พอลูกโตขึ้น ความถี่ในการอัพเดทก็บ่อยน้อยลง
เหมือนเคยชินกันมากขึ้นแล้วไง ..
ไม่รู้สึกผิด แต่เสียดายที่จะไม่มีอะไรไว้ให้อ่านหรือเล่าให้ฟังตอนโต (เพราะสมองแก่ๆจะจำทุกเรื่องไม่ได้)
บางวันแม่มีซีนบางซีนของลูกติดตาไปทั้งวันเลย อย่างวันนี้
แม่นี่นะ เป็นคนขี้โกรธ และหายได้ง่าย แต่พอมาเจอกับลูกแม่ต้องกลับทิศทางตัวเองหมด
ขี้โกรธ ก็ทำไม่ได้ ที่เคยคิดว่าตัวหายได้ง่ายแล้ว ต้องหายให้ได้ง่ายยิ่งกว่าอีก
ไม่ว่าเราจะมีปัญหาอะไรกันก็ตาม สิ่งที่สยบรีอันได้มีหนึ่งเีดียว ..
พ่อก็ไม่รู้ .... แกอาจจะคิดว่าเป็นลูกอม
แม่เพิ่งตระหนัก ว่าไอ่นี่แหละ รวดเร็วที่สุด รีอันจะยอมทุกอย่าง
"มา รีอัน มาหาแม่ กอดหน่อย.."
แล้วสงครามจะสงบทันที
เมื่อวันเสาร์ พ่อบอกแม่ว่าจะพาไปฟังการบรรยายแนะนำโรงเรียนใหม่ ของรีอัน
เราไม่ได้วางแผนกันว่าจะให้ลูกย้ายบ่อยอย่างนี้
แต่อยู่ดีๆ โรงเรียนที่รีอันเพิ่งไปได้เกือบจะครบปี จะเปลี่ยนเจ้าของ
รวมกับเราเห็นว่ามันไกลบ้านเกินไป
ตอนนั้น รีบส่งรีอันไปอย่างฉุกละหุก
..
พอเห็นหน้าประตู แม่ร้องเฮ้ .. เพราะดีใจ มันใกล้บ้านนิดเดียว
เป็นตึกใหม่ ที่เพิ่งเห็นได้ไม่นาน แน่นอน มันย่อมหรูหรา
เนมโรงเรียน น่าสนใจ
เป็นอนุบาลภาษาอังกฤษ 영어유치원
อนุบาลแบบนี้ เราจะขอเบิกความช่วยเหลือจากทางรัฐฯไม่ได้
แต่แน่นอน ครอบครัวที่ขอเบิกไม่ได้อยู่แล้ว จะส่งมา ณ ที่แบบนี้
ส่วนครอบครัวที่ขอเบิกได้ เขาจะส่งที่อีกแบบหนึ่ง
ดังนั้นสำหรับเรา จึงไม่มีข้อแตกต่าง
ยังไงก็ต้องจ่ายเอง เท่ากันอยู่ดี ส่งไปเลยเต็มที่ ที่ทำได้
แต่โครงการของเราก็ยังอยากส่งแค่ปีเดียวเหมือนเดิม
เพราะเป้าหมายเราอยากส่งอนุบาลที่ใกล้บ้านเชิงเขาของเรา อยู่ดี
อนุบาลนั้น แม่ต้องไปยืนต่อแถวข้ามคืนก่อน จึงจะสมัครให้ลูกได้
ก็ยังไม่รู้ว่าดีตรงไหน แต่ก็อยากจะไปเพราะใกล้บ้านแค่เดินลงมาก็ถึงแล้ว
คนที่บ้านไกลลิบยังดั้นด้นมากันเลย
ส่วนอนุบาลภาษาอังกฤษที่นี่คงเป็นบันไดขั้นหนึ่งเท่านั้น
เนื่องจากรีอันยังอาุยุไม่ถึงที่อนุบาลเป้าหมายของเราจะรับได้
เอามาถ่วงเวลาก่อน ว่างั้นเถอะ
แม่อยากเป็นคนทำอะไร แบบเตรียมตัวไ้ว้นานแล้วมาก
ปกติ -- ไม่ใช่คนแบบนี้ ทั้งพ่อและแม่
ถ้าเตรียมตัวกันมากนัก จะไม่ได้่ทำ ..มาเสมอเลย
มีรีอันนี่แหละ แม่เตรียมสุขภาพตัวเองมาเป็นปี
เพราะอยากมีมาก แต่ก็ยังเตรียมแบบมั่วทางโน้นที มั่วทางนี้ที
ตอนนี้ แม่พบอีกอย่างที่แม่เตรียมไว้สำหรับลูก .. ภาษา
แม้ว่ายังไม่ดีพอ แต่แม่ก็ยังใจเย็น ว่ายังมีเวลา ค่อยๆทำแบบคนมีสติ และทำอย่างอื่นไปได้ด้วยพร้ิอมๆกัน
กว่าจะได้เข้าโรงเรียนนี้ก็ปีหน้า ตอนนี้เหลือสิ่งเดียวที่ยังกังวลอยู่
คืออาุยุ และความสามารถในการดูแลตัวเองของลูก
แม่พยายามให้ลูกหัดใส่กางเกงเองอยู่
แต่ลูกก็ยังเอาสองขาสอดเข้าไปในขากางเกงข้างเดียวกันทุกที
ถุงเท้าก็ยังแค่ทำท่าใส่เอง แต่ยังไม่สำเร็จเต็มตัวเสียที
รองเท้าใส่เองได้แล้ว
สองขวบครึ่ง อย่างน้อยลูกแม่ก็มีความสามารถร้องบอกความต้องการของตัวเอง และขอความช่วยเหลือได้แล้วกันน่า ... ^^
มีอีกอย่างที่อยากบันทึก
แม่อยากสอนภาษาไทยลูกจังเลยหวะ
No comments:
Post a Comment