Sunday, January 27, 2008

เราเรียนรู้ที่รพ.

ลูก..

แม่ไม่ได้เข้ามาบันทึกให้หนูนานมากเหมือนกัน
ผิดวิสัยแม่ช่างบันทึกไปมากแล้วนี่ .. บอกว่าไม่มีเวลาก็ไม่เชิง

แม่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ได้ ณ เวลาที่หนูยังลืมตาอยู่น่ะลูก
หากแม่หายจากสายตา ขณะที่หนูไม่ได้ทำอะำไรเพลินๆอยู่ - ไม่ได้
หากหนูปีนขึ้นมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์กับแม่ - เอ็งจะช่วยแม่ตบตีคีย์บอร์ดบ้าง ช่วยใช้เมาส์คลิกโน่นนี่บ้าง
โฮ้ยย เสียหายมากมายเลยนะลูก .. เลิกๆ ปิดดีกว่า

ณ วันนี้ หนูอายุครบสิบเดือนเต็มแล้วครับ
หนูโตขึ้นมากอย่างที่ทุกคนรู้สึกได้
แ่ต่รู้ไหมว่า ก่อนถึงวันนี้ .. หนูแอดมิทเข้ารพ.มาสัปดาห์นึง มีแม่ห้อยสะบักสะบอมห่อยๆไปอีกคนด้วย
แม่เหนื่อยมากลูก กับอีแค่หวัดเองนะ .. แต่เหตุเพราะแม่ยังไม่ได้พาหนูฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
หนูติดหวัดจากย่า ไข้ไม่ยอมลด หมอกังวลว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ชวนไปนอนในรพ.

แม่น้ำตาร่วงเลยลูก ... เหนื่อยน่ะ
ก่อนจะมาหาหมอ ที่แม่บันทึกวันก่อนว่าหนูไม่ยอมนอน ตอนหลังเที่ยงคืนน่ะ
วันนั้นเป็นอาการเริ่มแรก แต่หนูยังเล่นได้อยู่ เลยดูเหมือนว่าตื่นมาเล่น
แต่มันผิดปกติค่ะ .. แม่จะจำไว้เลย ถ้าหนูไม่ยอมนอน ต้องเนื่องจากว่าไม่สบายตัว

วันต่อมา หนูคงอาการหนักขึ้น ตื่นมาแต่เล่นไม่ออกแล้ว งอแงตลอด
แม่อยากตายหลังจากอดนอนได้สองคืน
รุ่งขึ้นพาไปหาหมอ โดนสั่งแอดมิทเข้ารพ.
คืนแรกที่รพ. หนูไข้ลดแล้วแต่ไม่ยอมลงนอนบนเตียง ต้องห้อยติดตัวแม่
หนูง่วงจัดๆมากแต่ต้องการให้แม่อุ้มตลอด
แม่เหนือยจัดๆมาก -- ยิ้มไม่ออกเลยสักแผะเดียว หมดแล้วความอดทนทั้งปวง

เราหอบหิ้วกันจนถึงเที่ยงคืนครึ่ง หนูร้องไห้มาตลอดจึงหลับไปอย่างสนิทในที่สุด

วันต่อมา หนูอาการหายดีเรียบร้อย แม่อยากกลับบ้านมาก
หมอขอดูอาการอีกคืนแล้วให้ออกได้พรุ่งนี้เ้ช้า
คืนนั้น พ่อมารับแล้วไปช่วยขอพยาบาลเป็นกรณีพิเศษ ให้เราออกไปนอนบ้าน แล้วจะกลับมาวันรุ่งขึ้น
(บ้านกับรพ.ใกล้กันแบบขับรถ5นาทีเอง)

คืนเดียวที่บ้าน หนูเริ่มไอแล้วลามไปเรื่อยเปื่อย
จากวันนี้เราต้องอยู่ต่อจนครบสัปดาห์จนได้


