หนูจ๋าของแม่ ..
เมื่อวานนี้ราวกับมันเป็นเวลาที่ดีเลยเชียว หลายอย่างที่ดีเกิดขึ้น
ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวหนูทั้งสิ้น
ในช่วงเวลาอย่างนี้แล้ว ไม่มีอะไรเลยที่ไม่เกี่ยวกับหนู
คำว่า "สำหรับหนู" มีพลังมากที่สุด เหมือนเข็มทิศนำทางชีวิตของพ่อและแม่ในเวลานี้จริงๆจ้ะ
เรียกว่าพ่อไม่สามารถ หรือเรียกว่า พ่อเปลี่ยนดีนะ ...
เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างที่เคยและไม่เคย
ที่เคยก็ละ ที่ไม่เคยก็ปฎิบัติ ...
แม่มีความสุขที่หนูกลายเป็นสิ่งที่คล้องเราสองคนให้แนบแน่นและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
นี่เองหนอ ที่ใครๆเขาเรียกว่า ลูกเป็นโซ่ทองของพ่อและแม่
ทุกครั้งที่แม่เขียนถึงลูก ไม่เคยเลยที่ไม่จะไม่นึกถึงอีกส่วนอีกด้านของโลกที่กลับกัน
ในขณะที่แม่โชคดี มีแม่ที่ไม่มีโอกาสอีกมาก
ในขณะที่หนูนอนอย่างอบอุ่นในท้องแม่ มีพ่อคอยช่วยเหลือ
ก็ยังมีอีกด้านของโลกที่โหดร้ายกับชีวิตน้อยๆในท้องด้วยเช่นกัน
ไปจนถึง คนที่อยากจะทำอย่างเรา แต่ไม่มีโอกาส
แม่นึกถึงด้านที่กลับกันนี้เสมอ ด้วยหัวใจที่ถ่อมตนเมื่อเปรียบตัวเองกับพวกเขา
นั่นเอง แม่จึงอยากเก็บไดอารี่สำหรับหนู เอาไว้ให้หนูอ่าน และไม่กล้าเอาไปให้หลายคนอ่าน
ด้วยเหตุผลกลัวคนหมั่นไส้ที่สุด
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกจ๋า แม่เป็นคนอย่างนี้แหละ
จนกว่าแม่จะแน่ใจแล้วว่าโลกทั้งโลกมีความสุขแม่จึงจะบอกว่าแม่เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย
แต่ถ้าไม่ แม่จะขออยู่เงียบๆเฉยๆ ทำดีที่สุดของตัวก่อน
เมื่อสักครู่ แม่ถามตัวเองขณะสระผมว่า
เงิน ทำให้เรามีความสุขที่สุดหรือเปล่า เนื่องจากสายตาของตัวละครในทีวีฉากสุดท้ายก่อนที่แม่จะปิดลงก่อนไปเข้าห้องน้ำ
เขากำลังมองชายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งเงียบๆ
ละครไม่บอกแต่ให้เราคิดต่อหรือเราเก็บมาคิดเองก็ไม่รู้
แม่ติดหัวมาคิดต่อว่า ชายผู้น้นคิดอะไร หรือจะคิดอิจฉาชายผู้ร่ำรวย
แม่ตอบทันใดในใจเลยว่า .. ไม่ใช่เงิน แต่เป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่นต่างหาก
ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของความสุข
คิดได้ดังนั้น แม่รู้สึกจั๊กกะจี้พุงทันทีเลยลูก
ไม่เคยมีใครบอกแม่สักที แต่แม่คิดเอาเองแหละว่าหนูส่งสัญญาณตอบรับสิ่งที่แม่คิด
ทารกคงเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดแล้ว
อันนี้ก็ต่อเนื่องจากหนังสือที่แม่เพิ่งค้นเจอให้ตู้เก็บของด้วย
หนังสือเกี่ยวกับ การดูแลลูกในครรภ์ เน้นเรื่อง 태교
แม่ไม่รู้จะหาคำไทยคำไหนมาแปลคำนี้ดีแล้ว มันคล้ายๆกับการอบรมลูกในครรภ์นั่นเอง
คนเกาหลีให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก
เช่นว่า ทำอะไรแล้วดีกับลูก
ทำอย่างไรแล้วลูกจะมีบุคคลิกภาพอย่างไร ทำนองนั้นแหละ
แม่พยายามตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือที่มีตัวหนังสือมากกว่าภาพเล่มนี้
จึงพบว่า เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมดูแลลูกในครรภ์ที่ดีมากเลยเชียว
หนังสือบอกเราหลายอย่างที่ทำให้เราเข้าใจหนูมากขึ้น จนถึงบอกว่าอะไรที่ดีที่เราควรทำ
สิ่งหนึ่งที่ติดใจแม่คือ การจัดตารางเวลาในแต่ละวัน
การทำทุกอย่างในเวลาเดิมๆ เป็นสิ่งที่ดี จนถึงมีเวลานั่งคุยกับลูกท้องด้วย
แม่ดีใจที่แม่ได้ทำบางอย่างตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ด้วยการตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นเวลาเดิมทุกวัน
จากที่เคยตื่นแล้วแต่จะอยากตื่น ตื่นแล้วต้องทำอะไรบ้างในขณะที่พ่อยังนอนอู้ตู้
จนถึงอ่านหนังสือที่อยากอ่านด้วย
ส่วนเขียนไดอารี่ถึงหนู แม่ขอเก็บเอาไว้หลังจากส่งพ่อไปทำงานแล้ว
มีเวลาคุยกับหนู เวลาคุยกันประสาสามีภรรยา จนถึงเวลานอนที่เป็นเวลา
ตอนหลังๆนี่แม่ชักทำยากขึ้น
พ่อของหนูมีเวลาเอาแน่เอานอนไม่ได้
บางทีเวลาที่แม่อยากให้พ่อรีบไปทำงานซะที แม่จะได้ทำอย่างอื่นต่อ
พ่อก็ไปสายไม่สนอะไรซะงั้นแหละ ... อย่างวันนี้เลย
ตารางของแม่เลยเลื่อนหมด
ส่วนตอนค่ำ จะเอาอะไรกับพ่อที่นอนเร็วนอนช้าไม่เท่ากันแล้วแต่จะคลิกไปเจออะไรในทีวี
อย่างไรก็ตาม เราอย่าไปแสวงหาความสมบูรณ์แบบเลยเนาะ
เอาแบบตามโอกาสและความเป็นไปได้ดีกว่า ^__^
อีกเรื่องที่แม่ดีใจมาก ..
