เคยได้ยินมาว่าคนท้องอาจจะมีอารมณ์ของโรคซึมเศร้าแทรกด้วย เป็นเรื่องปกติ
โรคนี้นะ คนเกาหลีกลัวกันมากเชียว .. เพราะมันไม่เว้นใครเป็นใคร
ที่แม่จำได้คือ ดาราสาวสวย แต่ชอบได้เล่นบทเศร้าเพราะหน้าเธอมันเหมาะกับบทนี้อย่างที่สุด
สวยอย่างเศร้าๆ
ได้เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากระเบียงอพาร์ทเมนต์บ้านเธอเอง
คนที่เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รักเธอ
แม่เห็นด้วยว่ามีคนมาร้องไห้ในงานศพเธอมากเชียว และทุกคน ไม่เข้าใจ นึกไม่ถึงว่าอะไรทำให้เธอทำอย่างนี้
แต่สรุปลงที่ว่า เธอมีประวัติพบแพทย์ด้วยโรคซึมเศร้า
สมัยก่อนคุณยายก็เคยเป็นห่วงแม่ด้วยเรื่องนี้ กลัวแม่เป็นโรคซึมเศร้า
จริงๆแล้วแม่เป็นบทบาทนางเอกแบบนี้กับใครเขาไม่เป็นหรอกลูก
แม่อาจจะเศร้า เพราะอ่อนไหวง่าย แต่แม่ก็หายเร็ว ปรับจิตใจได้เก่ง
ขอวกมาคุยเรื่องปรับจิตใจได้เก่งหน่อยนะ แม่อยากชมตัวเองเรื่องนี้สักหน่อย สำหรับวันนี้
พร้อมกับบันทึกไว้เตือนให้จำ ย้ำให้คิดสำหรับเราทั้งสองคนด้วย
แม่จำเสมอว่า เวลาได้ยินใครพูดเกี่ยวกับคนอื่นในทางที่เสียหาย แม่จะไม่เชื่อเอาไว้ก่อน
หากว่าคนพูดคุยเก่งมาก แม่ขอฟังเอาไว้เฉยๆ ..แต่บอกตัวเองเสมอว่า สิบปากว่าไม่เท่าเราสัมผัส
ไม่เชื่อ ๆๆ ๆ แม่บอกตัวเองอย่างนี้
แต่ไสยศาสตร์มีจริงลูก ... แค่เราฟัง เราก็จะได้รับอิทธิพลจากมันโดยไม่รู้ตัว
เช่นเรื่องของเรื่องคือ .... ตั้งแต่มีหนูมานี่นะ แม่มักจะได้รับการไหว้วานขอร้องขอความช่วยเหลือมากมาย
ซึ่งแม่ยินดีในทุกกรณี แต่มีรายหนึ่ง ที่การช่วยเหลือนี้ต้องลามไปถึงพ่อ เนื่องด้วยงานของพ่อ
เขาขอให้พ่อช่วยเอาของออกจากเรือที่เขาส่งของมาจากเมืองไทย ที่ท่าเรือพูซาน
บ้านเราไม่ได้อยู่พูซานนะ แต่การงานของพ่อเกี่ยวพันกับประมาณชิปปิ้งเล็กน้อย
แม่ต้องขอพ่อ แต่ตั้งใจว่า จะช่วยแนะนำชิปปิ้งที่พูซานให้ คงไม่สามารถทำได้มากกว่านี้
คนที่ได้ยินว่าแม่ให้ความช่วยเหลือป้าคนนั้น เขาพูดให้แม่ฟังโดยไม่ระวังว่า
ป้าคนนี้เคยมีประวัติอย่างนี้อย่างนั้น ทำนองว่าฉลาดใช้งานคน
ลูกเอ๋ย ... ฟังอยู่ก็จะเห็นชัดๆว่าไม่ใช่คำพูดที่มาจากความปรารถนาดี แม่เองไม่ได้ใส่ใจ
เพราะให้พ่อติดต่อกับป้าคนนี้โดยตรง และแน่ใจว่า เราคงช่วยได้เท่าที่ช่วยได้
ที่สำคัญ เรื่องนี้ไม่ใช่เหนือบ่ากว่าแรง
แต่วันนี้สิ ป้าคนนั้นโทรมาหาแม่ จะด้วยจุดประสงค์อะไรก็แล้วแต่
พอดีว่าพ่อแจ้งแม่ว่า ป้าคนนี้ส่งแฟกซ์มาให้พ่อยังไง ยังไม่ได้รับเสียที
แม่เลยแจ้งในทันใด ..
ป้าคงไม่ได้ตั้งตัว แต่ตั้งใจจะคุยเรื่องอื่น แกพูดคุยอย่างอ่อนหวานผสมปากหวานให้แม่มากมาย
แต่แม่ไม่ฟังเลย แม่ขอคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ..
วางสายเท่านั้นแหละ แม่รู้สึกได้ทันทีว่า ตัวเองสับสนมีอิทธิพลจากวาจาผู้อื่น แล้วเอามาป้องกันตนเอง
แม่สรุปพร้อมกับคุยให้หนูฟัง .. อยู่บนโลกนี้ เราควรเอื้อเฟื้ออย่างสุจริตใจ หากเราจริงใจ ไม่มีใครจะมาทำอะไรเราได้
แม่คิดได้แค่นี้ก่อนลูก เพราะที่จริงเรื่องแบบนี้มีรายละเอียดที่เราก็ต้องทันต่อโลกด้วยเหมือนกัน
แม่ไม่อยากได้รับอิทธิพลจากวาจาใครอีกแล้ว หากเลือกได้ แม่ไม่อยากรับรู้เรื่องราวของคนอื่นจากบุคคลที่สามอีก
เรื่องไม่จบแค่นั้น อารมณ์แม่ดาวน์ดิ่งแบบไม่เข้าใจตัวเอง
จนทนไม่ไหว ต้องส่งข้อความไปหาพ่อ ว่าวันนี้อารมณ์ไม่ดีอย่างไม่มีเหตุผล อยากเห็นหน้าพ่อมาก
นอนซึมจนหลับไปเกือบชั่วโมงแหละ ..
แม่เกิดอยากรู้ขึ้นมาด้วยว่า อารมณ์ซึมเศร้าของคนมีครรภ์นี่ เขาจะหายกันเมื่อไหร่นะ ?
อ้อ เมื่อวานแม่ตามไปอ่านไดอารี่ที่น้าเจเอามาแนะนำ
สาวน้อยคนนั้นหลังจากที่ไปฟังเสียงหัวใจลูกมาแล้ว กลับมาแอบสังเกตุพุงตัวเองเหมือนกับจะเห็นมันเต้นตามจังหวะหัวใจ
แม่อ่านแล้วก็เกิดสงสัย ระหว่างที่กำลังนอนซึมนั้นเอง แม่ลองเอานิ้วกดตรงบริเวณที่หนูอยู่
รู้สึกจังหวะชีพจรด้วยแหละ แต่พอกดอีกข้าง ไม่มี....
แล้วก็เกิดสงสัยอีกว่า ในร่างกายคนเรามีจุดชีพจรกี่จุด ทีไหนบ้าง?
เดี๋ยวพ่อกลับมาแม่จะขอลองกดที่ตำแหน่งเดียวกันบ้าง เปรียบเทียบดูกันหน่อย
วันนี้แม่จบปัญหาของเรืองเสื้อผ้าแล้วหละ ..
จบที่เข้าไปดูเสื้อผ้าของคนท้องเลย นึกว่ามีแต่เชยๆ น่ารักเลือกไม่หวาดไม่ไหวเลย
โดยเฉพาะยี่ห้อที่หนูทำให้ angle ยี่ห้อนี้เท่านั้นกินขาดบาดใจแม่
เลือกออกมาได้สี่ตัว เอามาแมทช์ได้สามสี่ห้าชุด พอแล้วหละ สำหรับฤดูนี้ไปจนถึงหนาวต้นๆ
พอถึงหน้าหนาวแม่จะไม่เปลืองเสื้อผ้าหรอก เพราะเสื้อกันหนาวส่วนใหญ่ของแม่ตัวใหญ่อยู่แล้ว
คลุมหนูได้มิดแน่นอน ...
แม่ไม่ได้ดื้อนักดื้อหนาอย่างที่น้าเจว่าหรอกลูก น้าเจเขาห่วงแม่น่ะเลยบ่นซะจนเหมือนจะแก่กว่าแม่แล้ว
วันนี้หนูเงียบจังเลย ดิ้นชัดๆให้แม่อยากดิ้นตามสักหน่อยสิลูก
2006/9/7
1 comment:
กรี้ดดดดดดดดดดดดดด
แย่จริงชอนซา ดูแม่หนูจิ
ว่าน้าเจแก่
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบไปอ่านไดนั้นเหมือนกันนะพี่
เจรู้สึกได้เลยไปอ่าน
ส่วนเรื่องคน
โนคอมเมนท์ดีกว่า
เด๋วหาว่าบ่นจนแก่
อีกแระ
5555
Post a Comment