Sunday, October 08, 2006

อาการสำคัญของหญิงมีครรภ์

ชอนซา ลูกรัก

อีกหน่อยเมื่อหนูโตขึ้น บางทีหนูจะมีคำถามว่า "ทำไมชีวิตต้องเกิดมาด้วย ? "
เหมือนอย่างที่แม่และน้าๆ และใครๆอีกมากมายบนโลกนี้ถามมาแล้ว

"ชีวิต" เป็นสิ่งบอบบางอย่างไม่น่าเชื่อ ..หนู
และก็แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อด้วยเหมือนกัน
แม่คิดถึงสิ่งนี้หลังจากผ่านเหตุการณ์ "เมื่อคืน" มาแล้ว

ลาสต์ไนท์ ไม่ว่าแม่จะเข้านอนดึกแค่ไหน แต่แม่ก็ตั้งนาฬิกาปลุกให้ปลุกแม่ ณ 5.50 เสมอ
เผื่อเวลาขี้เกียจให้ ไม่เกินสิบนาทีหรอก
แม้จะเผื่อให้ แต่แม่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ส่วนเผื่อนั่นเลย
กลัวเผื่อเพลิน ซึ่งเคยทำมาแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พ่อยังทักว่า แม่เลี้ยงชอนซาแบบเป็นระบบระเบียบอย่างนี้เลยเหรอ ?
ตื่นก่อนหกโมงเสมอ หลังจากนั้น ก็มีกิจวัตร อ่านหนังสือ
นั่งสมาธินิดๆฝึกโยคะ เพื่อเป็นแหล่งอะดรีนาลินแรกของวันสำหรับลูก
กินสารพัด สุดยอดอาหารเช้าคุณภาพ
เตรียมอาหารเช้าให้พ่อ .. แล้วเข้าไปนอนต่อ เพราะพ่อจะยังไม่ตื่นหรอก

วันนี้ แม่เก็บตามโต๊ะอาหาร และก็ให้สงสัยเหลือเกินว่า
ทิชชู่ใช้แล้วพวกนี้ ถูกใช้กับอะไร ตั้งหลายแผ่น แม่ไม่อยากคิดไปเองว่า
พ่อจะใช้ซับน้ำตาพ่อหรอก
น้ำตาพ่อน่ะ ยากสสส์ มากที่แม่จะมีโอกาสได้เห็นมัน
ทั้งที่จริงๆแล้ว พ่อเป็นคนใจอ่อน ..
แต่ใครจะรู้.. หนูจ๋า

ไม่กี่วันมานี่ พ่อมีอาการต้องการความใส่ใจ ความสนใจ สูงเป็นพิเศษ
จนแม่ไม่แน่ใจเสียจริงๆว่า ใครกันแน่ที่เป็นคุณแม่มีครรภ์น่ะ
แม่อ่านจากหนังสือเล่มไหนๆ ก็เตือนคุณแม่ให้ดูแลระวังรักษาสภาพอารมณ์
เพราะฮอร์โมนในร่างกายจะทำให้เรา หงุดหงิดง่าย หรือจนแม้ต้องระวังอาการซึมเศร้า

พอเห็นอารมณ์พ่อหนู .. แม่กลายเป็นคนสบายดี ไม่มีความรู้สึกไปเลย
ราวกับว่า ทุกอย่างถ่ายโอนไปให้พ่อรับภาระแทนอย่างนั้นเชียว

ก็ดีนะ .. แม่คิดอย่างนั้น
อย่างน้อย แม่ก็ไม่ต้องลำบากใจกลัวมันจะติดลงไปหาหนู
แต่นั่งดูพ่องอนตะลุ๊บตุ๊บป่องแทน


"เมื่อคืน" ที่แม่ว่า คือ
พ่อหนู แกงอนหนักไปหน่อย อาการเข้าขั้นอกหักได้เลย
แกเล่นงอนจนล๊อกประตูจากชั้นใน ไม่ให้แม่เข้าบ้านได้
ไม่ว่าแม่จะเพียร วนเวียน กลับมาทุบประตูสองสามรอบแล้วก็ตาม
จนกลัวเพื่อนบ้านจะออกมาดูกันเสียจริง

แม่เลยโทรไปหาคุณย่า เพราะไม่มีที่ไปแล้ว
คุณย่าโทรเรียกแท๊กซี่ให้รับแม่มาหา
เดินไปซื้อนมด้วยกัน แล้ว นอนบนที่นอนอุ่นจัดๆของคุณย่าเลย
แม่ยังเป็นคนดีเหมือนเดิม ด้วยการหย่อนกุญแจรถพ่อไว้ในถุงส่งนมหน้าประตู ก่อนมา
แล้วส่งเมสเสจไปบอกพ่อ

ท่าจะเป็นเมสเสจนั่นแหละ ที่ทำให้พ่อโทรเข้ามาในที่สุด

ถ้าแม่เป็นพ่อนะ จะไม่รอได้นานขนาดนี้เลย
แม่จะห่วงใย ว่าพ่อจะไปนอนที่ไหนได้ ข้างนอกหนาว
หรือไปๆมาๆ พ่อไม่กลับมาหาแล้วจะทำยังไง
แม่บ่นกับคุณย่าตลอดว่า พ่อทำเกินไปๆ
ส่วนคุณย่าก็นั่งฟังแม่เล่าเรื่องซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วก็วนว่าเราทั้งสองคน