สิ่งที่ทรมานใจแม่ที่สุดที่นี่คือ การจับหนูฉีดน้ำเกลือเข้าเส้น
ตัวอ้วนๆ เนื้ออูมๆของหนู พยาบาลส่ายหน้าหน่ายเลย
แม่กอดลูกร้องไห้กันสองคน หลังจากรีอันโดนเสียบและส่ายเข็มหาเส้นใต้ผิวหนังครบสี่จุด สองแขนสองขา
นี่เป็นรอบสอง รอบแรกหนูก็โดนจนครบสี่จุดแบบนี้เช่นกัน ก่อนจะพักยกแล้วกลับมาอีกครั้ง

ในที่สุด เขาจับเส้นต่อเข้ากับเส้นเลือดหนูจนได้ ที่เท้า ..
แต่ความอยู่ไม่นิ่ง เกาะยืนบ้างคลานไปมาบ้าง ทำให้เข็มพลาสติกงอหักในนั้น ยาไม่เดินเลือดออก
แม่ต้องพาหนูไปเปลี่ยน - ถอดเข็มแล้วเตรียมรอเสียบอีก (โฮ...)

อีกครั้ง .. หนูเล่นอยู่ดีๆ แม่สังเกตุว่าทำไมเลือดออกมาอีกแล้ว
ตายๆๆๆๆ ข้อต่อตรงที่เป็นจุดสำหรับฉีดยาเข้าสายยาง มันหลุดออกจากกัน
แม่หอบรีอันที่มีแต่เข็มเสียบอยู่ วิ่งไปหาพยาบาล มีเพื่อนร่วมห้องอีกคนช่วยลากขวดยากับสายยางต่องแต่งตามมา
ที่นี่ แม่ต้องทนดูเขาดูดอากาศบ้าง ดูดเลือดบ้าง ฉีดยาเข้าบ้าง
พยาบาลตกใจมาก เพราะหนูยังเล็กมาก ..
ในที่สุด หลังจากดูดและฉีดกันหลายรอบ ก็ต้องเปลี่ยนเข็มจนได้ นั่นคือ ถอดของเก่าออกแล้วเสียบใหม่

ลูกจ๋า .. แม่พยายามทำใจอย่างยิ่ง แต่โค-ตรทรมานเลยลูก
หนูร้องไห้เพราะการโดนจับฉีดอย่างนี้ จนเสียงแหบแห้งหมด

แม่ลองนับจำนวนจิ้มทั้งหมด รวมๆแล้วประมาณสิบสองจิ้มจ้ะลูก
วันละห้าจิ้ม (สี่จิ้มแขนขา จิ้มที่ห้าจะสำเร็จ)
พยาบาลบอกว่า ถ้าจิ้มนี้ยังไม่ได้อีก คุณพยาบาลคนสวยกำลังคิดจะจิ้มหนูที่หน้าผากอ่ะ
แม่ฟังแล้วแทบจะล้มพับตรงนั้นเลยลูก.. ㅠ ㅠ

คืนหนึ่ง อยู่ดีๆ หนูก็ร่วงจากเตียงฝุ่บลงไปข้างล่าง
แม่ไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่กระเด้งได้ยังไงไม่รู้ กระโดดลงไปอุ้มหนูขึ้นมา
คุณยายพี่ม่ง บอกว่าเพราะหนูหลับอยู่อาการตกเตียงจึงเป็นไปอย่างไร้แรงต้าน ทำให้ไม่มีการหักใดๆ
โชคดีไปลูก (ถ้าเป็นคนปกติที่รู้ตัวว่าตกจากที่สูงจะมีอาการขืนทำให้มีแรงต้าน และหักได้)

ตรงหน้าผากหนูโนและปูดเขียวดำในวันต่อมา ... เฮ้อ

หลังจากทรมานกับเรื่องอุบัติเหตุสายน้ำเกลือหลายครั้ง แม่ตัดสินใจ ขอพยาบาลไม่เอาแล้ว
แ่ต่นั่นหมายถึงว่า เขาให้ยาอื่นๆไม่ได้นอกจากยากิน คอยระวังอาการไข้ของหนู
แม่ไม่พาหนูออกไปนอกห้องเด็ดขาด เนื่องจากมีผู้ป่วยใหม่ืุทุกวัน
หากออกไปหนูต้องรับเชื้อใหม่ๆ อะไรแปลกๆอีก

ทะนุถนอมหนู ดูแลระวังอย่างดีเพื่อให้ออกจากรพ.ได้เร็วที่สุด
พ่อสิ มาเยี่ยมดูหนูได้ไม่เท่าไร เป็นหวัดซะแล้ว ...

พอเราออกจากรพ.ได้ หนูเจอพ่อที่ยังป่วยอยู่ที่บ้าน รีอันก็ไม่ยอมหายสนิทง่ายๆอีก

แม่อยากร้องไห้เป็นเสียงจิ้งเหลนย่างมากเลยลูก ตายๆๆ ช้านอยากตรายยย


ณ ตอนนี้ หลังจากหนูหายป่วย แม่พบว่าคำที่เขาพูดว่า หลังจากเด็กป่วย เด็กจะโตขึ้นนั่น เหมือนจะจริงนะลูก
แต่ยังไงก็ไม่อยากเจอแบบนี้อีกแล้ว .. ขอให้หนูโตแบบธรรมดาดีกว่าลูก

แม่จะมาเล่าเรื่องฟังสบายๆเกี่ยวกับการโตของหนูอีกนะ

รักลูกมากขึ้นครับ

แม่

6 comments:

Gat-chan said...

กุ้ง เราอ่านแล้วอยากจะร้องไห้ (จริงๆนะ) คอหอยตีบตันไปหมด สงสารรีอันมากๆ สงสารแม่กุ้งเป็นอันดับต่อมา กุ้งเก่งมากผ่านมาได้ ลูกเจ็บป่วยนี่คนเป็นแม่เท่านั้นที่จะเข้าใจความรู้สึกนะ :*( ขอให้รีอันต่อไปนี้แข็งแรงๆๆๆๆๆๆๆๆ

รีอัน ชอน said...

เนาะ ...นี่เป็นการเข้ารพ.ครั้งแรก แต่ถ้าเทียบกับเด็กอีกหลายคน(ที่นั่น) นับว่ารีอันยังค่อนข้างแข็งแรงมากเลย
เด็กที่มามีแต่หนักๆ อิเราสิ แค่หวัดเองไม่ควรเล้ย ไม่ควรจริงๆ

ขอให้อัํตแข็งแรง เร้นรอดปลอดภัยเสมอ
อย่างมากก็ขอให้ป่วยอยู่บ้านน่ะแหละ ไม่งั้นแม่ปิตรายหยังเขียด ..ที่รพน่ะ แบบว่าป่วยไข้ของตัวเองยังไม่พอ เด็กยังต้องต่อสู้กับเชื้อใหม่ๆที่กระจายวน อยู่ในอากาศจากเด็กคนอื่นอีก

อัํตจังแข็งแรงนะลูกนะ เรามาแข็งแรงด้วยกัน ^^

Anonymous said...

สงสารหลานจริงๆเลยกุ้ง ขอให้แข็งแรงปลอดภัยหายป่วยหายไข้เร็วๆนะ

Anonymous said...

อากาศเกาหลีเหมือนญี่ปุ่น ความที่มันมี ๔ ฤดู อากาศเปลี่ยนบ่อย ทำให้เป็นหวัดได้ง่ายนะ ยิ่งเด็กๆ ปีแรกๆยังปรับตัวไม่ทันน่ะ ต่อไปเค้าก็คงชินน่ะ กุ้งทำใจให้สบายนะ เค้าต้องแข็งแรงขึ้นเองแหละ

Anonymous said...

โธ่เอ๊ย . . . รีอัน อ่านแล้วสงสารน้อง สงสารป้ากุ้งด้วย นึกถึงพ่อแม่ตัวเองด้วยตะหงิดๆ แต่ในบันทึกแม่เราไม่เคยโดนจับเข้า รพ. แบบนั้นแฮะ มีแค่จู๊ดๆๆ และ จู๊ดๆ เอิก

Peaches + Mom said...

หายป่วยยังเนี่ย หายไปอีกแล้ว กลับมาหายป่วยได้แล้ว มารอหม่ำเค้กแล้วเนี่ย