Sunday, January 17, 2010

ต้นร้ายปลายจะดี

แม่ลุกไปเติมน้ำดื่มที่ร้าน แวะหาสาวๆเอายาสระย้อมผมกับสบู่ไปให้เขาดูด้วย
นานไปหน่อย พ่อมาตาม หน้าบูดบึ้ง ว่าปล่อยรีอันนอนอยู่คนเดียว ยังไม่กลับอีกหรือไง

แต่พอเปิดประตูเข้าห้อง เห็นแต่กองผ้าห่ม ร้องว่ารีอันได้คำเดียว แล้ววิ่งอ้าวกลับไปร้านอีก
เดาว่า พ่อต้องแอบอุ้มรีอันไปแล้วมาหลอกเราแน่ๆ เพื่อดัดหลังเราให้เข็ด
แต่พ่อหน้าตื่น ถามว่ามาทำไม พอถามว่า รีอันล่ะ เธออุ้มรีอันมาหรือเปล่า?

แค่นั้นแหละ พ่อแทบจะกระโดดกัดคอฟัด แล้ววิ่งแข่งกันลงบันได
แม่กดลิฟต์ พ่อเปลี่ยนไปใจขึ้นบันไดแทน
(ทำเหมือนกับสมัยตามหาม่งเลย)

แป๊บเดียว คนวิ่งขึ้นมาเจ็ดชั้นได้
พ่อเข้าห้องไปถล่มผ้าม่านทั้งหมด หวังเห็นลูกซุกอยู่ในห้อง
ส่วนแม่ โจนอ้าวลงลิฟต์อีกรอบ

เห็นตำรวจยืนหน้าสถานีพอดี เลยวิ่งข้ามถนนไปหาถามว่า เห็นเด็กหรือเปล่า
ตำรวจพยายามอธิบายแล้วบอกให้เราสงบสติอารมณ์ ว่าคนต่างชาติเห็นเลยอุ้มมา
แต่ไม่ได้ฟังอะไรแล้ว วิ่งทะลุเข้าไป ฝรั่งนั่งกอดรีอัน เด็กน้อยร้องไห้หน้าแดง

ได้แต่กอดลูกแล้วพร่ำขอบคุณๆๆๆ

ขอยืมโทรตำรวจกดแจ้งอาปา ทันใดเหมือนหายตัวแว๊บเข้ามาในสถานีทันที

ฝรั่งนายนั้น เล่าว่า เขากดลิฟต์ก็เห็นรีอันแล้ว ยืนงัวเงียอยู่ แต่พออุ้มมาก็ร้องไห้

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ

พอสักพักเราิเริ่มสั่นแล้ว จะร้องไห้แล้ว เพิ่งรู้ัตัวว่าตกใจหวะ ก่อนหน้านี้ เหมือนมีพลังจะวิ่งรอบเมืองได้เจ็ดรอบเลยนะ



ปรากฎว่าอยู่ชั้นเดียวกันด้วย ห้อง707



อาปาตามเข้ามาอีกรอบ .. พูดๆๆๆ โน่นนี่ตามฟอร์ม เราเลยร้องโฮซะเลย
ถ้าลูกหายไปจริงๆ คงตายแน่เลยกรู
คงตายจริงๆ


ลึกๆในใจ เราว่าเหตุการณ์นี้มันมีความหมาย
เพื่อให้แกรู้ค่าและใส่ใจในครอบครัว ส่วนเราอย่าประมาทเลินเล่อ

อยากทำสร้อยให้รีอันใส่ หรือไม่ก็เอาสร้อยข้อมือกลับมาใส่ให้ติดตัวเหมือนเดิม

ปู่คุ้มครองนะลูกนะ ..


(เหตุการณ์แบบนี้ ปกติจะมีอะไรสะกิดเตือนแต่ทำไมวันนี้ไม่มีอะไรเลย? )

No comments: