Monday, November 09, 2009

เรืิ่องไข้ ไม่ได้เป็นกันมานาน

วันนี้มีเด็กหนึ่งคนเสียชีวิตด้วยหวัดหมู swine flu หรือหวัด2009 นี่แหละ
เพราะว่าพ่อเด็กเป็นนักแสดงมีชื่อเสียง ข่าวเสนอกันหลายรอบ
สะเืทือนใจมาก ..

เด็กคนนั้นอายุ 7 ขวบแล้ว
หน้าตาน่ารักมากกก

และตามธรรมดาของเด็กชายเกาหลี อันเป็นความหวังของสายเลือด ตระกูล
ย่อมเป็นดวงใจแก้วตาของพ่อแม่แน่นอน

จะพ่อถีบสามล้อหรือพ่อดารา ก็คงโก่งตัวร้องไห้กันเหมือนกันแบบนี้แหละ

ข่าวแจ้งว่า ป่วยแค่3วันเท่านั้น
โหดสุดๆ

เริ่มด้วย ไอเจ็บคอ หวัดลงคอปกติ
แทรกซ้อนด้วย ปอดอักเสบ
แล้วจบลงที่swine flu

(ไม่ค่อยอยากเชื่อข่าวเลย สามวันมันเร็วไป)

แม่ฟังแล้วอยากล้วงข่าวลงไป ว่ามันพลาดกันตอนไหน ถึงมือหมอช้าไป
หรือว่าเด็กสุขภาพไม่ดีอยู่ก่อนแล้ว

ข่าวนี้ คงทำคนเกาหลีตื่น(ตูม)เรื่องหวัดหมูนี่กันอีกระลอกใหญ่แน่ๆ

แม่เพิ่งพารีอันไปรพ.กันมารอบสาม ตามลำดับดังนี้

1.เราจะไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่กัน สามคนพ่อแม่ลูก
แต่ลูกไม่ได้ฉีดเนื่องจากวันนั้น ดูเหมือนอาการคนเริ่มไม่สบายพอดี
หมอพบว่า คอแดง เลยไม่ผ่าน แต่สั่งยามาให้
กินยาแล้ว ลูกไอมาก ตัวร้อนจัดทั้งคืน

แม่แทบคลาน เพราะง่วงนอนมาก ผวาลุกมาตรวจอุณหภูมิลูกทั้งคืน
วันนั้น ถ้าตัวเลขลดลงเป็น 38 แม่จะทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจครึ่งนึงเลย
เพราะเอ็ง แตะ39ทั้งคืน แม่นอนไม่หลับเลย

ยาลดไข้แทบจะเอาไม่อยู่

2.รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ไม่ได้การ แม่ไม่รอตายคนเดียว ในวันอาทิตย์หรอก
ขอเหาะไปรพ.ก่อน ตัดสินใจเข้าพบหมอคนเดิม แม้ว่าจะไม่ใช่หมอประจำคนเดิม แต่ก็เป็นคนที่เห็นอาการ ตั้งแต่ ณ วันแรก
วันนี้หมอเพิ่มยาให้ แล้วบอกว่าวันจันทร์ให้มาดูอาการอีกครั้ง ถ้ายังไงอาจจะต้องตรวจไข้หวัดใหญ่

ทำแม่ใจหายกับคำนี้ ไม่กล้าบอกใครเก็บเอาไว้คนเดียว

ตกเย็น ตัวเริ่มร้อน ยาเอาไม่อยู่เหมือนเดิม ..ต้องคอยเช็ดตัว ลูกก็ดิ้นไม่ให้เช็ด พอเช้ามืดกรอกยาได้นั่นแหละ จึงได้นอนกันได้วูบนึง

อยู่ไม่ได้แล้วฉัน นั่งเสิร์ชหาข้อมูลความแตกต่างระหว่างหวัดใหญ่กับหวัดหมู
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการในเด็ก

ทบทวนความจำตัวเองได้ว่า วัคซีนหวัดใหญ่เข็มแรกของเด็กต้องฉีด 2เข็มห่างกัน1เดือน
อะจ๊า ปีที่แล้วเราฉีดกันที่ไทย ตอนนั้นพ่อโทรเร่งให้กลับทุกวัน ยังคิดอยู่เลยว่าจะได้อยู่ฉีดวัคซีนเข็มสองหรือเปล่า เพราะเข็มแรกว่าจะฉีดก็อยู่กันเกือบเดือนแล้วถึงนึกขึ้นได้

ถ้าอย่างนั้น เข็มสองก็ต้องฉีดเมื่อปลายเดือนพย. ทบทวนความจำได้แล้วสบายใจขึ้น
อย่างน้อย ก็ยังอยู่ในพีเรียด 1ปีของวัคซีนหละวะ จะป้องกันได้ไม่100เปอร์เซ็นต์ก็ยังสบายใจหน่อย

