Wednesday, August 30, 2006

เราคิดถึงหนูก่อนเสมอ

หลายวันที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเลยจ้ะ
ทุกเรื่องมีผลกระทบกับหนูแน่นอน ... แต่อย่างน้อยแม่กับพ่อก็รู้สึกขอบใจหนูอย่างยิ่ง
เพราะมีหนู พ่อกับแม่ยอมที่จะเรียนรู้บทเรียนและบทบาทของเราทั้งสองมากยิ่งขึ้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่บริษัทของพ่อเขายุ่งมากจนแม่เครียดตามไปด้วย
แต่ก็เครียดเพราะพยายามลุ้นให้พ่อขึ้นนั่นเอง
ในที่สุดพ่อก็ตัดสินใจทำสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดของแม่

ชอนซาเอ๊ย .. แม่มันพวกรักอิสระ คนไม่ยอมใคร ไม่ยอมให้ใครหมิ่น ภาษาที่พ่อเรียกคือ
"ดื้อ" และความดันทุรังสูง
ถึงพ่อเขาจะมีส่วนคล้ายแม่ตรงนี้อยู่บ้าง แต่คิดว่าพ่อเขาคงรู้สึกความรับผิดชอบต่อภาระที่เห็นๆอยู่เหนือสิ่งอื่นใดกระมัง

แต่ที่มีผลกระทบกับแม่ คือ งานพ่อยุ่งจนพ่อเขารับแทบไม่ไหว ความอดทนต่อความกดดันนี่ คนเป็นแม่คงมีมากกว่าพ่อมั้ง
พออดทน กดดัน มากเข้าพ่อเลยสติแตกได้ง่ายๆ
ส่วนแม่นั่นปกติที่เป็นคนอ่อนไหวอยู่แล้ว ยิ่งมีหนูในช่วงแรกอย่างนี้ยิ่งอ่อนไหวกว่าเดิมมากขึ้นอีก
วันก่อนแม่ดูหนังเรื่องหนึ่ง แม่ซาบซึ้งกับความรักที่นางเอกมีให้ต่อพระเอกเท่านั้นแหละ
แม่น้ำตาไหลพรากๆด้วยความตื้นตัน จนพ่อเขานั่งหัวเราะจุกท้อง บอกแม่ว่านั่นไม่ใช่ฉากเศร้าเสียหน่อย

ความอ่อนไหวของแม่นี่ยั้งไม่อยู่เลย
เล่นจนพ่อเครียดดับเบิ้ลขึ้นไปอีกที่เห็นแม่เครียด เศร้าจนทำท่าอ้วกเสียงดัง แต่ไม่มีอะไรออกมา
เป็นปฎิกิริยาต่อต้านของลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้

พ่ออยากจะปลอบแม่ (แม่รู้น่ะ... ) แต่แกจนปัญญาแล้วไม่รู้จะเข้าทางไหน
แกได้แต่โทษตัวเอง เราต่างคนต่างแยกกันนอนคนละที่

ตอนเช้ามืด อากาศเย็นจัดมาก แต่พ่อนอนขดในผ้าห่มผืนบางๆเล็กๆอยู่หน้าทีวี
แม่เลยไปปลุกพ่อเข้ามาในห้องที่อุ่นกว่า
พ่อได้โอกาสแล้วรีบสานต่อทันที แล้วเราก็ดีต่อกันเหมือนเดิม

พ่อก็อย่างนี้แหละ ถ้าแม่ยอมลงมาเมื่อไหร่ พ่อก็จะสบายใจขึ้นเมื่อนั้น
ตอนเช้า จนถึงเย็นของวันนี้ ทุกครั้งที่พ่อพบกับแม่ พ่อจะลูบคลำหนูแล้วคุยกับหนูทุกครั้ง
บอกแม่ว่า ..ไม่ใช่แม่หรอกนะ ห่วงหนูน่ะ ห่วงมากกว่า