เรื่องที่เป็นสาเหตุทั้งหมดนี่ คือ
แม่หกล้มจ้ะ ต้องบอกว่า พ่อพาแม่ล้มจึงจะถูก
ด้วยการเดินสวนลงจากทางเลื่อนในห้าง
เวลาเราเดินสวนลง พ่อเดินเร็วมาก
แม่ตามไม่ทันจนลื่นลง ทั้งที่น่าจะเป็นก้นกระแทก
แต่ด้วยความที่จับมือพ่อไว้ ส่วนพ่อก็ลากแม่ไปข้างล่าง
ทำให้ผกผันมาเป็นท่าลงเข่าแทน
ไม่แรง แต่เจ็บมากลูก
เพราะทางเลื่อนนั่นมันเป็นพื้นเหล็กซี่เล็กๆที่คม

แม่ได้เลือด ที่หัวเข่าและหลังเท้าสามแผล

หลังจากนั้น แม่รู้สึกตึงท้องตลอด
เคยอ่านพบว่า อาการท้องตึงคืออาการที่ลูกกำลังโต
แต่อันนี้แม่ตึงจนรำคาญ ปนกังวล
ตกเย็น ขณะนั่งดูทีวี แม่รู้สึกปวดบั้นเอว
แม่ตกใจมาก เพราะมันอาการเดียวกับเวลามีประจำเดือน

โทรหาใครๆที่มีประสบการณ์ เสียงหนึ่งบอกว่า ให้ไปหาหมอทันที
เสียงนั้นทำให้แม่เครียดฉับพลัน ก็ชั้นไม่คิดว่ามันจะเป็นไรนี่นา
พอบอกพ่อ พ่อซึ่งกลัวความจริงด้วยการไม่พูดถึงมัน พยายามระงับแม่ให้เงียบ
แต่พ่อไม่มีเหตุผลพอให้แม่เงียบ
ตรงข้าม พ่อไม่ไปเรอะ แม่ไปเอ๊ง

ลงไปนั่งประจำที่รถเตรียมจะขับออกไปแล้ว
อีกเสียงหนึ่งร้องเตือนมาว่า "อย่าขับรถเด็ดขาด.." ทางโทรศัพท์
เอาหละสิ ก็นี่มันวันหยุดยาวประจำชาตินี่นา
แล้วก็ไม่ค่อยรู้สึกปวดบั้นเอวแล้วด้วย

แต่พอกลับไปประตูล๊อค จากชั้นในนี่สิ
ความไม่รู้สึกว่าตัวผิด แม่เลยไม่ง้อนาน
นอนในรถได้สักพัก เปลี่ยนใจกลับไปเคาะอีก

จนในที่สุดได้ไปนอนบ้านคุณย่าน่ะแหละ
เรื่องทั้งหมด จบลงที่ พ่อโทรมาหลังจากแม่ส่งเมสเสจไปบอกเรื่องกุญแจ
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ...

แล้วเราก็เข้านอนกันเงียบๆ ทั้งที่จริงๆแล้วไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลย
ไม่ผิด ไม่เครียด มีพ่อแกบ้าเลือดเครียดแทนอยู่คนเดียว

อันนี้ทำให้แม่เรียนรู้ว่า อ้อ นะ เวลาผู้หญิงโกรธนี่มันคงเข้าใจยากอย่างนี้แหละ
คิดซะว่า พ่อหนูถ่ายโอนอารมณ์หญิงมีครรภ์ของแม่ไปก็สิ้นเรื่อง
ดีเสียอีก ..

แม่นั่งเขียนในเวลาเช้า ที่พ่อยังไม่ตื่น
และหวังว่า พ่อจะทำความสะอาดอารมณ์ได้หมด
ปรากฎว่า .. พ่อซับซ้อนกว่าที่คิด
ออกจากห้องนอนมา นอนถอนหายใจเฮือกๆ ส่งเสียงดังจนแม่ตื่นมาดู (จากนอนรอบสอง)
พอเห็นหน้าแม่ แกก็ยิ้มแต่มีฟอร์มว่า เพิ่งหายโกรธไปแค่ 10เปอร์เซ็นต์
แปลว่า แกหายแล้วหละ
แม่หละเชื่อเลย นี่พ่อจะเป็นอย่างนี้อีกกี่วันนะ


ตอนนี้แม่ไม่มีอาการปวดอะไรอีกเลย
แต่เพื่อความสบายใจ เราจะไปทีคลีนิคดูหนูอีกทีในวันพรุ่งนี้จ้ะ
นี่แหละนะ ชีวิต .. บอบบางอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อที่แม่บอกหละ
ไม่มีใครรู้อะไรเลย ... จริงๆ



หนูของแม่ แข็งแรงดีใช่ไหม ..
2006/10/8

1 comment:

บาร์ติเมอัส said...

ไปหาหมอค่ะ เด๋วนี้เลย

ทำไมเมื่อเช้าเจอกันไม่บอกเจนะ

จะยื่นมือเข้าไปหยิกผ่านคอมฯ เลย

ซนจริงๆ

โอ๊ยย อยากจะร้อง

ได้ความยังไงมาบอกบ้างนะพี่

หนูเจเครียดเลย