Sunday, March 04, 2007

วันที่สามของบ้านใหม่

ลูกแม่ ..

เรายังจัดของไม่เสร็จ บ้านยังคงเป็นป่าดงดิบอยู่อย่างนั้น
แต่พ่อกับแม่ก็ฮึมฮัมแฮปปี้ กันได้เสมอ

'บ้าน' คือคำเรียก สถานที่ทำให้เรารู้สึกสบายที่สุดในโลกจ้ะ
แม่พูดอย่างนี้ทีไร คนฟังก็จะอือออตามได้ทุกครั้ง
หนูเห็นด้วยใช่ไหม ..

พ่อกับแม่บ่นถึงหนูกันตลอดเวลา
เราดีใจที่หนูจะได้ลืมตาขึ้นมาในบ้านหลังใหม่
ถ้าชื่อ "บ้านสุขใจ" ไม่ฟังดูเชยไปหน่อยนะ ..
แม่อยากเสนอให้พ่อตั้งชื่อบ้านอย่างนี้จัง

เจ้าของบ้านเดิม เขาพยายามแกะป้ายชื่อหน้าบ้านไปด้วย
แต่มันผนึกติดแน่นมาก พ่อช่วยงัดไปงัดมา
ผลคือ มันหลุดออกมาแต่แผ่นเหล็กที่พิมพ์ชื่อ
เหลือฐานของป้าย ซึ่งเจ้าของบ้านเลยเสนอให้พ่อไปพิมพ์ของตัวมาติดเอาเลย

พ่อก็ดูยินดี จัดการกอปปี้ไซส์แผ่นเหล็กไว้
แม่หละใจหาย ถ้าพ่อจะทำป้ายชื่อคนสองคน เหมือนเจ้าของบ้าน
เพิ่งได้ความคิดนี่แหละ ว่าตั้งชื่อบ้านกันดีไหม

แต่ว่านะ ..ละครไทยไปนิดหรือเปล่าลูก

..
.....

แม่เปลี่ยนบล๊อกรูปของหนู เป็นบล๊อกของแม่แทนแล้วนะ
ถือโอกาสเปลี่ยนหน้าตาบล๊อกด้วยเลย
เสียเวลานิดหน่อย
แต่่ว่าต่อไปนี้ แม่จะได้รู้สึกเหมือนกับนั่งเขียนบล๊อกข้างๆหนูแล้วหละ

เป็นเพราะแม่ตระหนัก ถึงการออกมาของหนู
จะคลอดวันคลอดพรุ่งก็ยังไม่รู้

เราผิดนัดคุณหมอ แม้ว่าวันนี้จะไปแล้ว
ก็ยังไม่สามารถฝ่าฝูงชนไปพบคุณหมอได้
พยาบาลหน้าเคาเตอร์ ขอโทษ แล้วขอให้เรามาใหม่วันจันทร์
แต่หลังจากหมุนวงกลม ดูกำำหนดคลอดแล้ว
พยาบาลกำชับเพิ่มมาอีกว่า ถ้าปวดท้องให้รีบโทรมานะคะ

แล้วแม่ก็กลับมาชอปปิ้ง เยอะที่สุดในรอบสองปี

เราเพิ่งย้ายบ้าน ..แม่โยนเกือบทุกอย่างในตู้เย็นทิ้งหมด
ทำความสะอาดเกลี้ยงเกลา รู้สึกเหมือนได้ตู้เย็นใหม่
ขนเอาสารพัดของกินเข้าไปเรียงอย่างดี
แม่พบว่า แม่ซื้อของใช้ลำบากยากเย็น
แต่หยิบของกิน ประเภทบำรุงแม่บำรุงลูก หยิบได้หยิบดี
หมดกันไป แสนสองหมื่นแปดพันกว่าวอน
แสนนึง เป็นคูปองของขวัญจากกัปตันคนหนึ่งให้พ่อมา
แหม ..เท่ากับกินฟรีเลยเนอะ

อยู่ดีๆ คุณย่าโทรมาหาพ่อ
เขาคุยกันยังไงนะ แม่ไม่ชอบเสียงพ่อเวลาคุยกับย่าแบบนี้เลย
ย่าทนได้ยังไงนะ ..
พอพ่อกลับมา แม่บอกว่า แม่ต้องเตรียมใจแล้วหละ
พ่อสงสัยมาก ว่าเตรียมใจอะไร
คำตอบคือ ....ปิ๊งป่อง

สักวันหนึ่ง ชอนซาก็จะรักผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เรียกว่า เมีย
มากกว่า แม่
แถมท้ายด้วยว่า เหมือนพ่อ(มัน)

พ่อหัวเราะ เพราะแก้ไม่ถูกเลย งานนี้ถูกชมพร้อมด่า

แต่แม่ยอมรับความจริง พูดต่อว่า
เลี้ยงลูกชายนั้นจะเป็นอย่างนี้ แต่แม่ก็จะรักลูกชายของแม่ต่อไป
ถ้าเลี้ยงลูกสาวสิ แม้จะออกเรือนไปแล้ว ก็ยังเป็นลูกพ่อแม่วันยังค่ำ

หนูไม่ต้องน้อยใจ ว่าแม่ประเมินหนูซะตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้ากัน
แม่บอกแล้ว ว่าแม่เตรียมใจไว้
และประโยคสุดท้าย แม่ก็บอกแล้วไงว่า
แต่แม่ก็จะยัง รักลูกของแม่เหมือนเดิม

2007/3/3 วันเสาร์
แต่พิมพ์ตอนข้ามเที่ยงคืน ไม่รู้จะออกมาเป็นยังไงเหมือนกัน

No comments: