Tuesday, October 31, 2006

ครึ่งทางแล้ว .. อีกไม่ไกล

ที่รัก ..
ณ วันนี้ หนูผ่านก้าวของยี่สิบสัปดาห์ในพุงแม่เรียบร้อยแล้วจ้ะ .. เรื่องราวที่ผ่านมาสำหรับเราไม่ได้หนักหนาอย่างที่คิด จนถึงแม่ก็พร้อมสำหรับช่วงต่อไปที่กำลังจะได้พบ
ด้วย
ตอนแรกแม่บอกเอาไว้ใช่ไหม ว่าแม่อยากจัดปาร์ตี้รวมมิตรวันเกิดและฉลองต่างๆนาๆของเราสามคน
แต่อะไรๆก็ต้องรอ พ่ออารมณ์ศิลปินคนดีเขามีใจร่วมด้วยน่ะ

พ่อมีความเหน็ดเหนื่อยต่อเนื่องมาหลายวัน จากการนอนดึกๆ
จากงานยุ่ง และจากสาเหตุต่างๆมากมาย
แม่ทำได้แค่บ่น เพราะมันไม่สนุกเลยกับการเดาตารางเวลาที่เดาไม่ได้ของพ่อ
ในที่สุด แม่ก็ยอมแพ้ เราตกลงกันแค่ว่า เอาเป็นว่า วันนี้สำหรับหนูเ่ท่านั้นก็แล้วกัน
แล้วพ่อก็พาแม่ไปกินชาบูชาบู อาหารสุดยอดสุขภาพเต็มคราบสำหรับหนูเลย

แน่นอนว่า มันไม่ได้จบแค่นี้ เราสองคนมีของขวัญให้หนูคนละชิ้น

ชิ้นแรก.. หามาโดยแม่เอง ด้วยความอยากทำให้หนู ชื่อหนังสือคือ
ของขวัญสำหรับหนู จากรักของแม่

แม่นั่งพลิกๆหลายรอบแล้ว บางอย่างคิดว่าพอทำได้ ง่ายจัง บางอย่างยังไม่แน่ใจจ้ะ

ชิ้นที่สอง .. เป็นวิตามินซีเท่านั้นเอง แต่นับว่าเป็นวิตามินอัดเม็ดขวดแรกนับตั้งแต่มีหนูมาเลยเชียว
ที่แม่เคยบอกไปแล้ว ว่าพ่อไม่สนับสนุนแม่กินวิตามินหรือแคลเซียมสำเร็จรูปเลย

ช่วงนี้ หนูกำลังเติบโต วิตามินซี ซึ่งไ่ม่มีสะสมในตัวแม่ จะช่วยให้ร่างกายแม่ดูดซึมธาตุเหล็ก
ซึ่งอันนั้นน่ะ แม่ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่า ช่วงนี้แม่ชอบผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากๆ แม่รู้สึกสดชื่นดีน่ะนะ

พอดีว่าช่วงนี้ส้มแมนดารินต่างๆกำลังออกผลผลิตกันใหญ่
เห็นแล้วก็ทึ่งว่า ธรรมชาติจัดวางทุกอย่างเอาไว้ลงตัวแล้ว
วิตามินซี จะช่วยป้องกันหวัดให้แม่ทุกหน้าหนาว
แม่็ก็มีส้มให้กินอย่างสดชื่นง่ายๆไม่ต้องหาลำบากพอดีเลย

วิตามินเอ ก็เริ่มจำเป็นสำหรับหนูมากขึ้น ตอนนี้หนูกำลังเริ่มพัฒนาการการได้ยินและการมองเห็น
ช่วงนี้ ลูกพลัีบ ก็ออกมาตามฤดูของเขา แม่ชอบมากเลยนะ และนั่นคือ เบต้าแคโรทีนเห็นๆเลย

เราได้รับแจก ธาตุเหล็ก จากสาธารณสุขจังหวัด เป็นชนิดที่ดีที่สุดเลย (พ่อโม้ให้ฟัง) รับมาฟรีๆ
เขาเน้นให้ไปรับอีกด้วยเดือนหน้า .. แม่เดินออกมาก็รู้สึกเสียดายไปด้วย ว่ายังมีแม่ๆอีกมากที่เน้นไปซื้อกินเอง โดยไม่รู้อะไรเลย ..
หรือเขาอาจจะคิดว่าเสียฟอร์มหรือเปล่า รับของฟรี ..หรือไม่กล้าไปรับ
หรือว่ากลัวว่าของฟรีไม่ดี ..
แต่ทั้งหมดนี้ ไ่ม่ใช่สักอย่างสำหรับแม่ 55

นอกจากนี้คุณพยาบาลยังแนะนำให้เรารับการตรวจเลือดทุกสองเดือนด้วยค่ะ
ปกติตามคลีนิคหรือรพ.อาจจะเห็นว่าไม่จำเป็น
แต่ตรวจได้ก็ดี สำหรับเรานั้นเอาเลยเพราะตรวจฟรี , โทรมาแจ้งผล แล้วยังย้ำอีกว่า
เดือนหน้าพบกันอีกครั้ง ..

การได้ไปใช้บริการสาธารณสุขอย่างนี้ แม่อารมณ์ดีมากเลย
รู้สึกว่าตัวมีเกียรติเหลือเกิน เดินเข้าห้องโน้นเดินออกห้องโน้นอย่างสบายใจ ไม่เสียเงิน กิกิ
จริงๆแล้วแม่รู้สึกว่า เราได้ใช้สิทธิเต็มที่ในการใช้บริการที่เรามีส่วนเป็นเจ้าของน่ะ

พ่อเลยถือโอกาสสอบถามเรื่องแม่บ้านที่รัฐจะส่งมาช่วยหลังคลอดด้วย
เราทราบข่าวนี้จากการฟังวิทยุุในรถ
อเมซซิ่งอึ้งทึ่งกันเหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นการช่วยเหลือแค่สองอาทิตย์ก็เหอะ
คุณพยาบาลบอกให้เราติดต่อก่อนคลอดประมาณ 1เดือนอีกครั้ง


รูปข้างล่างนี้เป็นรูปที่แม่เฝ้าหาโอกาสมาหลายวันแล้วจ้ะ
แม่ตั้งใจมากกับครึ่งทางของหนู ในทุกอย่าง
แต่พ่อไม่ค่อยว่างให้ หรือไม่ก็อารมณ์ศิลปินยังไม่ตื่นดี
วันนี้เ็ป็นวันแรกของสัปดาห์ที่ 21 ของหนู
ท้องก็แฟบได้ที่ (ยังไม่ได้กินอะไร) แม่เลยเหน็บพ่อไปนิดนึง
พ่อลุกมาถ่ายให้ทันใด .. แม่ไม่ได้โพสท์ท่าอะไร แค่ยืนเฉยๆ ชมทะเลชมฟ้าไปเรื่อยๆ
ให้พ่อเขากดเอาเอง ... แต่รูปออกมาได้อย่างใจ ยกเว้นก้นย้อยไปหน่อย
ความจริงก็คือ แม่ดึงกางเกงเลื่อนลงมาไ่ม่ให้มีรอยขอบที่พุงน่ะ



ความจริงอีกอย่างคือ วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดพ่อหนู ตามปฎิทินดวงจันทร์ 9/10 จ้ะ






Posted by Picasa

Friday, October 27, 2006

20 สัปดาห์

แองจี้ที่รัก..

วันนี้เป็นวันนัดพบหมอของเดือนที่ห้า ..
แม่เกี่ยงไม่ให้พ่อไปด้วยอยู่หลายครั้ง แต่พ่อเป็นคนนิสัยเหมือนแมวน่ะลูก
วันแรกที่ผลการตรวจออกมาว่า หนูปกติดี พ่อเลยบอกให้แม่ไปรพ.ครั้งหน้าคนเดียว
แม่เสียใจเล็กน้อย (นิดเดียว ..เท่าหนวดแมว)
พอวันต่อมา แม่ย้ำตลอดว่า "แม่จะไปคนเดียว พ่อไม่ต้องไปๆ "
ทำให้พ่อลังเล จนเมื่อวาน พ่อต้องอยู่ต่อที่ทำงานคนเดียวจนดึก เพื่อเตรียมตัวไปกับแม่วันนี้แหละ
แม่ยังยืนยันว่า พ่อไม่ต้องไป อยู่นะ
แต่พ่อหัวเราะแหะๆ บอกว่า "คิดถึงชอนซา" ..
ความจริงแล้ว คำว่า"คิดถึง" ในภาษาเกาหลีแปลตรงตัวได้ว่า "อยากเห็นอยากพบ"
คิดว่าพ่อหมายความรวมกันน่ะแหละ .. ไม่ได้เจอกันเดือนนึง เราอยากเห็นลูกเสมอแหละ
พลาดโอกาสได้ไง ..

ก่อนไป พ่อชวนแม่ย้ายมารพ.ใกล้บ้าน แต่เกี่ยงให้แม่เป็นคนเอ่ยปากกับคุณหมอ
แต่พอไปถึง ลุงหมอแนะนำเลยว่า แกจะแนะนำรพ.ใกล้บ้านเราให้
อันซึ่งเป็นรพ.ลูกศิษย์เอง โดยหากว่า เวลาคลอด ก็แล้วแต่สะดวก
หรือหากว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราสามารถไปพบลุงหมอได้ทุกเมื่อ

ขณะที่กำลังทำอุลตร้าแมนให้ลูก (อุลตร้าซาวด์จ้ะ ต่อไปนี้แม่จะเรียกอุลตร้าแมน)
พ่อไปส่องดูที่จอเดียวกับลุงหมอ ส่วนแม่นอนมองจอที่อยู่ไกลๆอีกทีหนึ่ง
พ่อบอกว่า เห็นกระจู๋กับลูกโป่งสองลูกข้างๆกระจู๋อย่างชัดเจน
แต่ที่เกาหลีนี่ การแจ้งเพศลูกให้รู้เป็นการกระทำผิดกฎหมาย
หมอตามคลีนิคส่วนใหญ่ เขาจะไม่บอกตรงๆ แต่ใบ้ๆให้ ราวกับใบ้หวยเลย
พ่อแม่ต้องมาตีความหมายคำพูดหมอกันเอาเอง
แต่รพ.นี้ พ่อเขาสืบทราบมาแล้วว่า ไม่เคยแจ้งอย่างเด็ดขาด
และเราก็ไม่เคยถามเสียด้วย

