Sunday, December 24, 2006

วันผึ่งพุง

ลูกรัก ..

ขอแสดงความยินดีกับการเติบโตอย่างราบรื่นของหนู ตอนนี้หนูก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 29
หรือเริ่มเดือนที่แปดของการเป็นทารกในครรภ์แล้วจ้ะ ..

วันนี้อากาศอบอุ่นดีมาก ที่หน้าต่างบ้านเรา
พ่อหอบเอาผ้าห่มนานาสารพัด ไปผึ่งแดดที่ระเบียง
เลยเปิดหน้าต่างด้านทะเล .. เสียงนกนางนวลดังมาก
เสียงคลื่นซู่ซ่า แดดบ่ายส่องระยิบระยับ น่าเอาหนูไปนอนผึ่งแดดมาก
(แล้วแม่ก็ลากเก้าอี้ ใส่หมวกปิดหน้าตัวเองไปนอนเปิดพุงผึ่งแดดจริงๆ)

พ่อทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่อีกครั้ง แล้วแกก็หลงเข้าไปรื้อของหนูอีกแล้ว
แม่ก็เพิ่งเห็นว่ามีผ้าห่อตัวหนูติดมาในกล่องของใช้ ที่มีคนให้มาอยู่สองผืน
เลยนึกอยากทำให้หนูเองด้วยมือแม่ผืนนึง

แม่ยังไม่ได้เตรียมอะไรให้หนูด้วยตัวเองเลย
เนื่องจากคุณครูควิลท์ของเรา แกเกิดอุบัติเหตุรถยนต์
หลังจากวันนั้น แกก็นอนในรพ.อย่างเดียวมาเป็นเวลาแรมเดือนแล้ว
โดยที่โชคดี ว่าน้องในพุงแกไม่เป็นอะไร
แต่คนเกาหลีก็อย่างนี้แหละ เกิดอุบัติเหตุที ก็หาเรื่องนอนรพ.เลย
ครูควิลท์นี่ แกนอนแล้วออกไปทำงานที่โฮมพลัสสัปดาห์ละสองวัน ..เชื่อแกเลย

ทุกอย่างที่แม่เริ่งมือทำให้หนู เช่นกระเป๋าปลาย่าง แล้วจะต่อด้วยผ้าห่มกระต่ายของหนู
เลยหยุดชะงักหมด ..
พอเริ่มว่างเข้ามา แม่ก็เริ่มมีไฟอีกแล้ว
พอไปนั่งหน้าจอคอมพ์ ก็ได้แต่มองๆๆๆ ไอ่นั่นก็อยากทำ ไอ่นี่ก็อยากทำ
ของที่อยากทำบางชิ้นมันรอแม่มาสอยไม่ไหว หมดสต๊อกไปก่อนหลายชิ้นแล้ว

ท้ายสุดแม่ก็ได้แต่เล็ง ไม่ได้สอยอะไรออกมาลองดูเลยสักอย่าง
นี่ถ้าไม่เสียดายค่าส่งของ จะหยิบมาทีละชิ้นให้เพลิดเพลินเลยเชียว
กำลังนั่งเข้าเวบโน้นเวบนี้ ซึ่งก็เป็นเวบเคยๆทั้งนั้น
หนูก็ออกกำลังกายในพุงแม่อย่างต่อเนื่อง .. จนแม่ทนไม่ไหว
ต้องปิดคอมพ์แล้วเข้าไปหาพ่อ ..
แค่ว่า เวลาหนูเต้นร๊อคในพุงแม่แต่ละครั้ง แม่ไม่มีสมาธิทำอะไรได้เลย
แต่พ่อหนูเขาวิตกจริตกว่านั้น .. ถามว่า ชอนซาเป็นอะไร เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า
ไม่สบายหรือเปล่า หรือว่า ตากแดดมากเกิินไป (แม่นั่งหลับไปสักพักแหละลูก)

พ่อไม่เคยเจอแม่คนไหนเอาพุงไปตากแดดอย่างแม่
ส่วนแม่ เห็นในหนังสือของคนไทยเขาพูดถึงการเอาไฟฉายส่องลูก
เพื่อกระตุ้นการมองเห็น ..

แม่ไม่เคยส่อง แต่เลือกผึ่งพุงกับแดด และแสงไฟในบ้านแทนจ้ะ
แม่ว่า มันคล้ายๆกัน แล้วก็ไม่ได้จงใจส่องไฟแยงตาหนูด้วย

พ่อรีบทำตัวเป็นหมอ รีบหาหูฟังจะมาตรวจหัวใจลูก
แล้วก็เปลี่ยนวิธีโน่นนี่ ..

