Thursday, September 14, 2006

ที่จริงมันหมดเวลาแล้วนะ

หนูจ๋า..
ตอนนี้หนูอายุย่างเข้าเดือนที่สี่มาได้เกือบสองสัปดาห์แล้วนะลูก
คนอื่นเขาเลิกแพ้กันแล้ว .. หนูจะบอกอะไรแม่เหรอ หือ ..?

แม่พยายามคิดว่า ทำไมแม่ปวดหัวบรรลัยโลกอย่างนี้
ไม่ปวดเปล่า ปวดจนอยากอ้วก แต่แม่ก็ฝืนทนเดินตามตารางต่อไป
ก็นอนไม่ได้เลยนะลูก ยิ่งล้มตัวลงนอนยิ่งปวดหัว

แม่ทนหวิดๆอ้วกจนเย็น ข้าวเย็นก็ไม่อยากกิน
แต่หิวอ่ะ .. กินได้ไม่กี่คำ เพื่อนคุณย่ามาหา หิ้วกิมจิมาฝากกะละมังเบ้อเริ่ม
แม่ต้องรีบเบือนหน้าหนี ..
ในทีวี ถ้ามีรูปของกินออกมา ไม่ว่าจะเป็นอะไร แม่จะขย้อนซะท่าเดียวงั้นเลย
ข้าวที่ตักมาน้อยอยู่แล้ว กินได้แค่หย่อมเดียวแล้วเทให้พ่อหมด

เมื่อตอนกลางเย็น บ้านคุณป้าที่แม่ไปเขาต้มน้ำซุปปลาแห้ง (멸치)
แม่อยากกองอยู่ตรงนั้น อดทนกลั้นหายใจจนคิดว่าเราจะตายแน่แล้ว ..

แม่นั่งมองพ่อกินข้าวต่อ อย่างหน้าตาเหยเก พ่อเลยให้ลุกไปนั่งที่เก้าอี้
แม่กลับอยากไปนอนซมห่มผ้าแทน พอเข้าห้องคุณย่าได้ กลิ่นอาหารที่ติดปากก็ทำให้รู้สึกเหม็น
แต่แม่ไม่เคยรู้เลยว่า การบ้วนปากทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพรวดออกมาตามๆกันได้อย่างนี้

กลัวคนอื่นตกใจรีบปิดประตู ทั้งที่ใจอยากเปิดให้พ่อได้ยิน จะได้เข้ามาลูบหลังให้หน่อย
ถ้าไม่ใ่ช่คนท้อง บอกใครเขาก็คงจะน่าอายว่า มันกลั้นไม่ได้จริงๆค่า ..
เป้ากางเกงแม่เปียกไปหย่อมนึง
ขอแม่อธิบายหน่อยนะลูก .. คนท้องเราจะโดนเบียดเนื้อที่ของกระเพาะปัสสาวะไป
ทำให้กลั้นไ่ม่ไหว จนถึงต้องถ่ายบ่อยๆ
เวลาบีบคั้นตั้งตัวไ่ม่ทันอย่างนี้ แม่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย

รู้สึกว่ายังออกไม่หมดพุงดี แต่แรงขย้อนมันหมดแล้ว สงสัยเพราะไม่มีใครมาลูบหลังให้
พ่อคงล้างจานอยู่ คุณย่ากับเพื่อนๆก็อยู่ แกคงไม่กล้าทำเวอร์วิ่งจู๊ดมาดูแม่หรอก
แม่ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ..

พอออกมา คุณย่าทำหน้าสงสารแบบทำอะไรให้ไม่ถูก
จะเอาเสื้อกั๊กที่มีแผ่นหินสอดอยู่มาให้ใส่
แม่ไม่ใส่หรอก .. ในที่สุดก็ได้ใส่กำไลหินมาเส้นนึง
ของพวกนี้คุณย่าเขาเชื่อว่ามีผลต่อร่างกายน่ะ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น

พ่อพาแม่ไปเดินสูดอากาศสดชื่นต่อ .. ที่เดิมแหละจ้ะ ที่ที่พ่อบอกว่าจะพาหนูมาที่นี่
จนถึงจะจัดงานวันเกิดแรกของหนูที่นี่ด้วย
แม่ชอบไปเดินบนลานก้อนหินรอบโคนต้นไม้ เขาโรยสลับสีขาวดำ เป็นลายรูปดวงตะวัน
มีต้นไม้โผล่ขึ้นมาตรงกลาง วงหินนั้นกว้างใช้ได้เลยนะ ห้าหกเมตรได้เลยเชียว
แม่ถอดรองเท้าเดินรอบๆต้นไม้
พ่อเอามั่ง แต่เดินตามได้แค่ไม่ถึงครึ่งรอบก็กระหย่องกระแหย่งกลับไปใส่รองเท้าซะแล้ว

เราเดินกันเงียบอย่างนั้นแหละ ลมพัดดี แม่พยายามสูดลมหายใจลึกๆ หวังว่าจะให้หนูสูดด้วยน่ะจ้ะ