ต่อมา อาการต่างๆที่เกี่ยวพันกับลูก นอกจากไอกับมีไข้แล้วไม่มีอย่างอื่นอีก

คืนเสาร์ ลูกไอน้อยลงแล้วก็เพิ่มขึ้นมาอีกในวันอาทิตย์

3.วันจันทร์ ฝากลูกไว้กับพี่หนุ่ย ในสภาพ นอนหลับตัวล้อนจ้อน เนื่องจากไข้ไม่ลด
แล้วแม่วิ่งไปลงชื่อก่อน พยายามเลีื่ยงไม่ให้รีอันต้องวิ่งอยู่บรรยากาศรพ.ให้น้อยที่สุด
แต่ก็ไม่รอด คนเยอะเหมือนกับว่ามีสงครามอยู่ข้างนอก ยืนรอจ่ายเงินด้วยคิวที่ต้องรอถึง27คน เป็นจำนวนสองรอบ เตียงในห้องฉีดยาไม่พอ คนให้น้ำเกลือนั่งพิงเสาหลับแบบเพลียไข้ พยาบาลวิ่งกันวุ่นวาย แม่เห็นแล้วอ้าปากหวอ

หมอได้ยินว่ารีอันไข้ยังไม่ลด แสดงอาการตกใจมาก ส่งตัวให้ไปตรวจไข้หวัดใหญ่ กับเอกซเรย์ปอดเผื่อเป็นปอดอักเสบ โรคฮิตของรีอัน

ไม่รู้ทำไม แม่กำลังใจดีมาก มันนิ่งแบบแน่นอนจัง หรือว่านิ่งแบบ นี่นะ จะเกิดอะไรขึ้นกรูทำใจเตรียมพร้อมยอมรับแล้ว

พอหมอบอกว่า โชคดีจัง ไม่มีปัญหาทั้งคู่เลย ไม่เป็นไข้หวัดใหญ่และปอดก็ยังไม่เป็นอะไร

แม่โล่งอกแบบ โล่งไปถึงทวารหนักเลยลูก


เราเหนื่อยกันอยู่รพ.ครึ่งวันเลย


วันนี้แหละ ที่ข่าวออกมาเรื่อง อีสอกกี หนูน้อยแสนน่ารัก เสียชีวิตในระยะป่วยแค่สามวัน
เพราะพ่อแวะมาดูรีอันแล้วบอกให้พารีอันไปเช็ค หวัดหมู
แม่ก็ว่าจะบ้าเหรอ ถ้ามันใกล้เคียงหมอก็คงสั่งเทสต์ไปแล้ว

้น้าไก่ก็บอกอีกคนเรื่องนี้ เพราะข่าวออกทั้งวัน

แม่ฟังแล้วจิตตก วิ่งเข้าอินเตอร์เนตอีกรอบ
ไม่ใช่หาข้อมูล แต่หาดูข่าว ..พอเห็นหน้าตาแล้วใจหายเลย





ถ้าเอารูปความโศกสลดของพ่อแม่มาลงด้วย มีหวังเขียนไดอารี่วันนี้ไม่จบแน่

ต่อ..

4. หลังจากหมอเปลี่ยนยาให้ คืนนั้นรีอันไม่มีไข้
คืนต่อมาก็ไม่มี พาไปหาหมอวันนี้ หมอดีใจ (คงโล่งใจว่ากรูมั่วถูกหรือเปล่า หมอก็เดาของหมอ ให้เรามารพ.กันตั้งหลายรอบ จะไม่หายติดหวัดหมูก็ตรงนี้แหละ)

แต่คืนนี้ รีอันกลับเริ่มมีไข้นิดๆ แม่นั่งแปะผ้าให้ นั่งเฝ้าดูอยู่ ยังเงียบไม่ไออะไรมากมาย
รอดูคืนนี้อีกคืน ..

ต่อ ..

อัพเดท
ลูกหลับไปตั้งแต่ทุ่มครึ่ง เป็นเวลาที่แม่ใฝ่หาเลยทีเดียว อยากพาลูกนอนเร็วแบบนี้
แต่ไม่เคยได้สักที วันนี้เพราะไม่ได้นอนกลางวันมาหลายวัน แล้วยัีงตืนเวลาเดิมทุกวัน

เริ่มนอนด้วยอาการตัวร้อน จนแม่ต้องโทรสั่งให้พ่อแวะซื้อยาลดไ้ข้แบบสวนมาไว้อุ่นใจก่อน

แม่เอาผ้าแปะหน้าผากแล้ววัดไข้ตลอด มันเพิ่มๆลดๆ อยู่สูงสุดที่37.9 แล้วค่อยๆลด
สุดท้าย เหลือ36.3 อุ๊ย เหงื่อเปียกหัวด้วย ทั้งที่ใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงในขาสั้น

คงจะรอดแล้วเราคืนนี้ ดีที่มียันตร์กันไข้ ฮ่าฮ่า อย่างนี้แหละ ถ้าเตรียมจะไม่ได้ใช้ แต่จะกลายร่างเป็นยันตร์แทน



*วันนี้แม่พาลูกวิ่งออกจากลานจอดรถ แล้วปล่อยให้เดิน จนถึงห้องตรวจ
ลูกไอเป็นชุด .. ณ ตอนนั้น นึกถึงตัวเองตอนชั่วโมงพละที่วิ่งแล้วแสบคอ มีอาการอยากไอ
ตัดสินใจ หายรอบนี้ จะพารีอันให้คุ้นกีฬา เริ่มออกกำลังกันทุกวันแน่นอน

นี่แหละ จุดเริ่มต้นของนักกีฬายอดเยี่ยมของแม่ เพราะป่วยมาก่อน ฮี่ๆๆ

*แม่นี่แหละ รู้จักลูกดีที่สุด .. ชักอยากใช้เวลาอยู่กับลูกเอง อยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน

No comments: