หนูจ๋า ..
ไม่ใช่ว่าแม่ไม่มีเรื่องเขียน หรือเล่าให้หนูฟังหรอก
แต่บางวันแม่ก็ไม่อยู่ในภาวะสามารถเขียนได้ .. จริงๆแล้วแม่อยากเล่าให้หนูฟังแต่เรื่องที่น่าจดจำ
สิ่งที่แม่ห่วงมาตั้งแต่มีหนูก็คือ อารมณ์อันอ่อนไหวของแม่นี่แหละ
หลายครั้งในชีวิตของผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหวเช่นแม่นี้ จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเอาชนะใจตัวเองพอสมควร
การที่จะสามารถ "สอบผ่าน" ในแต่ละเรื่องราวได้นั้น
ที่ผ่านมา แม่ต้องอาศัยหลักแห่งทักษะทางอารมณ์มากพอดูทีเดียว
สิ่งที่สำคัญก็คือ ขณะที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้นี่สิ ... มันต้องทนทุกข์ไม่น้อยทีเดียว
แม่ห่วงว่า แม่จะถ่ายทอดความเกินไปในชีวิตแบบนี้ใส่ลงในตัวลูก
นั่นคือสิ่งเดียวที่แม่ไม่ต้องการเห็นตัวเองสะท้อนในลูกเลย
ดังนั้น สิ่งที่ยังหวังอยู่ คือ หากหนูได้รับอิทธิพลส่วนนั้นไปจากแม่ด้วย
แม่ก็ขอให้หนูมีความฉลาดทางอารมณ์ และมั่นคงพอในการรับมือกับสิ่งเหล่านั้น
แม่ฝากสิ่งนี้เอาไว้ แล้วจะข้ามไปเล่าบางสิ่งบางอย่างเมื่อตอนบ่ายนี้
พอตกบ่าย แม่มักจะมีอาการมึนหัวลามไปจนถึงปวด ถ้ายังไม่ยอมล้มตัวลงนอน
หนูบังคับแม่ด้วยวิธีนี้แหละ .. บางครั้งก็มึนจนรู้สึกว่าประสาทช้าไปเลย
แล้วเวลาของหนูต้องแค่ 1 ชั่วโมงพอดี เป๊ะๆ ไม่เคยน้อยไม่เคยเกิน
มีครั้งหนึ่ง แม่โดนโทรศัพท์ปลุกขึ้นมาหลังจากงีบได้แค่ 30นาที
แม่นึกว่าแม่พอแล้ว พยายามจะลุกขึ้น เท่าไหร่ก็ไม่สามารถ แม่ต่อสู้กับความยังไม่พอนั่น
จนรู้สึกตัวแบบตื่นจริงๆเมื่อผ่านไปอีก30นาทีแล้ว
ตาจะใสแจ๋วประสาทจะตื่นพร้อมราวกับว่าเมื่อกี้แกล้งเล่นละครบทง่วงนอนอย่างนั้นแหละ
ก่อนหลับตาทุกครั้งแม่จะมองนาฬิกาบนผนังก่อนทุกที
เมื่อลืมตาขึ้นมา แม่จะเห็นเข็มยาวอยู่ที่เลขตัวที่แม่เห็นก่อนหลับ มีแต่เข็มสั้นเท่าน้นที่บิดเบือน
ทำไมลูกมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้หนา .. แม่ประหลาดใจได้ทุกวันเลยลูกเอ๋ย
วันนี้ก่อนหลับตาลง เข็มยาวอยู่ที่เลข 3 - สิบห้านาที แล้วแม่ก็หลับ
พอลืมตาขึ้นมา แบบสะดุ้งตกใจตื่น เข็มยาวก็อยู่เลข3เหมือนเดิมเลย
แม่กำลังตกใจเพราะความฝัน ก็ต้องแปลกใจปนไปด้วย แล้วก็หอบหายใจต่อ
ในฝัน แม่เห็นงูตัวที่แม่จับพันด้ามไม้เอาไว้ รอให้พ่อมาจัดการอยู่อีกแล้ว
คราวนี้น้าไก่มาจากไหนไม่รู้ จะมาช่วยแม่ฆ่างูตัวนี้เสีย ทั้งที่พ่อก็อยู่ตรงนั้น
