ยาที่รับมาจากรพ. ณ วันออกได้หมดลงแล้ว
สรุปคือ กินยากันเหมือนติดยันต์เลย กลัวลูกตัวร้อนเวลาเราไม่อยู่
เลยต้องกินกันตามเวลาที่ำกำหนด
แม่ใส่ใจยิ่งกว่า กินวันละสามเวลาหลังอาหารซะอีกด้วย
เพราะเขาโนตเพิ่มมาว่า ยาแก้ตัวร้อน กินทุก5ชม. ส่วนอีกขวดคือยาปฏิชีวนะ กินทุกแปดชั่วโมง (ประมาณว่ายาแก้อักเสบ ทำนองนั้น)
แม่หล่อนเหลือบดูนาฬิกากันทุกทีที่หยอดยา ..
ให้ผลเหมือนกันคร๊าบ คือ
ลูกยังตัวร้อนตามเวลาปกติเหมือนเดิม ณ ตีสองของทุกวัน
แม่มันกลั้นใจก้มหน้าก้มตา เช็ดตัวให้ลูกไปพร้ิอมกับ รับมืออาการโยเย
อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยเรา ก้มหน้าก้มตาทำไป ในฐานะแม่ของลูก
ตอนกลางวันมันไม่มีแรงจะสู้กับความง่วงเวลาขับรถ นี่สิอันตราย
วิ่งๆอยู่แล้วสติมันอยากจะวี๊ดลงมาน่ะ
จนยาหมดแล้ว แม่ให้ยาสั่งกับรีอันว่า วันนี้หายแล้วนะลูก
แต่ไม่ได้ผล พอหมดฤทธิ์ยาชุดสุดท้าย ลูกก็เริ่มทำท่าตัวร้อน
เลยตัดสินใจไปหาหมออีกรอบ
คราวนี้ขอตามใจ ตามความรู้สึกตัวเอง ไม่ย้อนไปหาหมอเบอร์ที่สั่งแอดมิทครั้งที่แล้ว
พยาบาลหน้าห้อง มาคุยด้วย ทำนองว่า .. เราน่าจะให้หมอตามผลตัวเองนะ
หน้าตาแม่ขณะนั้น คงทำให้คนเขาไม่สามารถขัดใจได้
ยอมอดทนอยู่ให้จนครบช่วงที่สั่งแอดมิท นั่นก็เต็มที่ให้แล้ว
พอแล้วหละ ครั้งที่แล้ว เป็นความผิดพลาด(ที่ไม่ใช่ของแม่)
หมอสอบถามอาการรีอัน แล้วงงเหมือนเดิม
สั่งตรวจเลือด แล้วให้พรุ่งนี้มาดูผลอีกครั้ง
แต่จ่ายยาให้ก่อน
ยาสั่งไว้ว่า ให้กิน ณ เวลาตัวร้อน
แม่เลยรอจนลูกตัวร้อน แล้วค่อยป้อน นั่นคือ ตอนสี่ทุ่ม ตอนที่ลูกตื่นมางอแงเพราะตัวร้อนแล้ว
แล้วเราสองคนนอนหลับกันยาวจนเช้าเลย
นอนกันสบายดี มาเจอกันอีกที ตัวร้อนอีกแล้ว ตอนหกโมงเ้ช้า
เออสิ แสดงว่าต้องกินยาฉุดไว้หรือไงนี่ หมดฤทธิ์ยาก็ตัวร้อนอีก
ไปหาหมอดูผล วันนี้
รู้สึกว่าตัวเองเท่ห์มาก นั่งคุยกับหมอด้วยภาษาวิทยาศาสตร์(ที่เคยเรียนมา จำได้บางๆ)
หมอตัดสินใจเกือบไม่ถูก ถ้าไม่ใช่เพิ่งนอนรพ.ไปเมื่อสัปดาห์ืที่แล้ว หมออาจจะสั่งแอดมิทอีกรอบ
แม่กอดลูกแล้วอ้อนวอนหมอด้วย สีหน้าว่า อย่าส่งเราไปนอนฝันร้ายอีกเลยนะ
เลยได้ยามากินกันก่อน สักสองสามวัน
อย่างที่มีคนเคยพูดนั่นแหละ หมอเขาก็คลำแล้ว เดากันไปก่อน ว่าน่าจะอย่างโ้น้น น่าจะอย่างนี้
เราอยู่ในฐานะต้องเชื่อเขา ใครจะกล้าเถียงหมอ