ไปครั้งนี้ พ่อกระตือรือล้นมาก และเหมือนหุ่นชักใยของแม่ทีเดียว
แม่จัดการเอาใบเสร็จของเดือนก่อนๆที่รพ.คิดเงินผิดระบบไป ไม่ได้หักประกันให้ด้วย
เอามาแจ้งพร้อมกับบ่งชี้หลักฐานมากมาย โดยพ่อออกหน้า เดินเข้าออฟฟิศโน้น ออฟฟิศนี้
จนได้เงินคืนมาในที่สุด .. มากเสียด้วย
พ่อดีใจมาก แน่หละ พ่อดีใจเสมอเวลารับเงิน โดยเฉพาะเงินที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับ

แต่วันนี้พ่อค่อนข้างมีสติน้อยมาก แม่รู้เพราะพ่อจะมีอาการนี้เวลางานยุ่งจัดๆ
วันก่อน พ่อลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ในรถตู้บริษัทไม่นาน กระเป๋าสตางค์นั้นสาปสูญไปเลย
ผลแห่งการเป็นหุ่นชักใยของแม่วันนี้ พ่อชมแม่เป็นครั้งแรก
ว่า แม่ฉลาดมาก ... แต่ไม่จำเป็นต้องฉลาดตลอดเวลา
เหมือนจะพูดให้ขำๆนะลูก แต่จริงๆแม่รู้ว่าพ่อหมายความตามนั้น
คนฉลาดไม่จำเป็นต้องแสดงตัวว่าฉลาดเสมอ
เพราะโลกแห่งคนขี้อิจฉาและหน้าใหญ่ ไม่ค่อยชอบคนฉลาดเกินหน้าเกินตาหรอกลูก

แม่บอกพ่อให้รู้ตัวว่า
ความจริง แม่รู้เกี่ยวกับพ่อหลายอย่าง
แต่แกล้งทำเป็นโง่ อยู่เยอะเหมือนกัน
ได้ที .. ไม่รู้ทำไม แม่พูดในสิ่งที่อยู่ในใจแม่
พ่อต้องมีแม่คนเดียวเท่านั้นนะ แม้ว่าผู้หญิงที่ไหนจะให้พ่อฟรีๆพ่อก็ต้องรักษาสัญญากับแม่
พ่อหอมแก้มแม่แทนคำตอบและสัญญาในเวลาเดียวกันลูก ..

แม่บอกพ่อต่อว่า ตอนนี้แม่ไม่ห่วงพ่อหรอก เพราะพ่อยังไม่มีอะไรเลย
แต่แม่หมายถึง วันใดที่พ่อประสบความสำเร็จ อายุมากพอควร
พ่อจะมีเสน่ห์สำหรับหญิงสาวที่คิดมักง่าย
ณ เวลานั้น พ่อต้องไม่ลืมสัญญานี้

แม่บอกพ่อไปแล้ว ไม่ได้เก็บไว้ในใจคนเดียว
หวังว่า สามีภรรยา คือ คนๆเดียวกัน จะเป็นจริงในชีวิตเรา

วันเวลาของเราเปลี่ยนไปแล้วลูก ตั้งแต่มีหนูเกิดมาอย่างแข็งแรงในพุงแม่
แม่รับผิดชอบความเป็นแม่
พ่อรับผิดชอบความเป็นพ่อ
แต่แม่ไม่ได้รู้สึกเหมือนเมื่อก่อน
ที่เวลามีอะไรดีๆเกิดขึ้นในชีวิต แม่จะเผื่อใจไว้เตรียมสำหรับ"ขาลง"
ครั้งนี้ แม่บอกตัวเองว่า ไม่มีขาลง เหมือนที่ผ่านมา
มีแต่คำว่า 열심히 ที่แปลได้ว่า ตั้งอกตั้งใจ พากเพียรใช้ชีวิต จ้ะลูก ..

พรุ่งนี้มะรืนนี้ หนูจะครบยี่สิบสัปดาห์
แม่รู้สึกการดิ้นของหนูมานานแล้ว แต่ไม่เคยถี่เท่านี้มาก่อนเลย
หนูดิ้นได้ถี่เริ่มตั้งแต่เมื่อวาน ดิ้นชัดเจนมากขึ้นด้วย
พ่อถามลุงหมอว่า หนูนอนอยู่ในพุงแม่หรือเอาหัวตั้ง
โดยยกแผ่นภาพที่พรินจากการอุลตร้าแมนมาประกอบบนพุงแม่
ทำให้ลุงหมอยิ้มออกได้เป็นครั้งแรกที่เราเห็นมา
แล้วอธิบายว่า หนูเอาหัวทิ่มลงจ้ะ
นับเป็นการประจักษ์ความรู้ใหม่สำหรับพ่อ และทำให้แม่วาดภาพหนูชัดมากขึ้น

แม่จะเตือนพ่อเรื่องฉลองอายุของเราทั้งสามคนภายในวันอาทิตย์นี้แหละจ้ะ

รักลูก
2006/10/27

Monday, October 23, 2006

พุงแม่

sweety..

บางวันท้องก็ไม่สวย ไม่รู้ว่าแม่กินอะไรเข้าไปกันนักกันหนา เยอะแยะ
หนูยังตัวนิดเดียว พุงแม่ป่องกลมเชียว
น้าตุ้ย ตะโกนลั่นเลยว่า ลูกสาวๆ น้าตุ้ยแกดูพุงประกอบกับความงามของแม่น่ะจ้ะ อิอิ

ก่อนแม่มีหนู ตัวแม่ไม่เคยรู้สึกแห้งง่ายอย่างนี้นะ
ตอนนี้ถ้าลืมทาครีมหรือทาออยล์ไม่ถึงในบางส่วน
จะรู้สึกแห้งและคันเชียว
เช้านี้ ต้องหาบั้นเอวหน่อย เลยทามันให้ครบหมด
พ่อยังไม่ได้ไปทำงาน แม่เลยโชว์พ่อว่า วันนี้พุงสวย เมื่อไหร่จะได้ถ่ายรูปพุงตอนครึ่งทางกันเสียที
เดี๋ยวจะเสียใจนะ เพราะพุงแม่โตเร้วเร็ว
พอมีพุงใหญ่ๆแล้ว จะมานั่งเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปตอนพุงไม่โตนักไว้เปรียบเทียบกัน

วันก่อนแม่ไปร้านอาหารกับพ่อ
คนเสิร์ฟเขามาดักรอแม่หน้าห้องน้ำ เพื่อจะถามว่า กี่เดือนแล้ว
เมื่อสักครู่เขามองไม่ออกว่าแม่มีพุงป่อง
พอบอกว่าห้าเดือน เขามองเหมือนจะชั่งน้ำหนักพุงแม่เลยลูก
คิดว่าจะบอกว่า พุงใหญ่ กลับบอกตรงกันข้าม
ทำเอาแม่สับสนเล็กน้อย ตกลงนี่เราพุงใหญ่หรือเล็กกันแน่นี่ ..

แต่ยังไงแม่ก็ยังมองว่า พุงแม่สมส่วนและสวยมากอยู่ดี

อากาศแห้งมากขึ้นแล้วลูก ตั้งแต่เมื่อวาน
ลมแรง เพิ่งเริ่มพัดแรงวันนี้
แม่คงต้องระวังตัวเองมากขึ้น
เมื่อวานตากฝน เล็กน้อย กลับมาถึงบ้านรู้สึกเจ็บคอ จนถึงอาการเริ่มเหมือนจะเป็นหวัด
แม่ต้องรีบไปนอน อุตุ

วันก่อน แม่อ่านในเวบบอร์ดพบว่าแม่คนหนึ่ง ลูกเสียชีวิตในครรภ์เมื่ออายุได้36วีค
อ่านแล้วทำเอาแม่ๆทั้งหลายเสียวๆไปตามๆกัน
เหตุเพราะติดเชื้อไวรัสตัวที่เกี่ยวเนื่องกับหัดเยอรมัน
แม่ไม่ได้ฉีดภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันเลยลูก
ก่อนจะมีลูก รู้ว่าหัดเยอรมันนี่ต้องฉีดต่อเนื่องกันสามเดือน
สามเดือนสำหรับแม่ รู้สึกว่านานจัง
แม่กลัวมีหนูปุ๊บปั๊บขึ้นมาในช่วงนั้น เลยปล่อยเลยตามเลย
คิดเอาเสียว่า หากระวังไม่ไปในที่มีผู้คนพลุกพล่านคงพอ
ซึ่งวิถีชีวิตแม่ส่วนใหญ่ก็จะไม่ต้องไปในแหล่งชุมชนอยู่แล้ว

ตอนนี้ชักเสียวแล้วค่ะ
แต่แม่ตั้งใจมั่นเอาไว้ลูก .. หนูเป็นลูกแม่ หนูจะอยู่กับแม่จนกว่าเราจะได้พบกัน
ใช่ไหมที่รัก ...

2006/10/23

*พ่อมีอาการละเมอเพ้อคุยกับหนูอีกแล้ว
แกเข้าไปในห้องเก็บของใช้หนู แล้วนั่งคุยกับหนูเสียงดังในนั้นหวังให้แม่ได้ยิน
"ชอนซาจ๋า... พ่อรักหนู พ่อรักหนูมากกว่าแม่เสียอีก
พ่อรักแม่มาก แต่รักหนูมากกว่า "
หนูจ๊ะ ..อย่าว่าแม่เลยนะ บางวันแม่เซ็งพ่อพูดมากคนนี้จริงๆ

Thursday, October 19, 2006

ระหว่างทางที่ไม่มีให้ย้อนกลับ

ลูกรัก..