พ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับโฆษณาแม่ก็เข้าไปแทรก
เห็นประกาศรับสมัครต่างๆ แต่แม่เจอแล้ว ๆ
งานฝีมือ Quilt ที่แม่อยากทำ
ที่จริงแม่ไม่สนหรอกว่าจะมาแนวไหน แม่ถักนิตติ้งเป็นอยู่แล้ว ปักครอสติชก็เคยบ้า
คิวลท์ เหมือนงานที่ยากและค่าใช้จ่ายสูง แต่ดูแล้วออกมาเป็นชิ้นเป็นอันเอาไว้ใช้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว
พ่อพาไปเลยหลังจากออกจากบ้านคุณย่า
ค่าใช้จ่ายแพงอย่างที่แม่คิด แต่มันสวยไม่เบาเลยลูก
ครูเขาบังคับให้เราติดตามหลักสูตรโดยเริ่มจากทำหมอนปักเข็มก่อน
แม่เห็นแล้วเซ็งเล็กน้อย อยากโดดไปทำผ้าห่มเลยซะ
แหม ทุกอย่างมันแพงจังอย่างนี้ อยากทำอะไรก็อยากทำไปเลยน่ะสิ
ยังไงก็ตาม แม่คิดว่าหลังจากทำได้สักพักหลังจากนั้นแม่คงนั่งเย็บปักเอาเองที่บ้านได้อีกมากมายแน่นอนเลย
พ่อยังลังเลนะนั่นน่ะ เราสองคนเห็นตรงกันว่ามันแพง
ถึงบ้านแล้วพ่อโทรไปหาเพื่อนหญิงคนที่เคยทำหมอนปักเบอร์โทรหน้ารถให้แม่ทันที
พอได้ยินเพื่อนยืนยันว่างานคิวลท์มันช่วยให้เด็กมีสมาธิดี
การอ่านหนังสือด้วย ทำให้เด็กรักการอ่าน จนแทบไม่ต้องหาของเล่นให้เลย
สงสัยพ่อจะเห็นวิธีประหยัดค่าซื้อของเล่นให้ลูกแน่ๆ
แม่เกรงใจพ่อเหมือนกันนะ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายของหนูมากมายเลย
แต่ทำไมพ่อยินดีขนาดนี้ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ
(ปกติพ่อจะเหนียวเวลาจ่ายให้แม่อ่ะ)
พ่อบ่นแม่ว่า ไหนเคยบอกว่าไม่มีพ่อแม่อยู่ไม่ได้ไง ?
แม่เลยตอบว่า ก็มีชอนซาแล้วเธอไม่จำเป็นแล้วหละ ?
แล้วแม่ก็กินมะเหงกก่อนนอนหนึ่งโป๊ก
เราเต็มใจและพิจารณาสิ่งที่ดีแต่มีเหตุผลให้หนูเสมอจ้ะ
2006/9/23
3 comments:
มิน่า
หนุ่มสาวเกาหลีในนิยาย ในภาพยนต์ ในซีรี่ส์
ส่วนใหญ่เลยมีความคิดดี
มีจิตใจดีเป็นพื้นฐาน
ชักอยากให้เด็กในไทยไปเกิดที่นั่น
แต่ไม่ต้องก็ได้
หนุ่มสาวไทยก็ยังหลงเหลือความดีอยู่บ้าง
นิดนึงนะ
^^
ไม่จริงทั้งหมดหรอกจ้ะ ..
ถ้าเจอเด็กเกาหลีจะต้องส่ายหัวทุกคน
การอบรมเด็กไม่ใช่จบลงแค่นี้ มันเป้นแค่ส่วนเดียวเท่านั้นเอง
บางกรอบบางมุม เด็กไทยดีกว่าเด็กเกาหลีก็มีเยอะเลยนะ
เซฟบล๊อคพี่กุ้งไว้นานแล้ว เพิ่งจะมีเวลามาอ่านก็วันนี้เองค่ะ วันนี้อ่านย้อนไปหลายหน้า... จนลืมไปแล้วว่าจะเม้นต์อะไร
แวะมาทักทายหลานซอนซาค่ะ ^^
Post a Comment