น้าไก่จัดการกดด้ามไม้ที่พันงูอยู่ อลวนอยู่พักหนึ่ง
งูหลุดจากไม้นั้น แล้วพุ่งปราดเป็นเส้นตรงมาหาแม่ทันที
แม่นั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับน้าไก่
เมื่องูพุ่งเข้ามาอย่างนั้น แม่ตกใจรีบยกขาขึ้นทั้งสองข้าง
แม่สะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองหอบหายใจอย่างแรง เหมือนคนวิ่งหนีอะไรมาเหนื่อยๆ
รู้สึกเหมือนยังยกขาค้างอยู่ด้วยซ้ำ
ทุกอย่างเหมือนจริง จนแม่ยังจำได้แม้กระทั่งสีของงูเกล็ดของงูด้วยซ้ำ
งูดูไม่ดุร้ายเลย แต่เรากลัวมันเท่านั้น
และที่สำคัญ แม่เพิ่งจำได้ว่าแม่ฝันเห็นงูตัวนี้ทุกคืนเลยที่ผ่านมา
แต่ความจริงอีกใจหนึ่่งของแม่อดจินตนาการห่วงใยหนูไม่ได้
เพราะไม่รู้ว่าหนูกำลังโกรธแม่กับพ่อหรือเปล่า
แม่กำลังมีเืรื่องไม่สบายใจที่กินเวลา กินพลังงาน นานที่สุดเท่าที่จำได้มาเลย
แต่สำหรับคนเกาหลีนั้น การฝันเห็นงูคือสัญญาณว่าจะได้ลูกชาย
ส่วนเรื่องฝันเห็นว่าแม่มีสร้อยทองเส้นใหญ่กว่าที่คล้องคอพ่ออยู่นั่นคือ สัญญลักษณ์ว่าจะเป็นลูกชายตามตำราไทย
แล้ววันนี้แม่ก็บังเอิญไปรื้อหาหนังสือในตู้เก็บของ(อีกแล้ว)
เลยหยิบหนังสือเล่มเล็กที่ทายนิสัยตามวันเกิด มาเปิดดูเล่นๆ
ถ้าหนูเกิดวันที่ 17 ตรงกับที่ลุงหมอกำหนดเอาไว้ให้จริงละก็
ในหนังสือทำนายถึงลักษณะแห่งความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งเชียวหละ
แต่บางครั้งสิ ที่จะแอบมีความอ่อนไหวปรวนแปรปนอยู่ด้วย
นี่ยังไงล่ะ ที่ทำให้แม่ห่วงนัก
หลังจากตื่นจากความฝันระทึก (ครั้งแรกในชีวิต) นั่นแล้ว
แม่เห็นด้วยกับพ่อทันทีว่า ถ้าหนูเกิดเป็นชาย แม่จะยินดีให้พ่อตั้งชื่อหนูว่า
"ชอน ซาเรียง" อันแปลว่า ขุนพลชอน แน่นอน
ในหนังสือยังบอกต่ออีกด้วยว่า อารมณ์อ่อนไหวนั้น หลังจากได้แต่งงานแล้วจะมั่นคงขึ้น
แม่เห็นภารกิจของคนเป็นแม่อย่างชัดเจนเลยลูก
แม่จะส่งหนูจนถึงวันนั้น วันที่หนูสามารถจะมั่นคงได้ขึ้นมาเพราะใครคนหนึ่ง
เหมือนพ่อที่ได้พบกับแม่ไงจ๊ะ
วันนี้ ..อยากกอดหนูมากมาย
2006/9/21
3 comments:
คอมเมนท์เมื่อวานน้าเจหายไปไหนละ
แม่หนูลบหรอ
T^T
ใจร้าย
ไม่เห็นมีเลยอ่ะ ไม่เคยเห็นเลย ยังนึกว่าเจไม่ว่างซะอีก เดี๋ยวลองเข้าไปดูใน Dashboard อีกทีนะ
เข้าไปดูอย่างลวกๆมาแล้ว ไม่มีฟังก์ชั่นให้ลบคอมเมนต์เลยนะ จนถึงไม่มีให้ดูคอมเมนต์ใหม่ด้วย ...
ไม่เป็นไรน่า ระบบอาจจะเดี้ยงตอนนั้น
Post a Comment