แม่อยากรู้เหมือนกันว่า คนท้องคนอื่นเขาเคย ลืม ไปว่าตัวเองท้องอยู่เหมือนแม่บ้างไหม
บางอารมณ์ บางโอกาส บางวันเท่านั้นนะ
สิ่งที่เตือนแม่ได้อย่างชัดเจนที่สุด คือเวลาไปพบคุณหมอแล้วซาวด์ดูหนูในท้องกำลังโต
อีกหน่อย ให้หนูเตะแม่ถีบพุงแม่ได้ชัดกว่านี้ แม่คงลืมบ่อยน้อยลง

แต่ไม่ว่าจะลืมเป็นบางครั้ง แต่แม่ก็ไม่เคยลืม กิจวัตรประจำวันที่ทำ เพราะมีหนูอยู่ด้วยสักที
แม่ทำๆๆๆ โดยหวังจะให้ตัวเอง ชินกับตารางเวลาที่ตัวเองเซ็ทขึ้น
ตอนเช้าเท่านั้นที่แม่ควบคุมตารางได้ ส่วนตอนค่ำนั่นเล่า แล้วแต่พ่อเขาลูก
ก่อนมีหนู เราสองคนเป็นคนนอนดึกทั้งคู่
พอมีหนู แม่อยากฝึกตื่นเช้า แล้วเคลื่อนไปตามสิ่งที่ควรทำอย่างกับโดนป้อนโปรแกรมแน่ะ
แม่ทำๆ พอช่วงไหนหนักหนาเพราะพ่อพานอนดึกหลายคืนติดกัน ก็จะมีการตื่นแล้วนอนต่อสักครั้ง
ผลดีของการตื่นเช้าของแม่อย่างแรกคือ พ่อมีอาหารเช้าก่อนไปทำงานทุกวัน
ผลดีต่อหนูคือ แม่เฉลี่ยการกินของแม่ได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

แม่เคยว่า แม่เกาหลีทั้งหลายในใจว่า 엄마의욕심 เรื่อย
ไม่รู้จะแปลคำนี้ยังไงดี ... ถ้าแปลตรงตัวมันจะหมายถึง ความเห็นแก่ได้
แต่ในความหมายที่ดีก็มี อยากได้โน่นอยากได้นี่ อยากให้ลูกเป็นอย่างโน้น อยากให้ลูกเป็นอย่างนี้

ตอนนี้แม่คิดว่า ตัวแม่เองกำลังเริ่มมี욕심เหมือนแม่ทั่วไปเขาแล้วเหมือนกันลูก
จะว่าไปแล้ว อย่างที่ปะป๊าน้องกั๊ดจังพูดก็ถูก ที่ว่า เรามีโอกาสเพียงครั้งเดียว
ก่อนหนูจะเกิดมาเท่านั้น .. นี่คือเวลาที่ดีที่สุดที่จะบ่มเพาะทุกอย่างทั้งความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจให้หนู
ยิ่งเรารู้จักตัวเราเองเท่าไหร่ เรายิ่งอยากให้ลูกของเราดีกว่าเราเท่านั้น
และเราเองเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด ว่าเราจะเสริมส่งให้ลูกของเราตั้งแต่ในท้องได้อย่างไร

การเลี้ยงดูหนูในท้องเช่นนี้ ก็สะท้อนถึงตัวเองด้วยเหมือนกันนะ
เราพยายามเลี้ยงดูหนูเท่าที่จะพึงทำได้ เราเห็นตัวเราเองด้วยเหมือนกัน
ว่าเราต้องดำรงอยู่ในโลกนี้อย่างดีที่สุด .. มีคุณค่ามากที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง

เช้านี้ .. แม่สะกิดพ่อให้ฟังเพลงนึง ซึ่งแม่จับเนื้อถูกมั่งไม่ถูกมั่ง
พ่อเลยไปนั่งจดเนื้อเพลง ย้อนกลับไปกลับมาฟังหลายรอบ
บอกว่าเพลงนี้ดี พ่อจะจดเนื้อเพลงมาฝึกร้องเอาไว้กล่อมหนูนอน
แม่คงเห็นความน่ารักของพ่อมากยิ่งขึ้นถ้าหนูเกิดมา

แม่คงมีความสุขมากที่ความตั้งใจที่จะมีลูกให้พ่อกลายเป็นความจริง
แม่คงสุขใจที่เห็นพ่อจูงหนูเดิน มากกว่าจะได้จูงเอง
แม่หวังเหลือเกินว่า เราคงไม่แย่งกันเลี้ยงดูหนูหรอก
ยกเว้นตอนง่วงจัดใครอยากมาแย่งแม่ แย่งไปก่อนแล้วกัน

เรารักลูกจ้ะ
2006/10/19

*หนูกำลังจะครบ 19สัปดาห์ในวันสองวันนี้แล้ว เร็วไหม .. แล้วก็เป็นยี่สิบสัปดาห์แล้ว
ถึงวันที่หนูครบยี่สิบสัปดาห์ แม่จะชวนพ่อจัดฉลองกัน เพราะตรงกับวันเกิดปะป๊าหนูพอดีเลยจ้ะ
แม่แน่ใจว่า มันจะเป็นวันที่มีความหมายอย่างสุดซึ้งสำหรับเราสามคน
ยี่สิบสัปดาห์ ทำไมมีความหมายกับหนูน่ะเหรอ .. คือมันแปลว่า เรามาถึงกลางทางพอดีน่ะจ้ะ

*เหตุเพราะเช่นนั้นเอง แม่ตึึงท้องจังเลยลูกเลย หนูกำลังโตเอาๆนี่นะ

Tuesday, October 17, 2006

แหยะๆ ไร้เหตุผล ไม่มีสาเหตุ.. ???

ลูกจ๊ะ ..


แม่เคยอ่านในหนังสือของเกาหลี ว่าช่วงสัปดาห์นี้คุณแม่อาจจะมีเลือดกำเดาไหล
แม่นึกถึงคำนี้ในหนังสือ หลังจากเกิดเหตุนองเลือดกับแม่
แต่อันนี้ไม่ใช่ ออกทางจมูก แต่ทะลักออกมาทางปากเลย
อย่าเพิ่งแหยะ อย่าเพิ่งยี๊ เพราะแม่แหวะตัวเองไปแล้ว พอแล้วมั้งลูก ..

หลังจากกลับจากเดินเล่นเมื่อคืนวาน
ก่อนนอนแม่รู้สึกเจ็บคอมาก .. คิดเอาว่า แย่แน่เรา
แต่ช่วงฤดูที่อากาศแห้งๆอย่างนี้ หากเปิดเครื่องทำความชื้น
แม่จะไม่ไอเวลานอน
ช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ไอมากด้วย
เข้านอนกับอาการเจ็บคอด้วยความหวั่นใจ

ประมาณตีสาม แม่รู้สึกคลั่กๆในลำคอ แล้วก็ไอแบบสำลักเสียงแปลกๆ
นอนไออยู่สองสามที ทนไม่ได้เลยลุกออกมา
สิ่งที่คิดเดาไว้ก็เป็นจริง
มันเป็นเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ อย่างแสบคอเลย
ที่โถ .. ก็ยังหยุดไอไม่ได้ แต่ละครั้งคือการสำลักลิ่มเลือดออกมาแท้ๆ
แม่ล้างปากล้างคอ รีบไปดื่มน้ำ แล้วขึ้นเตียงต่อ
ก็ยังไม่หยุด พ่อบ่นว่าไออีกแล้ว เลยแก้ตัวว่าไม่ใช่เลย ไม่ได้ไอ แต่เป็นเลือด
แกตกใจ แต่มันกำลังจะออกมาอีก แม่เลยลุกมาเข้าห้องน้ำอีกครั้ง
แล้วตัดสินใจนอนที่โซฟาต่อเลย

ปรากฎว่า นอนข้างนอกไม่มีอาการเลย รู้สึกเหมือนแผลในคอเริ่มแห้งด้วย
แต่นอนฝันถึงรพ.ต่อจนเช้า ...
แม่นอนคิดเท่าไหร่ก็หาสาเหตุไม่พบว่า เป็นเพราะอะไร
มีอย่างเดียวเท่านั้น คงจะร้อนใน .. เอ แต่ว่าร้อนในคืออะไรนะ
คงเป็นว่า ร้อนในแล้วไปเดินตากอากาศเย็นจัดที่หมอกลงจัดตอนค่ำนั่นเอง


หลังอาหารเย็นวันนี้อีก พ่อขยาดรถติด ถามแม่ว่าอย่าเพิ่งไปดูนิทรรศการรูปถ่ายเลย
ไปเดินเล่นที่เมื่อวานอีกไหม ..
แม่ปฎิเสธทันใด .. อย่างแน่ใจว่า ไม่ไปอีกแน่นอน
คนพลุกพล่านด้วย ไม่รู้ว่าอะไรบ้าง
พ่อเลยพาไปที่โรงแรมแทน
แม่นั่งในม้ายาวในสวน ที่มีเสียงเพลงคลาสสิคเบาๆ จากโคมไฟเหนือศรีษะ
อดใจไม่จับหนูแล้วหลับตาสื่อสัมผัสกับหนูไม่ได้เลย
พ่อไปเดินถ่ายรูปอยู่รอบๆ ..
ขากลับ พ่อฝันอีกแล้วว่าจะพาหนูมาจูงหัดเดินกันที่นี่

หนูจ๋า .. พ่อจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ต่อไป
ถ้าพ่อยังเป็นคนธรรมดา
คนเรา ไม่ว่าใครก็ต้องการประสบความสำเร็จ มีความทะเยอทะยาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้ชาย
แม่เคยบอกว่า แม่ไม่อยากให้พ่อได้สิ่งเหล่านั้น
เพราะพ่อจะไม่ใช่พ่ออีกต่อไป
พ่อดันพูดเล่นว่า ใช่ๆ พ่อทิ้งแม่แน่นอน พ่อจะหอบชอนซาไปแล้วทิ้งแม่ซะ
แม่น้ำตาทะเล็ดเลยลูก แต่พ่อไม่เห็น ..
ทำไมพูดแทงใจจริงๆ แม้จะรู้ว่าพ่อพูดเล่น แต่น้ำตามาจากไหนไม่รู้ลูก

แม่ไปเดินดูนิทรรศการภาพถ่าย แต่ติดใจงานปั้นดินเผาตรงส่วนใน
บังเอิญเจอคนรู้จักที่เป็นหนึ่งในกลุ่มปั้น เลยสอบถามข้อมูลมา
แม่คงได้ทำอีกหนึ่งงานแน่ๆจริงๆ
แหม สนุกดีจังเลี้ยงหนูในท้องนี่ แม่ได้เรียนแทนหนู
แต่ถ้าหนูโตมา แม่ต้องได้แต่นั่งเฝ้าหนูเรียนแน่ๆ


รักลูกจ้ะ
แม่
2006/10/18

Monday, October 16, 2006

ข้าวของสำหรับหนู

ลูกจ๊ะ ....

