๆ
จนถึงมองหน้าแม่อย่างไม่แน่ใจ

อาบกันอย่าง "แสร้งเก่ง" ได้สองสามครั้ง แม่หาวิดีโอสอนอาบน้ำในเวบดูจนได้
แล้วก็เริ่มใหม่ อย่างคนมีแนวทาง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เราเริ่มเข้าคู่อาบน้ำกันอย่างดีมากขึ้นแล้วจ้ะ
หนูเริ่มสบายใจขึ้น แต่ยังมองหน้าแม่เวลาอาบน้ำเหมือนเดิม
หนูไม่เคยร้องไห้เวลาอาบน้ำ อย่างไรยังคงอย่างนั้น
มีแต่แววตาเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไป จากเกร็งไม่มั่นใจ มาเป็นแววตาที่สบายใจมากขึ้น

ใครว่าเด็กอ่อนไม่รู้เรื่องวะเนี่ยะ ขอเถียงสักตอนเหอะ ..


คุณแม่ไฮพาวเวอร์
ต่อเนื่องจากเมื่อคุณยายอยู่ และ กลับน่ะแหละ
จำได้แม่นยำเลยว่า คุณยายกลับไปสองสามวันแรก แม่เก่งมาก
มีพลังงานสูงเหมือนถ่านไฟฉายเพิ่งถูกเปลี่ยน
วิ่งพล่านทั่วบ้าน เพื่อทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และทำให้ทัน กับเวลาที่หมุนเ้ร็วจิ๊บอ๋าย
สนุกเต็มที่ในความเหนื่อย เป็นอย่างนี้ .. เพิ่งเคยเป็น

หลังจากนั้นต่อมา .. แม่เริ่มพบว่า หนูไม่นอนดีๆให้แม่มีโอกาสออกไปวิ่งพล่านได้อย่างเดิมเสียแล้ว
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แม่ลุกออกมา หนูก็จะส่งเสียงร้อง
เป็นอย่างนี้ทั้งวัน ทั้งที่อายุหนูควรจะนอนได้นานขึ้นแล้ว
วันนั้น แม่สละเรือแบตเต็มทิ้งไปด้วยหัวใจที่อ่อนล้า
ทำไมแบตหมดเร็วงิ๊ ..

แม่คิดว่า แม่ทำถูกแล้ว ที่ยอมปล่อยให้บ้านรกเลอะเทอะ สุดๆ
แต่เอาตัวเองรอดเอาไว้ก่อน
หนูยังคงสำคัญที่สุด แต่สิ่งของในบ้านช่างหัวมันหัวเผือกไปก่อน
พ่อจะได้เข้าใจซะที ไม่งั้นแกจะคิดว่า เราอยู่บ้านเลี้ยงลูกนี่สบาย

กลายเป็นว่า เวลาสะสางบรรดาเสื้อผ้าและเก็บชิ้นงานสำคัญๆ ทำได้ในเวลากลางคืน
แม่เลิกดิ้นรนจะเป็นซุปเปอร์คุณแม่ที่มีบ้านหมดจดแล้ว หลังจากทำได้เต็มที่สามวัน
และคงเลือกทำแบบนี้ไปอีกนาน

(อ้อ วันนี้ปะป๊าสัญญาว่าจะช่วยให้มากขึ้นจ้ะ ที่ผ่านมาแกช่วยอุ้มหนูเวลาหนูเล่นได้สบายดีไม่ร้องหิวนมเท่านั้น)

สุขภาพ
วัคซีนเข็มแรกของหนู ทำแม่แทบร้องไห้
มันเป็น บีซีจี .. ซึ่งเราพาหนูไปฉีดฟรีตามบริการของรัฐที่ศุนย์สุขภาพประชาชน
หนูเป็นเหยื่อรายแรกที่สุดของเช้าวันนั้น
คุณหมอวัยป้าเดินมากำกับ พยาบาลมือใหม่ในห้องว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
จัดการสั่งให้พ่อถอดเสื้อหนูออกให้หมด
ตอนหนูเปลือยท่อนบนนี่นะ แม่อยากหม่ำหนูจริงๆเลย
แหม ขาวแน่นเนียน น่าฟัดไปหมด
แล้ววางหนูที่กำลังหลับอยู่ ให้ตะแคงบนเตียง ตัวแกนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ
บอกให้พ่อจับหัวหนูอย่าให้หันไปหันมา
สั่งให้พยาบาล กดตัวหนูไว้
แล้วพยาบาลก็ถูกตวาด เพราะแกสั่งให้กดตัวหนู แบบทับตัวคุณพยาบาลทั้งตัวลงไปพร้อมกับจับแขนหนูเอาไว้ด้วย
เหมือนเทกวนโดจับทุ่มแล้วกด (มั้ง)