จริงนะ แม่เริ่มตระหนักมากขึ้น หลังจากอ่านใบประกอบซีดีเพลงของหนูเขาเขียนว่า
ความรู้สึกของแม่สำคัญแล้วก็จริง แต่ให้นึกถึงความรู้สึกของลูกเื่มื่อได้ฟังเพลงเหล่านี้ อันนี้สำคัญกว่า
แม่เริ่มค้นตู้เก็บของ หาบรรดากล่องสี กระดาษ แม่เจอสมุดน่ารักแห่งการเดินทางที่น้าปูให้มาเมื่อตอนไปเมืองไทยนานแล้ว
เลยตั้งใจว่า เล่มนี้แม่คงได้ระบายสีสันแห่งการเดินทางของหนูอย่างเต็มที่เลย
นี่คือการหล่อเลี้ยงหนูอย่างที่แม่ต้องการเลยจ้ะ ..

สี ภาพวาด จินตนาการ หนูไม่รู้อะไร แม่กับพ่อร้องเพลงไม่เก่งเลยทั้งๆที่อยากร้องให้เก่ง
แม่ได้แต่แอบฝันว่าลูกของแม่จะร้องเพลงให้ได้เก่งกว่าพ่อกับแม่เลย

หลังจากวันนี้เป็นต้นไป แม่จะนึกถึงหนูที่เริ่มเข้าใจอะไรๆมากขึ้นโดยผ่านเสียงหัวใจเต้นของแม่แล้วจ้ะ
นับเป็นของขวัญแห่งสวรรค์จริงๆที่มอบให้ผู้หญิงเป็นคนครอบครองลูกน้อยก่อน
ได้ดูแลลูกก่อน ทุกอย่างเราเชื่อมต่อกันเสมอ

ดูอาปาก็พยายามขจัดความเครียดของตัวเองจ้ะ
แกส่งแม่เข้าบ้านแล้วแอบไปเดินเล่นย่อยเครียดของตัวเองคนเดียวพักนึงก่อนกลับมาอาบน้ำอาบท่า
อะไรพาแม่ไปชง herb tea ให้พ่อกับของแม่คนละถ้วย ไม่รู้
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ชาตอนเย็นหลังอาหารทำให้เราสองคนอารมณ์ดีเสมอ


แต่ว่าวันนี้หนูเงียบเหลือเกิน แม่ใจไ่ม่ดีเลยนะที่รัก ส่งสัญญาณหาแม่หน่อยนะ
รักลูก
2006/8/30

**อ้อ วันมะรืน แม่จะได้พบหนูอีกแล้ว ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวาดหวั่น หวังว่าจะเห็นหนูนอนสบายดีนะจ๊ะ ..

5 comments:

บาร์ติเมอัส said...

ยิ้มมมม

หลานจ๋า

ตื้นตันจัง

อิ่มเอิบ

สารพัดความรุ้สึกเลย

หลานจ๋า

^_______________^

อยากยิ้มให้เยอะๆ เลย

(สงสัยเข้าขั้นเห่อนะเนี่ย น้าเจ 55)

รีอัน ชอน said...

ลืมบอกด้วยว่า อาปาเขาบอกว่า "ขอโทษนะชอนซา อาปาผิดไปแล้ว" ส่วนแม่ก็อย่างที่เล่าไป นั่นแหละที่เราเรียกว่า เราเรียนรู้บทบาทของตัวเองกัน

บาร์ติเมอัส said...

updatfont complete ^O^

Gat-chan said...

ต๊าย เราจะเหมือนกันอะไรขนาดนี้คะคุณขา เซ้นสิทีฟนี่เป็นเหมือนกันเลย ทะเลาะกันแยกกันนอนก็เหมือนกันอีก ต่างกันที่เราเป็นคนไปนอนหนาวนอกห้อง (ฮือๆ)

Anonymous said...

คุณกุ้งรู้ป่าวค่ะ เวลาพู่ย้อนกลับมาอ่านไดเก่า ๆ ที่คุณกุ้งเขียน กี่ที กี่ที ก็ประทับใจได้ทุกที อย่างประโยค บอกแม่ว่า ..ไม่ใช่แม่หรอกนะ ห่วงหนูน่ะ (พ่อ)ห่วงมากกว่า น่ารักดีค่ะ