แม่ต้องเปลี่ยนเสื้อชั้นในใหญ่ไปอีกคัพและอีกไซส์ หลังจากที่เปลี่ยนมารอบนึงแล้วหละ
ตอนป้าคนขายเลือกให้ แม่เดาไม่ถูกจริงๆเลย ว่าจะใส่ได้หรือเรา
แต่พอกลับมาลองใส่ที่บ้าน โอวว มหัศจรรย์ ผู้มีปสก.จริงๆ
ใส่ได้เต็มเนื้อเต็มทรง .. ป้าเขายังบอกเป็นนัยว่า แม่มีโอกาสที่จะได้เปลี่ยนขยับขึ้นอีกไซส์นึงด้วย
กลับถึงบ้าน แม่ต้องถามพ่อว่า พ่อจะรับได้ไหม ถ้าแม่กำลังจะใหญ่ขึ้นๆแบบนั้น
หลังคลอดแล้ว แม่คงไม่เหลือสภาพสาวตัวบางๆแล้วหละ
คงกลายเป็นคุณแม่เต็มที่ ..
ตอนนี้ท้องแม่ก็ใหญ่มากใช้ได้สำหรับคนระดับครรภ์วัยเดียวกัน
ไม่รู้ว่าท้องใหญ่หรือลูกตัวใหญ่กันแน่

แม่พยายามจับจ่ายซื้อของให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้แล้ว
ก็ยังจ่ายมากอยู่ดี

เหตุเพราะช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี่ แม่สิ้นเปลืองไปกับหลากหลายอย่างมากมาย
แต่ไม่เกี่ยวกับหนูเลยสักอย่าง
แต่ละวันต้องจ่ายกัน แสนวอนขึ้นไป ติดกันหลายๆวันอย่างนี้ เราจะแย่แน่ๆ

แม่ไม่ชอบแบบนี้เลย แหง๋หละ .. ใครชอบจ่ายเงินมากกว่ารับเงินกันล่ะ ?
แต่พอแม่พยายามคิดในแง่มุมอื่น
ความจริงแล้วก็ไม่แย่เสียทีเดียว .. หนูเพิ่งได้รับของขวัญเป็นคาร์ซีทจากน้ารจ
เป็นคาร์ซีทของเด็กเล็ก ที่หนูคงได้ใช้มันจนโตพอที่จะถูกแม่รัดด้วยเซฟตี้เบลท์หละ
แม่คงไม่ทุ่มเทซื้อคาร์ซีทอีกตัวสำหรับเด็กโตเป็นแน่
เพราะพอถึงตอนนั้นแล้ว ไอ้หนูของแม่คงไม่ยอมนิ่งๆให้แม่รัดกับที่หรอก ใช่ไหม?

ส่วนอีกชิ้น เป็นของขวัญที่ส่งมาถึงในวันเดียวกัน จากบ.ประกันที่พ่อทำให้หนู
นับว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ใช้ได้เลยนะ พอดีเป็นช่วงeventของเขาพอดี
ตอนพ่อสมัคร พ่อเลือกประกันสูงสุดให้หนูเลย จึงจะได้ของขวัญพวกนี้
แต่หลังจากจัดการเรื่องยุ่งของประกันผ่านไป 1ชั่วโมง
โดยมีแม่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย .. แม่ก็ทำเรื่องให้ยุ่งขึ้น จนในที่สุดประกันหนูต้องหดลงกลายเป็นชิ้นที่ถูกกว่าแทน
ซึ่งแม่พอใจ ...
แต่ของขวัญนี่เขาคงหยุดไม่ทัน หรือไม่ก็ เป็นการทำงานอีกแผนกที่ส่งของมาตามรายการในใบสมัคร
กลายเป็นว่า หนูโชคดี ได้ของขวัญเป็นรถเข็นราคา สองแสนเก้าหมื่น ตามที่เขาระบุไว้ในเวบ
โอ้ โห ลูกเอ๋ย แม่ไม่เคยจินตนาการ ว่าแม่จะซื้อกันหรือเปล่า ถ้าเราไม่ได้รับของขวัญนี้
น้าไก่บอกว่า รถเข็นเด็กเล็กจะแพง แต่พอหนูโตขึ้น จะใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นอีกแบบแทน
อันนี้ เราคงต้องค่อยๆคิดกันอีกทีแหละว่า แม่จะได้ใช้รถเข็นหรือเปล่าในชีวิตจริงของแม่ก็ไม่รู้
พอได้รับของขวัญชิ้นใหญ่ๆอย่างนี้แล้ว ต้องมาจ่ายสิ้นเปลืองหลายอย่าง
แม่ก็รู้สึกว่า พอๆชดเชยกันไปได้เหมือนกันนะ


ตอนนี้เราแทบจะไม่ต้องซื้ออะไรเลย เพราะคนโน้นคนนี้ให้บ้างยืมบ้างมา
วันดีคืนดี พ่อก็เข้าไปนั่งเล่นของๆหนูทีละชิ้นๆ ยกเว้นรถเข็นคันนี้แหละ ที่เรายังไม่ได้แกะออกจากกล่องเลย
เพราะอีกนานกว่าจะได้ใช้มัน กลัวจะพับเข้าที่ไม่เหมือนเดิม

พ่อเล่นทุกอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้พ่อจินตนาการเห็นหนูมากที่สุดคือ หมอนใบเล็กๆ
มันกว้างกว่าฝ่ามือพ่อนิดเดียวเท่านั้น เล็กมากกจริงๆ
พ่อจะหยิบออกมาวางลง แล้วบอกว่า อีกหน่อยจะมีชอนซานอนอยู่บนนี้
ตัวเล็กๆ แล้วก็พูดคนเดียวว่า ออกมาเร็วๆนะชอนซา ..

ทั้งหมดนี้ ความจริงแล้วพ่อไปแอบนั่งรื้อของกุกกักๆ อยู่คนเดียวแหละ
แม่สงสัยเลยแอบไปเห็นเข้า .. เลยยืนดูอยู่
เหมือนเด็กผู้หญิงเล่นตุ๊กตาอย่างนั้นเลย

ถัดมา แม่มุ่งเข้าหาเวบเกี่ยวกับ quilt ซึ่งมีมากมาย
หาอะไรที่พอจะเอามาทำให้หนูได้ กลายเป็นของที่สวยแบบไม่ต้องซื้อ
(แต่ซื้อชุดคิวท์นี่ก็แพงพอกันแหละ)

...
ทั้งที่จริงแล้วสภาพแม่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร
อารมณ์ตกต่ำอย่างที่ฉุดคนเดียวไม่ไหว เซ็งๆ ไงไม่รู้
พ่อพาไปเดินเล่นที่สวนสุขภาพใหม่
อากาศช่วงนี้ หมอกลงจัดมากขึ้นแล้วจ้ะ อากาศกำลังจะเย็นลงเรื่อยๆ ตอนนี้
วันนี้หนูอายุ 18 สัปดาห์แล้วจ้ะ
เริ่มดิ้นชัดเจนมากขึ้น บ่อยกว่าเมื่อก่อน (เมื่อก่อนแม่ไม่รู้สึกไง..)




ข้างล่างนี่เป็นข้อความจากพ่อถึงลูกจ้ะ
พ่อบิลลี่พิมพ์เอง จากความประสงค์ของพ่อเองที่อยากเขียนไดอารี่ให้หนูบ้าง
แม่กลัวใจพ่อเขียนไม่ตลอดเลยเรียกให้มาแจมกันในหน้าเดียว
พ่อเขียนเสร็จบอกว่า แม่อาจจะน้ำตาไหลก็ได้นะถ้าอ่านมัน


사랑하는 천사에게..

요즘 엄마 아빠는 천사를 생각하며 행복한 하루하루를 보내고 있단다.
천사때문에 엄마아빠는 더 행복하고 더 서로를 사랑하고 위하지...
천사야 고마워. 천사가 태어나면 아빠가 천사에게 해주고픈 말들이 너무 많아.
특히 아빠가 엄마를 얼마나 사랑하는지 말이야^^

จากพ่อและแม่
2006/10/16

Saturday, October 14, 2006

ขอแสดงความยินดีค่ะ

ลูกแม่จ๊ะ ..

แม่เปิดคอมพ์มาเขียนไดให้หนูแล้วแอบเขินตัวเองอีกแล้ว
แม่รู้สึกตัวเองบ้าพลังมากเลย นั่งเขียนไดอารี่ให้หนูได้เกือบทุกวัน
หนูจะอ่านไหวไหมนี่ ... อันดับแรก ต้องเรียนภาษาไทยก่อนจ้ะ
และนั่นจะเป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของพ่อเขาเลยหละ
การพูดไทยได้ ใครๆก็ทำได้ แต่ถ้าหนูอ่านเขียนไทยได้นะ
พ่อคงคุยฟุ้งไปทั่วแน่ๆเชียว ...

มีหนังสือเล่มนึง สำหรับหัดเรียนภาษาไทย ซึ่งหนูต้องได้รับมันอย่างแน่นอน
เป็นหนังสือที่ใช้สอนสำหรับเด็กลูกครึ่งไทย ทั้งหลาย
เห็นเขาบอกว่า เป็นระบบที่เรียนง่ายมากเลยจ้ะ
เท่าที่แม่รู้ น้าๆป้าๆที่รู้จักหลายคนกำลังใช้กันอยู่จ้ะ
แต่แม่ยังไม่เคยเห็น หนูออกมาเมื่อไหร่ แม่จะร้องงอแงให้น้าปูเขาหาให้แน่นอนจ้ะ

พรุ่งนี้มะรืนนี้แล้ว ที่หนูจะอายุครบ 18 สัปดาห์
พ่อกล่าว congratulation ให้แม่เมื่อเช้าที่เลี้ยงหนูโตมาได้อีกหนึ่งสัปดาห์แล้วจ้ะ
แม่เลยถือโอกาส บอกพ่อว่า ชอนซากำลังจะเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอกแล้วหละ
(จริงๆแล้ว หนูจะเริ่มได้ตอนประมาณ 20 สัปดาห์ ตามตำรา แต่แม่เผื่อหนูโตเร็วไว้ก่อนจ้ะ อิอิ )
การที่รู้ว่าหนูกำลังพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งนั้น
มันทำให้เราฝันไปไกลอีก เราจะพาหนูไปฟังเสียงที่ดีๆต่างๆ
ว่าแล้วพ่อก็บรรยายฟุ้งไปเรื่อย ว่าเสียงอะไรบ้าง
พ่อทักทายหนูในพุงแม่ทุกเช้าก่อนไปทำงานนะจ๊ะ
พ่อแกหวังมากว่า หนูจะจดจำเสียงพ่อได้ตั้งแต่ตอนนี้

เมื่อวาน ก่อนที่จะตื่น แม่ฝันว่า
แม่มีสร้อยเส้นหนึ่ง ไม่ใช่ของแม่หรอก แต่แม่ต้องเป็นคนเก็บรักษาเอาไว้
ไม่ใช่สร้อยทองอย่างที่เคยฝันนะหนู
คราวนี้เป็นสร้อยทองที่มาพร้อมกับหินสีขาว เป็นแท่งเหลี่ยมๆ ประมาณ6เหลี่ยมนี่หละ
หินสีขาวขุ่น แต่สวยและมีน้ำหนักดีมากเลย
แม่พยายามมาคิดทบทวนทีหลังว่า หินนั่นคือหินอะไร
ไม่รู้เหมือนกันว่า หยกสีขาวหรือเปล่านะ
ตอนนี้ หินสีขาว ติดใจแม่มากเลยนะ
ขนาดว่าอยากหาอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ให้หนูเป็นหินสีขาวเลยเชียว

แม่นี่บ้าเนอะ ... จากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องความฝัน
โดยเฉพาะฝันตอนท้องน่ะ
กลายมาเป็น คนฝันตุฝันตะใหญ่

ขณะที่แม่อยู่ที่ร้านสังคมคนเย็บผ้า พ่อแวะมาแสดงความยินดีให้อีก
พ่อโทรไปถามผลการตรวจเลือดแล้ว ซึ่งผลก็ออกมาอย่างที่แม่มั่นใจอยู่ก่อนแล้วน่ะแหละ
ว่า ปกติ
นั่นหมายถึง แม่ไม่ต้องโดนจิ้มพุงตรวจน้ำคร่ำที่แม่กลัวที่สุด
แม่ก็บอกพ่อแล้วว่า ไม่มีปัญหาๆ ไม่รู้คนเขาจะกลัวอะไรกันนักนะ

เช้านี้ บนโต๊ะอาหาร
แม่เลยเหน็บแนมพ่อ ที่ที่ผ่านมาชอบทำตัวสงสัยคลางแคลงใจมาตลอดเรื่อง
การตรวจหาปัญหาทางพันธุกรรมนี่แหละ Genetic Screening Tests
(ไปฟังหมะม๊าน้องกั๊ดจังคุยเรื่องนี้ละกัน )
แม่เลยถามพ่อว่า ถ้าลูกมีปัญหาแล้วพ่อจะทำยังไง
พ่อตอบโดยไม่คิดมากว่า "ก็เลี้ยงต่อไปน่ะสิ "
ก็นั่นน่ะสิ แล้วจะไปกังวลมากทำไม
ผลออกมายังไงก็ลูกเรา แต่แม่เชื่อมั่นว่า โอกาสเสี่ยงแบบนั้น น้อยมาก

พ่อแพ้แม่อีกหนึ่งแล้วลูกเอ๋ย

อ้อ แม่มีข่าวดีด้วยนะ
เมื่อวาน แม่ได้กลับบ้านพร้อมกับคนที่ร้านเย็บผ้า เขาอยู่ตึกเดียวกับเรานี่แหละ
แต่คนละด้าน .. ที่สำคัญ เขาเป็นโปรเฟสฉะน่อลเรื่อง ถักไหมพรมเลยลูก
โอวว แม่ไปร้านQuilt เพราะเผื่อว่าเขาจะสอนอันนี้ด้วยนะที่จริง
ในที่สุดแม่ก็พบ
เธอชวนแม่ไปเที่ยวเล่นที่บ้าน เมื่อว่างๆ
ไปดูหนังสือเกี่ยวกับการถักไหมพรม (นิตติ้ง) จะพาแม่ไปซื้ออุปกรณ์
แล้วยังทำให้แม่สบายใจอีกว่า ของเด็กๆทำง่ายมาก แป๊บเดียวเสร็จ
ตอนนี้แม่ฝันแล้วว่า แม่จะถักหมวก ถักเสื้อกันหนาวให้หนูได้
กี๊ดๆๆๆๆ ดีใจแทนหนูจัง

Thursday, October 12, 2006

เราเป็นใครไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เรามีชีวิตอยู่เพื่อใครอีกคน

ลูกจ๊ะ ..
แม่เหมือนกบอยู่ในกะลาเสียนาน .. แม่เพิ่งเรียนรู้ว่า คนที่เริ่มมีตำแหน่งว่าที่คุณแม่ทั้งหลายน่ะ
แสนจะยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่เลย ในสายตาแม่
เขาคิด เขาฝัน เขาทำได้ทุกอย่างเลยนะ สำหรับตัวน้อยๆในท้องนี่

ปกติ แม่ชอบอยู่เงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก
แม่คิดว่า เวลาแม่พบใครแล้ว แม่ชอบมองทะลุลงไปเห็นใจเขา
ทำให้แม่ไม่ค่อยจะกระจุ๊กกระจิ๊กแนวหญิงๆกับใครเขาได้เท่าไหร่
นานๆจะเจอคนที่ถูกใจที แต่มักโชคร้าย ที่เส้นทางเรามักขนานกัน
พบกันได้ไม่นานเท่านั้นก็ต้องจากลาด้วยเหตุจำเป็น

พ่อเขาส่งแม่ไป เย็บผ้า พอแม่ไปแล้วแม่ก็มุ่งมั่นเย็บผ้าอย่างเดียวเลยลูก
เขาหัวเราะกระซิกๆกัน เขาคุยกันตะเองอย่างโน้น ตะเองอย่างนี้
โอยย แม่ของลูกทำไมช่างไม่เป็นอย่างเขากันเลยนะ

พ่อมาบอกให้แม่ไปอบรมหญิงมีครรภ์ที่อนามัยจังหวัด
พอแม่โผล่ไปก็เห็นเขากำลังฝึกโยคะกันอยู่เต็มห้องเลย ไม่มีที่ว่างอีก
ความสนใจที่ไปยืนส่องหน้าประตู ทำให้เจ้าหน้าที่ในห้องกวักมือเรียกแม่เข้าไป
แม่เลยถามหา คลาสอบรมหญิงมีครรภ์ที่ตั้งใจมา
เขาบอกว่า เขาเริ่มกันตั้งแต่ บ่ายสอง (พ่อบอกให้มาบ่ายสามอ่ะ)
เห็นใส่เสื้อยืดแขนยาวตัวใหญ่ สีเหลืองกันเกือบเต็มห้อง
ปรากฎว่า โปรแกรมอบรมหญิงมีครรภ์นี้ เริ่มมาได้เกือบปีแล้ว
แม่มาเอาตอนใกล้จบ ส่วนใหญ่เขาก็ท้องแก่ๆใกล้คลอดกันหลายคน

แม่ไปไหนมาไหนในเกาหลีนี่นะลูก แม่มักเป็นจุดสนใจของผู้คน ด้วยชื่อของแม่นี่แหละ
ชื่อไทยที่คุณยายตั้งมาให้ ออกเสียงได้สวยมากในภาษาเกาหลี
ทุกคนต้องชม และสนใจมากขึ้นพอเห็นหน้าเกาหลีจัง แต่พูดไม่ชัดเหมือนคนเกาหลีหงะ


วิทยากร บอกว่าน่าเสียดายสำหรับคนมาใหม่ ที่เพิ่งมาเอาตอนนี้
คลาสวันนี้ไม่มีอะไรมากเลย แค่ชวนแม่ๆให้เอามือจับหนูในท้องตัวเองแล้วหลับตา
ฝึกลมหายใจ .. เพลงเขาดีมากจริงๆ
แม่รู้สึกดีมากๆๆ และคิดว่าจะสื่อสัมผัสกับลูกแบบนี้ทุกวันเลย
มันทำให้ความรู้สึกอบอุ่นในความสัมพันธ์ระหว่างเราจริงๆเชียว

หลังจากนั้น วิทยากรให้เขียนชื่อตัวเองลงไปในกระดาษ
แล้วจินตนาการว่า ตอนที่เราเกิด พ่อกับแม่คิดอย่างไรตั้งชื่อให้เราอย่างนั้น
ให้ฝันถึงเมื่อลูกเราเกิดมา เราจะคิดยังไง ตั้งชื่อยังไง ทำนองนั้น
แม่ฟังเขาไม่ออกสมบูรณ์แบบ เลยวาดๆลงไป
แต่ก็รู้สึกดีอีกนั่นแหละ .. เวลาลงสี

แม่น่ะ ตั้งใจจะวาดรูปหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ และไม่ และไม่
ไม่ได้ทำเสียที ...
วันนี้รู้สึกดี คิดว่า หลังจากนี้คงได้ทำแน่นอน

หลังจากนั้น วิทยากรให้เราเอารูปวาดของเราไปแปะอวดทุกคน
แล้วอธิบายรูป
นี่แหละ ที่แม่รู้สึกว่า ความคิดความฝันของคนเป็นแม่ๆทั้งหลายนั่น
ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกินลูก
แม่รู้สึกเหมือนกบครอบอยู่ในกะลาเอาเสียจริงๆ

แต่คุณวิทยากร ผู้ติดใจชื่อแม่ ก็ทำพิเศษอีกแล้ว
โดยแม่เป็นคนเดียวที่ต้องออกไปยืน อธิบายหน้าห้อง
ในขณะที่คนอื่นๆ นั่งอยู่กับที่
แม่อธิบายสั้นๆว่า เมื่อมีชีวิตใหม่ ที่สวยงามราวกับเทวดาน้อย
โลกทั้งโลกก็พากันต้อนรับหนูด้วยความเบิกบาน แจ่มใส ความสุข

หนูจ๋า แม่ไม่รู้ว่าป้าวิทยากรเขาทำไม ตีความแล้วอธิบายซ้ำให้คนอื่นเข้าใจ
แต่ความหมายที่เขาเข้าใจแม่นี่ ช่างยิ่งใหญ่เสียจริงเลยลูก
เขายกย่องว่า แม่นั้นยิ่งใหญ่ เพราะแม่คิดไกลไปถึงระดับโลก ไม่ใช่แค่ครอบครัวตัวเอง
ไม่ใช่แค่ในบริเวณใกล้ๆตัว
แม่ฟังแล้วตื่นตาตื่นใจ ว่าตัวเรายิ่งใหญ่อย่างที่เขาคิดจริงๆหรือ ?


