เคยอ่านพบว่า เด็กรับรู้อารมณ์และความรู้สึกได้ไว..
ไม่เคยเห็น หรือสังเกตุพบในลูกตัวเอง
วันนี้ ..
ไปส่งรีอันแล้วพบว่า ครูคนที่มารอด้วยกันใส่เสื้อเหลือง เสื้อออกทำกิจกรรมนอกสถานที่
ตายแล้ว เราไม่ได้อ่านสมุดพกโดยละเอียด วันนี้มีกิจกรรมออกนอกสถานที่จริงด้วย
อยากย้อนกลับไปเอาเสื้อกับขนมให้ แต่ครูบอกว่า ไม่เป็นไร ขนมก็แบ่งๆกันได้ ส่วนเสื้อก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ใจเราวุ่นวายมาก ถึงตอนนี้รีอันไม่ยอมอยู่แล้ว
อย่างนี้ต้องเรียกว่า แผลเป็นในใจแล้วสิ ที่ครูเคยเขียนเตือนมา คราวก่อนที่เราไม่รู้ว่าลูกมีออกนอกสถานที่
รีอันซบกับแม่ ดูท่าทางไม่มีความสุข
พอกลับขึ้นบ้าน คิดทบทวน แล้วจึงสงสัยว่า ลูกคงจะจับอารมณ์เราได้ ว่าเรากระวนกระวาย
ไม่สบายใจ ..
เมื่อคืนนี้อีก รีอันวางถ้วยนมลงแล้วถ้วยเอียงหก ล้ม นมหกกองนิดเดียว
แต่แม่สิ โวยวายขึ้นมา แล้วรีบวิ่งกระโจนไปเอาทิชชู่มาซับ
รีอันสิ แย่ไปแล้ว นอนเอาหน้าซุกหมอน คงกลัวมาก
พอเงยหน้ามา แม่ไม่ได้ว่าอะไร แค่ขอให้ขอโทษพอ
มาอ่านหนังสือเช้านี้ (พ่อแม่ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า) ว่าการพูดเสียงดัง การโวยวายของพ่อแม่
การขู่ทำให้ลูกกลัว ในที่สุดจะทำให้เด็กเป็นคนโกหก
เพราะเขาเกิดความไม่ไว้วางใจพ่อแม่
เห็นทีต้องสงบลง ต้องนิ่ง และให้อภัย จริงๆมากกว่านี้
การลงโทษไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ
No comments:
Post a Comment