แต่ครั้งนี้ แม่ยินดีติดตามการเดาของหมอ ถึงเดาก็เดากันอย่างใช้หลักการบ้างแหละ
ดีกว่า ไปนอนรพ.กันอย่างไร้เหตุผลอีก
แล้วทั้งวัน ลูกไม่ตัวร้อนเลย จนเย็น
นับว่าดีขึ้นหนึ่งสเต็ป
อยากรู้เหมือนกันว่า นี่มันอะไรกันแน่
จะตัวร้อนมาราธอนกันไปถึงไหน นี่เข้ากลางสัปดาห์ที่สองแล้ว
ปล.ผลการตรวจเลือด มีการต่อต้านเชื้ออะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร
หมอพูดตรงไปตรงมาดีนะฮ๊ะ ก็มันยังไม่รู้จริงๆอ่ะ
คนไข้ไม่ีมีอาการข้างเคียง หมอก็ทำหน้างง ให้แม่เห็นชัดๆ
เดี๋ยวนี้มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะ จะมีชื่อโรคแปลกๆ อาการแปลกๆโผล่มาเรื่อยๆแหละ
หวังว่าจะไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วกัน
สรุปคือ กินยากันเหมือนติดยันต์เลย กลัวลูกตัวร้อนเวลาเราไม่อยู่
เลยต้องกินกันตามเวลาที่ำกำหนด
แม่ใส่ใจยิ่งกว่า กินวันละสามเวลาหลังอาหารซะอีกด้วย
เพราะเขาโนตเพิ่มมาว่า ยาแก้ตัวร้อน กินทุก5ชม. ส่วนอีกขวดคือยาปฏิชีวนะ กินทุกแปดชั่วโมง (ประมาณว่ายาแก้อักเสบ ทำนองนั้น)
แม่หล่อนเหลือบดูนาฬิกากันทุกทีที่หยอดยา ..
ให้ผลเหมือนกันคร๊าบ คือ
ลูกยังตัวร้อนตามเวลาปกติเหมือนเดิม ณ ตีสองของทุกวัน
แม่มันกลั้นใจก้มหน้าก้มตา เช็ดตัวให้ลูกไปพร้ิอมกับ รับมืออาการโยเย
อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยเรา ก้มหน้าก้มตาทำไป ในฐานะแม่ของลูก
ตอนกลางวันมันไม่มีแรงจะสู้กับความง่วงเวลาขับรถ นี่สิอันตราย
วิ่งๆอยู่แล้วสติมันอยากจะวี๊ดลงมาน่ะ
จนยาหมดแล้ว แม่ให้ยาสั่งกับรีอันว่า วันนี้หายแล้วนะลูก
แต่ไม่ได้ผล พอหมดฤทธิ์ยาชุดสุดท้าย ลูกก็เริ่มทำท่าตัวร้อน
เลยตัดสินใจไปหาหมออีกรอบ
คราวนี้ขอตามใจ ตามความรู้สึกตัวเอง ไม่ย้อนไปหาหมอเบอร์ที่สั่งแอดมิทครั้งที่แล้ว
พยาบาลหน้าห้อง มาคุยด้วย ทำนองว่า .. เราน่าจะให้หมอตามผลตัวเองนะ
หน้าตาแม่ขณะนั้น คงทำให้คนเขาไม่สามารถขัดใจได้
ยอมอดทนอยู่ให้จนครบช่วงที่สั่งแอดมิท นั่นก็เต็มที่ให้แล้ว
พอแล้วหละ ครั้งที่แล้ว เป็นความผิดพลาด(ที่ไม่ใช่ของแม่)
หมอสอบถามอาการรีอัน แล้วงงเหมือนเดิม
สั่งตรวจเลือด แล้วให้พรุ่งนี้มาดูผลอีกครั้ง
แต่จ่ายยาให้ก่อน
ยาสั่งไว้ว่า ให้กิน ณ เวลาตัวร้อน
แม่เลยรอจนลูกตัวร้อน แล้วค่อยป้อน นั่นคือ ตอนสี่ทุ่ม ตอนที่ลูกตื่นมางอแงเพราะตัวร้อนแล้ว