แต่ความรู้สึกดีหลายๆอย่างวันนี้ แม่ต้องจ่ายชดเชยด้วยการรู้สึกเครียดและเหนื่อยในงาน
เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาทำ
เหนื่อยและเครียดจนเกือบจะจอดรถนอนแผ่สามสลึงกลางถนนที่รถกำลังติดๆน่ะแหละ
แล้วรถวันนี้ก็ติดเหลือเกิน ติดจนไม่มีความอดทน

เวลาเราเหนื่อยนี่นะ เราจะไม่นึกถึงใจใครออกเลย นอกจากใจตัวเอง
อย่างน้อยก็ทำให้แม่เข้าใจพ่อ เวลาพ่อเหนื่อยแล้วงี่เง่าน่ะนะ

แม่บอกพ่อคอนเราออกไปเดินเล่นกัน
ถึงเทคนิคในการสร้างสันติในบ้าน พ่อควรทำอย่างนี้นะ แม่ยังทำเลย
แม่ถอดทุกอย่างที่เครียดก่อนเข้าบ้าน
ถ้าพ่อไม่อยากให้ทุกอย่างแย่ลง ก็ต้องถอดมันทิ้งไว้ก่อน เหมือนถอดรองเท้า
เราจะไม่เอาสิ่งที่สกปรกมาโยนให้กัน

แม่คิดได้อย่างนี้ แต่พูดกับพ่อได้สิบเปอร์เซ็นต์เองลูก
แต่แม่รู้ว่า พ่อเข้าใจ
เพราะพ่อก็อยากให้บ้านเรามีความสุขสบายใจด้วยเหมือนกันแหละ
ยิ่งมีหนู เราก็ยิ่งพยายามจะเป็นผู้ใหญ่กันให้มากยิ่งขึ้น

เวลาที่แม่จับท้องแม่ แม่รู้สึกถึงหนูดุ๊กดิ๊กๆ
แต่พ่อยังไม่รู้สึกเลยลูก
โตเร็วๆนะ ให้พ่อสัมผัสได้เร็วๆ

รักลูกแน่นอน
2006/10/12

Wednesday, October 11, 2006

พอเริ่มรู้ว่าหนูเป็นใคร โลกก็พากันต้อนรับหนูของแม่

ชอนซาเอ๊ย ...

วันวานนับเป็นวันที่น่าตื่นเต้นวันหนึ่งของแม่สำหรับหนูทีเดียว
เรื่องแรกที่มีคนค้นหาเราพบแล้วเข้ามาโห่ฮิ้วกันที่นี่พร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย
หนูไม่รู้เรื่องหรอก แต่แม่ตื่นเต๊น ตื่นเต้น มันยืนยันอีกครั้งนึงว่า โลกเรามันไม่ได้กว้างเกินไปอย่างทีเราคิดหรอก
ไม่ว่าเราจะนั่งซุกตัวอยู่ตรงไหน แต่ความรักวิ่งวนเวียนแล้วหาโอกาสพุ่งเข้ามาเสียบอกเราเสมอเลย
น่าดีใจเนาะ ที่เราได้เกิดมา เป็นมนุษย์ที่แสนจะมหัศจรรย์วิเศษจริงๆเลยลูก

เมื่อวานนี้ เป็นวันว่าที่คุณแม่แห่งชาติครั้งที่ 1 จ้ะ (หรือแปลตรงตัวว่า วันสตรีมีครรภ์ 2006/10/10)
พอหนูมานอนในท้องแม่ ประเทศชาติเขาก็ให้ความสำคัญกับว่าที่คุณแม่อย่างแม่ทันที
ตอนที่แม่แต่งงานกับพ่อได้เกือบปี เขาก็เริ่มมี วันสามีภรรยาแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เหมือนกันเลย
แม่กำลังรอดูว่า เดี๋ยวพอหนูออกมา เขาจะแยกวันเด็กให้เป็นวันเด็กผู้ชาย วันเด็กผู้หญิงเหมือนที่ญี่ปุ่นหรือเปล่า

พ่อเขามาบอกข่าวให้แม่หลังจากอาสาไปแวะรับเข็มกลัดประจำตัวคุณแม่ให้ ว่า
พรุ่งนี้จะมีการอบรมสตรีมีครรภ์ พร้อมกับแจกเข็มกลัดนี้ด้วย
จนถึงมีกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลินของคนมีครรภ์หลายอย่าง
แม่ได้ยินแล้วรู้สึกดีจังเลย
ตอนนี้รัฐบาลเกาหลีกำลังใส่ใจให้ความสำคัญกับอัตราการเกิดของเด็กในเกาหลีมากขึ้น
เพราะอัตราการเกิดน้อยลง วูบๆ คนเกาหลีก็นิยมมีลูก(จำนวน)น้อยด้วย

หนูมาเกิดในเวลาที่เหมาะสมดีจริงๆ เพราะตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
รัฐจะเริ่มช่วยค่าใช้จ่ายในการคลอดโดยผ่านประกันประชาชนปกติของเราแล้ว
น่าจะลามปามไปถึงช่วยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูหนูด้วยเนาะ อิอิ
ตอนนี้การช่วยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู เพิ่งมีเริ่มที่ลูกคนที่สามเป็นต้นไป
แต่ก็นะ .. รัฐช่วยอีกเยอะ หลังจากนี้ ถ้าหนูถึงเกณฑ์เข้าอนุบาลหนูน้อย
รัฐจะพิจารณาช่วยแบ่งเบาค่าเทอมให้อีกเป็นเปอร์เซ็นต์ ตามสภาวะของพ่อแม่


โลกอ้าแขนต้อนรับหนูกว้างขึ้น กว้างขึ้น จ้ะ ...

2006/10/11


*เมื่อวานแม่เริ่มไม่สบายพุงแล้วหละ รู้สึกเหมือนหนูค้ำอยู่ในพุงแม่ จะก้มจะเงยยากจัง
แม่ยกขาซ้ายวางบนอ่างอาบน้ำ เสียดที่พุงขวา พอยกขาขวาจะเสียดพุงซ้าย
จนถึงเริ่มปวดเมื่อยหลังแล้วหละ ตาย ไม่อยากจะคิดว่า ถ้าพุงแก่กว่านี้แม่จะแบกยังไงนี่
พุงแม่โตเองหรือว่า หนูโตเร็วกันนี่ ถ้าเป็นอย่างหลังหละก็ แม่ก็ยอมอีกน่ะแหละ
บ่นไปงั้น .............. ^________^

Monday, October 09, 2006

สิ่งที่กำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ลูกรัก ..

เห็นทีว่า เราคงต้องเปลี่ยนชื่อหนูอย่างจริงจังแล้วหละ
ชื่อชอนซานี่คงได้เอาไว้ให้น้องหนูใช้แน่ๆ ส่วนหนูน่ะ ต้องมีชื่อใหม่เสียแล้ว
ไม่มีอะไรวุ่นวายหรอกลูก แค่ว่าสิ่งที่เราคิดเอาไว้มันเป็นจริงน่ะสิ

วันนี้ที่คลีนิค คุณหมอตรวจโน่นนี่ให้หนูอย่างแข็งขัน
หนูอายุครบ 17สัปดาห์ วันนี้แหละจ้ะ ตัวใหญ่มาก โดยเฉพาะพุง ป่องจริงๆเลยลูก
หนูนอนอย่างสบายๆในท่าเหมือนกับนอนบนเปลญวนเลย ไม่ดิ้นมากเหมือนเมื่อตอนสามเดือน
แต่หมอบอกว่า หนูเคลื่อนไหวได้ดี
ขณะนั่งดูหนูในจออยู่ดีๆคุณหมอก็อมยิ้ม บอกว่า หนูเหมือนกับพ่อ
พ่ออยู่ข้างหลังเลยชะโงกมาถามว่า "นั่น กดชูใช่ไหมครับ"
(กดชูในภาษาเกาหลี แปลว่า พริก แต่เป็นแสลงแปลว่า กะจู๋หนูน่ะแหละ)

แม่เพิ่งรู้ตัวว่า โดนพ่อกับย่าหนูหลอกลวงมาตลอดเลยลูก
ที่ผ่านมา ทั้งสองคน เฝ้าเป่าหูแม่ว่า ลูกสาวนะ ลูกสาว
สำหรับพ่อ บอกว่า น่ารักดี
คุณย่าน่ะ บอกว่าเบื่อลูกชายสามคนแล้ว เอาลูกสาวดีกว่า เลี้ยงง่าย รักแม่ดี

แม่ก็หวังว่าจะได้เห็นเขาตีปีกดีใจได้ลูกสาว
แต่นะ คนเกาหลีนี่ บ้าลูกชายกันเสียจริง ยังไงก็ขอคนโตเป็นลูกชายเอาไว้ก่อน
คุณย่าชื่นใจ ออกปากเลี้ยงข้าวกลางวัน
เพื่อนคนไหนโทรมาหา ก็ชวนมากินข้าวอย่างแข็งขัน
แต่สุดท้าย พ่อหนูจ่ายจ้ะ .. เพราะหน้าบานพอกัน
งานเลี้ยงรับฉลองหนูวันนี้ มากินด้วยกัน แปดคน ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พ่อส่งเมสเสจมาหาแม่ตอนเย็นแล้ว ว่า ..
คุณย่าสั่งให้ดูแลแม่ให้ดี เพราะได้ลูกชาย ขอบอกขอบใจแม่ใหญ่เลย
ทั้งที่แม่บอกแล้วว่า ความจริงคนที่กำหนดว่าจะเป็นชายหรือหญิงน่ะ ไม่ใช่แม่เลย
แต่เป็นพ่อต่างหาก ...
สเปิร์มพ่อตัวที่ว่องไว คือเพศชาย วิ่งจู๊ดเข้าเส้นชัยตัดหน้าใครๆไปก่อนเลย
ส่วนสเปิร์มเพศหญิงน่ะ จะเคลื่อนไหวช้ากว่า แต่อึดกว่า ถ้าไข่แม่ไม่สุกพอดีในวันนั้น
สเปิร์มตัวผู้ก็จะม่องเท่งไป่ก่อน ปล่อยให้ตัวอึดกว่าทำหน้าที่แทน ซึ่งก็คือหญิงแน่ๆ

แม่ยังเหน็บว่า ห่วงว่าลูกจะใจร้อนจัดอย่างพ่อเสียจริงเลย
ทั้งพ่อและย่าหน้าบานจนหาที่เปรียบไม่ได้
ส่วนแม่นั่นเล่า เฉยๆก่อน เพราะคิดเดาเอาไว้แล้ว ไม่รู้ทำไม แต่เดาไว้ก่อนนานแล้วว่า หนูเมีจู๋แน่นอน

ตกเย็น ขณะขับรถกลับบ้านคนเดียวนี่สิ
แม่เริ่มไม่เชื่อตัวเอง ว่าฝันไปหรือปล่า
เรากำลังจะมีลูกเหรอ
ที่ผ่านมา แม่มองดูหนูในภาพจากการอุลตร้าซาวด์เหมือนมองอะไรสักอย่างที่ยังห่างไกล
แม้ว่า หนูวันนี้จะตัวใหญ่มาก โตขึ้นเยอะมากผิดหูผิดตา
ดูครบเหมือนเบบี้อย่างชัดเจนก็ตาม

แต่แค่ได้ยิน รู้ว่าหนูเป็นเพศชาย จินตนาการเกี่ยวกับหนูก็เริ่มชัดขึ้น
ทำให้รู้สึกงุนงงสักหน่อย เหมือนกับว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นเร็วจัง
(รอมาห้าปีเนี่ยะนะ)