แล้วแม่ก็ขอให้พ่อซื้อขนมอะไรก็ได้ อุ่นๆ ขอกินหน่อยเถอะ จะอารมณ์ดีกว่านี้อีก
เราเร่หาไปเรื่อย ร้านส่วนใหญ่เลิกทำแล้วรอขายเฉพาะของที่เหลือกันแล้ว
กำลังจะเลิกหาแล้วกลับบ้าน พอดีเห็นรถคันหนึ่งกำลังทำอยู่
พ่อเลยถอยรถเข้าไป .. พอถามอะไร คนขายเธอก็ยกมือยกไม้ท่าเดียว
สามีเธอที่ยืนข้างๆก็ไม่สามารถส่งเสียงอะไรได้เลย
ช่างเป็นรักที่เงียบ แต่ลึกซึ้งดีเสียจริงๆ

แม่สังเกตุได้ไม่ยากเลยว่า คนๆนี้ช่างมีหัวใจที่บริสุทธิ์เสียจริงๆ
เผลอคิดต่อด้วยว่า ถ้าเธอไม่เป็นใบ้ เธอจะถูกกล่อมเกลาโดยโลกให้ร้ายหรือเปล่า
ความบริสุทธิ์สวยงาม ทำไมต้องมากับความเสียเปรียบด้วยนะ
แม่หวังว่า ลูกจะไม่เป็นอย่างนั้นจ้ะ

แม่เห็นเธอกำลังหยิบให้เกินที่เราสั่ง เลยบอกพ่อ
พ่อถามเธอก็ยกมือห้ามไ่ม่ให้พูด ให้รอ..
พ่อเลยบอกว่า ถ้าให้เยอะก็ซื้อเยอะ ไม่เป็นไรหรอก
ปรากฎว่า เธอแถมเต็มที่เลย เราสั่งแค่สองพัน ได้มามูลค่าเกือบสามพันแน่ะ
น่ารักเสียจริงหนา ..

พ่อบอกว่า โดนความประทับใจกินเข้าไปเต็มเปา (감동먹었어)
แม่ด้วยอย่างแน่นอนที่สุด

ยังกลับไม่ถึงบ้านเลย เพื่อนพ่อโทรมาชวนให้ไปช่วยถ่ายรูปดาวบนดินกัน
แกโทรมาจากยอดเขา ให้พ่อขึ้นไปหา คงหมดปัญญาุ่ถ่ายรูปงามๆแบบพ่อ
เลยต้องโทรเรียกปรมาจารย์ขึ้นไปช่วย
พ่ออนุญาิติให้แม่ไปด้วย แต่กำชับว่า ทางขรุขระต่อเนื่องมาก อันตรายสำหรับหนู
เราลังเลกันนานใช้ได้ สรุปลงที่ว่า พ่อจะกลับมาหลังจาก1ชั่วโมงเท่านั้น

แม่ก็กลัวว่า ตากน้ำค้างตากลมเย็นอาการปวดหัวจะหนักขึ้น
แค่นี้พ่อก็กลุ้มกับแม่พอแล้วลูกเอ๋ย ..
แกไม่อยากเห็นแม่เป็นอะไรเลย
ผลเป็นสิ่งตรงข้ามว่า ถ้าแม่เป็นอะไรจะลำบากใจในการบอกพ่อทุกที
ไม่ดีเลย เก็บไว้จนมันแย่แล้วค่อยบอก

แม่ไม่อยากขอหนูให้เลิกทำแม่แพ้เลย เพราะไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร
มันจะอะไรก็ตาม หากเป็นแล้วหนูสบายดีหละก็ แม่ไม่เป็นไรจริงๆจ้ะ

ขอแม่หายปวดหัวเท่านั้นแหละ
รักลูก
2006/9/14

1 comment:

บาร์ติเมอัส said...

จะบอกว่า..แอบไปอ๊วกตามไปกระหย่อมหนึ่ง

-_-"

น้าเจไม่เบื่อแม่หนุคุยกับหนูหรอกนะชอนซา

เพราะน้าเจ เองก็แอบแฝงมานั่งคุยกับหนูด้วยเหมือนกัน

เราอยุ่ไกล น้าเจ ก็อยากจะคุยกับหนูด้วย

^^

แต่วันสองวันนี้น้าเจตากฝนตลอด ไม่สบายตัวมั่กๆ

เสื้อยีนส์ที่ใส่คลุมปกติเวลากลับบ้านก็ชื้นแห้งไม่ทัน เปลี่ยนอีกก็เปียกอีก

เปียกทุกวัน คนยิ่งหนาวใจเลยไปกันใหญ่ ^-^'

แถมบ้านน้าเจเป็นสวนบริเวณก็ใกล้ภูเขา มันก็เลยทำให้บ้านน้าเจเย็นเร็วกว่าบ้านอื่นๆ

เสวตเตอร์ที่เคยใช้คลุมนอนบ่อยๆ ก็เริ่มเปื่อย(ไซส์น้าเจมันหาซื้อยากอะชอนซา)

สรุปว่าหวัดรับประทาน ไข้รับประทาน กินกันจนน้าเจ จะแหว่ง(แต่ไม่ยักผอม)

หุหุ

น้าเจกินยาทุกวันแทนข้าวเลยนี่

ชอนซาหนูทำให้แม่ปวดหัวหรอ น้าเจไม่รู้ว่าหนูรู้ตัวไหม แต่ว่าความยากลำบากในการมีหนูเนี่ย หนูโชคดีนะที่แม่จดและจำไว้

โตขึ้นมาหนูก็คงจะมีจิตใจดีเหมือนสองคนที่ขายขนมให้แม่หนูแน่เลย

^^