แล้วเราสองคนนอนหลับกันยาวจนเช้าเลย
นอนกันสบายดี มาเจอกันอีกที ตัวร้อนอีกแล้ว ตอนหกโมงเ้ช้า
เออสิ แสดงว่าต้องกินยาฉุดไว้หรือไงนี่ หมดฤทธิ์ยาก็ตัวร้อนอีก
ไปหาหมอดูผล วันนี้
รู้สึกว่าตัวเองเท่ห์มาก นั่งคุยกับหมอด้วยภาษาวิทยาศาสตร์(ที่เคยเรียนมา จำได้บางๆ)
หมอตัดสินใจเกือบไม่ถูก ถ้าไม่ใช่เพิ่งนอนรพ.ไปเมื่อสัปดาห์ืที่แล้ว หมออาจจะสั่งแอดมิทอีกรอบ
แม่กอดลูกแล้วอ้อนวอนหมอด้วย สีหน้าว่า อย่าส่งเราไปนอนฝันร้ายอีกเลยนะ
เลยได้ยามากินกันก่อน สักสองสามวัน
อย่างที่มีคนเคยพูดนั่นแหละ หมอเขาก็คลำแล้ว เดากันไปก่อน ว่าน่าจะอย่างโ้น้น น่าจะอย่างนี้
เราอยู่ในฐานะต้องเชื่อเขา ใครจะกล้าเถียงหมอ
แต่ครั้งนี้ แม่ยินดีติดตามการเดาของหมอ ถึงเดาก็เดากันอย่างใช้หลักการบ้างแหละ
ดีกว่า ไปนอนรพ.กันอย่างไร้เหตุผลอีก
แล้วทั้งวัน ลูกไม่ตัวร้อนเลย จนเย็น
นับว่าดีขึ้นหนึ่งสเต็ป
อยากรู้เหมือนกันว่า นี่มันอะไรกันแน่
จะตัวร้อนมาราธอนกันไปถึงไหน นี่เข้ากลางสัปดาห์ที่สองแล้ว
ปล.ผลการตรวจเลือด มีการต่อต้านเชื้ออะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร
หมอพูดตรงไปตรงมาดีนะฮ๊ะ ก็มันยังไม่รู้จริงๆอ่ะ
คนไข้ไม่ีมีอาการข้างเคียง หมอก็ทำหน้างง ให้แม่เห็นชัดๆ
เดี๋ยวนี้มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะ จะมีชื่อโรคแปลกๆ อาการแปลกๆโผล่มาเรื่อยๆแหละ
หวังว่าจะไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วกัน
3 comments:
หายไว ๆ นะไอ่หนู ...
คุณกุ้งค่ะ ไปถูกบ้านแล้วค่ะ ลืมแนะนำตัวค่ะ ชื่อ ชมพู่ค่ะ หน้าตาเป็นเงียะค่ะ (นามแฝง Brutus ค่ะ)
http://www.diarylove.com/brutus/index.php?datestamp=20080707&thisday=1&dfMonth=7&dfYear=2008
ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ โดยเฉพาะหนุ่มน้อยรีอัน ^ ^
ขอให้รีอันน้อยหายไว ๆ น้า เป็นห่วงจังเลยค่ะ เพิ่งอ่านไดน้องจิระมา ตัวร้อนเหมือนกัน พยาบาลที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์บอกว่า เวลาเช็ดตัวน้องตอนตัวร้อน ร้องเช็ดแรง ๆ อย่าค่อย ๆ เช็ด ไม่งั้นไข้จะไม่ลดค่ะ
อาทิตย์ก่อนลูกเพื่อนเราสามขวบก็นอนโรงบาลสมิติเวชไปหลายวันเหมือนกันกุ้ง หมอก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร แต่ว่าตอนนี้หายแล้ว ขอให้รีอันหายไวๆนะ
Post a Comment