โอ๊ยย ตายนี่มันอะไรกันวะเนี่ย แน่ใจนะ ว่าฉีดยาเด็ก1เดือน ไม่ใช่ทำหมันหมู
พยาบาลอ่อนหัดกดไปมองหน้าหนูไป เกือบโดนคุณป้าเล่นงาน
แกว่าพยาบาลว่า ใครใช้ให้เธอมองหน้าเด็ก ไม่มีหน้าที่ต้องมอง
ทุ่มน้ำหนักตัวลงไปทั้งหมด
(แกอธิบายว่า เด็กผู้ชายแรงเยอะมากต้องเอาให้แน่น )
หนูที่หลับอยู่ เริ่มดิ้นอึกอักๆ ร้องแอ้กๆ แล้วคุณป้าก็เอาเข็มฉ๊ดยาเสียบเข้าใต้ผิวหนัง
ปรากฎว่า เข็มกระเด้งยาพุ่งกระเซ็น ... ฉีดไม่เข้าคร๊าบบ รีอันมีของ

แม่สิ ยืนปิดปาก อยากร้องไห้อยู่ข้างหลังฉาก โฮๆๆ ทำไมโหดงิ๊วะ

เมื่อฉีดไม่เข้า แกกำกับให้พยาบาลกดให้หนักกว่าเดิม เพื่อให้เด็กหมดแรง
เพราะถ้าเด็กเกร็งจะฉีดไม่เข้าอีก

หนูต้องโดนอีกรอบ
รอบสองสำเร็จเรียบร้อย .. พอดึงเข็มออกมา คนมัดหมูสองคนก็รีบปล่อยมือ
และหนูก็หยุดร้องปิ๊บบ เหมือนปิดสวิทช์

เฮ้ออออ .. แ่ม่โล่งใจ

หนูเก่งมากที่ไม่โยเยต่อเลย หรือว่าหนูไม่รู้เรื่อง แค่ตกใจที่โดนทับโดนกด โดนจับเท่านั้น

วัคซีนเข็มที่สอง ฉีดเมื่อหนูครบเดือนพอดี วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน โรคไวรัสตับอักเสบ
แม่ตื่นเต้นอีกแล้ว พ่อไปด้วยอีกตามเคย แม้ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน พ่อก็ยังจะขอพาหนูมาด้วยมือพ่อเอง
ถึงคิวหนู แม่เดินตามเข้าไป พ่อจับหนูถอดกางเกงเหลือแต่แพมเพิร์สแล้วจับคว่ำก้นโด่ง
หนูหลับอยู่อีกตามเคย แต่ท่าเกือบเปลือยคว่ำก้นโด่งเหมือนโ์ฆษณาผ้าอ้อมนั่น
น่าร๊ากกกกกกก สุดใจ คุณพยาบาลเดินถือเข็มมา แล้วยืนหัวเราะกั่กๆๆ
บอกว่า คุณพ่อคะ ไม่ใช่ท่านั้นค่ะ ... อันนี้ ไม่รู้เอ็นดูพ่อหรือเอ็นดูหนูหละ

เปลี่ยนท่าเป็นจับนอนหงายเอาสองมือของหนูไขว้ไว้บนหน้าอก แบบมัมมี่ (เลือกบรรยายโหดอีกแล้วตู)
พ่อจับมือหนูไว้ คุณพยาบาล ดึงก้อนไขมันต้นขาหนูขึ้นมาแล้วก็ ชีก็ฉีดยาลงไป
หนูร้องว๊ากกก ตอนโดนเข็มจิ้มแล้วก็จบพอเข็มออกอีกแล้ว
เก่งจังเลยลูกแม่ ฉีดยาเก่งๆอย่างนี้ัไปเรื่อยๆนะ
ตอนแม่เด้กๆ มีปัญหากับการฉ๊ดยามั่กๆ อย่าเป็นเหมือนแม่เลยนะ

เรื่องสุขภาพหนูยังต้องเล่าต่ออีก อันนี้แค่วัคซีน แม่ปั่นไดอารี่วันนี้สุดใจ ไร้สคริปต์ และมันหมดเวลาแล้ว
ขอเชิดลาไปก่อนเด้อ เล่าตอนสอง เมื่อมีโอกาสใหม่

รักลูกจริงๆ
2007/5/5

**ปล พอเขียนวันที่แล้ว พบว่า วันนี้เป็นวันเด็กเกาหลี เดี๋ยวขอพ่อให้พาไปฉลองวันเด็กกันเนอะ
**อายูหนู อยู่ที่สัปดาห์ที่หก (48วัน วันนี้) ชั่งน้ำหนักและส่วนสูงเมื่อวาน ได้5.8และ5.8
เลขสวยนะ .. ลูกหมูเอ๋ย เพิ่งได้เดือนครึ่ง จะหกกิโลแล้ว (เพิ่มจากแรกเกิด2.2)