แม่น้ำหนักขึ้นดีมากเลยลูก วันนี้ขึ้นเป็น 60.7แล้ว ขึ้นมาได้ประมาณ 5กก.
ในเดือนที่ห้านี่แหละ
ไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่ส่อว่า มีไขมันสะสมเลย ยกเว้นพุงที่ยื่นเอายื่นเอา
พุงเดือนที่ห้าของแม่ เหมือนพุงคนเจ็ดเดือน สำหรับท้องแรกมากกว่า
จนใครๆก็พากันทักว่า แฝดหรือเปล่า
ตอนนี้ชักเขินพุงตัวเองแล้วสิ

ความดันแม่ยังต่ำเหมือนเดิม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาแล้วหละมัง
เลือดแม่มันก็น้อยเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งมีหนูด้วย บำรุงยังไงก็ยังไม่เห็นพอสักที
แต่หนูอยากได้เท่าไหร่ สูบไปเลยลูก ขออย่างเดียว
แม่ขอทุกวัน ให้หนูออกมาอย่างสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ

วันนี้หลังจากรู้เพศหนู พ่อบอกว่า เอาหละ ต่อไปถึงคิวทำลูกสาว ..
พ่อก็อย่างนี้แหละ ไม่งั้นจะนั่งแปลนงานเลี้ยงวันเกิดลูกแล้วเหรอ
อีกหน่อย พอลูกได้ขวบนึง สงสัยแกคงเตรียมมหาวิทยาลัยไว้ให้ลูกแน่ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เรามาได้ครึ่งทางแล้ว แม่บอกตัวเองขณะยืนหน้าเตาในครัว
วันนี้เริ่มต้นไม่ไปทานข้าวเย็นบ้านคุณย่าแล้ว
แม่คิดว่า แม่พร้อมแล้วนะ หลังจากนี้ อาการขี้เกียจ ทำอาหารกินเองไม่ออกคงจะค่อยๆหายไป

มีคนทักว่า ท่าทางของแม่ดูเหมือนคนเป็นแม่เข้าไปทุกที
แม่คิดเอาเองนะ ว่ามันคงเป็นภาวะที่สะท้อนความรู้สึกมั่นคงในจิตใจมันสะท้อนออกมาน่ะ

พรุ่งนี้และวันต่อๆไป อะไรๆก็จะค่อยๆดีขึ้น
อย่างเช่นความรักของแม่ไง มันกำลังค่อยๆชัดเจนขึ้นจ้ะ ลูก ..
2006/10/9

Sunday, October 08, 2006

อาการสำคัญของหญิงมีครรภ์

ชอนซา ลูกรัก

อีกหน่อยเมื่อหนูโตขึ้น บางทีหนูจะมีคำถามว่า "ทำไมชีวิตต้องเกิดมาด้วย ? "
เหมือนอย่างที่แม่และน้าๆ และใครๆอีกมากมายบนโลกนี้ถามมาแล้ว

"ชีวิต" เป็นสิ่งบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อ ..หนู
และก็แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อด้วยเหมือนกัน
แม่คิดถึงสิ่งนี้หลังจากผ่านเหตุการณ์ "เมื่อคืน" มาแล้ว

ลาสต์ไนท์ ไม่ว่าแม่จะเข้านอนดึกแค่ไหน แต่แม่ก็ตั้งนาฬิกาปลุกให้ปลุกแม่ ณ 5.50 เสมอ
เผื่อเวลาขี้เกียจให้ ไม่เกินสิบนาทีหรอก
แม้จะเผื่อให้ แต่แม่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ส่วนเผื่อนั่นเลย
กลัวเผื่อเพลิน ซึ่งเคยทำมาแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พ่อยังทักว่า แม่เลี้ยงชอนซาแบบเป็นระบบระเบียบอย่างนี้เลยเหรอ ?
ตื่นก่อนหกโมงเสมอ หลังจากนั้น ก็มีกิจวัตร อ่านหนังสือ
นั่งสมาธินิดๆฝึกโยคะ เพื่อเป็นแหล่งอะดรีนาลินแรกของวันสำหรับลูก
กินสารพัด สุดยอดอาหารเช้าคุณภาพ
เตรียมอาหารเช้าให้พ่อ .. แล้วเข้าไปนอนต่อ เพราะพ่อจะยังไม่ตื่นหรอก

วันนี้ แม่เก็บตามโต๊ะอาหาร และก็ให้สงสัยเหลือเกินว่า
ทิชชู่ใช้แล้วพวกนี้ ถูกใช้กับอะไร ตั้งหลายแผ่น แม่ไม่อยากคิดไปเองว่า
พ่อจะใช้ซับน้ำตาพ่อหรอก
น้ำตาพ่อน่ะ ยากสสส์ มากที่แม่จะมีโอกาสได้เห็นมัน
ทั้งที่จริงๆแล้ว พ่อเป็นคนใจอ่อน ..
แต่ใครจะรู้.. หนูจ๋า

ไม่กี่วันมานี่ พ่อมีอาการต้องการความใส่ใจ ความสนใจ สูงเป็นพิเศษ
จนแม่ไม่แน่ใจเสียจริงๆว่า ใครกันแน่ที่เป็นคุณแม่มีครรภ์น่ะ
แม่อ่านจากหนังสือเล่มไหนๆ ก็เตือนคุณแม่ให้ดูแลระวังรักษาสภาพอารมณ์
เพราะฮอร์โมนในร่างกายจะทำให้เรา หงุดหงิดง่าย หรือจนแม้ต้องระวังอาการซึมเศร้า

พอเห็นอารมณ์พ่อหนู .. แม่กลายเป็นคนสบายดี ไม่มีความรู้สึกไปเลย
ราวกับว่า ทุกอย่างถ่ายโอนไปให้พ่อรับภาระแทนอย่างนั้นเชียว

ก็ดีนะ .. แม่คิดอย่างนั้น
อย่างน้อย แม่ก็ไม่ต้องลำบากใจกลัวมันจะติดลงไปหาหนู
แต่นั่งดูพ่องอนตะลุ๊บตุ๊บป่องแทน


"เมื่อคืน" ที่แม่ว่า คือ
พ่อหนู แกงอนหนักไปหน่อย อาการเข้าขั้นอกหักได้เลย
แกเล่นงอนจนล๊อกประตูจากชั้นใน ไม่ให้แม่เข้าบ้านได้
ไม่ว่าแม่จะเพียร วนเวียน กลับมาทุบประตูสองสามรอบแล้วก็ตาม
จนกลัวเพื่อนบ้านจะออกมาดูกันเสียจริง

แม่เลยโทรไปหาคุณย่า เพราะไม่มีที่ไปแล้ว
คุณย่าโทรเรียกแท๊กซี่ให้รับแม่มาหา
เดินไปซื้อนมด้วยกัน แล้ว นอนบนที่นอนอุ่นจัดๆของคุณย่าเลย
แม่ยังเป็นคนดีเหมือนเดิม ด้วยการหย่อนกุญแจรถพ่อไว้ในถุงส่งนมหน้าประตู ก่อนมา
แล้วส่งเมสเสจไปบอกพ่อ

ท่าจะเป็นเมสเสจนั่นแหละ ที่ทำให้พ่อโทรเข้ามาในที่สุด

ถ้าแม่เป็นพ่อนะ จะไม่รอได้นานขนาดนี้เลย
แม่จะห่วงใย ว่าพ่อจะไปนอนที่ไหนได้ ข้างนอกหนาว
หรือไปๆมาๆ พ่อไม่กลับมาหาแล้วจะทำยังไง
แม่บ่นกับคุณย่าตลอดว่า พ่อทำเกินไปๆ
ส่วนคุณย่าก็นั่งฟังแม่เล่าเรื่องซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วก็วนว่าเราทั้งสองคน

เรื่องที่เป็นสาเหตุทั้งหมดนี่ คือ
แม่หกล้มจ้ะ ต้องบอกว่า พ่อพาแม่ล้มจึงจะถูก
ด้วยการเดินสวนลงจากทางเลื่อนในห้าง
เวลาเราเดินสวนลง พ่อเดินเร็วมาก
แม่ตามไม่ทันจนลื่นลง ทั้งที่น่าจะเป็นก้นกระแทก
แต่ด้วยความที่จับมือพ่อไว้ ส่วนพ่อก็ลากแม่ไปข้างล่าง
ทำให้ผกผันมาเป็นท่าลงเข่าแทน
ไม่แรง แต่เจ็บมากลูก
เพราะทางเลื่อนนั่นมันเป็นพื้นเหล็กซี่เล็กๆที่คม

แม่ได้เลือด ที่หัวเข่าและหลังเท้าสามแผล

หลังจากนั้น แม่รู้สึกตึงท้องตลอด
เคยอ่านพบว่า อาการท้องตึงคืออาการที่ลูกกำลังโต
แต่อันนี้แม่ตึงจนรำคาญ ปนกังวล
ตกเย็น ขณะนั่งดูทีวี แม่รู้สึกปวดบั้นเอว
แม่ตกใจมาก เพราะมันอาการเดียวกับเวลามีประจำเดือน

โทรหาใครๆที่มีประสบการณ์ เสียงหนึ่งบอกว่า ให้ไปหาหมอทันที
เสียงนั้นทำให้แม่เครียดฉับพลัน ก็ชั้นไม่คิดว่ามันจะเป็นไรนี่นา
พอบอกพ่อ พ่อซึ่งกลัวความจริงด้วยการไม่พูดถึงมัน พยายามระงับแม่ให้เงียบ
แต่พ่อไม่มีเหตุผลพอให้แม่เงียบ
ตรงข้าม พ่อไม่ไปเรอะ แม่ไปเอ๊ง

ลงไปนั่งประจำที่รถเตรียมจะขับออกไปแล้ว
อีกเสียงหนึ่งร้องเตือนมาว่า "อย่าขับรถเด็ดขาด.." ทางโทรศัพท์
เอาหละสิ ก็นี่มันวันหยุดยาวประจำชาตินี่นา
แล้วก็ไม่ค่อยรู้สึกปวดบั้นเอวแล้วด้วย

แต่พอกลับไปประตูล๊อค จากชั้นในนี่สิ
ความไม่รู้สึกว่าตัวผิด แม่เลยไม่ง้อนาน
นอนในรถได้สักพัก เปลี่ยนใจกลับไปเคาะอีก

จนในที่สุดได้ไปนอนบ้านคุณย่าน่ะแหละ
เรื่องทั้งหมด จบลงที่ พ่อโทรมาหลังจากแม่ส่งเมสเสจไปบอกเรื่องกุญแจ
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ...