เห็นอย่างนี้แล้ว แม่รู้สึกว่า หนูออกมาเมื่อไหร่ พ่อได้เป็นคนเลี้ยงชอนซาแน่ๆ
ดูเหมือนแกจะทำท่าดูแลมากกว่าแม่ทุกทีไปสิน่า ..

คุณยายโทรมา เราเลยถือโอกาสไปหาพี่ม่งกันด้วย
พี่ม่งน่ารักมากกกกกก พอเห็นแม่เท่านั้นแหละ กระโดดไปทั่ว วิ่งขึ้นวิ่งลง
คุณตาคุณยายเห็นจริงๆว่า พี่ม่งดีใจเป็นพิเศษที่เห็นแม่
พี่ม่งคงยังไม่สังเกตุว่า แม่มีหนูเกาะติดพุงไปด้วย โชคดีไป
เขาเลย มานอนหนุนตัก เอาหัวคลอเคลียอย่างกับแมวตัวหนักๆแน่ะ

เราเล่นกับพี่ม่งได้สักพัก แล้วก็กลับ เพราะคุณยายมีแขก
เห็นกับตาแล้ว ว่าคุณตาขาดพี่ม่งเขาไม่ได้แน่นอนชีวิตนี้
ทุกอย่างลงเอยกันได้ด้วยดี จริงๆ

คุณยายจะไปฝรั่งเศสภายในสัปดาห์นี้
คุณตาจะมีธุระไปโซลวันหนึ่ง ดังนั้น จะมีวันหนึ่งที่เราได้อยู่กับพี่ม่งด้วยกัน
วันนั้น พี่ม่งเขาต้องค้นพบความลับแน่ว่า หนูเกาะพุงแม่อยู่
พี่ม่งเขาจะอยู่แข็งแรงอย่างนี้จนกว่า หนูจะโตพอที่พี่ม่งเขาจะไม่อิจฉา แต่รักหนูได้ไหมนะ
แม่อยากให้เป็นอย่างนั้นจัง ...

วันนี้ มีคนถามเรื่องวัน(น่าจะ)เกิดของหนู
ประสาคนเกาหลีค่ะ เขาก็นึกไปถึงปฎิทินจันทรคติอีกแล้ว
ถ้านับตามปฎิทินนั้น หนูจะมีวันเกิดในเดือนแรกของปี ซึ่งเขานับว่าเป็นปีแห่งโชคลาภ
เรียกว่า ปีหมูทอง .. สามร้อยปีจะมีปีอย่างนี้ครั้งหนึ่ง
ตอนนี้ คนทั่วประเทศเขาอยากให้ลูกเกิดในปีนี้กันทั้งนั้น
แล้วหนูก็มาประจวบเหมาะในช่วงนั้นพอดี
หมอบอกว่า หนูน้ำหนักมาก อาจจะเกิดก่อนกำหนดกลายเป็นช่วงต้นเดือนก็ได้ค่ะ
คุณย่าคงดีใจที่สุด แกมีฤกษ์ของแกอยู่ว่า ถ้าคลอดภายในช่วงต้นๆ จะเริ่ดสแมนแตนเลย

แต่สำหรับแม่ แค่หนูเกิดมาอย่างปลอดภัยแข็งแรงก็เพียงพอสุดๆแล้วจ้ะ
ทุกฤกษ์ยามที่หนูเกิดมา มันวิเศษสุดแน่นอนอยู่แล้ว ...

อ้อ.... เมอรี่คริสมาสต์จ้ะ เด็กหมูทองของแม่

2006/12/24

2 comments:

Anonymous said...

มาอ่านไดพี่กุ้งทีไร น้ำตาซึมทุกที

มันซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก

ยิ่งวันนี้ พูดถึงพี่ม่ง ด้วย

ว่าไป คิดถึงม่งเหมือนกันนะเนี่ย

ถ่ายรูปม่งมาให้ยลโฉมมั่งนะคะ

Anonymous said...

ดีใจครับที่ได้อ่านถึงพี่ม่งอีกครับ น้องน้อยเมื่อออกมาย่อมต้องรักและได้รับรักตอบแน่นอนครับ

ขอให้ปีที่จะมาถึงเป็นปีที่งดงามและมีเรื่องดีๆนับไม่ถ้วนตามมาหลังจากนี้...


สวัสดีปีใหม่ครับ