แล้วเราก็เข้านอนกันเงียบๆ ทั้งที่จริงๆแล้วไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลย
ไม่ผิด ไม่เครียด มีพ่อแกบ้าเลือดเครียดแทนอยู่คนเดียว

อันนี้ทำให้แม่เรียนรู้ว่า อ้อ นะ เวลาผู้หญิงโกรธนี่มันคงเข้าใจยากอย่างนี้แหละ
คิดซะว่า พ่อหนูถ่ายโอนอารมณ์หญิงมีครรภ์ของแม่ไปก็สิ้นเรื่อง
ดีเสียอีก ..

แม่นั่งเขียนในเวลาเช้า ที่พ่อยังไม่ตื่น
และหวังว่า พ่อจะทำความสะอาดอารมณ์ได้หมด
ปรากฎว่า .. พ่อซับซ้อนกว่าที่คิด
ออกจากห้องนอนมา นอนถอนหายใจเฮือกๆ ส่งเสียงดังจนแม่ตื่นมาดู (จากนอนรอบสอง)
พอเห็นหน้าแม่ แกก็ยิ้มแต่มีฟอร์มว่า เพิ่งหายโกรธไปแค่ 10เปอร์เซ็นต์
แปลว่า แกหายแล้วหละ
แม่หละเชื่อเลย นี่พ่อจะเป็นอย่างนี้อีกกี่วันนะ


ตอนนี้แม่ไม่มีอาการปวดอะไรอีกเลย
แต่เพื่อความสบายใจ เราจะไปทีคลีนิคดูหนูอีกทีในวันพรุ่งนี้จ้ะ
นี่แหละนะ ชีวิต .. บอบบางอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อที่แม่บอกหละ
ไม่มีใครรู้อะไรเลย ... จริงๆ



หนูของแม่ แข็งแรงดีใช่ไหม ..
2006/10/8

Tuesday, October 03, 2006

หนูอยู่ในแม่ หรือแม่อยู่ในหนูกันแน่

ลูกรัก ..

แม่ไม่รู้ตัวว่าความรักนี่มันเพิ่มพูนกันตอนไหนนะ ? ตอนเราหลับ เหมือนความสูงหรือเปล่า
ที่เรากินเข้าไปทุกๆวัน วันละหลายๆรอบนี่ มันไปเพิ่มให้แม่หรือให้ลูก
หรือเพิ่มให้สายสะดือเราสองคนพันติดกันแน่นยิ่งขึ้น
แม่ถึงได้รู้สึกว่า ความกลัวการสูญเสียหนูมันคุกคามแม่เข้ามา
เท่ากับที่ยิ่งรู้สึกว่ารักมากขึ้นเท่าไหร่ .. เท่านั้นเลย

แม่ทำหนูเหนื่อยเป็นบางวัน
หรือหนูทำแม่เหนื่อยก็ไม่รู้ แม่เหนื่อยจนไม่อยากหายใจเลย
เพิ่งรู้ด้วยเหมือนกันว่า การเดินไปเดินมาในบ้านนี่ช่วยระบายความเหนื่อยออกไปได้ด้วย
การเห็นหน้าคุณย่าพร้อมกับพ่อหนู นั่งกินข้าวด้วยกัน
ก็ช่างเป็นความสุขอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าเรามีอยู่แล้วด้วย

เช้านี้ แม่เลยนอนต่อให้ความเหนื่อย จนถึงสิบโมงครึ่งแน่ะลูก
เกือบครึ่งวันเลยนะ ..
เวลาอย่างนี้ พ่อจะได้นมถั่วเหลืองแค่แก้วเดียว แล้วไปทำงานเลย

เมื่อคืน เป็นครั้งแรกที่เราใช้อุปกรณ์คุยกับหนู อ่านนิทานให้หนูฟัง
แม่ก็ไม่รู้ว่า ตอนฟังนิทานนี่ แม่แปลงตัวเป็นหนู หรือว่าหนูขยายตัวมาเป็นแม่
รู้สึกตื่นเต้น ราวกับตัวเองเป็นเด็กเล็กๆเลยเชียว
ตอนอ่านนิทานเรื่องที่สาม เมื่อวาน
มีศัพย์ยากๆ เยอะไปหมด พอแม่ถามพ่อบ่อยๆ มันก็สะดุดบ่อย
พ่อเลยบอกให้แม่studyนิทานก่อนถึงเวลาอ่านให้หนูฟังตอนกลางคืน
แม่รับคำ แต่โกงพ่อ เพราะอ่านเองมันเบื่อ เลยอ่านไปนิดเดียว

พอถึงเวลา นิทานที่พ่ออ่าน ฟังแล้วสนุกกว่าอ่านเองมาก
อารมณ์ก็ต่อเนื่อง แสนจะตื่นเต้น

แต่ทำไม วันนี้เราใช้เครื่องช่วยให้หนูฟังรู้ไหมจ๊ะ
เพราะวันนี้แม่มัวแต่เหนื่อยกับกิจกรรม ซื้อประกันให้หนู
แล้วเจ๊ตัวแทนน่ะแหละ โทรหาแม่หลายรอบ
และเรื่องราวสารพัดมากมาย ที่แม่ไม่อยากเล่านัก
แต่ทั้งหลายเหล่านั้น ลงเอยด้วยดีจ้ะ
มันเหมือนนิทานสักเรื่องเลย
ที่จบลงที่ว่า พ่อหนูเขาแสดงความรักต่อหนูได้อย่างน่าซาบซึ้งมาก
ที่ทำแม่ซึ้งมาก คือ พ่อยอมสละความเป็นตัวเองที่เป็นมาแต่ไหนแต่ไร
แล้วเปลี่ยนเป็นบุคลิกใหม่ จิตใจใหม่ พูดใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่แล้ว
แม่ไม่อยากเชื่อเลย ..
แต่มันทำให้แม่อยากยืนยันกับหนูว่า
พ่อเขารักหนูมากไม่แพ้แม่เลย แม้ว่าสะดือหนูกับพ่อจะไม่ได้ผูกกันเลยก็ตาม

ความวุ่นวาย ความเครียด ความเหนื่อย เหล่านี้
แม่ยุ่งกับมันจนลืมนึกถึงหนู
กว่าจะนึกได้ ก็เพิ่งรู้สึกว่า ทำไมวันนี้ ไม่ค่อยรู้สึกว่า หนูดิ้นดุ๊กดิ๊กในพุงเลย
แม่กลัวจนฝันต่อในตอนเช้า ว่าแม่หนี วิ่งๆๆๆ ว่ายน้ำหนีด้วย
(จริงๆแล้วแม่ว่ายน้ำไม่เป็นเลย แต่พอเจอน้ำก็ตะกายหนีอย่างเดียว)

แต่แม่แปลมันออกมาว่า
แม่กำลังรู้สึกผูกพันกับหนูเหนียวแน่นมากขึ้นทุกที
โดยแปรภาษาออกมาเป็นความกลัวสูญเสียนั่นเอง


บทเรียนในตอนสรุปของแม่คือ
การเผชิญหน้ากับสิ่งที่วุ่นวายเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับแม่
แต่เป็นขั้นตอนหนึ่งของการข้ามมันไป
แล้วเราจะเป็นเสรี

หนูโต แม่ก็โต พ่อด้วยจ้ะ
2009/10/3

*วันนี้ 16W1d แล้วจ้ะ

*เมสเสจในมือถือแม่เต็มไปหมดแล้ว
ล้วนแล้วแต่เป็นข้อความที่แม่ประทับใจพ่อจนไม่อยากลบทิ้ง แม่จะย้ายเอามาไว้ในนี้ในบล๊อกของหนูทีละนิดนะจ๊ะ

+82186850558 sent 2006-10-02 오후 3:24:
그냥 스트레스 받지말자. 다 잘될거야. 천사는 보험이 어렵대.시험관아기라서..
+82186850558 sent 2006-10-02 오후 3:49:
여보, 천사있을때는 제발 싸우지말고 그냥 스트레스 받지말자. 천사아플까바 걱정이야
+82186850558 sent 2006-10-02 오후 3:49:
그냥 좋은것만 생각하고. 행복한것만 생각하자. 천사를 위해서...
+82186850558 sent 2006-10-02 오후 4:21:
ok!좀 자둬. 천사피곤하겠다. 참 퀼트는 안가??

Sunday, October 01, 2006

หวงหนู

ทำไมวันนี้แม่จึงได้มีอารมณ์ที่บีบคั้นมากมายเช่นนี้นะ
ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ อันก่อให้เกิดความไม่ปกติทางอารมณ์อย่างนี้
แม่อยากเอาหนูออกมาวางข้างนอกก่อน
ให้แม่จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยใส่หนูกลับเข้าไปจริง ๆ

มีหลายอย่างที่แม่บอกตัวเองว่า ต้องทำใจ
ในความหมายของคำสั้นๆท่อนนั้น มันรวมหลายอย่างเอาไว้
ความรู้สึกเป็นอิสระ ไม่ต้องรอคอยอะไร รอคอยใคร
แต่ในขณะเดียวกัน มันน่าเศร้าจังลูกเอ๋ย
แม่พยายามเดินออกมาจากความรู้สึกเหล่านั้นให้ได้
การเดินออกมา เท่ากับการพาหนูให้ออกมาจากสถานการณ์นั้นด้วย

การดำเนินชีวิตที่มีอิทธิพลต่อใครที่อ่อนไหวและบอบบางอย่างหนูนี่
ช่างอึดถึดไม่น้อยเลยลูก
เราต้องรู้จักตัวเอง เราต้องพาตัวเองออกจากภาวะที่เราอยากให้มันตายไปไกลๆจากเรา
เราทำตามแรงขับดันภายในตัวเองไม่ได้
ควบคุมมากๆเข้าก็เหนื่อย .. จัง ลูกจ๋า

แม่พยายามทำทุกอย่างเหล่านี้ เพราะรักลูกเท่านั้นเอง
แม่อยากให้ลูกเติบโตออกมาเป็นเด็กที่ภาวะที่พร้อมสำหรับทุกเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อบนโลก
แม่ไม่อยากให้หนูมีเลือดเนื้อที่เป็นเชื้อที่น่ารังเกียจในธรรมชาติบางอย่างของแม่

แม่ไม่อยากให้ตัวแม่เป็นอุปสรรคสำหรับลูกในการดำเนินชีวิตของหนูเลย

แม่พยายามอย่างยิ่งที่จะ ไม่ใส่ มันลงไป
เอาใจช่วยแม่ด้วยนะลูกนะ

วันนี้แม่สะบักสะบอมเหลือเกิน
2006/9/31